Skip to main content

ช่วยจำชื่อกัน ‘จุลโหฬาร’ : Remember ‘Junlaholaan’

747

Remember ‘Junlaholaan’ ช่วยจำชื่อกัน ‘จุลโหฬาร

 

Remember ‘Junlaholaan’

ช่วยจำชื่อกัน‘จุลโหฬาร’

 “ตอนที่ปล่อยเพลงลงในยูทูบวันแรก ก็มานั่งฟังพร้อมกันทั้งสามคนเลยค่ะ ฟังแล้วก็ยิ้มให้กัน แต่ละคนตาก็เป็นประกายเลย”เกมส์ - สุจิตรา โถตันคำ เล่าถึงวันที่ ‘จุลโหฬาร’ นำเพลงทั้ง 5เพลงจากอีพีชุด ‘จุลโหฬาร’ ผลงานชุดแรกของพวกเขาออกเผยแพร่ให้แฟนเพลงได้ฟังกัน

.         
วันที่ HIP พบกับสมาชิกของ ‘จุลโหฬาร’ ได้แก่ เกมส์ - สุจิรา โถตันคำ (ร้องนำ),ยั๊วะ - อลงกฎ เจริญธรรม (กีตาร์) และ เป้ - ณัฐพงษ์ นาพงษ์ (พิณ/แคน) ที่กรุงเทพฯ คือวันเดียวกับวันประกาศรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 30 ที่พวกเขามาร่วมงานดังกล่าว ในฐานะที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 4 รางวัล 

.

นับตั้งแต่ตอนที่เพลงทั้งหมดในอีพีที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวงเริ่มเผยแพร่สู่ผู้ฟังอย่างเป็นทางการ จนมาถึงวันที่พวกเขาทั้ง 3 คนมาสนทนากับ HIP ก่อนที่งานประกาศรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์จะเริ่มขึ้น จุลโหฬารไม่เพียงแต่จะสร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงด้วยคุณภาพของงานดนตรีที่แตกต่างและน่าสนใจเท่านั้น หากบทเพลงเหล่านี้ยังนำพวกเขาจากเวทีของ ‘วันสบาย’ ร้านที่พวกเขาเล่นดนตรีเป็นประจำในจังหวัดสกลนคร มาสู่เวทีมอบรางวัลทางด้านดนตรีที่เป็นที่ยอมรับของคนในวงการในเมืองหลวง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาเองก็ยอมรับว่าไม่ได้คาดคิดเลยด้วยซ้ำว่าจะมาถึงจุดนี้
.

 “ชีวิตจริงก็คงไม่ได้มาเดินในที่แบบนี้หรอกครับ” ยั๊วะพูดถึงบรรยากาศของงาน ที่หลังจากสนทนากับเราเสร็จแล้ว พวกเขาจะเข้าไปภายในงานเพื่อรอลุ้นว่าจะได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านหรือเปล่า  ‘จุลโหฬาร’ เริ่มต้นขึ้นจากการที่เมื่อ 8 ปีก่อน ยั๊วะตัดสินใจชวนเกมส์มาร้องเพลงให้กับเขา “ผมเล่นดนตรีกลางคืนอยู่แล้ว แต่ว่าไม่มีนักร้อง กับเกมส์นี่ก็รู้จักกันมาก่อน เคยเห็นเขาร้องเพลงแล้วชอบ ก็เลยไปชวนมา” ส่วนฝ่ายที่ถูกชวนบอกว่า “ตอนที่พี่ยั๊วะมาชวน เกมส์กำลังเริ่มต้นร้องเพลงตอนกลางคืน คือทั้งอยากทำงานแล้วก็อยากฝึกฝนตัวเองด้วย แต่ว่ายังไม่ได้ร้องประจำกับวงไหน พอพี่ยั๊วะมาชวนก็เลยมาอยู่ด้วยกัน”ขณะที่เป้เข้ามาร่วมวงในภายหลัง “ผมเองก็เล่นดนตรีกลางคืนตามร้าน เล่นพิณเล่นแคนอยู่แล้ว พอพี่ยั๊วะไปชวนก็เลยมาร่วมวงด้วย” โดยยั๊วะอธิบายว่า ที่ชวนเป้มาเล่นดนตรีด้วยกัน เพราะคิดว่าหากมีเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านมาเพิ่ม ก็น่าจะช่วยสร้างสีสันให้กับวงได้มากขึ้น

นอกจากการเป็นสมาชิกของจุลโหฬารแล้ว ยั๊วะยังเป็นสมาชิกของคณะ ‘พวงรักเร่’ ที่มีสมาชิกอย่าง ชา – สุพิชา เทศดรุณ, ต่าย– ประกาศิต แสนปากดี (อภิรมย์) และ อ้น – เกิดสุข ชนบุปผา (The Stereo Boys) ทำให้จุลโหฬารรู้จักคุ้นเคยกับพี่ๆ เหล่านี้เป็นอย่างดี และก็เป็นพี่ๆ เหล่านี้เองที่ ‘เห็น’ อะไรบางอย่างจากเสียงดนตรีของคนทั้งสาม จนนำไปสู่การชักชวน สนับสนุน และเข้ามาช่วยเหลือในการทำงานเบื้องหลัง เพื่อให้จุลโหฬารได้มีผลงานเพลงของตัวเองออกมา 
.

โดยเกมส์เล่าถึงเรื่องราวในช่วงเวลานั้นว่า“พวกเราก็อยู่กับดนตรีกันมาตลอด คิดมาตลอดว่าอยากจะทำเพลงของตัวเองบ้าง ส่วนพวกพี่ๆ ก็คิดกันว่าน่าจะทำโปรเจ็กต์ของจุลโหฬาร ก็เลยเริ่มต้นจากจุดนี้” ขณะที่ยั๊วะให้ข้อมูลเพิ่มว่า“แต่ละเพลงของจุลโหฬารจะได้พี่ๆ จากพวงรักเร่เป็นคนแต่งให้ เสร็จแล้วก็จะส่งเป็นเดโมให้พวกเราเอาไปทำต่อ ทำอะไรไปก็ส่งกลับไปให้พี่ๆ ช่วยดู ช่วยออกความคิดเห็นกัน”

.           
แต่ผลงานที่พวกเขาตั้งใจอยากจะให้ออกมาเป็นอัลบั้มนั้นกลับกินเวลานานกว่าที่คิด เพราะทำไปแล้วรู้สึกว่าเพลงยังไม่ลงตัว จนเวลาล่วงเลยมาถึงจุดที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าต้องทำให้เสร็จได้แล้ว ขณะที่เกมส์กล่าวเสริมว่า “อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นตัวเร่ง ก็คือเรามีคิวจะต้องไปเล่นในงาน Farewell CD ที่เชียงใหม่ ซึ่งงานมีกติกาว่าศิลปินจะต้องมีซีดีมาขายในงานด้วย ก็เลยต้องมาเร่งทำงานให้เสร็จกัน”
.

เป้เล่าว่าการเร่งทำงานเพื่อให้เสร็จทันตามกำหนด ทำให้พวกเขาทั้งสามคนต้องจัดสรรเวลามาเจอกันให้บ่อยขึ้น “จะมีช่วงประมาณ 3 เดือนก่อนที่จะอัดเสียงที่เรียกว่าเจอกันเกือบจะทุกวัน คือซ้อมกันบ่อยมาก บางครั้งตั้งแต่สิบโมงเช้าไปจนถึงสี่ทุ่มก็มี” ขณะที่เกมส์บอกว่า “เวลาที่วางแผนกันว่าจะปล่อยงานมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่เพลงก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ยังขาดตรงนั้นตรงนี้ ก็ต้องไปซ้อมไปทำมาใหม่ แต่พอถึงช่วงท้ายที่เราบันทึกเสียงกันจริงๆ ถือว่าอัดกันเร็วมาก เรียกว่าทำกันรวดเดียวให้จบไปเลย”

            จากการที่แต่ละคนไปคิดในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบในแต่ละเพลงว่าจะร้องจะเล่นอย่างไร ตามด้วยการนำไอเดียที่มีมาแลกเปลี่ยนกันเพื่อหาจุดที่ลงตัวที่สุด ก่อนที่จะซักซ้อมกันจนมั่นใจ หรือบางครั้งก็อาจะไปลองเล่นกันสดๆ ในห้องอัดเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ เมื่อบวกกับการที่ได้พี่ๆ จากคณะพวงรักเร่มาช่วยทำงานในโค้งสุดท้าย ภายใต้การดูแลของต่ายที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับงานชุดนี้ ทำให้พวกเขาสามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมาย โดยเกมส์กล่าวถึงบทสรุปของการบันทึกเสียงว่า “กว่าจะเสร็จก็โดนพี่ๆ ดุยับเลยค่ะ ส่วนเพลงถ้าจะเอาให้เต็มอัลบั้มเดี๋ยวจะยิ่งนานไปกว่านี้อีก เลยสรุปว่าออกเป็นอีพีก่อนก็แล้วกัน”

Remember ‘Junlaholaan’ ช่วยจำชื่อกัน ‘จุลโหฬาร
.

เวลาที่มีคนกล่าวถึง ‘ดนตรี’ ของจุลโหฬาร พวกเขาถูกมองว่าเป็นวงที่เล่นแนวโฟล์กที่ผสมสำเนียงท้องถิ่นเข้าไปด้วย ซึ่งในมุมมองของสมาชิกในวง พวกเขาไม่จำกัดว่าจุลโหฬารเป็นวงดนตรีแนวใดแนวหนึ่ง หากแต่ปล่อยให้เป็นไปตามที่คนฟังอยากจินตนาการมากกว่า โดยยั๊วะซึ่งเป็นแกนนำในการทำดนตรีของวงมองว่าพวกเขาชื่นชอบแนวดนตรีหลายๆ อย่าง และแต่ละคนก็เอาสิ่งที่ตัวเองชอบเข้ามาผสมไว้ในผลงานชุดนี้ “ผมว่าเราก็เล่นกันค่อนข้างหลากหลายนะครับ มีความเป็นลูกทุ่ง มีความเป็นโฟล์ก แต่ก็มีจังหวะที่โยกได้ สนุกได้ด้วย ไม่ได้นิ่งไปหมด” ส่วนเกมส์ ที่เสียงร้องของเธอเป็นอีกเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวงบอกว่า ชอบร้องเพลงลูกทุ่งอยู่แล้ว ทำให้ตัวเธอเองมีหางเสียงแบบลูกทุ่งอยู่ในสำเนียงการร้อง ซึ่งไปกันได้ดีกับแนวดนตรีของวงที่นำเอาดนตรีท้องถิ่นเข้ามาใส่ไว้ในตัวงาน 
.

สำหรับพวกเขาทั้ง 3 คน อีพี ‘จุลโหฬาร’ คือสิ่งที่ทั้งเติมเต็มความฝันและตอบโจทย์การทำงานทางด้านดนตรีของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นยั๊วะที่บอกว่า “การทำงานชุดนี้คือการได้ทำเพลงในแบบที่ตัวเองอยากฟัง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยมีด้วย ก็ถือว่าตอบโจทย์” เป้ที่ดีใจที่ได้มีผลงานของตัวเอง “คือเคยคิดว่าน่าจะมีงานแบบนี้ให้ฟังบ้าง แต่ที่ผ่านมาก็ได้แค่คิดอย่างเดียว”และเกมส์ที่บอกว่า “มันคือความฝันของเกมส์เลยในเรื่องดนตรี คือไม่ใช่แค่เล่นดนตรีกลางคืนเป็นอาชีพ แต่คิดมาตลอดว่าเราต้องมีเพลง ให้คนได้ฟังเพลงของเรา” 
.       

 เมื่อถามพวกเขาว่า หลังจากมีอีพีออกมาแล้ว จุลโหฬารวางแผนงานในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง คำตอบจากเป้คือ “วางแผนว่าจะทำอัลบั้มกันต่อครับ” ขณะที่ยั๊วะบอกว่า“ก็ทำงานกันต่อไปเรื่อยๆ ครับ ทำเพลงเพิ่ม เอาให้ครบสำหรับใส่ในอัลบั้ม” ส่วนเกมส์มองไปถึงการได้ออกไปพบกับผู้ฟังในที่อื่นๆ ให้มากยิ่งขึ้น “ยังมีอีกหลายที่ในบ้านเราที่พวกเรายังไม่เคยไป ก็อยากจะไปทุกที่นะคะ แล้วก็อยากไปต่างประเทศด้วย ใครสนใจก็ติดต่อได้ค่ะ”
.

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก‘จุลโหฬาร’ พวกเขาทั้งสามบอกว่าอยากให้ลองฟังผลงานเพลงของพวกเขา ซึ่งมีให้ฟังทั้งในแชนแนลยูทูบของวงและทางเว็บไซต์ฟังใจ โดยพวกเขาบอกว่าจะผลิตซีดีอีพีชุด ‘จุลโหฬาร’ ออกมาเพิ่มเติม เพราะซีดีที่ทำออกมาในล็อตแรกนั้นมีจำนวนไม่มาก คนที่สนใจแต่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของจะได้มีโอกาสสัมผัสกับผลงานของพวกเขา
.

ส่วนคนที่ติดตามวงดนตรีวงนี้อยู่แล้ว‘คำขอบคุณ’ คือสิ่งที่ทั้งสามคนอยากจะมอบให้ โดยเกมส์เป็นตัวแทนกล่าวว่า “ตอนทำอีพีเสร็จก็ลุ้นว่าจะมีคนฟังหรือเปล่า มาถึงตอนนี้ เราได้เห็นว่ามีคนที่ชอบ ที่ติดตามกัน ก็ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ขอบคุณจริงๆ เพราะถ้าไม่มีคนฟัง ก็คงไม่มีพวกเราในทุกวันนี้”
.

หลังการสนทนาจบลงไม่นาน ก็ถึงเวลาที่งานประกาศรางวัลเริ่มต้นขึ้น แม้ในท้ายที่สุดแล้ว ถึงจุลโหฬารจะไม่ได้รางวัลอะไรจากเวทีสีสัน อะวอร์ดส์ติดไม้ติดมือกลับสกลนครในค่ำคืนนั้น แต่เสียงเชียร์และเสียงปรบมือมากมายที่พวกเขาได้รับในทุกครั้งที่ชื่อวงถูกเอ่ยถึงบนเวที ก็ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า ถึงจะไม่ใช่ผู้ชนะ แต่คำขอให้ช่วยจดจำกันที่พวกเขากล่าวไว้ในเพลง ‘จุลโหฬาร’ ได้รับการตอบรับแล้วด้วยความยินดีและเต็มใจ และคงมีคนอีกมากมายต่อจากนี้ที่ตัดสินใจว่าอยากจะจดจำชื่อ‘จุลโหฬาร’ เมื่อดนตรีของพวกเขาเริ่มต้นบรรเลง

 

About Them :

นอกจากจะสามารถติดตาม ‘จุลโหฬาร’ ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ระบุไว้ด้านล่างแล้ว อีกวิธีที่จะได้พบกับพวกเขา คือการไปฟังพวกเขาเล่นดนตรีที่ร้าน ‘วันสบาย’ จังหวัดสกลนคร โดยถ้าไม่มีคิวไปไหน พวกเขาจะเล่นดนตรีที่ร้านทุกวันพุธ, ศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์ (เฉพาะวันเสาร์เล่นตั้งแต่ทุ่มครึ่งถึงสองทุ่มครึ่ง ส่วนวันอื่นๆ เล่นช่วงสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม) ใครที่ชื่นชอบพวกเขาและมีโอกาสได้ไปสกลนครก็ลองแวะไปทักทายกันได้

 

** สามารถติดตาม ‘จุลโหฬาร’ ได้ตามช่องทางต่างๆ ดังต่อไปนี้ **
 

Facebook Page : จุลโหฬาร : Junlaholaan Band 

Instagram : junlaholaan_band

Youtube Channel :  Junlaholaan Band

 

 

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai