Skip to main content

ROCKETMAN

35

เรื่อง : ป้าจ๋า ภาพ : UIP Thailand


 

 

 

เมื่อปีที่แล้วเราได้เห็นหนังดังที่สร้างจากชีวิตคนดนตรีหลายเรื่อง แต่คงไม่มีเรื่องไหนเด่นเท่า Bohemian Rhapsody อีกแล้ว แถมดารานำของเรื่องยังไปได้รางวัลใหญ่บนเวทีออสการ์ครั้งล่าสุด ยิ่งทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติของ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ ไอคอนชาว LGBT ผู้เป็นนักร้องนำของวง Queen เป็นเหมือนดังตำนาน และ Bohemian Rhapsdyก็กลายเป็นหนังที่ “ต้อง” ดูสำหรับคอหนังคอเพลงทั้งที่ใช่และไม่่แฟนเพลงของ Queen

 

    ส่วนในปีนี้เราก็จะได้เห็นหนังฟอร์มใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่หยิบจับเอาบางเสี้ยวของชีวิตศิลปินระดับไอคอนของชาว LGBT มาร้อยเป็นเรื่องราวเช่นกัน เขาเป็นศิลปินร่วมสมัยกับ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ เป็นชายที่แต่งเพลงรักได้กินใจที่สุดคนหนึ่งในโลกและเป็นเจ้าของเพลงฮิตมากมาย อาทิ “Your Song”, “Crocodile Rock”, Candle In The Wind”, “Sorry Seems To Be The Hardest Word”, “Can You Feel The Love tonight” รวมถึงเป็นผู้แต่งเพลงประกอบหนังและละครเวทีหลายเรื่อง อาทิ The Lion King, Aida และ Billy Elliot The Musical

 

 

rkm1

 


    เขาคนนั้นใช้ชื่อบนเวทีว่า เอลตัน จอห์น
    Rocketman คือโปรเจ็คต์หนังที่เริ่มต้นเมื่อประมาณ 8-9 ปีก่อน มี ลี ฮอลล์  เป็นคนเขียนบท (เขาเป็นคนเขียนบทหนังเรื่อง Billy Elliot ที่ เอลตัน จอห์น นำไปแปลงเป็นละครเพลง) ชื่อเรื่องนำมาจากเพลงฮิตของ จอห์น ในปี 2515 จากอัลบั้มชุด Honky Chateau เนื้อหาโดยคร่าวๆ เป็นการพูดถึงชีวิตของ จอห์น ในช่วงก่อนจะกลายเป็นศิลปินดัง ในวันเวลาที่เขายังใช้ชื่อเดิมว่า เรจินัลด์ “เรจจี้” ดไวท์ ก่อนที่จะมาพบกับคู่หูนักแต่งเพลงอย่าง เบอร์นี่ ทอพิน และก่อนที่เขาจะกลายเป็น เอลตัน จอห์น ของชาวโลก
    แม้จะมีเรื่องราวของ จอห์น เป็นแกนกลาง แต่เขาปฏิเสธว่า Rocketman คือหนังชีวประวัติของตัวเองเขาบอกว่ามันคือ “การมองชีวิตของผมแบบเหนือจริง ไม่ใช่ว่าจะมีข้อเท็จจริงของชีวิตผม เป็นสไตล์แบบหนังเรื่อง Moulin Rouge มากกว่า ผมไม่อยากให้มันเป็นหนังชีวประวัติแบบธรรมดาทั่วไป เพราะชีวิตผมไม่เคยเป็นแบบนั้น” และจากหนังตัวอย่างที่เราได้ดูกัน ก็เรียกได้ว่าอลังการงานสร้าง จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง รับประกันความแซ่บตามแบบ เอลตัน จอห์น 


     ทารอน เอเกอร์ตัน นักแสดงหนุ่มที่มารับบท เอลตัน จอห์น ในวัยหนุ่มก็บอกว่า  ใครๆ ก็คิดว่า Rocketmanคือหนังชีวประวัติ แต่ไม่ใช่เลย นี่คือมิวสิคัลแนวแฟนตาซีที่ใช้เพลงของ จอห์น มาอธิบาย-ขยายความช่วงสำคัญๆ ในชีวิตของเขา และไม่ได้มีแต่ตัวละครของ จอห์น เท่านั้นที่จะร้องเพลงในเรื่อง นอกจากนี้ยังจะมีการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องหลายอย่าง ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่งว่าจะทำออกมาในลักษณะไหนบ้าง และจะเร้าใจตามรสนิยมของ จอห์น ได้ขนาดไหน 


    ก่อนหน้าที่จะได้ตัว ทารอน เอเกอร์ตัน ผู้แจ้งเกิดจากหนังเรื่อง Kingsmen มาเป็น เอลตัน จอห์น นั้น จัสติน ทิมเบอร์เลค เคยเป็นตัวเลือกที่ จอห์น เล็งไว้ เพราะติดใจตั้งแต่ ทิมเบอร์เลค มาแสดงเป็นตัวเขาเองในมิวสิควิดีโอเพลง “That Train Don’t Stop Here Anymore” แต่แล้วในปี 2556 เขาก็เปลี่ยนใจให้ ทอม ฮาร์ดี้ (The Dark Night Rises) มาแทนที่ น่าเสียดายที่ ฮาร์ดี้ ต้องถอนตัวไปในที่สุดเพราะยังร้องเพลงได้ไม่เข้าตาเจ้าของเรื่อง ขณะที่ เอเกอร์ตัน ได้บทนี้เพราะเสียงร้องของเขาทำให้ จอห์น ประทับใจถึงขั้นกล่าวชมเชยว่า “ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเคยได้ยินใครร้องเพลงของผมได้ดีกว่าที่ ทารอน ร้อง” 

 

 

rkm2

 


    ในเมื่อเป็นหนังเพลง แน่นอนว่า เพลงในหนังย่อมเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไจล์ส มาร์ติน ลูกชายของ จอร์จ มาร์ติน “สมาชิกคนที่ 5 ของ เดอะ บีเทิลส์” คือคนที่มาดูแลเรื่องของเพลงประกอบใน Rocketman นอกจากช่ำชองกับการทำงานรีมาสเตอร์อัลบั้มของ เดอะ บีเทิลส์ แล้ว มาร์ติน ยังเคยทำเพลงประกอบให้โชว์ของคณะกายกรรมชื่อดังระดับโลกอย่าง เซิร์ก ดู โซเลย์ มาแล้ว 


    สำหรับเพลงใน Rocketman ที่วางไว้นั้น นัยว่าจะมีเพลงที่เรียกว่าคลาสสิกไปแล้วของ เอลตัน จอห์น อยู่หลายเพลง เช่น “Tiny Dancer” ซึ่งหลายคนอาจได้เห็นได้ฟังจากหนังตัวอย่างกันไปบ้างแล้ว เอเกอร์ตัน ผู้รับบทอันเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องจะเป็นคนร้องเพลงเองทั้งหมด เขาเล่าว่าแม้ในขณะถ่ายทำเขาก็ร้องสด ร้องจริง ไม่ใช่แค่ขยับปากลิปซิงค์เฉย ๆ 


    ขณะที่เราทึ่งกันนักหนากับฉากบนเวทีคอนเสิร์ต Live Aid ใน Bohemian Rhapsodyที่จำลองออกมาได้ใกล้เคียงเหตุการณ์จริงและความเป๊ะของ เรมี่ มาเล็ค ผู้รับบท เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ ก็ช่างน่าทึ่ง เดวิด เฟอร์นิช สามีของ จอห์น ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ด้วยกลับเล่าว่า จอห์น ผู้ซึ่งทึ่งกับลีลาการร้องของ เอเกอร์ตัน มาก ได้บอกนักแสดงหนุ่มว่า “อย่าลอกเลียนผม อย่าคิดว่าคุณจะต้องร้องเพลงแบบที่ผมร้องเป๊ะๆ  อย่าคิดว่าคุณต้องแสดงบนเวทีตามแบบที่ผมแสดง ผมคิดว่ามันท้าทายดีสำหรับนักแสดงที่จะสวมวิญญาณตัวละครและไม่ต้องไปคิดว่า เขาจะต้องเลียนแบบคนๆ นั้นให้เหมือน” 

 

 

rkm3

 

 

 

 

 

 


    สิ่งที่น่าสนใจอีกประการก็คือ ผู้กำกับฯ หนังเรื่องนี้ เขาคือ เด็กซ์เตอร์ เฟล็ทเชอร์ ซึ่งเคยเป็นนักแสดงมาก่อน เขาเคยแสดงหนังเรื่อง Lock, Stock And Two Smoking Barrels ของ กาย ริชี่ ด้วย และเพิ่งหันเหมาเป็นผู้กำกับหนังเมื่อไม่กี่ปีก่อน โดยมีผลงานกำกับหนังเรื่อง Wild Bill ออกมาเป็นเรื่องแรกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เฟล็ทเชอร์ ยังทำหนังมาไม่มากนัก แต่เขาคือคนที่มาทำหน้าที่แทน ไบรอัน ซิงเกอร์ ผู้กำกับหนัง Bohemian Rhapsodyในการทำงานสองสัปดาห์สุดท้ายระหว่างการถ่ายทำ โดยมีเครดิตในหนังเป็นตำแหน่งโปรดิวเซอร์แทน ถือว่าน่าติดตามไม่น้อยว่าจากหนังเพลงเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่งนั้น เฟล็ทเชอร์ จะทำงานให้ต่างออกไปในรูปแบบไหน และ Rocketman จะเป็นนำเสนอความเป็นแฟนตาซีของชีวิต เอลตัน จอห์น ได้ถูกใจคนดูมากหรือน้อยแค่ไหน 
    เราในฐานะคนดูก็กำลังจะได้พิสูจน์กันด้วยตาตัวเองในไม่ช้านี้แล้ว.
 

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai