Skip to main content

THE VUNIYERSE : ‘ก้าวที่กล้า’ ของ The Vuniyerse

107

The Vuniyerse

 

เหตุผลที่ HIP ชวน The Vuniyerse ซึ่งมีสมาชิกคือ นัส - อรรถกร พงษ์เทิดศักดิ์ (ร้องนำ/กีตาร์), บิ๊ก - พัธนันท์ อนันต์หน่อ (ร้องนำ/ซินธิไซเซอร์/คีย์บอร์ด), นนท์ - ชนนปวร สุขวณิช (คอรัส/กีตาร์ริทึม), บอส - สหธัช ศรีวิไล (เบส), เจมส์บอนด์ - เกรียงศักดิ์ จันทร์ดี (กลอง) และ บิว - ฐิติเดช อุ่นคำมี (วิชวล/อาร์ตไดเรกเตอร์) มาพูดคุยกัน เพราะพวกเขาถือเป็นวงหน้าใหม่ที่มีพัฒนาการโดดเด่นแบบก้าวกระโดด กับการมีผลงานออกมาแล้ว 1 ชุด และกำลังจะตามมาเร็วๆ นี้อีก 1 ชุด ทั้งๆ ที่วงเพิ่งจะมีอายุครบ 1 ปีในเดือนนี้, มีงานแสดงสดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้เป็นสมาชิกของค่าย Macrowave นอกจากนี้พวกเขายังมีแนวทางของตัวเองชัดเจน รวมทั้งมีความตั้งใจและทะเยอทะยาน ซึ่งน่าจะทำให้พวกเขาเดินทางไปในเส้นทางนี้ได้อีกไกลตามเป้าหมายที่ฝันไว้ 

  • ความเป็นมา

บิ๊ก : ชื่อวงเกิดจากตอนนั่งคุยกัน มีหนังเรื่องหนึ่งที่อยากดูมากๆ มันมีคำว่า ‘Universe’ อยู่ข้างหลังชื่อ แล้วเราก็พูดผิดเป็น ‘วูนิเยิร์ส’ พอนัสได้ยินก็บอกว่าชอบชื่อนี้ เอาไว้ใช้เป็นชื่อวง แล้วเราก็เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ตอนนั้นมาเลย

นนท์ : พวกเรารวมตัวกันจะครบ 1 ปีเดือนนี้แหละครับ เล่นครั้งแรกในงาน Open House ของ มช. จุดเริ่มต้นคือพวกเราทำงานโปรดักชั่นด้วยกัน

แล้วบังเอิญว่าแต่ละคนมีความสามารถทางดนตรี ไม่เชิงว่าเก่งมาก แต่ว่าเล่นด้วยกันได้ ก็เลยลองชวนกันไปเล่นดนตรีดู แต่อย่าง ผม นัส บิว เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยอนุบาลแล้ว

นัส : เพิ่งเริ่มมาทำงานด้วยกันก็ตอนเรียนมหาลัยแล้ว บิ๊กกับบอสก็เพิ่งมาเจอกันที่มหาลัย อย่างบิ๊กเขาไม่มีทักษะทางดนตรีเลย แต่มีเครื่องดนตรีที่บ้าน และมีพื้นฐานด้านการร้องเพลงอยู่แล้ว เลยชวนมาเล่นด้วยกันดู ส่วนเจมส์บอนด์หรือเกรียง เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของผมตอนมัธยม เราบังเอิญเจอน้องเลยชวนมาทำโปรดักชั่นด้วยกัน เอาไปเอามาเล่นดนตรีได้ ตีกลองเป็น เลยให้มาตีกลอง ส่วนบิวเข้ามาในฐานะของโปรดักชั่น ดีไซน์เนอร์ เป็นอาร์ต ไดเรกเตอร์ของวง

 

The Vuniyerse

  • ผลงาน

นัส : ก่อนหน้านี้ก็มีมินิอัลบั้ม ‘Season Sandwiched’ เป็นงานที่พวกเราทำกันเองโดยไม่มีโปรดิวเซอร์ ส่วนผลงานใหม่ที่ตอนนี้กำลังทำอยู่ อาจจะไม่สามารถเรียกว่าอัลบั้มได้ จะเป็นมินิอัลบั้มหรืออีพีมากกว่า ตัวเพลงมีเก็บไว้บ้างแล้ว รอแค่ช่วงเวลาที่จะปล่อย ซึ่งตอนนี้เราปรับเปลี่ยนพาร์ทดนตรีนิดหนึ่งเพื่อให้มีการพัฒนา ให้แต่ละเพลงที่อยู่ในอัลบั้มเข้ากันมากขึ้น ที่คิดไว้คือเราจะพยายามทำงานออกมาเป็นซีซั่น โดยซีซั่นนี้จะรวมฤดูฝนกับฤดูหนาวไปเลย เพราะ 2 ฤดูนี้มีเรื่องราวให้คุยได้และเชื่อมโยงกันได้ง่าย ก็พยายามจะทำให้เสร็จภายในปีนี้

  • แนวเพลง

นนท์ : อัลบั้มชุดที่ 2 เราสร้างคอนเทนต์ที่แตกต่างจากอัลบั้มแรก ให้มีการพัฒนาและต่อเนื่อง คือเรามีคอนเทนต์ที่ชัดเจน แต่ตัวเพลงมันต่างกัน ขึ้นอยู่กับไอเดียและสิ่งแวดล้อม อย่างตอนเริ่มต้นทำเพลง เราจะมาแชร์ไอเดียกัน พอทำเพลงต่อไปเราก็มีไอเดียใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ถ้าถามว่าเป็นแนวอะไร คนฟังส่วนใหญ่เขาจะบอกว่าเป็นเซิร์ฟป๊อป, โลว์-ไฟ, ซิตี้ป๊อป แต่อยากให้เรียกว่าอัลเทอร์เนทีฟมากกว่า ให้กว้างๆ ไว้ก่อน

นัส : อัลเทอร์เนทีฟมันครอบคลุมแนวเพลงที่เราชอบกันอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ฟิกซ์ว่าต้องเป็นแบบนี้อย่างเดียว เพราะไอเดียมันเปลี่ยนไปตลอด เราอยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ มากกว่านี้

บิ๊ก : คนฟังสามารถตีความให้วงเป็นอะไรก็ได้ แนวอะไรก็ได้ ด้วยตัวของคนฟังเอง แล้วแต่ว่าคนฟังจะคิดยังไง

 

The Vuniyerse

  • การทำงาน

นนท์ : ตอนทำมินิอัลบั้ม เราไม่ได้มีคอนเทนต์ที่จะสร้างเป็นคอนเส็ปท์ แต่เมื่อเริ่มทำแต่ละเพลง มันก็มีไอเดียโผล่มาเรื่อยๆ ซึ่งพอรวมกันแล้ว ทุกคนรู้สึกสนุกไปกับมัน ซึ่งเนื้อหาจะมีความทะเล้น มีความกวนเบาๆ และด้วยความที่เราไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมาก เราแต่งเนื้อเพลงได้ในระดับหนึ่งของพวกเรา แต่ดีใจที่ได้ทำมันออกมา ฟังแล้วสบายใจ เหมือนการได้ไป

พักผ่อนหน้าร้อน แต่ตอนนี้การทำเพลงของเดอะ วูนิเยิร์สจะเหมือนหนังแนว Road Movie กับ Coming of Age รวมกัน เหมือนแสดงให้เห็นการเติบโตของวง แนวเพลงก็จะเคลื่อนไปตามช่วงเวลา

นัส : ตอนทำมินิอัลบั้ม ไอเดียจะเริ่มมาจากนนท์ ให้นนท์เป็นคนแต่งเนื้อเพลง แล้วเราก็ช่วยกันคิดทำนอง โดยผมจะเป็นคนเรียบเรียงต่อ เสร็จแล้วก็อัดเลยโดยที่ไม่ต้องซ้อม เพราะเราจะอัดกลองในโปรแกรม ถ้าเขียนเสร็จแล้วก็อัดกีตาร์เข้าไปเลยทันที ที่เราไม่อยากยืดระยะเวลาการ Process ให้นาน เพราะมันจะทำให้เพลงบูดและเก่า แล้วจะรู้สึกอยากแก้ต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ไม่จบสักที ถ้าไม่ดีจริงๆ ค่อยกลับไปแก้ ตรงนี้ทำให้เรามีเพลงค่อนข้างเยอะ แต่เรารู้จุดบาลานซ์ว่าจะต้องพอดียังไง ส่วนอัลบั้มที่กำลังทำกันอยู่ เราพยายามทำให้มันเนี้ยบขึ้น เรียนรู้กระบวนการทำแผ่นกันเอง ช่วยกันออกไอเดียมากขึ้น แล้วมาเคลียร์กันว่าจะให้เป็นไปในทิศทางไหน เริ่มใส่เรื่องราวของแต่ละคนลงไป

 

The Vuniyerse

 

บิว : ผมเป็นคนทำวิชวลกับ Lyrics Video เพราะเรามาใหม่ ไม่มีใครรู้จักเรา เลยพยายามให้เข้าถึงได้ง่าย การที่เพลงของเราเป็นภาษาอังกฤษ แค่ฟังอย่างเดียวอาจจะไม่เข้าใจ เลยเปิดเนื้อร้องไปด้วย ส่วนในอนาคตอาจจะพัฒนาตรงนี้ ไม่ให้มีแค่เนื้อเพลง เหมือนการทำงานศิลปะ เพราะว่าผมไม่ได้เก่งเรื่องดนตรี แต่มีความสามารถด้านการวาด เป็นอะไรที่ค่อนข้างสอดคล้องกันมาก เลยอยากให้มันประสานกัน พอฟังแล้วต้องตีความ คิดไอเดียการนำเสนอให้เชื่อมโยงกับโชว์

นนท์ : เพราะวงเราเพิ่งก่อตั้งขึ้นมา ไม่ได้มีคนรู้จักมากนัก แต่เรารู้สึกว่าการทำวิชวล เป็นส่วนที่สามารถติดต่อกับคนดูได้ง่าย เลยพยายามให้ดนตรีที่เล่นสดสามารถสื่อสารกันระหว่างเรากับคนดูได้ ไม่ใช่แค่เราส่งไปให้คนดูอย่างเดียว บางทีคนดูอาจจะรู้สึกในจุดอื่น ที่ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรี

 

The Vuniyerse

  • ความคาดหวัง

นนท์ : พอวงทำงานมาถึงในระดับหนึ่งแล้ว เราก็อยากจะนำเสนอผลงานของเราให้ทั่วถึงและเป็นวงกว้างมากขึ้น เพราะอย่างมินิอัลบั้มแรกมันจำกัดมากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าคนฟังเพลงของเราอยู่ที่ไหนบ้าง แต่จุดต่อไปอยากให้วงได้ขยายไปสู่วงกว้าง อย่างเช่นการเล่นสด อาจจะไม่ใช่แค่ที่เชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ แต่อาจจะเป็นต่างจังหวัด ต่างประเทศ ให้มีมากขึ้น ส่วนแผ่นก็เหมือนกัน อาจจะทำมาในปริมาณที่มากขึ้น อยากให้คนที่ซื้อไปรู้สึกดี คุ้มค่าที่ได้ครอบครอง

  • แสดงสด

นนท์ : ส่วนใหญ่ที่เราได้ไปเล่นก็จะเป็นงานเล่นเปิดให้ศิลปิน กับงานอะคูสติกเล็กๆ ใครรู้จักเขาก็ชวนไปเล่น ทั้งที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ

บิ๊ก : แต่ก็มีงานที่เราเป็นหนึ่งในวงหลักของโชว์ด้วย อย่างที่กรุงเทพฯ ที่เคยไปเล่นก็จะมีงานของฟังใจ, ช่างชุ่ย, Playyard เราก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากตรงนี้ เพื่อพัฒนาขึ้นไปอีก

นัส : ค่อนข้างจะแปลกใจที่มีคนตั้งใจมาฟังเพลงของเรา ร้องเพลงของเราได้ มีคนมาขอลายเซ็น เหมือนกับพวกเราเริ่มเป็นที่รู้จักแล้วนิดหนึ่ง

นนท์ : พอไปเล่นสดแล้วได้ผลตอบรับค่อนข้างดี คนฟังเพลงรู้สึกชอบ รู้สึกสนุกกับโชว์ของเรา เขาก็จะมาติดตามกันมากขึ้น

 

The Vuniyerse

  • Macrowave

นัส : Macrowave เป็นเหมือนกึ่งค่ายกึ่งคอมมูนิตี้ เขาอยากจะรวมวงที่มีศักยภาพในการทำเพลงกันเองได้ เอามาทำงานเป็นกลุ่มเดียวกันกับเขา เพื่อเวลามีโชว์ที่ไหนเขาก็จะรวมเอาวงต่างๆ เหล่านี้ไปเล่น

นนท์ : เชื่อว่าทาง Macrowave เล็งเห็นว่าศิลปินที่ชักชวนมาอยู่กับค่ายนั้นมีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะได้ดูง่ายๆ เขาก็เลยมาช่วยเรื่องการทำงาน การพรีเซนต์ตัวเอง มาจัดการในส่วนที่เราไม่รู้หรือส่วนที่เราจัดการกันไม่ได้ ให้ความสะดวกกับเรามากขึ้น ซึ่งพอเราได้รับโอกาสมาแล้ว ก็ต้องพัฒนาศักยภาพของวงขึ้นไปด้วย แล้วพอมีสัญญากับค่ายแล้ว เราก็ต้องทำงานและมีวินัยมากขึ้น เหมือนมีค่ายเพื่อกระตุ้นตัวเองให้ทำเพลงและพัฒนาตัวเอง

นัส : การทำงานตามหลักการของค่าย เขาจะให้อิสระ ไม่มายุ่งเรื่องเพลงของเราเลย เขาอยากให้เราเป็นแบบเดิม

 

The Vuniyerse

  • วงดนตรี

นนท์ : ตอนนี้ก็ถือว่า The Vuniyerse เป็นงานหลักแล้ว เพราะทุกคนว่างงานกัน อาจจะมีงานอื่น แต่ไม่ได้ลงดีเทลเยอะเท่าวงดนตรี

นัส : เราเรียนจบกันมา 1 - 2 ปีละ คิดว่าถ้าเราไม่ทำเพลงในช่วงเวลานี้ ก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะได้ทำหรือเปล่า เราใช้เวลาตรงนี้ที่มันว่างมาทำประโยชน์ที่หล่อเลี้ยงความคิดสร้างสรรค์ของเราได้ เราก็ควรที่จะเก็บเกี่ยวมันไว้ เหมือนเป็นขั้นบันได ให้เราพัฒนาได้ต่อเนื่องตลอดเวลา

นนท์ : ถ้าเกิดเราทำในสิ่งที่ดี แล้วมันเป็นไปในทิศทางที่ดี เดี๋ยววันหนึ่งมันก็ได้กับตัวเราเอง ถ้าไม่ดีก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ แล้วเราก็เอาสิ่งที่ไม่ดีมาแก้ไข พัฒนาตัวเอง

นัส : ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ โอกาสมันจะมาตลอด จะเป็นโอกาสที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่เป็นไร

  • สิ่งที่เรียนรู้

นัส : ทำไปเถอะ ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำเมื่อไหร่ ไม่ต้องไปแคร์ว่าคนอื่นเขาจะมองยังไง

นนท์ : ดูอย่างเนื้อเพลงภาษาอังกฤษที่ถูกๆ ผิดๆ แต่อย่างน้อยเราได้กล้าที่จะนำเสนอมันออกมา

นัส : เหมือนเป็นรถไฟที่ไปตามใจเรา แล้วมีคนขึ้นมาบนรถไฟ มีคนมาสนใจติดตาม ก็เป็นผลพลอยได้ แต่เราทำเพราะเราชอบ อยากจะนำเสนอดนตรีแบบนี้ออกไป

 

The Vuniyerse

 

** ติดตาม The Vuniyerse ได้ตามช่องทางต่างๆ เหล่านี้ **

Facebook : The Vuniyerse

Instagram : @thevuniyerse

Youtube : TheVuniyerse

Soundcloud : TheVuniyerse

 

เรื่อง / ภาพ : ชวัลวัฒน์

Profile picture for user fourhippy

Chawanwat Siri

โฟร์ - ชวัลวัฒน์ ศิริ หรือ โฟฮิปปี้ จากเด็กฝึกงานในวันนั้น วันนี้ได้มาทำงานกับฮิพแล้ว

https://www.facebook.com/FourChawanwat

https://www.instagram.com/fourhippy