Skip to main content

SHANTI THE ROCK BAND ร็อคแบบ ‘Shanti’

40

 

 

chanti1

 

SHANTI THE ROCK BAND

ร็อคแบบ ‘Shanti’

 

HIP ชวน ต้น – ทันดร เคียงอัมพร หัวหน้าวง Shanti มาพูดคุยกันถึง Wawo In Tawo อัลบั้มชุดแรกของวง ตั้งแต่ที่มาของชื่ออัลบั้ม, กระบวนการทำงานที่เราได้ยินมาว่าเขา ‘เหมาหมด’ แทบจะทุกขั้นตอน, ความคาดหวังกับผลงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันที่อัลบั้มเสร็จออกมาเผยแพร่ให้ได้ฟังกัน ไปจนถึงเส้นทางขอวงดนตรีวงนี้ในอนาคต ที่เขาบอกว่าพร้อมจะทำอัลบั้มชุดต่อไปแล้ว!

 

shanti 2

 

“ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะมีลูกนี่ล่ะ พอมีลูกแล้วทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่า มีลูกแล้วนะเว้ย แต่อัลบั้มมึงยังไม่มีเลย สิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่นเนี่ยยังไม่ได้ลงมือเลยนะ งานก่อนหน้านี้เราก็ไม่นับเพราะว่ามันเป็นอีพี ไม่ใช่อัลบั้ม หรือไม่ก็เป็นงานที่ต้องแชร์ไอเดียกับคนอื่น แต่กับอัลบั้มนี้คือเราทำมาจนเสร็จแล้วให้คนในวงแกะไว้เล่นสด ไม่ต้องแชร์ไอเดียกับใคร ทุกอย่างทำเองคนเดียวเลย” เป็นคำตอบของต้นถึงที่มาที่ไปของ Wawo In Tawo อัลบั้มชุดแรกของวงดนตรีร็อคที่เขาเป็นทั้งหัวหน้าวงและผู้กำหนดทิศทางของผลงาน 

 

หลายคนที่ติดตามวงการดนตรีของเชียงใหม่ หรือเคยไปสนุกสนานกับเสียงเพลงในยามค่ำคืน น่าจะเคยพบเห็นชายหนุ่มคนนี้มาบ้างพอสมควร ถ้าจะว่ากันถึงประวัติการทำงาน นอกจากเล่นดนตรีกลางคืนเป็นอาชีพแล้ว ต้นเคยเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง Harmonica Sunrise รวมทั้งเคยทำงานเพลงแนวเมทัลในนามวง Vajadai (ว่าจะใด) ก่อนที่จะมาสร้างสรรค์ผลงานในนาม Shanti ที่เขาให้คำจำกัดความว่า เป็นเพลงร็อคหลากหลายสไตล์ ซึ่งต่างไปจากงานอื่นๆ ที่เขาเคยทำ และมีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด “ตอน Harmonica Sunrise ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรเกี่ยวกับเนื้อร้องเท่าไหร่ เน้นเรื่องดนตรีมากกว่า ส่วนของ Vajadai นี่จะเป็นดนตรีเมทัลหนักๆ เพราะว่าผมชอบฟังเพลงแนวนี้ แล้วที่ยากขึ้นไปอีกก็ตรงที่มีเนื้อร้องเป็นคำเมืองทั้งหมด แต่ว่าเพลงของ Shanti ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย ไม่เหมือนกับที่เคยทำมา”

 

เขาเล่าต่อไปว่า เพลงต่างๆ ที่อยู่ในอัลบั้มชุดนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่กำลังทำงานของ Vajadai อยู่ “ตอนนั้นเพลงของ Vajadai ใช้เวลาทำนาน เพราะความที่แต่งเนื้อร้องเป็นคำเมือง ต้องให้เวลากิล (กวีพันธ์ สิทธ์สน วง Crew Murng) ในการจำเนื้อเพลงกับฝึกร้องให้เข้าปากก่อน ระหว่างนั้นตัวเราเองก็มีเพลงอีกแบบหนึ่งอยู่ในหัวอยู่แล้ว พอมีจังหวะที่เราว่างแล้วลองทำ เพลงมันก็ไหลออกมาเลย ตอนนั้นก็เลยจะทำงานควบคู่กันไป คือทำเพลงของ Vajadai แล้วก็ทยอยแต่งเพลงอีกชุดหนึ่งไปเรื่อยๆ คิดอะไรได้ มีอะไรไหลออกมาก็ลองเล่นลองทำแล้วก็อัดเก็บไว้" 

 

shanti 3

 

"พอหลังจากที่อีพีของ Vajadai ออกไปแล้ว ระหว่างนั้นผมลองเอาเพลงที่ทำๆ ไว้ไปเข้าห้องอัดอยู่นะ แต่ว่ายังไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ก็เลยไม่เอามาใช้ แล้วต่อจากนั้นลูกก็เกิด กับผมไปได้โปรแกรมทำเพลงตัวใหม่มา ซึ่งตัวนี้ซาวด์ดีมาก ทำอะไรได้เยอะขึ้นกว่าอันเดิมที่เคยใช้ แต่ระหว่างนั้นอาจจะไม่ค่อยได้ทำเพลงเท่าไหร่ ยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกเป็นหลัก จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งที่ชานติซึ่งตอนนั้นอายุซักเดือนสองเดือนร้องไห้ใหญ่เลย ทำยังไงก็ไม่หยุดร้อง ผมเลยเอากีตาร์มาเล่นให้เขาฟัง พอฟังเพลงแล้วลูกก็หยุดร้อง ก็เลยได้ทำนองเพลง Yellow Umbrella มา คือเป็นเพลงที่เราเล่นๆ กีตาร์ไปเพราะจะกล่อมให้ลูกหยุดร้องนี่ล่ะ ก็บอกภรรยาว่าเอาลูกไปดูหน่อย ขอแต่งเพลงก่อน หลังจากทำเพลงนี้เสร็จแล้วก็เลยคิดต่อว่างั้นเอาเพลงที่ทำๆ ไว้มารวมกันดีกว่า กับเอาเพลงที่เคยทำเดโมสมัยอยู่กับ Harmonica Sunrise มาทำใหม่ด้วย ที่ซาวด์มันใกล้เคียงกันกับเพลงที่มี ส่วนชื่อโปรเจ็คท์ก็เอาชื่อลูกนี่ล่ะ ก็เลยออกมาเป็น Shanti อย่างที่เห็น”

 

มาถึงตรงนี้เราจึงถามเขาว่า ทำไมถึงเลือกทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งคำตอบของเจ้าของผลงานก็คือ “ผมจะมีซีดีในรถที่ทำเป็นเพลย์ลิสต์ของตัวเองเอาไว้ แล้วเพลงในแต่ละแผ่นก็จะแตกต่างกันไปตามความชอบ ตามที่เราจัดไว้ อย่างเช่นแผ่นหนึ่งอาจจะเป็นรวมเพลงของนักร้องหญิงที่ชอบ อีกแผ่นอาจจะรวมเพลงจากวงต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเพลงพวกนี้เราเป็นคนเรียงเพลงเองตามอารมณ์ของเรา พอฟังบ่อยๆ เข้า วันหนึ่งก็เกิดความรู้สึกว่าอยากมีเพลงของตัวเองที่เป็นภาษาอังกฤษบ้าง อยากให้เพลงมันออกมาอารมณ์เดียวกับเพลงที่เราทำเป็นเพลย์ลิสต์ไว้ ซึ่งถ้าทำให้ได้ซาวด์ดีๆ ด้วยแล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก อีกอย่างผมเล่นดนตรีกลางคืนก็ร้องเพลงสากลเป็นส่วนใหญ่ มันเลยรู้สึกชินมากกว่า”

 

ส่วนเรื่องที่มาของเนื้อหาของแต่ละเพลง ต้นกล่าวว่ารวมๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตในหลายๆ แง่มุม โดยเขาอธิบายถึงแต่ละเพลงในอัลบั้มว่า “Wawo In Tawo ที่เป็นทั้งชื่ออัลบั้มแล้วก็ชื่อเพลงแรก มีที่มาจากคำที่ชานติชอบพูดช่วงที่เริ่มพูดได้ เป็นคำที่เขาจะพูดเวลามาปลุกผมตอนเช้า ถามว่าแปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ก็เลยจับมาอัดเสียงไว้ทำเพลงเลย, Never Surrender นี่อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวหน่อย พูดถึงเรื่องการไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง, A Toast นี่ออกแนวประชดประชัน ดื่มเพื่อทุกสิ่งทุกอย่างในโลก, Loneliness เป็นเพลงที่แต่งตั้งแต่ตอนอยู่กับ Harmonica Sunrise จะออกไปทางเหงาๆ ชีวิตมืดมนอะไรประมาณนี้, Cozy Pain นี่ได้รุ่นพี่ที่เป็นอาจารย์ที่ มช. มาช่วยแต่งเนื้อให้ เป็นการประชดชีวิตรักของนักศึกษาที่เป็นลูกศิษย์ว่าเหมือนคนเสพติดความเจ็บปวด, Sweet Illusion แต่งตอนที่การเมืองมีแบ่งเป็นสีต่างๆ พูดถึงคนที่เทิดทูนแต่เงินอย่างเดียว, Breathe นี่จะพูดถึงการใช้เฟซบุ๊กของคนเรา ว่าทุกคนจะรู้สึกว่าทำอะไรก็ได้เมื่ออยู่ในนั้น เพราะคนไม่รู้จักตัวจริง, Do Something Good จริงๆ ตั้งใจแต่งให้วงสนิมหยก แต่เขาบอกว่าไม่ใช่สไตล์เขา ก็เลยเอามาใช้เอง ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอะไรดีๆ ให้เป็นนิสัย, I’ll Be By Your Side เนื้อเพลงเขียนถึงสิ่งที่เรารัก ไม่ว่าคน สัตว์ หรืออะไรก็ตามที่เราผูกพัน ซึ่งได้จากโลกนี้ไปแล้ว, Yellow Umbrella ก็จะมาในทางของ The Beatles ฟีลแบบนั้น ส่วน The Weak ก็มาจากบางช่วงเวลาที่เราเองรู้สึกเหนื่อยกับอะไรหลายๆ อย่าง ก็เอามาเขียนเป็นเพลงว่าบางครั้งเราก็จะมีช่วงเวลาแบบนี้นะ แต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป”

 

shanti 4

 

ว่ากันด้วยเรื่องของที่มาของเนื้อเพลงแต่ละเพลงไปแล้ว ก็ต้องถามถึงเบื้องหลังการทำงานกันบ้าง ซึ่งต้นแจกแจงรายละเอียดให้เราฟังว่า “ตอนแรกเราออกเป็นอีพีก่อน มี 4 เพลง หลังจากนั้นก็มาทำเพลงอื่นๆ ต่อ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ได้โปรแกรมทำดนตรีที่ดีมากๆ มีซาวด์ให้ใช้เยอะ ช่วยให้เราทำอะไรได้เยอะมาก ชีวิตก็จะวนเวียนอยู่กับการไปเล่นดนตรี เลี้ยงลูก แล้วก็ทำเพลง ซึ่งจริงๆ เพลงจะครบตั้งนานแล้วด้วย แต่ว่าระหว่างนั้นมีช่วงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ก็คือหยุดยาวไปเลย จนผ่านงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพไปแล้วถึงมาทำต่อ พอเพลงครบก็ทำมาสเตอริ่งเลย เสร็จแล้วก็เอามาทวนฟังอยู่อีกเดือนหนึ่ง ลองฟังหลายๆ แบบ เช็คว่ามีตรงไหนที่ยังฟังไม่รู้เรื่องหรือเปล่า เพราะว่าคราวนี้เราทำเอง ไม่ได้ไปทำที่ห้องอัดเหมือนงานอื่นๆ ซึ่งผลที่ออกมาก็โอเคในระดับหนึ่งนะ คือยังไม่ถือว่าดีที่สุด แต่ว่าก็พอใจกับงานที่ออกมาแล้ว ได้ซาวด์อย่างที่ต้องการ ส่วนที่ยังขาดไปจะเป็นเรื่องเทคนิคในการบันทึกเสียงที่ยังไม่รู้มากกว่า ซึ่งก็เป็นข้อเสียของการทำคนเดียวนะ บางอย่างเราก็ยังรู้ไม่พอ เป็นบทเรียนว่าต่อไปเราต้องใส่ใจเรื่องนี้ แต่อีกด้านหนึ่งก็คือเรียนรู้ไป เอาเท่าที่ได้ ให้สำเร็จในจุดที่ตัวเองหวังไว้”

 

การที่ต้นเลือกที่จะทำงานเองคนเดียวแทบทุกอย่างในงานชุดนี้ เขาให้เหตุผลว่า เป็นเพราะอยากให้งานออกมาตรงกับสิ่งที่คิดเอาไว้มากที่สุด “คือเราเป็นคนแต่งเพลง มีภาพดนตรีที่อยากได้อยู่แล้ว แต่บางทีคนอื่นเขาอาจจะเห็นภาพไม่ตรงกับเรา ก็เลยทำเองเลยดีกว่า คือบางทีคนเราจังหวะมันไม่เท่ากัน เราคิดได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราไม่ทำเอง เราใช้คนอื่น แล้วเกิดเขาไม่ว่าง ยังใม่สะดวก ก็ต้องรอ แล้วไฟของเราที่กำลังลุกอยู่ตอนนั้นมันก็จะมอดไปเปล่าๆ อีกอย่างก็มาจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราเคยผ่านช่วงเวลาที่ทำงานเพลงออกมาโดยที่รู้สึกว่ามันยังไม่ดี แต่ว่าแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว การที่ต้องหาข้ออ้างเพื่อเอามาแก้ตัวทีหลังมันเจ็บปวดนะ พอทำงานเพลงของตัวเองก็เลยตัดสินใจว่าทำเองเลยละกัน จะได้ไม่ต้องโทษใครเลยสักคน ผลออกมายังไงก็อยู่ที่เราคนเดียวเลย ถ้ามันดีก็ดีเพราะเรา หรือถ้ามันห่วยก็เป็นเพราะเรานี่ล่ะ”

 

เมื่อถามต้นว่าเขาพอใจกับอัลบั้ม Wawo In Tawo แค่ไหน คำตอบจากเจ้าของผลงานก็คือ “หลังจากที่มีอัลบั้มออกมาแล้ว อย่างแรกเลยคือผมรู้สึกดีมาก รู้สึกว่าอยากจะทำเพลงอีก ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีแรงทำ ต่อให้ทำแล้วไม่มีใครฟัง ให้ทำไว้ฟังเองก็ได้ คือไม่ได้กังวลอะไรว่าจะมีคนชอบหรือเปล่า จะขายได้ไหม ไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลย แต่ผมว่าเมื่อเราฟังเพลงของตัวเองแล้วเราต้องชอบก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งผมโอเคกับงานที่ออกมานะ แล้วที่ชอบมากที่สุดหลังจากฟังมาแล้วไม่รู้กี่รอบตั้งแต่ตอนทำ ก็คือในตัวงานไม่มีตรงไหนที่เรารู้สึกว่าเสียงหรือดนตรีมันโดดจากส่วนที่เหลือ ไม่มีอะไรที่ติดขัด ส่วนเรื่องการตอบรับผมไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับคนฟังเลยว่าชอบไม่ชอบ ผมไม่ได้คาดหวังว่าคนจะต้องมาฟังเพลงสากลที่ผมแต่งนะสำหรับผมคืองานนี้เสร็จแล้ว หลังจากนี้ผมก็จะไปทำเพลงอื่นต่อไป เรียกว่าอัลบั้มแรกเหมือนจบปริญญาตรีก็ได้ ต่อไปเราก็ต้องไปเรียนปริญญาโทต่อ พยายามทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่เราจะทำได้ ซึ่งตอนนี้งานชุดที่สองก็มีเพลงในมือบ้างแล้ว กับมีน้องที่เขาเก่งมากๆ เรื่องงานบันทึกเสียงจะมาช่วย ก็หวังว่าอยากจะทำให้เสร็จทันภายในปีนี้”

 

 

* ติดตามความเคลื่อนไหวของวง Shanti ทั้งตารางการแสดง, ฟังผลงานเพลงของพวกเขา หรือสอบถามเพื่อเป็นเจ้าของอัลบั้ม Wawo In Tawo กันได้ที่ 

Facebook : Shantirockband *

 

 

 

เรื่อง : ระพินทรนาถ 

ภาพ : ศมนภรณ์

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai