Skip to main content

ROBOT : INSIDE STORY คุยเรื่อง ‘ Robot ’ กับ FOXY

79

FOXY

 

เคยสัมภาษณ์กันไปตอนออกอัลบั้มแรก พอรู้ว่างานชุดที่สองของ FOXY ออกมาให้ได้ฟังกันในงาน FOXY ‘Robot’ Album Release Live at Hard Rock Cafe Chiang Mai แล้ว HIP ก็ไม่พลาดที่จะไปตามตัว ไกด์ – สมคิด กุยแก้ว (เบส), โบ – ต้องจักษ์ ศุภผลศิริ (กีตาร์), แตง – กฤตธิ์ สุวรรณธาดา (กีตาร์) และ เลท – มาฆบุตร ศรคม (กลอง) มาพูดคุยกันถึงเบื้องหลังของการทำงานชุดใหม่, การใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสมาชิกวงดนตรี (พวกเขายังคงออกตัวว่าไม่ได้เก่งกาจอะไร) ที่บางคนรู้สึกว่าเหมือนมาเป็นเหยื่อให้โดนคนอื่นกลั่นแกล้งรังแก และความประทับใจที่ได้รับตลอดเวลาที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน (ซึ่งทำให้บางคนถึงกับหลั่งน้ำตา!)  

เพลงใน Robot นี่เริ่มทำกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

แตง : เริ่มอัดเสียงกันก็น่าจะหลังจากไปเล่นที่งาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 ของ HIP นี่ล่ะครับ

 

โบ : จริงๆ ช่วงก่อนที่จะไปเล่นที่งาน Pai Jazz & Blues Fest 2017เราก็เริ่มมีเพลงใหม่บ้างแล้ว ก็จะนัดซ้อม นัดมาทำเพลงกัน

ชีวิตของแต่ละคนก่อนที่จะเริ่มทำงานชุดนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไหม? แล้วมันมีผลกับการทำอัลบั้มบ้างหรือเปล่า?

เลท : ผมทำงานประจำครับ ช่วยงานที่บ้าน ก็จะมีผลคือเวลาที่จะนัดทำงานกับวงก็จะน้อยลง ต้องฟิกซ์เวลามากขึ้นว่าจะเจอกันตอนไหนบ้างตอนชุดแรกนี่ยังเล่นดนตรีเป็นหลักอยู่ แต่ตอนหลังงานประจำภาระหน้าที่ก็เพิ่มขึ้น กลางวันนี่เรียกว่าไม่ว่างเลย จะมาซ้อมได้ก็แค่ตอนกลางคืนที่ไม่มีคิวเล่นที่ไหน

 

ไกด์ : ของผมก็เหมือนเดิมครับ ทำงานหลายอย่าง ส่วนเรื่องดนตรีจะเล่นน้อยลง เล่นกลางคืนแค่วันเดียว ทำให้มีเวลาได้ซ้อมได้ทำการบ้านสำหรับเพลงของวงได้มากขึ้น แล้วก็ต้องคอยดูแลเลท บางทีมันคิดอะไรมาแล้วก็ชอบลืม กับต้องคอยตามมันมาซ้อม (หัวเราะกันทั้งวง)

 

แตง : ปกติเราเป็นวงที่ไม่ได้ซ้อมกันบ่อยอยู่แล้วครับ มีช่วงที่จะเข้าห้องอัดที่จะเจอกันถี่หน่อย แต่ทุกคนก็จะทำการบ้านในส่วนของตัวเอง

คือถ้าไม่มีอะไรก็ต่างคนต่างอยู่ไป ถ้ามีงานหรือจะต้องทำอะไรก็มานัดวางแผนซ้อม วางแผนทำงานกัน

 

'Handsome Jack'
ซิงเกิลแรกจาก Robot อัลบั้มชุดที่ 2 ของ FOXY

กระบวนการทำงานจนอัลบั้ม Robot ออกมาเสร็จสมบูรณ์เป็นยังไงบ้าง?

แตง : หลังจากห่างๆ กันไปช่วงนึง พอผมรู้สึกว่าอยากทำเพลง มีวัตถุดิบที่คิดว่าจะเอามาใช้ในการแต่งเพลงละ ก็เริ่มลงมือทำงาน แต่ตอนเริ่มทำ Robot มันจะช้ากว่าที่ตั้งใจไว้แต่แรก เพราะระหว่างนั้นผมมีปัญหาสุขภาพนิดหน่อย ไขมันเกิน น้ำตาลเกิน ต้องคอยระมัดระวังเรื่องสุขภาพตัวเอง ปกติถ้ามีอารมณ์อยากจะทำเพลงละ ผมก็จะเริ่มหาข้อมูลหาวัตถุดิบที่จะเอามาใช้ แต่พอต้องดูแลสุขภาพตัวเองไปด้วย กว่าจะได้เริ่มหาวัตถุดิบเอามาแต่งเพลงก็เลยช้าไปกว่าที่ตั้งใจไว้

 

โบ : จริงๆ มันมีเพลงใหม่บางเพลงที่ได้มาตั้งแต่ก่อนลงไปงานสีสันอะวอร์ดส์แล้ว แต่ว่าตอนนั้นยังเก็บไว้ก่อน ยังไม่เอามาเล่น จนเริ่มมาทำอัลบั้มใหม่ถึงเอามาทำกัน

 

แตง : ส่วนขั้นตอนการทำงานก็ยังเหมือนเดิม เพลงเริ่มต้นมาจากผมแต่งเพลงเสร็จแล้วก็เขียนใส่กระดาษมา เขียนคอร์ดคร่าวๆ มาให้คนอื่นๆ ว่าเพลงนี้อยากจะให้เล่นประมาณไหน ส่วนแต่ละคนอยากจะใส่อะไรเพิ่มเติมก็บอกมา คือผมจะบอกเนื้อเรื่องของเพลงก่อนว่าเป็นยังไง

เพื่อให้แต่ละคนไปตีความ ส่วนในรายละเอียดผมก็ให้อิสระเลยว่าใครอยากจะใส่อะไรก็ใส่ไป

 

ไกด์ : จริงๆ คอร์ดนี่ก็ไม่ค่อยฟิกซ์นะ เขียนห้องผิดประจำเลย (หัวเราะ)

 

โบ : ก็จะมีไกด์กับเลทที่ค่อยช่วยจัดระบบอยู่

 

แตง : ส่วนของแต่ละคนในเพลงนี่คืออยากทำอะไรก็ทำเลย ถ้ายังอยู่ในขอบเขตและสัมพันธ์กับคอนเส็ปท์หรือเรื่องที่จะนำเสนอ ส่วนใหญ่ก็จะมีเลทคนเดียวที่อยากตีแบบนั้นแบบนี้แต่ไม่ตรงกับที่เราอยากได้ ก็เลยไม่ให้ (หัวเราะ) มันตีความไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขา คนอื่นเสนออะไรก็ผ่านกันหมด มีแต่มันที่เสนออะไรมาแล้วไม่ค่อยจะผ่าน เหมือนทำอะไรก็ผิด (หัวเราะ)

 

เลท : บางทีผมก็คิดนะว่าทำไมผมโดนแกล้งทุกครั้งเลยวะ

 

โบ : แต่ว่ามันเป็นคนตั้งชื่ออัลบั้มนะ สุดท้ายมันก็ชนะ อันนี้ทุกคนยอมสู้ไม่ได้

 

แตง : หลังจากนั้นพอเริ่มมีเพลงแล้ว ก็มาวางแผนว่าจะอัดเสียงกันยังไง

 

โบ : หลังจากแตงกลับมากินน้ำตาลแล้ว 555

 

ไกด์ : รู้สึกว่าจะตอนไปงาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 นี่ล่ะที่ตบะแตก อะไรที่เขาบอกว่าให้งดมันกลับมากินหมด เลยได้เพลงจากประสบการณ์ตรงมาเพลงนึง (The Importance Of Sugar)ดูเหมือนชุดที่สองซาวด์จะเห็นความเป็นร็อคเด่นชัดขึ้น?

 

โบ : ผมเป็นคนมิกซ์เอง ความร็อคมันเลยเพิ่มขึ้น (หัวเราะ)

 

แตง : คืออะไรที่ยังไม่ได้ทำตอนชุดแรกก็ลองเอามาเพิ่ม เอามาลองทำในชุดนี้

 

FOXY

Listening 1st and 2nd album on ฟังใจ - Fungjai
https://www.fungjai.com/artists/foxy/albums/robot

สำหรับแต่ละคน การทำงานในชุดนี้มีอะไรที่ต่างจากตอนทำงานชุดแรกบ้าง?

เลท : ผมเสนออะไรไม่ค่อยผ่านครับ (หัวเราะกันทั้งวง)

 

ไกด์ : สำหรับผม ในพาร์ทของเบส ตอนทำงานชุดแรกผมรู้สึกว่าตัวเองมีความอยากจะอวดฝีมือเยอะไป พยายามโชว์เทคนิคเยอะไป กับอยากให้ซาวด์ออกมาหลายๆ แบบ ไปยืมเบสคนโน้นคนนี้มาเล่น เหมือนเราเล่นดนตรีแล้วอยากเอาทุกอย่างที่เรารู้ยัดลงไป แต่กับชุดนี้ผมใช้เบสตัวเดียว ซาวด์ที่ออกมาก็เป็นโทนเดียว ไม่เล่นเทคนิคเยอะละ เน้นให้ไปตามอารมณ์ของแต่ละเพลงมากกว่า คือพอมานั่งฟังงานชุดแรกมันดูรก เหมือนเราสนใจแต่อยากจะปล่อยของ แต่ชุดที่สองนี่ผมเล่นให้น้อยลง ให้พอเหมาะ มองเรื่องเพลงเป็นหลัก

 

โบ : ของผมก็จะคล้ายๆ กับไกด์ เน้นซัพพอร์ตเพื่อนๆ เป็นหลัก เล่นให้มันเข้ากับธีมหลัก ไม่ค่อยเล่นนอกเกมเท่าไหร่

 

เลท : ของผมก็จะเล่นตามที่พี่แตงบอกมาว่าอยากได้แบบไหน แล้วก็คอยดูพี่ไกด์ เกาะๆ เขาไป

ใช้วิธีทยอยแต่งเพลงไปแล้วอัดไปด้วย หรือว่าทำเพลงให้ได้ครบก่อนแล้วค่อยมาอัดเสียง?

โบ : ทำเพลงจนครบก่อนครับ เสร็จแล้วก็มาวางแผนกันว่าจะเข้าห้องอัดแล้วนะ จะให้เสร็จช่วงนี้นะ จากนั้นค่อยมาดูคิวของแต่ละคนว่าเป็นยังไงกันบ้าง จะจัดคิวกันยังไง อยากเลทต้องทำงานประจำ กลางวันจะไม่ว่างอะไรอย่างนี้ แล้วก็หาวิธีวางแผนว่าจะอัดแต่ละพาร์ทยังไง จำได้ว่าอัดกลองก่อนเลย หาวิธีจัดคิวให้เลทได้อัดกลองทั้งหมดให้เสร็จก่อน อัดกลางวันไม่พอก็เพิ่มคิวกลางคืนเข้าไป

 

แตง : เราคุยกันว่าจะอัดให้เสร็จก่อนสิ้นปี 2560 ก็มาวางแผนจัดคิวกัน ซึ่งเรื่องการจัดการพวกนี้เราพอจะมีประสบการณ์อยู่แล้ว

 

โบ : หลักๆ ก็เป็นการจัดสรรเวลาของแต่ละคน แต่พอพาร์ทกลองของเลทเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือก็ง่ายละ

 

แตง : แล้วเราให้พี่โบเป็นคนมิกซ์ด้วย ก็ปล่อยให้เขาได้ทำอะไรเต็มที่

 

ไกด์ : พอกลองเสร็จก็ทยอยส่งมา จากนั้นก็เป็นคิวผม แล้วก็พี่โบ แตงเป็นคนสุดท้าย

 

แตง : จะมีบางเพลงที่สลับคิวกันบ้างนิดหน่อย แล้วตัวผมเองก็จะเคลียร์คิวให้ว่างๆ ไว้ เผื่อว่าต้องแก้ปัญหาหรือต้องจัดการอะไร

 

FOXY

ตอนนั้นให้เวลาในส่วนของการมิกซ์เสียงกันไว้เท่าไหร่?

แตง : จริงๆ ก็แล้วแต่พี่โบเลยครับ ปล่อยเต็มที่เลย

 

โบ : แต่ว่าผมอยากเคลียร์ทีเดียวให้เสร็จดีกว่า ก็ลุยทำตูมเดียวไปเลย ก็วางแผนไว้ว่าจะให้เสร็จช่วงต้นๆ เดือนธันวา ระหว่างนั้นผมหาตัวอย่างมาฟังเยอะมาก พอทำงานของ FOXY เสร็จผมเลิกแตะคอมพิวเตอร์ไปเป็นเดือนเลย พักยาว

ถือว่างานเสร็จตามแผนที่วางไว้?

แตง : ก็อยู่ในช่วงที่วางไว้ครับ ออกขายวันสิ้นปีพอดี ตอนแรกก็มีลุ้นนิดหน่อย เพราะหลังจากผ่านพี่โบมาแล้ว ส่วนที่เหลือมันเป็นส่วนที่เราควบคุมไม่ได้ เรื่องปั๊มแผ่น ทำอาร์ตเวิร์ก ลุ้นอยู่ว่าจะทันไหม แต่ว่าสุดท้ายก็ทัน

อยู่ด้วยกันมาจนมีงานชุดที่สองแล้ว ในแง่ของการทำงานร่วมกันในฐานะสมาชิกวง แต่ละคนรู้สึกว่าเป็นยังไงบ้าง?

เลท : ผมโดนแกล้งมากขึ้นครับ (หัวเราะกันทั้งวง) เมื่อก่อนโดนพี่แตงแกล้งคนเดียว แต่นี่โดนทั้งวงเลย

 

แตง : ประกาศรับออดิชั่นมือกลองวง FOXY นะครับ (หัวเราะ)

 

เลท : แต่ถ้าเป็นเรื่องการทำงาน นอกจากจะได้เล่นอะไรใหม่ๆ อย่างที่เคยบอก ก็จะได้ตีความมากขึ้น ได้คุยกับพี่แตง ได้ตีความจากเรื่องที่เขาเล่า เมโลดี้ที่เขาคิด ว่าเราจะเล่นออกมายังไง ซึ่งผมก็อินนะ เกมที่เขาเล่นผมก็เล่น เรื่องปลา (ที่มาของเพลง Sunfish) เขาก็อธิบายให้ฟังว่ามันเป็นยังไง เวลามาซ้อม คุยไปก็เปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านพี่ไกด์ดูข้อมูลไป แล้วพออยู่ด้วยกันบ่อย โดนแกล้งจนชิน มันก็สนิทกันมากขึ้น

 

ไกด์ : ผมว่าพวกเราอยู่ด้วยกันแล้วไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ไม่ต้องคุยอะไรกันมาก คุยกันนิดเดียวก็เข้าใจ ส่วนการทำงานก็ง่ายขึ้น อาจจะเป็นจากตัวผมด้วยที่รู้สึกว่าอยากทำงานให้ง่ายๆ แล้วคนอื่นๆ ก็โอเคด้วย

 

แตง : ผมว่าวงนี้ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรจุกจิก คุยกันรู้เรื่อง

 

โบ : ส่วนหนึ่งก็คงเพราะรู้จักกันมานานแล้ว

 

แตง : มันเหมือนกับว่าตรงนี้เป็นที่ที่อยู่แล้วทุกคนสบายใจ

 

FOXY

กับงานชุดที่สอง แต่ละคนพอใจมากน้อยขนาดไหน?

แตง : ก็แฮปปี้ดีครับ ไม่มีตรงไหนที่รู้สึกว่าทำพลาดไปหรือรู้สึกว่าไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้น อาจจะติดนิดหน่อยตรงที่กีตาร์มันอาจจะมีเรื่องติดขัดบ้าง แต่ก็แค่เล็กๆ น้อยๆ

 

เลท : ส่วนตัวผมก็พอใจครับ อาจจะมีบางส่วนที่จะจำไว้เป็นประสบการณ์ เอาไว้ปรับปรุงในงานต่อๆ ไป

 

ไกด์ : ของผมอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงเยอะหน่อย อย่างที่บอกว่าวิธีการเล่นเปลี่ยน ใช้เบสตัวเดียว ซึ่งซาวด์บางอย่างที่ผมคิดว่าไม่น่าจะได้แต่ก็ปรากฏว่าทำได้ แล้วเราได้ฝึกด้วย อะไรที่เราเล่นในคราวนี้มันจะมาจากมือเราจริงๆ มากขึ้น เป็นสิ่งที่ค้นพบจากการทำงานชุดนี้เลย งานชุดแรกไปยืมเบสคนโน้นคนนี้มาเพราะคิดว่าอยากจะให้ซาวด์ออกมาเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ว่ากับชุดนี้คือเป็นซาวด์ที่เราเล่นจากตัวเราเองจริงๆ

 

โบ : สำหรับผมในฐานะที่เป็นคนมิกซ์ด้วย เป็นครั้งแรกที่มิกซ์งานทั้งอัลบั้ม ก็ถือว่ายังไม่ดีมาก แต่ก็ที่สุดของผมแล้ว ใช้ความรู้ทั้งหมดที่เรียนมากับงานนี้เลย กับได้ทดลองอะไรหลายๆ อย่าง พยายามทำให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ งานนี้ถือว่าได้ความรู้เยอะมาก ก็ภูมิใจครับ

ความที่ตอนเริ่มต้นมันเหมือนเป็นไซด์โปรเจ็คท์ของแตง แต่ละคนเคยคิดไหมว่าจะอยู่ด้วยกันจนมีงานชุดที่สองแล้ว?

แตง : สำหรับผมเองอยากจะทำไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว ตอนที่ผมไปชวนทั้งสามคนนี้ ผมก็บอกทุกคนว่าถ้าสนุกก็ทำงานด้วยกันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าวันหนึ่งอยากจะหยุดก็ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน ไม่จำเป็นต้องเล่นกับผมไปตลอด

 

โบ : เล่นกับวงนี้แล้วมันไม่เครียด ไม่มีเรื่องจุกจิกวุ่นวาย อยู่แล้วไม่เคยมีความรู้สึกว่าไม่อยากมาเล่นเลย

 

เลท : ผมเองก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ อยากอยู่กับวงนี้ วงนี้ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะอะไรกันเลย คือเขาเป็นผู้ใหญ่กัน ไปเล่นที่ไหนผมก็อยากไปด้วย อยากไปเล่นให้คนได้ฟังเพลงของเรา

 

ไกด์ : ของผมก็คงจะคล้ายๆ กับคนอื่นๆ คืออยู่ในวงนี้แล้วมันง่ายๆ สบายๆ แต่ว่าไม่มักง่ายนะ เวลาซ้อม เวลาทำงาน ทุกคนจะทำการบ้าน มีความรับผิดชอบ มันก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แล้วทำงานตรงนี้มันก็สนุกดีด้วย

 

โบ : อีกอย่างคือทำงานกับวงนี้แล้วรู้สึกว่ามันพัฒนาขึ้น คือชุดนี้ผมรู้สึกว่าเพลงมันกลมกล่อมขึ้นกว่าชุดแรก ทั้งที่จริงๆ แล้วดนตรีมันหนักกว่าเดิม ร็อคมากขึ้น แต่มีหลายคนฟังแล้วบอกผมว่ามันฟังเพลินดี แล้วความที่ผมต้องฟังงานนี้เยอะกว่าใครๆ ผมรู้สึกว่าทุกคนจูนเข้าหากันมากขึ้น ให้ความสำคัญกับเมโลดี้หลัก แล้วเอาไลน์ของตัวเองเข้ามาเชื่อมให้มันสอดคล้องกับเมโลดี้หลัก ฟังแล้วก็เลยรู้สึกสมูธขึ้น

 

ไกด์ : เรียกว่าเล่นเพื่อเพลงกันมากขึ้น

 

FOXY

หลังจากเปิดตัวอัลบั้มชุดที่สองแล้ว วางแผนการทำงานในลำดับต่อไปไว้อย่างไรบ้าง?

แตง : ก็จะเป็นแพลนระยะยาวหน่อยครับ คิดไว้ว่าจะหาที่เล่นในเชียงใหม่ซักสองสามที่ เก็บเงินซักก้อนเพื่อจะลงไปทัวร์ที่กรุงเทพฯ เล่นที่โน่นแล้วเก็บเงินเพื่อจะกลับมาทำ Live Session ดีๆ ซักรอบนึง อันนี้คือที่คิดไว้สำหรับช่วงครึ่งปีแรก แล้วระหว่างที่ทำ Live Session ก็จะถ่ายวิดีโอไว้ด้วย เก็บไว้เป็นโปรไฟล์ของวง พอเข้าช่วงครึ่งปีหลังก็กะว่าจะลองส่งโปรไฟล์ไปตามงานเฟสติวัลต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ แล้วค่อยมาดูว่าจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสนะ เข้าใจว่าทำเพลงบรรเลงนี่ตลาดบ้านเราอาจจะยากนิดนึง ได้เล่นก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็พยายามจะส่งไปทุกที่ตามกติกาของเขา

ในฐานะสมาชิกของ FOXY นอกเหนือจากเรื่องอัลบั้มใหม่กับเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมวง มีเรื่องอะไรอีกที่เรารู้สึกประทับใจจากการมาทำงานในจุดนี้บ้าง?

โบ : สำหรับผมเรื่องที่งานชุดแรกได้เข้าชิงรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ กับ คมชัดลึก อวอร์ด คือสิ่งที่เหนือความคาดหมายมากๆ ไม่คิดว่าจะไปถึงตรงนั้น คือรางวัลพวกนี้เราเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก แล้ววันหนึ่งเราก็ได้ไปเป็นส่วนหนึ่งในงาน ได้หรือไม่ได้นี่ไม่สำคัญเลย แค่มีชื่อไปอยู่ตรงนั้นนี่ก็เป็นกำไรสุดๆ ละ

 

แตง : ของผมน่าจะเป็นเรื่องที่ว่า หลังจากทำอัลบั้มออกมา มีหลายคนมาบอกผมว่า สิ่งที่เราทำมันเป็นตัวอย่างให้เขาอยากทำอะไรซักอย่าง คือการที่ผมทำเพลง ทำอัลบั้ม มันก็เริ่มมาจากผมไปฟังเพลงของคนอื่นก่อน แล้วผมก็รู้สึกว่าอยากจะทำงานของเราเพื่อส่งต่อสิ่งที่เรารู้สึกต่อไป เหมือนตอนที่เราฟังงานของศิลปินที่เราชอบแล้วรู้สึกว่าอยากทำแบบนั้นบ้าง มันเหมือนกับส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ซึ่งการที่มีคนรู้จักงานของเรา ฟังเพลงของเราแล้วทำให้เขาอยากส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปสู่คนอื่นๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะ เวลาที่เรารู้ว่าเราเป็นตัวอย่างให้คนอื่นอยากลงมือทำอะไรบ้าง

 

เลท : เรื่องที่ผมรู้สึกอึ้งที่สุดจากการเป็นสมาชิก FOXY ก็คือปกติที่บ้านผมจะไม่สนับสนุนเรื่องดนตรีเลย ถึงที่บ้านผมจะเรียนมาทางด้านศิลปะกัน แต่ว่าครอบครัวก็จะว่าผมมาตลอดว่าเล่นดนตรีไปทำไม เลิกเล่นแล้วไปทำอย่างอื่นดีกว่า จนกระทั่งวันที่งานชุดแรกได้เข้าชิงรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ พ่อกับแม่เขาเปลี่ยนไปเลย คือตอนที่ลงไปงานที่กรุงเทพฯ (เงียบไปซักพักแล้วก็เริ่มน้ำตาซึมก่อนจะร้องไห้) เขาพูดกับผมอีกอย่างหนึ่งเลย คือเปลี่ยนท่าทีไปเลย  ไม่ว่าอะไรแล้ว

 

ไกด์ : ผมพบว่าตัวเองเป็นคนชอบเพลงบรรเลง แต่ว่าเวลาเราไปชักชวนคนอื่นเขาก็จะไม่อินว่ามันเพราะยังไง พอมาเล่นดนตรีก็ไม่ค่อยได้ทำเพลงบรรเลงเท่าไหร่ กับไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องทฤษฎีอะไรมากมาย แต่เราก็ชอบมาตลอด อยากทำเพลงแบบนี้ ซึ่งพอทำออกมาแล้ว มีคนบอกผมว่านี่เป็นซาวด์แบบมึงเลยว่ะไกด์ ก็เลยรู้สึกว่าในที่สุดก็มีคนเข้าใจแล้วว่าเราอยากจะนำเสนออะไร คือผมอาจจะอธิบายไม่เก่ง แต่มันเหมือนกับได้พิสูจน์ว่ามีคนเข้าใจในสิ่งที่เราทำแล้วนะ

 

สำหรับใครที่สนใจ FOXY สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่

Facebook : FOXY (https://www.facebook.com/FOXYCNX/)

Profile picture for user micthepress

Rapintaranat Bunnachak

ระพินทรนาถ บรรณจักร (มิค)

พอเขียนหนังสือได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็เลยมาเขียนอยู่แถวนี้ไปเรื่อยๆ ตราบใดที่เขายังไม่บอกให้เลิก