Skip to main content

UNVEIL ESCAPE

51

การเปิดโลกซ่อนเร้น
ที่ถักทอมนุษย์ให้กลายเป็นเครื่องจักร

 

art sep 1

  

          คำถามสุดท้ายที่ HIP ถาม กวิตา วัฒนะชยังกูร ก่อนที่การสนทนาระหว่างเรากับเธอจะจบลงคือ ปฏิกิริยาของผู้ชมที่มีต่อการแสดง Performance ของเธอในแต่ละครั้งนั้เป็นอย่างไรบ้าง?

            ก็จะมีความอึดอัดในระหว่างที่ทำการแสดงอยู่ค่ะ เพราะว่างานของแพรวคงจะไม่ใช่งานที่เรียกว่าดูแล้วสนุก ส่วนการตอบรับในการแสดงแต่ละครั้งก็จะแตกต่างกันไป แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือจะจบลงด้วยความเงียบ พอการแสดงจบแล้ว ทุกคนจะเงียบ เงียบมากๆ เลย

        กระทั่งเมื่อได้ชมการแสดงของเธอในวันเปิดนิทรรศการ Unveil Escape สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าตลอดระยะเวลาเกือบๆ 1 ชั่วโมง ก็ทำให้เรากระจ่างใจว่า เหตุใดคำตอบของกวิตาที่มีต่อคำถามสุดท้ายของเราจึงเป็นเช่นนั้น

        HIP นัดหมายกับ แพรว - กวิตาในช่วงบ่ายๆ ของวันพุธที่ Gallery Seescape สถานที่จัดแสดงนิทรรศการที่มีชื่อว่า Unveil Escape ซึ่งนำเสนอผลงานของกวิตาในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ และการแสดง Performance และจะเปิดให้ผู้ชมได้ชมอย่างเป็นทางการในอีกสองวันให้หลัง

 

 

art sep 2

 

        กวิตาเริ่มต้นการสนทนาด้วยการอธิบายถึงสิ่งที่ผู้เข้าชมงานจะได้พบใน Unveil Escape ว่า เป็นนิทรรศการที่จะมีการแสดง Performance ที่จะเล่นกับพื้นที่ของแกลเลอรี่ ด้วยการเปิดพื้นของแกลเลอรี่ซึ่งตามปกติถูกปิดเอาไว้ เพื่อทำการเปิดเผยบางสิ่งที่ถูกปกปิดออกมา โดยพื้นที่ด้านล่างของแกลเลอรี่ที่ถูกเปิดออกนั้นจะเปรียบเสมือนห้องชั้นใต้ดิน เป็นเหมือนภายในโรงงาอุตสาหกรรมที่มักจะถูกปิดไว้ ไม่ค่อยมีลม ไม่ค่อยมีอากาศถ่ายเท ส่วนการแสดงที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ตรงนั้น ก็คือการที่แพรวแทนตัวเองให้เป็นเหมือนเครื่องจักรในระบบอุตสาหกรรมที่กำลังทำงาน เพื่อสื่อถึงการให้ค่ามนุษย์ที่เป็นแรงงานว่าเป็นเหมือนเครื่องจักรอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนี่คือการลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของแรงงานลงไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

        นอกจากการแสดง Performance ที่กวิตารับหน้าที่ทำการแสดงด้วยตัวเองแล้ว ภายในงานยังประกอบไปด้วยภาพถ่ายและวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแรงงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ ทั้งหมดถ่ายทอดผ่านการแทนตัวศิลปินให้เป็นเสมือนเครื่องจักที่กำลังทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสื่อให้ผู้ชมได้ขบคิดต่อว่า เบื้องหลังความสวยงามของเสื้อผ้าแฟชั่นที่ดึงดูดใจให้ผู้คนอยากจะซื้อหาไปสวมใส่นั้น มีปัญหาอย่างเรื่องมลภาวะ การกดขี่แรงงาน และการลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์รวมอยู่ด้วย

 

art sep 3

 

       กวิตาอธิบายต่อไปว่า ประเด็นที่เธอเลือกมานำเสนอและถ่ายทอดในผลงานของตัวเองนั้น เกิดจากความสนใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ซึ่งนำเธอไปสู่ความสนใจที่มีต่อแรงงานโดยหนึ่งในกลุ่มแรงงานที่เธอสนใจก็คือแรงงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ ที่เธอบอกว่า กว่า 80% ของแรงงานในอุตสาหกรรมนี้คือผู้หญิง และหลังจากกวิตาได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลในเรื่องนี้ บวกกับประสบการณ์ที่ได้ไปเยี่ยมฟาร์มผลิตขนแกะ และเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งทอในระหว่างที่เป็นศิลปินในพำนักที่ประเทศนิวซีแลนด์ 2 เดือน กับการได้เข้าไปดูในโรงงานสิ่งทออีกหลายที่ในกรุงเทพฯ เธอได้นำสิ่งที่รับรู้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะในชุด Performing Textile ซึ่งผลงานส่วนหนึ่งจากงานในชุดนี้ก็ถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งแรกของเธอที่เชียงใหม่ด้วย      

        พอได้หาข้อมูล กับได้เห็นสภาพการทำงานจริงๆ แล้ว เราพบว่ายังมีอีกหลายที่ในโลกที่คุณภาพชีวิตของแรงงานในอุตสาหกรรมนี้อยู่ในระดับที่เลวร้าย สำหรับในบ้านเรา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือว่ามีการดูแลอย่างจริงจัง แต่ในหลายประเทศคุณภาพชีวิตของแรงงานถือว่าแย่มาก อีกทั้งเรามักจะมองว่าถ้าธุรกิจล้ม เศรษฐกิจก็จะล้มตามไปด้วย เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ การผลิตให้ได้ปริมาณมาก การลดต้นทุนเพื่อให้ได้กำไร มากกว่าที่จะสนใจว่าคุณภาพชีวิตของแรงงานเป็นอย่างไร

 

art sep 4

 

      อีกสิ่งหนึ่งที่กวิตามองว่าส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานด้วย ก็คือการที่โลกในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยการบริโภค และผู้บริโภคถูกชักจูงผ่านการโฆษณาและการตลาดจากผู้ผลิต ที่กระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคเพื่อนำไปสู่การซื้อสินค้าต่างๆเราถูกกระตุ้นจากการตลาดให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมีของใหม่ๆ ขณะที่ผู้ผลิตก็ต้องผลิตออกมาให้ได้ในปริมาณมากๆ เพื่อตอบสนองการบริโภค แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมต้นทุนการผลิตเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด ผลที่ออกมาจึงตกอยู่กับแรงงานที่ต้องทำงานหนัก ใช้เวลาในการทำงานนาน ต้องทำงานในปริมาณมากๆ แต่ว่าได้ค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม หรือถ้ารุนแรงกว่านั้นก็อาจจะถึงขั้นถูกกดขี่ ถูกทำร้ายร่างกาย และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือคนทั่วไปกลับรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา มองว่าถ้าแรงงานอยากได้เงินก็ต้องทำงาน โดยไม่ได้คิดว่าการทำงานในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและการเอารัดเอาเปรียบ คือการค่อยๆ ลดทอนความเป็นมนุษย์ของแรงงานลงไปเรื่อยๆ

        ด้วยความต้องการที่จะสื่อสารในประเด็นดังกล่าว กวิตาจึงเลือกที่จะใช้ตัวเองเป็นสื่อในการถ่ายทอดข้อมูลออกไปสู่ผู้ชม ด้วยกระบวนการที่เธอเรียกว่าเป็น เครื่องจักมนุษย์กับการแปลงตัวเองให้กลายเป็นเหมือนเครื่องจักรชิ้นหนึ่งในโรงงานที่กำลังขับเคลื่อนไปเรื่อยๆ เพื่อเปลี่ยนมุมมองของผู้ชมที่มีต่อเรื่องดังกล่าว

 

art sep 5

 

        การที่แพรวใช้ตัวเองเป็นสื่อในการทำการแสดง เหตุผลแรกเลยก็คือ เพราะเราอยากจะรับรู้ถึงความรู้สึกจริงๆ ของแรงงานที่ทำงานอยู่ในกระบวนการนั้น รวมทั้งการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในชิ้นงานก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อในสิ่งที่ได้เห็นมากกว่าด้วย ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ แพรวพบว่าเมื่อเราทำการแสดง จากที่มีความรู้สึกต่างๆ แต่เมื่อเริ่มทำการแสดงไปแล้ว มันจะเกิดความเคยชิน ร่างกายของเราจะเคลื่อนไหวไปตามขั้นตอนเองโดยอัตโนมัติ เหมือนกับว่าพอไปถึงจุดหนึ่ง เราก็ไม่ได้เป็นตัวเราเองอีกแล้ว คือด้านหนึ่งอาจจะมองได้ว่าเรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการแสดง กับสิ่งที่เราทำ แต่อีกด้านก็คือ แค่เราทำการแสดงเพียงไม่นาน ร่างกายก็คุ้นชินกับขั้นตอนต่างๆ ไปแล้ว ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นว่าเรากำลังค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นเหมือนเครื่องจัก โดยที่เราเองก็ไม่ทันรู้ตัวด้วยเหมือนกัน  

 

art sep 6

 

            หญิงสาวผู้ให้ความจำกัดความว่าตัวเองเป็น Video Artist และในขณะเดียวกันก็เป็น Performance Artist ด้วย เชื่อว่าศิลปะมีไว้เปลี่ยนโลกและพยายามสร้างผลงานที่กระตุ้นให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามกับสิ่งที่พบเจอในผลงานของเธอด้วยนอกจากนำเสนอประเด็นเรื่องความโหดร้ายหรือไม่ยุติธรรมที่แรงงานได้รับแล้ว เรากำลังตั้งคำถามกลับไปยังผู้ชมด้วยว่า สุดท้ายแล้วทุกคนเองก็เป็นส่วนหนึ่ง เป็นกลไกหนึ่งของระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วยเช่นกัน ถ้าหากการมาดูงานของใครสักคนทำให้เขาเปลี่ยนชุดความคิดของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในบางแง่มุมแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะ

 

** Unveil Escape จัดแสดงที่ Gallery Seescape ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 17 จนถึงวันที่ 19 กันยายน 2562 สำหรับใครที่พลาดการแสดง Performance ของกวิตาในวันเปิดนิทรรศการ เธอจะทำการแสดง Performance อีกครั้งในวันที่ 8 กันยายน เวลา 19:00 . ซึ่งการแสดงดังกล่าวเป็นผลงานใหม่ที่ศิลปินไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กของแกลเลอรี่ (Gallery Seescape) และเฟซบุ๊กแฟนเพจของศิลปิน (Kawita Vatanajyankur Artist) **

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai