Skip to main content

ADDICT ART STUDIO เมื่อศิลปะอยู่ร่วมกับชุมชน

80

Addict Art Studio

 

HIP ไปเยือน Addict Art Studio ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนควรค่าม้าสามัคคี เพราะอยากรู้ว่า ทำไมสตูดิโอและแกลเลอรี่แห่งนี้ ถึงเลือกที่จะมาอยู่ในชุมชนที่ไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ใช่ย่านที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาพักอาศัยเหมือนย่านอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงในตัวเมืองเชียงใหม่ แถมยังอยู่ในซอกซอยที่หากไม่บอกกันก่อน ก็อาจไม่มีใครรู้ว่ามีสถานที่นี้อยู่ในชุมชนด้วย

 

หากไม่สังเกตกันไว้ให้ดีๆ มีโอกาสสูงมากที่ใครสักคนจะเลยผ่าน Addict Art Studio ไป เพราะสถานที่ที่เป็นทั้งสตูดิโอ, แกลเลอรี่ และพื้นที่ทางศิลปะแห่งนี้ แทรกตัวอยู่ระหว่างบ้านเรือนของผู้คนในชุมชนควรค่าม้าสามัคคี ที่ตั้งอยู่บริเวณหลังวัดควรค่าม้าในย่านประตูช้างเผือกได้อย่างกลมกลืน หรือถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา ที่นี่ดูเป็น ‘บ้าน’ มากกว่าจะเป็นแกลเลอรี่ในความเข้าใจหรือภาพจำของหลายๆ คน 

 

Addict Art Studio

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้สนทนากันแล้ว เราพบว่า ‘ความไม่โดดเด่น’ ของสถานที่นั้น ดูจะเป็น ‘ความตั้งใจ’ ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่อยากจะให้พื้นที่ทางศิลปะแห่งนี้แนบสนิทกับชุมชนแบบเป็นเนื้อเดียวกัน มากกว่าที่จะโดดเด่นสะดุดตาเป็นที่รู้จัก “จุดเริ่มต้นของ Addict Art Studio มาจากการจัดกิจกรรม ‘ปิดเมืองเดิน’ ที่มีการเชิญชวนให้ชาวเชียงใหม่มาร่วมกันทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์ภายในชุมชนครับ ซึ่งงานนี้ทำให้ผมได้รู้จักกับชุมชนควรค่าม้าสามัคคี แล้วก็เกิดความคิดว่าอยากจะมาอยู่แถวนี้ ตรงนี้น่าจะเป็นที่ที่ทำให้เราได้นำเอาศิลปะมามีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน มาทำอะไรที่เกิดประโยชน์ขึ้นได้” คือคำอธิบายจาก CAS ศิลปินสตรีทอาร์ต ซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสถานที่แห่งนี้

 

Addict Art Studio

 

CAS เล่าต่อว่า เขามีความตั้งใจที่จะทำสตูดิโอของตัวเองอยู่แล้ว เมื่อได้รู้จักและเกิดความประทับใจในวิถีชีวิตของคนในชุมชน บวกกับพบสถานที่ที่คิดว่าเหมาะสม โครงการที่จะเริ่มต้นสร้างพื้นที่ทางศิลปะขึ้นในชุมชนแห่งนี้จึงเกิดขึ้น “ผมรู้สึกว่าคนที่นี่เขาอยู่กันอย่างเรียบง่าย เวลาเจอกันก็ยังมีการพูดคุยทักทายกัน มีอะไรก็เอามาแบ่งปัน อย่างตอนที่ผมมาทำงานสตรีทอาร์ทในกิจกรรม ‘ปิดเมืองเดิน’ ก็มีคนในชุมชนมาคอยดูแล ทำให้รู้สึกอบอุ่นดี ซึ่งสังคมเมืองในปัจจุบัน เรื่องแบบนี้มีน้อยลง บวกกับได้เจอบ้านที่เป็นที่ตั้งของ Addict Art Studio ในตอนนี้ ก็เลยคุยกับพี่ปอ (ภราดล พรอำนวย) ซึ่งเป็นคนที่สนับสนุนพวกเรา แล้วก็ตัดสินใจเข้ามาพัฒนาพื้นที่ตรงนี้กัน”

 

Addict Art Studio

 

การพัฒนาสถานที่ตั้งของ Addict Art Studio เริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ กับการวาง ‘เป้าหมาย’ ของพื้นที่ทางศิลปะแห่งนี้ควบคู่กันไป “สิ่งที่เราคิดกันก่อนเลยก็คือ เราจะเอาความรู้ทางด้านศิลปะที่เรามีอยู่มาช่วยเหลือชุมชนตรงนี้ได้อย่างไร กับจะทำยังไงให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ ทำยังไงให้ศิลปะเข้าไปอยู่กับชุมชนได้มากที่สุด อย่างแรกที่เรานึกถึงกันก็คือเด็กๆ ในชุมชน ซึ่งเรามองว่าในอนาคตพวกเขานี่ล่ะที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในสังคมได้ ก็เลยเป็นที่มาของการสอนศิลปะให้กับเด็กๆ ในชุมชน โดยที่เราจะให้เด็กๆ เลือกเองว่าพวกเขาสนใจอยากจะทำอะไร แล้วเราก็ไปหาคนมาสอนในเรื่องที่เขาสนใจ”

 

CAS อธิบายต่อว่า นอกจากการสอนศิลปะแล้ว บางครั้งพวกเขาก็พาเด็กๆ ออกไปทัศนศึกษาตามสถานที่ต่างๆ ด้วย เพราะเด็กหลายๆ คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเป็นเด็กชาติพันธ์อื่นๆ อย่างชาวเมียนมาหรือชาวไทใหญ่ ซึ่งไม่ได้มีโอกาสมากเหมือนเด็กๆ ในบ้านเรา “แถวๆ นี้มีคนหลายเชื้อชาติมากครับ อย่างคนไทใหญ่ก็เป็นชุมชนใหญ่พอสมควร เวลาพาเด็กๆ ไปดูโน่นดูนี่พวกเขาก็จะตื่นเต้นกัน อีกอย่างคือเมื่อเด็กๆ มาทำกิจกรรมด้วยกันแล้ว ก็จะส่งผลต่อไปถึงผู้ใหญ่ด้วย เพราะเมื่อเด็กมาเจอกัน ผู้ใหญ่ที่พาเด็กมาเรียนที่นี่ก็จะได้เจอกันด้วย เมื่อเจอกันแล้วพวกเขาก็จะได้รู้จักกันมากขึ้น และเกิดการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันตามมา”

 

Addict Art Studio

 

นอกจากการสอนศิลปะให้กับเด็กๆ ในชุมชนแล้ว Addict Art Studio ยังมีกิจกรรมทางศิลปะอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของศิลปิน การจัดอีเวนต์ต่างๆ รวมถึงการเปิดรับศิลปินมาพำนักและสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งการที่ศิลปินคนใดก็ตามจะมาจัดแสดงงานหรือเป็นศิลปินในพำนักที่นี่ได้นั้น CAS กล่าวว่าศิลปินคนนั้นๆ จะต้องมีการสร้างสรรค์กิจกรรม หรือมีกระบวนการทำงานที่มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนด้วย 

 

“เรามีเงื่อนไขว่าถ้าศิลปินอยากมาจัดนิทรรศการที่นี่ คุณจะต้องทำกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับคุณด้วย อาจจะเป็นการจัดเวิร์กช็อป การเข้ามาศึกษาค้นคว้าเรื่องราวที่เกี่ยวกับชุมชนแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นผลงาน หรือจะเป็นงานที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมก็ได้ ตรงนี้ถือเป็นเงื่อนไขพิเศษที่เรากำหนดไว้ หรือในกรณีของคนที่จะมาเป็นศิลปินในพำนัก ซึ่งก็มีติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ เราก็ต้องพูดคุย ดูบุคลิกกันก่อนว่าเขาจะเหมาะกับพื้นที่ของเราหรือเปล่า 

 

Addict Art Studio

 

งานที่จะทำมีเนื้อหาอะไรที่สอดคล้องกับชุมชน หรือเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมได้หรือไม่”  นับตั้งแต่ทำการปรับปรุงสถานที่ จนกระทั่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย และเปิดให้คนทั่วไปได้เข้ามาเยี่ยมชม รวมทั้งเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ CAS บอกกับเราว่า แม้พื้นที่ทางศิลปะแห่งนี้จะไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หรือยังมีอายุไม่มากเมื่อเทียบกับแกลเลอรี่หรือพื้นที่ทางศิลปะแห่งอื่นๆ แต่สิ่งที่ตัวเขาเองและทีมงานรู้สึกพึงพอใจจากการได้ลงมือสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ภายในพื้นที่นี้ก็คือ พวกเขาได้เริ่มต้นสร้าง ‘วัฒนธรรมใหม่’ ร่วมกับชุมชน ในแบบที่เป็นของตัวเอง “เราพยายามอธิบายให้คนในชุมชนเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร 

 

Addict Art Studio

 

งานศิลปะที่เกิดขึ้นตรงนี้คืออะไร มีแนวคิด มีเนื้อหาสาระอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เราชัดเจนมาตลอดก็คือ กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่จะต้องเกี่ยวข้องกับชุมชน เราจะไม่ทำงานที่ไม่มีเนื้อหาสอดคล้องหรือไม่มีบริบทเกี่ยวกับพื้นที่ตรงนี้ เราไม่ทำงานแบบนั้น เราพยายามคิดกันตลอดว่าชุมชนจะได้อะไรบ้างจากสิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องได้ผลประโยชน์อะไร ซึ่งคนในชุมชนเองก็เห็นมาตลอด บวกกับคนที่นี่เองก็เปิดใจยอมรับ แล้วก็เต็มใจที่จะมีส่วนร่วม ทำให้

สิ่งต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี”

 

Addict Art Studio

 

CAS กล่าวต่อไปว่า “เวลาเรานึกถึงแกลเลอรี่ นึกถึงนิทรรศการศิลปะ คนในชุมชนจะรู้สึกว่ามันแตกต่างจากชีวิตเขาเยอะเลย เขาจะไม่กล้าเข้ามาดู ยิ่งเป็นคนเมียนมา คนไทใหญ่ด้วยแล้วยิ่งไม่กล้าเข้ามา แต่เราพยายามทำให้พื้นที่นี้เปิดรับทุกคนในชุมชน ทำให้เขารู้สึกว่าตรงนี้เป็นเหมือนบ้านของเขา เขาจะเข้ามาดูงาน หรือจะมาใช้พื้นที่นี้เมื่อไหร่ก็ได้ ให้เขาซึมซับไปเรื่อยๆ ว่ามีพื้นที่ทางศิลปะอยู่ตรงนี้นะ สามารถเข้ามาได้เสมอ ซึ่งการที่เขาแวะเข้ามาดูงานกัน เข้ามาถามว่ามีงานอะไร งานชิ้นนั้นชิ้นนี้เป็นอย่างไร เท่านี้พวกเราที่ทำงานกันตรงนี้ก็มีความสุขมากแล้ว” 

 

** สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของ Addict Art Studio ได้ที่ Facebook : Addict Art Studio หรือ โทร 081-0298898 **

 

 
เรื่อง : ระพินทรนาถ
ภาพ : Addict Art Studio

 

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai