Skip to main content

KALM PAI ‘ปาย’ แบบที่เรารัก

30

kalm pai

 

เรื่องราวของหญิงสาวที่เคยมีภาพจำเกี่ยวกับ ‘ปาย’ ในแบบหนึ่ง แต่เมื่อมีโอกาสได้ใช้เวลาสัมผัสเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้เธอค้นพบสิ่งต่างๆ มากมายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่เพียงจะเปลี่ยนมุมมองของเธอที่มีต่อเมืองนี้เท่านั้น แต่ยังผลักดันให้เธอตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ จนเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ครามปาย’ ที่ไม่ได้อยากเป็นเพียงแค่รีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวมาพัก หากมุ่งหวังให้เป็นสถานที่ที่ทุกๆ คนที่มา ได้สัมผัส ‘ปาย’ ในแบบที่เธอรักและประทับใจ

 

kalm pai

 

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 14 – 15 ปีก่อน ฉันรู้จัก ‘ปาย’ อำเภอเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทในคณะวิจิตรศิลป์ มช. ที่ฉันเรียนอยู่ ปายเป็นสถานที่ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลาว่าง เพื่อนๆ มักจะชวนกันขี่มอเตอร์ไซค์หรือโบกรถสองแถวเพื่อไปนอนค้างอ้างแรมกันเป็นเวลานานๆ ฉันเห็นรูปเมืองปายครั้งแรกผ่านภาพจากกล้องฟิล์มของเพื่อนในสมัยนั้น “โห... ทำไมมันฮิปปี้จังวะ”  ฉันได้แต่เก็บความรู้สึกนั้น จนกระทั่งได้มาเยือนเมืองปายด้วยตัวเองในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยตอนปีสาม ครั้งนั้นฉันไปเพราะมีคอนเสิร์ตเร็กเก้ ซึ่งแน่นอนว่ามีแต่ฮิปปี้เต็มไปหมด ล้วนแต่เป็นฮิปปี้ที่คุ้นหน้าคุ้นตา เจอะเจอได้บ่อยๆ ตามท้องถนนในเชียงใหม่ และละแวกคณะวิจิตรศิลป์ของฉัน 

 

kalm pai


ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ การไปเยือนปายในครั้งแรก ฉันไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย จากการไปพักเพียงหนึ่งคืนเพื่องานคอนเสิร์ตที่รายล้อมไปด้วยคนรู้จักล้วนๆ การพบกันครั้งแรก ‘เมืองปาย’ ได้ถูกฉันตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว

 

วันเวลาล่วงเลยผ่านไป ฉันได้ยินข่าวคราวของเมืองปายเป็นระยะๆ อยู่ๆ ปายก็บูมมาก มีทั้งภาพยนตร์มาถ่ายทำ มีทั้งการจัดงานเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลหนัง หรือคอนเสิร์ตที่จัดกันแล้วจัดกันอีก เรียกได้ว่าช่วงนั้น ปาย เป็นจุดหมายสำหรับคนเก๋ๆ ที่ใครไม่เคยไปจะเชยมาก ถึงขนาดที่ว่าน้ำมันหมดเมืองไม่พอให้เติมกันเลยทีเดียว ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ฉันอยากไปปายเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว และยิ่งทำให้กลายเป็นจุดหมายลำดับท้ายๆ ที่ฉันคิดจะไปเยือนอีกต่างหาก 

 

kalm pai

 

จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ฉันมีโอกาสมาเที่ยวปายอีกครั้ง ตามความต้องการของแฟนผู้ซึ่งไม่เคยไปเยือนปายมาก่อน ฉันบอกเขาว่า “อย่าหวังอะไรมากเลย มันไม่ได้สนุกขนาดนั้น” แต่คราวนี้ฉันใช้เวลาอยู่กับเมืองปายนานขึ้น ประมาณร่วมสัปดาห์และ ‘เมืองปาย’ ในมุมมองของฉันก็เปลี่ยนไป...

 

ระยะเวลาที่เราใช้ไปในครั้งนั้น นานพอที่จะทำให้ฉันรู้จัก ‘เมืองปาย’ ในมิติที่ลึกขึ้น จริงๆ ปายมีหลายสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่ ทั้งผู้คน ศิลปะ มิตรภาพ สถานที่ และน้ำใจ ปายสามารถให้คำตอบเราได้ในทุกมิติ ฉันได้พบเจอเพื่อนศิลปินหลายคนที่มาอยู่ปายเกือบสิบปี หรือมากกว่าจนกลายเป็นบ้านหลังที่สอง ฉันได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นมากมาย สัมผัสได้ถึงน้ำใจ ความน่ารัก ความจริงใจ ความสดใสของชาวชนบทที่ปกคลุมไปด้วยมิตรภาพ อีกทั้งยังได้พบว่า จริงๆ แล้ว ปายมีสถานที่ต่างๆ ที่นอกเหนือจากพื้นที่คอนเสิร์ตหรือร้านเหล้าแถวถนนคนเดินตามที่ฉันเคยสัมผัส ปายยังมีชุมชน มีหมู่บ้านเล็กๆ ซ่อนอยู่ และแน่นอนปายมีธรรมชาติที่สวยงาม จากเมื่อก่อนที่ธรรมชาติที่สวยงามเหล่านั้นเป็นเพียงภาพประกอบของปายที่ฉันรู้สึก แต่จริงๆ แล้ววิถีชีวิตและธรรมชาติที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันต่างหาก คือชีวิต และคือจิตวิญญาณของ ‘เมืองปาย’ 

 

kalm pai


สำหรับฉัน  ปายไม่ใช่แค่เมืองฮิปปี้เรื่อยเปื่อยอีกต่อไป หลังจากกลับไปเยี่ยมปายในครั้งนั้น พร้อมกับหอบความประทับใจกลับกรุงเทพฯ มาเต็มเปี่ยม โชคชะตาก็เชื้อเชิญให้พวกเรามีโอกาสได้ใช้ชีวิตในเมืองปายอีกครั้ง ฉันเจอประกาศให้เช่าที่พักแห่งหนึ่ง ฉันพยายามหาแนวร่วม ยุแฟน ชวนเพื่อน เพื่อมาทำความฝันร่วมกัน จนในที่สุดพวกเราก็มี ‘ครามปาย’ เกิดขึ้น

 

พวกเราตั้งใจจะพัฒนาครามปายให้เป็นพื้นที่ของทุกคน เรามีที่พักจำนวนไม่มาก แต่เรามีสถานที่กว้างใหญ่ที่อยากให้ทุกคนมาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ งานศิลปะ หรือเพียงสร้างความประทับใจร่วมกัน พื้นที่ตั้งของเราไม่ได้อยู่ในเมือง และไม่ได้เฉียดกับใจกลางเมืองแม้แต่นิดเดียว แต่ในยุคสมัยที่การสัญจรสะดวกสบาย เราจึงกลับรู้สึกว่านี่คือจุดเด่นของเรา ประกอบกับบริเวณที่ตั้งของเรานั้นใกล้กับจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสะพานประวัติศาสตร์, ปายแคนยอน, บ่อน้ำพุร้อนท่าปาย และปางช้าง เราจึงไม่รู้สึกว่าสถานที่ตั้งของเราห่างไกลเกินไปนัก และด้วยความที่อยู่นอกเมืองนี่เอง ทำให้วิถีชีวิตชุมชนแถบนี้ยังแข็งแรงและน่ารัก มีน้ำจิตน้ำใจให้กันในแบบที่หาไม่ได้แล้วในเมืองใหญ่

 

kalm pai

 

‘ครามปาย’ อยู่ใกล้กับสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่เมืองปายก็ว่าได้ และด้วยความตั้งใจของพวกเราที่อยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของทุกๆ คน สิ่งแรกที่เราทำคือการผูกมิตรทำความรู้จักกับชาวบ้านในละแวกนี้ เพราะเราอยากให้แขกที่มาพัก ไม่เพียงแค่เป็นลูกค้าของเรา แต่ทุกคนคือแขกที่มาพักที่บ้าน เป็นแขกของชุมชน ได้มาสัมผัสวิถีชีวิต ได้ร่วมกิจกรรมของชุมชนตามโอกาส เราอยากให้คนที่มาพักได้สัมผัสปาย ในความเป็นปายแบบที่เรารัก ในความเป็นปายในแบบที่เราประทับใจ  

 

kalm pai

 

ห้องพักของเรามีจำนวนเพียง 8 ห้อง บนเนื้อที่ 5 ไร่ แบ่งเป็นห้องพัดลม 3 ห้อง และห้องแอร์ 5 ห้อง แต่ละห้องสร้างเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ ท่ามกลางต้นไม้และดอกไม้ โดยแต่ละห้องจะมีทิวทัศน์และบรรยากาศแตกต่างกันไป ทั้งวิวทุ่งนา วิวภูเขา และวิวสวน พื้นที่ด้านหลังติดกับแม่น้ำปาย มีทางเดินเชื่อมไปยังสะพานประวัติศาสตร์ได้ในเวลาไม่ถึง 5 นาที นอกจากนี้ บริเวณด้านหลังยังอยู่ติดกับสวนออร์แกนิคของ พ่อหลวงยูร หรือ ผู้ใหญ่บ้านยูร แห่งบ้านท่าปาย ซึ่งที่สวนออร์แกนิคนี้ เราสามารถเที่ยวชมและเรียนรู้การทำการเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังได้สัมผัสชีวิตชุมชนในวิถีธรรมชาติอย่างแท้จริง และด้วยความที่เรามีพื้นที่กว้างพอสมควร ในหน้าหนาวเราจะจัดลานกางเต็นท์ เพื่อให้แขกของเราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และแน่นอนว่าจะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นอันเป็นที่เลื่องลือ 

 

kalm pai

 

ความโชคดีของพวกเราอีกอย่าง นั่นคือด้วยความที่เราตั้งอยู่ในหมู่บ้านท่าปาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำร้อนท่าปาย ทำให้ที่พักของเรานั้นได้ใช้น้ำแร่ธรรมชาติจากบ่อน้ำร้อน แขกของเราทุกคนจึงได้อาบน้ำจากน้ำแร่บริสุทธิ์ที่เรานำมาพักในแทงค์เพื่อให้คลายอุณหภูมิ และยังมีห้องพักที่มีบ่อน้ำร้อนส่วนตัว ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อให้แขกของเราได้รับประสบการณ์ที่ดีที่ที่สุดในการมาเยี่ยมเยือนพวกเรา นอกจากนี้ เพื่อให้พื้นที่ได้ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดในอนาคต เราจะจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ทั้งทางด้านศิลปะ นาฏศิลป์ การทำอาหาร หรืองานฝีมือ เพื่อเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความความรู้ระหว่างผู้ที่สนใจและชุมชน

 

kalm pai

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งใจถ่ายทอด และอยากส่งต่อความทรงจำดีๆ กับความประทับใจ ให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติ สัมผัสวิถีชีวิต ความมีน้ำใจของชุมชนซึ่งหาได้ยากแล้วในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาแต่ไม่ได้มาพักที่ครามปาย พวกเราก็เต็มใจต้อนรับ จะแวะมานั่งพูดคุย หรือชมงานศิลปะในแกลเลอรี่เล็กๆ ที่เราสร้างขึ้น สำหรับแสดงงานศิลปะของศิลปินที่อาศัยในอำเภอปายและศิลปินที่สนใจ อีกทั้งยังจะจัดเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าของคนในชุมชน เพื่อช่วยกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง  

 

kalm pai

 

และด้วยความตั้งใจที่อยากให้ครามปายเป็นพื้นที่ของทุกคน เราจึงทำเพจขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม เหตุการณ์ หรือแนะนำสถานที่ พร้อมทั้งพยายามสร้างชุมชนเล็กๆ สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ถ้าใครสนใจ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ www.facebook.com/kalmpairesort

 

‘ปาย’ ไม่ได้มีแต่แสงสีและแอลกอฮอล์สำหรับนักปาร์ตี้ ไม่ได้มีธรรมชาติไว้เพียงแค่ถ่ายรูปสวยๆ แต่สิ่งที่ปายมี คือวิถีชีวิต มีน้ำใจ แลมีมิตรภาพที่พร้อมจะมอบให้แก่กันและกัน ซึ่งฉันเชื่อว่า ทุกคนจะหลงรักปายในทุกๆ ช่วงเวลาที่ได้สัมผัส เหมือนที่มันเกิดขึ้นกับพวกเรา

 

 

** ครามปายรีสอร์ท ตั้งอยู่ก่อนถึงโค้งเข้าสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย บริเวณหมู่บ้านท่าปาย ห่างจากถนนหลักเข้าซอย 20 เมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
โทร. 06 5056 9536 **

 

เรื่อง / ภาพ : วริยา

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai