Skip to main content

THIS IS TAIPEI CITY เที่ยวเมืองไทเป 3 วัน 2 คืน

75

taipei

 

แล้วความฝันของชะนีร่างใหญ่ที่นิยมเที่ยวแบบประหยัดก็เป็นจริง เมื่อสายการบินแอร์เอเชียคู่บุญของเราเปิดเส้นทางบินตรงเชียงใหม่ไปไต้หวัน (ไทเป) เมื่อเดือนที่ผ่านมา เรียกว่าสะดวกและดีงามมาก เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้วแหละว่าช่วงนี้ไทเปนี่ก็ฮอตซะเหลือเกิน เรานั่งอ่านรีวิวมาแรมปีตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลเขาประกาศไม่ต้องให้คนไทยทำวีซ่า ถ้าอยู่ในประเทศไม่เกิน 30 วัน จนตอนนี้ปรับมาเป็นไม่เกิน 14 วัน (จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562) ก็มีอภิมหารีวิวจากบล็อกเกอร์ทั่วฟ้าเมืองไทยเกิดขึ้นอย่างล้นหลาม ถ้าไม่นับว่าตอนสาวๆ บ้า F4 (แวนเนสอ่ะแกร) ก็ต้องยอมรับล่ะว่าอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยรู้จักประเทศนี้คือ ชานมไข่มุก! ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักกับเมืองหลวงของประเทศไต้หวัน อย่างไทเปกันดีกว่า เมื่ออดีตติ่งบ้า F4 อย่างเรามีเวลาอยู่ในเมืองนี้ 3 วัน 2 คืน

 

- CITY OF NIGHT MARKET -

taipei

 

วันแรกที่ไปเหยียบประเทศไต้หวัน เราไปถึงสนามบินเถาหยวน เมืองไทเปประมาณ 5 - 6 โมงกว่าๆ สนามบินใหญ่ใช้ได้เลย คล้ายๆ กับฮ่องกง มีการต้อนรับอย่างดีเพราะเราไปไฟลท์ปฐมฤกษ์ ก็มีพวงมาลัยดอกไม้คล้องคอ (นี่นึกว่าตัวเองมาโอกินาว่า) และด้วยมาถึงเวลาอาหารเย็นพอดี หลังจากเราเช็คอินเข้าโรงแรม PAPA WHALE แล้ว ก็ถึงเวลาเดินหาของกินซะที!!

 

taipei

 

ที่พักที่เราใช้บริการเป็นโรงแรมที่ค่อนข้างใหญ่และโลเคชั่นดีมากๆๆๆ อยู่ใกล้กับตลาดกลางคืน ซีเหมินติง (Ximending) ย่านช็อปปิ้งที่ดังที่สุดในกระทู้พันทิป 555+ ร้านค้า ร้านขายของละลานตาดี มีตั้งแต่แบรนด์ระดับกลางๆ ไปจนถึงถูก (พวกแบรนด์ High-End ไม่อยู่ย่านนี้นะ) เดินสนุก ไม่คิดมาก นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว (แต่เราไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ ไม่ค่อยชอบ Shopping เพราะช็อตอยู่ 555+) สายกินมากกว่า แต่ระวังของกินประเทศนี้ให้ดี เพราะไซส์มันจะใหญ่มากๆ ถ้าอยากกินหลายๆ อย่างแนะนำว่าซื้อมาแชร์กับเพื่อนดีกว่า ไม่งั้นจะอิ่มหน้าบูดหน้าเบี้ยวอาหารไม่ย่อยกันเลยทีเดียว

 

taipei

 

taipei

 

นอกจากนี้ยังมีอีกตลาดที่เดินโคตรมัน นั่นก็คือ Shilin Night Market (เราอ่านชิหลิน ไม่รู้ถูกไหมนะ) แม่เจ้า! นี่มันมหกรรมอาหาร + งานเหมันต์นครพิงค์เมืองเจียงใหม่ชัดๆ แต่ลดขนาดลงมาให้อยู่ในพื้นที่จำกัด เดินไปเดินมาก็อยากจะนั่งเล่นบิงโกหรือยืนปาลูกดอกลุ้นตุ๊กตาเลยอะ มีความ Offline Mode เบาๆ คงเป็นสถานที่ที่สมัยก่อนคนเขาต้องมาเดตกันบ่อยๆ แน่เลย ไม่รวมถึง Street Food กับร้านเสื้อผ้า รองเท้า บลา บลา ที่เยอะแยะและเบียดเสียดกันไปหมด คือต้องเทคิวให้ที่นี่เลยถ้าจะมาที่นี่ คือหาทางออกไม่เจอ เงินสะพัดมาก

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

อีกที่ที่อยากนะนำคือ Raohe Street Night Market ที่อยู่ติดกับวัด สวยๆ ดีแต่เสียดายมีเวลาเดินน้อยไปหน่อย ได้กินแค่ซาลาเปากับน้ำอ้อย... เราถามคนในพื้นที่นะว่าทำไมไทเปตลาดกลางคืนเยอะจัง เขาก็เล่าว่าเพราะวัดหรือศาลเจ้ายังไงล่ะ เมื่อก่อนวัดคือศูนย์รวมของทุกสิ่ง (เหมือนบ้านเรา) ไม่มีอะไรทำคนก็มาวัด มานั่งคุยพบปะกัน มีโรงให้ทาน แจกอาหาร พอคนเยอะเขาก็มาตั้งร้านขายของกัน เพราะฉะนั้นสองอย่างนี้จะอยู่คู่กันตลอด วัดมาก่อนตลาดตามมาทีหลัง เป็นเหมือนเสน่ห์ของเมืองไปเลย

 

taipei

 

- CITY OF STREET FOOD -

ออกตัวเลยว่ามาทริปนี้ กินชาไข่มุกวันละ 3 เวลา ข้าวไม่อยากกินกันเลยทีเดียว คือเอาจริงๆ นะ ไอ้คำถามแบบวันนี้กินร้านไหนดี มื้อนี้ไปกินร้านไหน แทบจะไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย เพราะ Street Food หรืออาหารรถเข็น อาหารข้างทาง หรือแม้แต่ของกินใน Family Mart ก็คือดีมากๆ แล้ว ยังไม่นับร้านชาไข่มุกที่เปิดทุกๆ 2 เมตรให้เราได้เดินผ่านและเหลียวหลังกลับมา เพราะราคาโคตรใกล้บ้านเราเลย คือลองหมดอะ ท้องอืดท้องเฟ้อเพราะชานมไข่มุกและด้วยความที่ไต้หวันมี Night Market เยอะ ทำให้ Street Food ก็เยอะตามไปด้วย ตรงนี้แหละที่เราเห็นว่าเหมือนพี่ไทยเรามากที่สุด 

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

เรื่องอาหารก็รสชาติไม่ไกลกัน ไม่จีนจ๋าๆ ไม่จืดจ๋าๆ แต่กำลังดี ราคาโอเค มีให้เลือกตั้งแต่ไก่ย่างไม้ละ 10 ไปจนถึงสเต็กจานละ 200 เลยไม่แปลกใจที่คนไทยทำไมถึงแห่กันไปไต้หวัน สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตนอกจากชาไข่มุกแล้ว ร้านไก่ทอด! เฮ้ยเยอะว่ะ แล้วแต่ละร้านคือคิวยาวเป็นหางว่าวเลย ร้านรถเข็นธรรมดานี่แหละ คือตลาดเปิด 5 โมงก็มีคนมาต่อคิวแล้วอะ เจ้าของร้านยังยืนหมักไก่อยู่เลย พอเราเดินกลับมาอีกที (จะซื้อบ้าง) ปลายแถวก็ยาวเป็นงูกินหางหาหางไม่เจอเลยจ้า ทริปนี้เราเลยอดกินไก่ทอด เสียดายมากกก (หนึ่งชิ้นคือแทนข้าว 1 จานอะ ใหญ่และดูอิ่ม) นอกจากนี้ก็มีร้านขายเสี่ยวหลงเปา ซาลาเปา ของปิ้งๆ ย่างๆ เสียบไม้ก็เป็นของที่ได้รับความนิยมตลอดกาลของชาวเอเชียเบ้าหน้าเดียวกัน และร้านน้ำแข็งไสหรือที่เรียกว่า เป่าปิง (Baobing) โคตรฟิน! เข้าทุกร้าน 5555+

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

- CITY OF ART & PARK -

เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดหวัง เลยไม่ได้หาข้อมูลมามากนักเพราะเวลาน้อย แต่ปกติจะชอบหา Gallery หรือ Art Space สวยๆ แล้วไปเดินดู ครั้งนี้ที่โชคดีที่มีเวลาว่างก่อนนั่งบัสไปเที่ยวที่อื่น เลยถามไกด์ชาวไต้หวันว่าใกล้ๆ ที่พักมีอะไรที่เป็น Art Community หรือ Space อะไรมั้ย เขาก็บอกมาชื่อหนึ่งว่า Taipei Cinema Park ไม่รอช้า เราและน้องธัสก็รีบเสิร์ชเลย พบว่ามันโคตรใกล้ที่พักเราเลยนี่หว่า 555+  ก็เลยตกลงกันว่าไปที่นี่แหละ ไปดูบ้านเมืองเขากันหน่อยเวลาประมาณเกือบ 10 โมงเช้าของวันที่ 2 ที่เราได้อยู่ไทเป 

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

จากที่พักที่ PAPA WHALE เราเดินช้าๆ ดูบ้านเมือง เดินถ่ายรูปไปเพื่อไปสถานที่ที่เราเล็งกันไว้ว่าจะไป (ตื่นโคตรสาย 555+) เราค้นพบว่าช่วงสายๆ ของตัวเมืองที่เมื่อคืนเป็น Night Market พอตอนเช้านี่อย่างเงียบเลย คนละโหมดกันชัดเจน เห็นคนทำมาหากินเดินทั่วไป ทุกคนออกมาทำงาน ตำรวจ นักเรียน ถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบเลยทีเดียว เดินยังไม่ทันเหงื่อออก (แต่หิวชามุกมาก) ประมาณ 20 นาทีเราก็ถึง Taipei Cinema Park เฮ้ยดีกว่าที่คิด (ฮา) มันเหมือนตรอกเล็กๆ (เป็นย่านบาร์ที่เดินผ่านเมื่อคืน) ที่ ณ ตอนนี้บาร์ถูกปิดลงและมีงานศิลปะถูกละเลงอยู่บนประตูสังกะสี นำพาเราไปสู่สวนหย่อมขนาดเล็กหย่อมหนึ่งที่เป็นลานไม่กว้างมากนัก แต่วาง Space ได้ดี 

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

เราว่าเขาจัดสรรปันส่วนพื้นที่ได้โคตรดีเลยนะ มันเลยออกมาดูน่ารักกับงานที่ศิลปินแต่ละคนตั้งใจทำออกมา ยังไม่รวมถึงการเพนท์บนผนังหรือกำแพงสูง ที่มันดูดีอะ ถ่ายรูปสวย บรรยากาศก็ดี อยากให้เชียงใหม่มีแบบนี้บ้างจัง...อีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นในไทเปก็คือ สวนสาธารณะใจกลางเมืองขนาดเล็ก คือต้องยอมรับว่าเมืองที่เป็นย่านนักท่องเที่ยวมีแต่ตึกจริงๆ ไม่มีต้นไม้ซักต้น เพราะฉะนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะที่เอาไว้พักผ่อนหย่อนใจมาก

 

taipei

 

taipei

 

เราไปสะดุดตาตู้ไม้อันหนึ่งในสวนที่เขียนว่า Take A Book . Share A Book เหมือนจะเป็นโปรเจ็คท์เล็กๆ ของบางกลุ่มที่อยากทำอะไรให้กับเมือง น่ารักดีนะ ดูส่งเสริมการอ่าน อย่างศิลปะที่อยู่ตามรถไฟฟ้าใต้ดินหรือถนนหนทาง ก็ดูเนียนไม่ขัดหูขัดตา กลมกลืนกันดี

 

taipei

 

- CITY OF HISTORY -

หนึ่งในไฮไลท์ของทริปนี้ก็คือ การไป อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก  (Chiang Kai-Shek Memorial Hall) แลนด์มาร์กของไทเป ประหนึ่งมาเชียงใหม่ต้องไปวัดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อปี 1976 เพื่อเป็นการรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดี นายพล เจียง ไคเช็ก  ผู้ยิ่งใหญ่ เท่าที่เรารู้ประวัติคร่าวๆ ช่วงที่เรียนมัธยมโคตรชอบวิชานี้ (แต่มีปัญหาในการจำตัวเลข และ Timeline) เรารู้ว่าท่านเป็นคนเก่งที่ร่วมกับท่าน ซุน ยัตเซ็น ต่อสู้เพื่อล้มล้างระบบกษัตริย์สมัยซูสีไทเฮา และเราก็รู้เรื่องพวกนี้มาบ้างจากการดูภาพยนตร์เรื่อง The Last Emperor และอ่าน Wiki เรื่อยเปื่อย

 

taipei

 

taipei

 

บุคคลคนนี้มีผลต่อการสร้างประเทศไต้หวันเป็นอย่างมาก เพราะการต่อสู้กับฝั่งคอมมิวนิสต์สมัยเหมาเจ๋อตุง ทำให้ท่านต้องมาอาศัยอยู่ที่เกาะไต้หวันที่เคยเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น แต่ ณ ตอนนั้นจีนได้ยึดกลับคืนมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน ตั้งแต่ คศ. 2438 - 2488 นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ใครหลายคนบอกว่าไต้หวันมีความคล้ายญี่ปุ่น) และก่อร่างสร้างตัวด้วยระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยจนมาถึงทุกวันนี้ ขอบอกว่าประวัติศาสตร์ด้านนี้มีความซับซ้อนและเยอะมาก เพราะเป็นสงครามที่ยาวนาน

 

taipei

 

และเราโชคดี (อีกแล้ว) ที่มีไกด์ไต้หวันที่สามารถพูดไทยได้ อธิบายให้เราฟังอย่างละเอียด จะเรียกว่าเทิดทูนก็ได้ แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้คือเขาเคารพท่านจริงๆ เหมือนที่เราเคารพรัก ในหลวง ร.9 ของเรา เพราะฉะนั้นสถานที่นี้ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ใครหลายๆ คนน่าจะมา แต่ถ้าไม่ใช่สายนี้จริงๆ ก็ผ่านไปเลยก็ได้ อาจจะไม่อิน แต่อยากให้มาดูนะ อย่างน้อยก็มาดูตอนทหารเปลี่ยนกะ โคตรเท่เลย

 


Stay - ที่พักแนะนำ!

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

Hotel PAPA WHALE – บอกเลยว่าถ้าพักที่นี่ นอกจากข้อดีคือใกล้ตลาดซีเหมินติงแล้ว ใครชอบงานออกแบบหรือชอบที่พักสวยๆ จะต้องปลื้มมากแน่ๆ เราชอบการจัด Space ของโรงแรมปลาวาฬสีน้ำเงินแห่งนี้ พื้นที่ส่วนรวมที่เป็นห้องสมุดก็กว้างขวาง มีร้านชาบูและน้ำแข็งใสขนาบข้าง แถมด้านล่างโรงแรมยังเป็นบาร์เบียร์คราฟท์ชื่อ Driftwood ด้วยนะ!!

 


ย่านแนะนำ!!

 

taipei

 

taipei

 

taipei

 

Yongkang Street (ถนนหย่งคัง) – อยู่ใกล้ตึก Taipei 101 นี่มันคือที่ของเรา! อยากอยู่ที่นี่ทั้งวัน เป็นความรู้สึกจริงๆ ของการได้มาเดินย่านนี้ตอนกลางวัน ความชิค ความเก๋ คาเฟ่ ไอติม Zakka Shop ขายของกระจุ๊กกระจิ๊ก ของกิน ชาไข่มุก น้ำแข็งไส บะหมี่ เสี่ยวหลงเปา Everything จิงกะเบลคือมารวมอยู่ที่นี่ ไม่พูดมาก เจ็บคอ ให้มาเดินเอง 555+

 

ทริปนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากสายการบิน แอร์เอเชียผู้ใจดีไม่พามา ออกตัวเลยว่าเป็นคนหนึ่งที่ใช้สายการบินนี้มาอย่างประจำและต่อเนื่องมาตลอด เพราะเวลาไปเที่ยวที่ต้องเดินทางไปจากเชียงใหม่ บางทีเราก็ไม่สะดวกที่จะต้องลงไปต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นคนเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่น่าอิจฉามากกกก ที่สายการบินนี้เปิดเส้นทางการบินตรงไปต่างประเทศที่หลากหลายมากๆ ที่เราพอจะสู้ราคาไหวและนำพาชีวิตของตัวเองออกไปเจอสิ่งแปลกใหม่ นี่ไม่ได้อวยนะ แต่อยากให้เส้นทางบินนี้อยู่ไปนานๆ อยากไปอีก

 

เส้นทางบินตรง เชียงใหม่ – ไทเป – เชียงใหม่ มีบิน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ คือ วันอังคาร / พุธ / ศุกร์ / อาทิตย์ (เป็นเหตุผลว่า 3 วัน 2 คืน คือเวลาอย่างต่ำที่คุณจะได้เที่ยวที่ประเทศนี้) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.airasia.com 

 

taipei

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai