Skip to main content

ANNAPURNA CIRCUIT PART 2 : เรื่องราวของความฝันที่ยังค้างคา...ผ่านกล้องฟิล์ม

107

จากตอนที่ผ่านมา ผมและเพื่อนอีก 5 ท่าน เดินทางจากประเทศไทยมุ่งสู่ประเทศเนปาล ในภารกิจแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และตามหาความฝันที่ยังค้างคา ภารกิจในครั้งนี้ เราทั้ง 6 คนเลือกเส้นทาง Annapurna Circuit  ในการเดิน Trekking เพื่อหาแรงบันดาลใจ และเลือกโรงละครแห่งหนึ่งในเมืองกาฐมาณฑุ เป็นสถานที่จัดแสดงงาน

 

การที่เราทั้ง 6 คนมีความชอบความถนัดกันคนละแบบ ระหว่างการเดินทางในครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และเรื่องราวที่น่าจดจำมากมาย...

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[ที่ร้านน้ำชาก่อนถึง thorung la pass]

 

******************************

 

เช้าวันที่ 7 ของการเดินทาง

 

ผลของการผจญภัยอันหนักหน่วงมาหลายวัน ทำให้การนอนของผมในคืนที่ผ่านมาสมบูรณ์แบบ คือหลับยาวแบบม้วนเดียวจบจนถึง 6 โมงเช้า เมื่อผมลืมตาขึ้นมา ภาพที่ลอดมาจากหน้าต่างทำให้ผมตื่นเต้น “หิมะกำลังตกๆๆๆ” (ผมบอกกับตัวเอง) ภูเขาและทุ่งกว้างถูกหิมะปกคุมจนขาวโพลน ไกลออกไปที่ยังพอจะเห็นด้วยตาเปล่า กวางป่าเขาโง้ง 2 ตัว เดินหันไปมาอย่างระวังตัว คล้ายภาพวาดในเทพนิยาย ผมตั้งสติว่านี่เป็นความฝันหรือความจริง (เกิดมาผมเพิ่งเคยเห็นหิมะตกจริงๆ เป็นครั้งแรก) เช้านี้จึงเป็นเช้าที่วิเศษวันหนึ่งของชีวิตผม ผมหันไปกระซิบบอกคุณอ๋อง (ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ) ที่นอนเตียงถัดไปว่า “หิมะตกๆ” เสียงที่ลอดออกมาจากถุงนอนตอบกลับมาอย่างเฉยชาว่า “ผมเห็นที่รัสเซียจนเบื่อแล้วพี่!”

 

ผมรีบแต่งตัวเดินออกไปถ่ายรูป ขณะนั้นทุกหลังคาเรือนในหมูบ้านต่างปิดประตูหน้าต่าง ไม่มีเสียงของสิ่งมีชีวิต๖ใดๆ เล็ดลอดออกมา มีเพียงควันไฟจากปล่องควันเท่านั้นที่แสดงว่าบ้านหลังนั้นมีผู้อยู่อาศัย ผมเดินวนถ่ายรูปรอบๆ หมู่บ้าน ปล่อยให้หิมะตกใส่ตัวเองจนเสื้อเดินป่าเริ่มเปียกจึงหยุดกิจกรรม ห่างออกไป คุณจุ๋ยจุ๋ยส์ก็กำลังเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปและเล่นกับหิมะเช่นกัน ส่วนคุณน้อยพ่อครัวยังนอนซุกอยู่ในถุงนอน บ่นว่าปวดหัว หายใจลำบาก ไม่สนใจไยดีกับสิ่งรอบข้าง ขณะที่คุณโอ๋และคุณหมีก็ง่วนอยู่กับอุปกรณ์บันทึกภาพ

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[landslide ช่วงนี้ต้องระวังอาจตกม้าตาย เพราะโดนก้อนหินถล่มทับ]

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[thorong base camp]

 

คืนที่ผ่านมาพวกเราเจอขุมทรัพย์ นั่นคือซุปไก่ก้อนที่เจ้าของที่พักเก็บไว้ใช้เอง มื้อเช้านี้คุณน้อยจึงรังสรรค์ต้มจืดรวมมิตรที่อร่อยที่สุดในจักรวาลให้พวกเราได้ทานกัน

 

เช้านี้เราไม่รีบเร่ง ปล่อยกายใจให้ล่องลอยเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติรอบกาย จุดหมายของเราในวันนี้คือ Manang (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,535 เมตร) ตรงนี้คือจุดศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวจากหลายๆ เส้นทาง ส่วนมากนักเดินทางนิยมหยุดพักกันที่นี่อย่างน้อย 2 - 3 คืน เพื่อปรับตัวให้ชินกับอากาศและความสูง ก่อนที่จะพิชิตยอดเขาต่างๆต่อไป

 

วันนี้เราได้ผู้นำทางเพิ่มมาหนึ่งตัว มันคือสุนัขจรจัดสีดำตัวน้อยน่าตาเป็นมิตร หลังจากการสอบถามจากเจ้าของที่พัก มันเดินมาตัวเดียวมาจากหมู่บ้าน Upper Pisang อาศัยหากินกับนักท่องเที่ยว และไม่มีใครรู้ชื่อของมัน พวกเราจึงตั้งชื่อให้มันว่า Pisang

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[ขบวนม้าต่างยังมีให้เห็น]

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[คุณน้อยพ่อครัวหนวดยาว นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ]

 

เช้านี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เดินบนทางที่มีหิมะปกคุม มันจึงมีความตื่นเต้นผสมกับความประหม่า บางช่วงของทางเป็นดินนิ่มๆ ที่ทำให้พวกเราสะดุดเสียหลักอยู่บ่อยครั้ง ไหล่ทางบางช่วงดินถล่ม ทางจึงแคบแทบจะเดินไม่ได้ บางช่วงเราต้องปีนป่ายลัดเลาะหาเส้นทางใหม่ๆ วันนี้พวกเราลงความเห็นกันว่าจะค่อยๆ เดินกันแบบชิลล์ๆ เพราะระยะทางในการเดินของวันนี้นั้นไม่ไกล ค่อนข้างเดินสบายกว่าวันก่อนๆ 

 

พวกเราแวะทานมื้อเที่ยงกันที่หมู่บ้าน Bhraga (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,450 เมตร) ณ ที่นี้ พวกเราต่างมีความสุขที่ได้ทานเบอร์เกอร์ไก่ และเจอสัญญาณ WiFi! แต่วันนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนของใครคนหนึ่งในกลุ่มพวกเรา ซึ่งผมจะได้กล่าวในลำดับต่อไป

 

เจ้า Pisang ยังคงมอบรอยยิ้มให้กับพวกเรา จนทุกคนต่างแย่งกันเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ป้อนข้าวป้อนน้ำเอาใจ โดยเฉพาะคุณน้อยที่หลงรักจนถึงขั้นวางแผนหาข้อมูลนำตัวเจ้า Pisang กลับเมืองไทย!!!!!

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[บริเวณนี้ทั้งหนาว ทั้งเหนื่อย และ ลื่นสุดๆ]

 

******************************

 

ก่อนค่ำ พวกเราเดินถึงจุดหมายกันแบบงงๆ บ้านเรือนร้านค้าต่างปิดเพราะเป็นช่วง Low Season บรรยากาศยังคงเดิมเหมือนเมื่อ 8 ปีก่อน แปลกไปก็ตรงที่ม้าและลาหายไป พวกมันถูกแทนที่ด้วย Jeep และมอเตอร์ไซค์วิบากสายพันธ์อินตะระเดีย

 

ใครคนหนึ่งในกลุ่มถามหาเจ้า Pisang หมาน้อยนำทาง พวกเราต่างแยกกันออกตามหา 1 ชั่วโมงผ่านไป ผมเจอมันกำลังเดินสั่นหางเลียขานักท่องเที่ยวสาวชาวยุโรป และหันมามองผมอย่างไม่ไยดี…

 

Ghale Guesthouse & Restaurant คือที่พักของพวกเราตลอด 3 วัน นับตั้งแต่วันนี้ บ้านดินสองชั้นที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี! ที่พักแห่งนี้อบอุ่น มีเสน่ห์น่าหลงใหล Rakshi เหล้าท้องถิ่นถูกเสิร์ฟมาให้พวกเราทุกคน และเมื่อเจ้าของที่พักยินดีให้พวกเราใช้ห้องครัว เราจึงมีความคิดว่าตลอดสามวันนี้ เราจะทำอาหารทานกันเอง

 

น้อย, คุณอ๋อง, คุณจุ๋ยจุ๋ยส์ และผม เดินเสาะหาร้านขายเนื้อสัตว์และผักผลไม้ ในที่สุดเราก็พบร้านค้าร้านหนึ่งที่ซุกตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ภายนอกดูแทบไม่ออกว่าเป็นร้านขายของ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป พวกเราต่างตะลึงกับสินค้านานาชนิดที่กองเป็นภูเขาเลากา สินค้าภายในร้านมีไม่ต่างจากในเมืองข้างล่าง Dinner วันนี้ทุกคนจึงเปรมกันทั่วหน้า

 

ใกล้ค่ำ อากาศเริ่มลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ลมแรงขึ้นจนผมไม่สามารถยืนอยู่นอกอาคารได้ ที่มุมห้องรับแขก ผมเหลือบเห็นคุณหมี (หนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมเดินทาง) กำลังนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจอยู่ที่พื้น ใบหน้าของเขาดูไม่ปกติ หลังจากการสอบถามจึงรู้ว่าเขาไม่สบาย มีไข้และท้องเสีย ค่ำคืนนั้นอาการของคุณหมีก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเขาขาดน้ำอย่างรุนแรง อาการแพ้ความสูง (AMS : Acute Mountain Sickness) จึงแทรกเข้ามาสมทบ (อย่างที่ผมเคยบอกไว้ การอยู่ในที่สูงควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 4 ลิตรต่อวัน)

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[เด็กน้อยชาว manang ผู้แข็งแรง]

 

พวกเราลงความเห็นว่าควรนำตัวเขาไปตรวจที่คลินิกขององค์กร ACAP (Annapurna Conservation Area Project) หลังจากการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด คุณหมออาสาสมัครชาวอเมริกันลงความเห็นว่าคุณหมีมีอาการอาหารเป็นพิษขั้นรุนแรง แถมด้วย AMS กลางดึกคืนนั้นทั้งที่ทานยาตามที่หมอสั่ง แต่อาการของคุณหมีกลับมีแต่จะแย่ลง เช้าวันต่อมาพวกเราพาเขากลับไปให้คุณหมอที่คลินิกตรวจอีกครั้ง หมอและผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนเขาหลายท่านประชุมลงความเห็นให้คุณหมีหยุดการเดินทาง และรีบกลับไปรักษาตัวที่เมืองกาฐมาณฑุโดยด่วน หลังจาการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลเนปาล สรุปว่าวันรุ่งขึ้นจะมีเฮลิคอปเตอร์จากเมืองหลวงมารับเขากลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของรัฐ โชคดีที่ก่อนการเดินทางพวกเราทุกคนได้ซื้อประกันชีวิตกันไว้ ไม่อย่างนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายร่วม 250,000 บาท ในการอพยพ!!!!

 

ตลอดทั้งวัน ผมใช้เวลาไปกับการเดินขึ้นลงที่สูง เพื่อปรับร่างกายให้พร้อมกับการเดินในวันถัดไป ระหว่างทางผมพยายามสืบเสาะหาลูกหาบคนเดิมของผมเมื่อ 8 ปีก่อน โดยมีรูปของเขาเพียงใบเดียวที่ติดมาจากเชียงใหม่ และแล้วผมก็ได้พบกับเขาที่หมู่บ้านถัดไป Mr. Thapkey หนุ่มน้อยร่างกายกำยำเมื่อ 8 ปีก่อน บัดนี้กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวอายุ 30 ปี แต่งงานมีครอบครัว มีลูกสาว และเป็นเจ้าของร้านน้ำชาเล็กๆ ตั้งอยู่บนหน้าผาที่ใครผ่านไปมาต้องแวะชมวิว เราทั้งสองดีใจมากที่ได้พบกันอีกครั้ง ผมเคยสัญญากับเขาว่า ถ้าผมได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เขาเท่านั้นที่จะเป็นลูกหาบของผม หลังจากการพูดคุยกันอย่างออกรส เขายินดีที่จะเดินข้าม Thorong La Pass (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,416 เมตร) ไปกับพวกเรา พร้อมกับจะนำม้าไปด้วยอีก 1 ตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เผื่อใครก็ตามเกิดป่วยหรือประสบเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

 

วันรุ่งขึ้นพวกเราทั้ง 4 คนเดินไปส่งคุณโอ๋และคุณหมีที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายหมูบ้าน เวลายังเช้า เฮลิคอปเตอร์ยังมาไม่ถึง เพื่อประหยัดเวลา พวกเราจึงร่ำลาพวกเขา และนัดหมายว่าจะเจอกันอีกครั้งใน 6 - 7 วันข้างหน้า

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[มองไปทางไหนก็ หิมะๆ]

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[มิตรภาพระหว่างทาง]

 

******************************

 

เราทั้ง 4 คนกับ Mr. Thapkey และม้า 1 ตัว เดินไต่ความสูงอย่างไม่ลดละ ทุกก้าวสัมพันธ์กับการหายใจเข้าออก คล้ายกับการทำสมาธิไปในตัว

และก็เป็นไปตามคาด พวกเราเริ่มเดินกันช้าลงๆ และเหนื่อยง่าย เหตุเพราะว่า ขณะนี้พวกเราอยู่ในจุดที่มีออกซิเจนให้หายใจเพียงแค่ 62%!!! เรายังใช้เวลาไปกับการถ่ายรูปและทบทวนความคิดในจิตใจของเรา ต่างเดินห่างกันตามความสามารถของแต่ละคน

 

สายวันนี้ท้องฟ้าสีคราม  ลมพัดแรง อุณหภูมิระดับเลขตัวเดียว นกแร้งกลุ่มใหญ่บินวนส่งเสียงหวีดหวิวน่าสะพรึงกลัว

 

Mr. Thapkey และม้าคู่ใจเดินลับไปกับไหล่เขา ทุกๆ 1 ชั่วโมงพวกเราจะเจอเขาที่จุดพัก ผมเริ่มปวดหัว ปากแห้ง ส่วนคนอื่นๆ ต่างเงียบเก็บอาการ ตลอดทางผมพบเจอนักท่องเที่ยวไฟแรงหลายท่านเดินสวนกลับลงมา ทั้งที่พวกเขาเดินนำเราไปเมื่อ 1 - 2 วันก่อน สภาพร่างกายและหน้าตาของแต่ละคนดูไม่สดชื่น ซึมเศร้าคล้ายคนป่วย ผมคิดในใจว่า AMS คงเล่นงานพวกเขาแล้วแน่ๆ

 

ระหว่างทางผมพบชาวบ้านจำนวนมากกำลังปีนหน้าผาเพื่อหาสมุนไพรที่ชื่อ ‘ยักซ่ากุมบู’ เพื่อนำไปขายให้พ่อค้าคนกลาง สิ่งนี้มีสรรพคุณโด่งดังว่าเป็นยาเสริมพละกำลังทางเพศ และยังรักษาโรคภัยอีกมากมาย ราคานั้นจึงแสนแพง

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[ห้องนอนถายในบ้านดินอายุ500 ปี]

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[ห้องนี้ผมหายใจไม่ออกเกือบตายเมื่อ 8 ปีก่อน]

 

จุดหมายของเราในวันนี้คือ Yak Kharka (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,110 เมตร) เมื่อเรามาถึงที่พัก อากาศนั้นหนาวถึงระดับติดลบ 2 องศา สิ่งเดียวที่บรรเทาความหนาวได้คือเตาผิงกลางห้องอาหาร ที่มีเชื้อเพลิงเป็นอึ Yak ตากแห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียวที่หาได้ในความสูงระดับนี้ คืนนั้นผมตื่นบ่อย 4 - 5 ครั้ง คงเป็นเพราะออกซิเจนที่เริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ ทำให้ผมหายใจลำบาก

 

เช้าวันต่อมา เรารีบทานอาหารเช้าแล้วมุ่งหน้าสู่ Thorong Phedi (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,420 เมตร) ระหว่างทางผมยังพบเจอนักท่องเที่ยวเดินสวนลงมา บางคนเดินข้ามมาจากอีกฝั่ง บางคนป่วยไม่สามารถเดินขึ้นไปต่อได้จนต้องแบกหามกัน

 

4 ชั่วโมงผ่านไป เราเดินมาถึง Thorong Phedi จุดนี้เหละที่ผมเกือบเสียชีวิตเมื่อ 8 ปีก่อน หลังมื้อเที่ยงเราตัดสินใจเปลี่ยนแผน เดินขึ้นไปพักที่ High Camp (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,850 เมตร) ระยะทางนั้นเพียงแค่ 705 เมตรจาก Thorong Phedi แต่กลับใช้เวลาเดินถึง 3 ชั่วโมง เพราะทางนั้นทั้งชันและคดเคี้ยว ที่ High Camp ช่วงนี้นักท่องเที่ยวบางตา

 

คืนนี้พวกเราทั้ง 4 คนตัดสินใจนอนรวมกันในห้องเดียว เพื่อที่ว่าหากใครป่วยจะได้ดูแลและช่วยเหลือกัน กลางดึกของคืนนั้นที่ High Camp ผมมีอาการเหงื่อแตกทั้งตัว ทั้งที่อากาศอุณหภูมิติดลบ 10 องศา ขนาดน้ำในแก้วที่วางไว้ริมหน้าต่างยังกลายเป็นน้ำแข็ง ผมเริ่มเวียนหัว โลกรอบข้างเริ่มหมุนช้าๆ กลับไปกลับมา ภาพผนังเริ่มหลอนบิดเบี้ยว หายใจสั้นๆ ไม่เต็มปอด AMS กำลังเล่นงานผม ผมพยามลุกชันตัวขึ้นช้าๆ เพื่อนั่งสมาธิ และอธิษฐานตามคำสอนของศาสนาคริสต์ที่ผมนับถือ นานเท่าใดไม่ทราบผมถึงม่อยหลับไปจนถึงเช้า

 

ตี 5 เสียงคุณน้อยเรียกผมและทุกคนตื่น ผมดีใจที่ตัวเองยังไม่ตาย...

 

******************************

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[คุณอ๋อง ผู้แข็งเกร่งประจำทริป]

 

เช้าวันนี้ที่ High Camp บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนอยู่นอกโลก อากาศขมุกขมัว หมอกหนา ลมพัดเบาๆ คุณอ๋องผู้เดินผ่าน Thorong Pass มาแล้วถึง 2 ครั้ง แนะนำให้พวกเรารีบออกเดินทางตามตารางของ ACAP เนื่องจากจะต้องเดินข้าม Pass ก่อน 10 โมงเช้า เพราะหลังจากนั้นลมจากช่องเขาจะพัดแรงมาก จนยากต่อการเดินทางและอาจเกิดอันตรายได้

 

วันนี้ต่างคนต่างเดินเอาตัวรอดตามกำลังของตัวเอง เราทั้ง 4 คนเดินห่างกันพอเห็น สองข้างทางเป็นหิมะขาวโพลน สลับผาหินอันสูงชัน แสงแดดที่สะท้อนหิมะอาจทำให้ตาบอดชั่วคราวได้ถ้าไม่สวมแว่นตากันแดดคุณภาพดี ระหว่างทางผมลื่นเสียหลักสองครั้งตรงทางเดินแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง ด้านซ้ายมือเป็นผาที่ไม่มีสิ่งใดให้ยึดเกาะ ส่วนด้านขวาล่างลงไปเป็นเหวลึก คิดในใจว่าถ้าตกลงไปคงไม่รอด ดีที่ผมสักเกตรอยเท้าม้าแล้วเดินทับตามมันไป ผมจึงรอดมาได้ (ลองนึกภาพเราใส่รองเท้าหนังพื้นเรียบแข็งเดินบนลานไอซ์สเก็ต)

 

หัวใจผมเต้นรัวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆ ที่ผมเดินด้วยความเร็วเทียบเท่ากับเต่าตัวหนึ่ง กำลังเริ่มหดหาย ผมทำได้แค่เพียงดื่มน้ำและกำหนดลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ผมแวะฉี่ กล้ามเนื้อทุกส่วนจะตึงคล้ายมีใครมากอดรัดตัว แต่เมื่อเริ่มออกเดิน ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม หลายชั่วโมงผ่านไป ผมเริ่มตามัว กัดฟันก้มหน้าเดิน ไกลออกไปผมเห็นธงภาวนาโบกสะบัดต้านลม จึงรู้แน่ชัดว่าจุดหมายนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว กำลังใจของผมเริ่มกลับมา คุณน้อยยืนรอผมที่หินก้อนโต ส่วนคุณจุ๋ยจุ๋ยส์และคุณอ๋องยืนยิ้มรอผมที่จุดหมาย

 

ANNAPURNA CIRCUIT, Contax TVS

[และ แล้ว  dream come true]

 

น้ำตาผมไหลออกมาเองเมื่อเท้าของผมได้สัมผัสจุดที่ผมใฝ่ฝันมานานหลายปี Thorong la Pass, Thorong la Pass, Thorong la Pass ผมทำได้แล้ว!

** เรื่องยังไม่จบ - ต่อจากนี้เราทั้ง 4 คนยังต้องเดินทางกลับไปสมทบกับคุณโอ๋และคุณหมีที่เมืองกาฐมาณฑุ ซึ่งระหว่างทางนั้นยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกมากมาย

 

โปรดติดตามตอนต่อไป... 

 

เรื่อง / ภาพ : SHAKY3345

Camera : Contax TVS

Film : Ilford Pan 100

 

อ่านตอนที่ 1 : http://www.hipthailand.net/travel/around-world/700

 

ขอขอบคุณ : บุญรอดบริวเวอรี่, Triumph, Warm Up Cafe, ThaChang Cafe, Aiya Cafe, Ristr8o, ComPeung, Box Hostel n Cafe, ฟิล์มนิยม, NN Camera และ RAAW coffee bar ที่ร่วมสนับสนุนให้เกิดการเดินทางในครั้งนี้

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai