Skip to main content

บันทึกการเดินทาง ‘บินตรง’ CHIANGMAI - HANOI

139

cm hanoi 1

 

บันทึกการเดินทาง ‘บินตรง’ 

CHIANGMAI - HANOI

 

 

เส้นทางบินเปิดใหม่ของสายการบิน Bangkok Airways ที่บินตรงจากเชียงใหม่ไปยังฮานอย น่าจะเป็นเส้นทางที่ถูกใจนักเดินทางจากเชียงใหม่ที่อยากจะไปเที่ยวเวียดนามภาคเหนือมากทีเดียว เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ จากเชียงใหม่บินตรงประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงฮานอย ที่สำคัญคือ ราคาบินไป - กลับรวมทุกสิ่งอย่างแล้ว 7 พันกว่าบาทไทยเท่านั้นเอง, เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทาง Bangkok Airways ชวน HIP ให้ร่วมทริปเดินทางไปกับคณะสื่อมวลชนจากเชียงใหม่กลุ่มเล็กๆ ในเส้นทางบินนี้...และนี่คือ ‘บันทึก’ ถึงการเดินทางครั้งนี้

 

cm hanoi 2

 

cm hanoi 3

 

cm hanoi 4

 

 

อาทิตย์ 22 เมษายน 2561

Bangkok Airways เที่ยวบิน PG995 บินจากสนามบินเชียงใหม่ เวลา 09:55 น. ประมาณเที่ยงวัน ก็มาถึงสนามบิน Noi Bai ที่ฮานอยแล้ว, ผมเองเคยมาฮานอยแล้ว 2 ครั้งตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่มาครั้งนี้สนามบินนานาชาติแห่งนี้ของฮานอยเปลี่ยนไปมาก ใหญ่โต ดูโอ่อ่ากว่าแต่ก่อนเยอะ ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะการท่องเที่ยวของเวียดนามนั้นมาแรงมากๆ ดังนั้นการวางแผนรองรับนักเดินทางจึงมีความสำคัญมาเป็นอันดับแรกๆ (ไม่อยากนึกเปรียบเทียบกับสนามบินเชียงใหม่)หลังจากผ่าน ตม. และรับกระเป๋าออกมาแล้ว สองสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องทำให้เรียบร้อยเห็นจะเป็น แลกเงิน และ ซื้อซิมโทรศัพท์สำหรับใช้งานอินเตอร์เน็ต ผมใช้เงิน 2,000 บาทไทย แลกเงินมา 1,438,000 ด่งเวียดนาม จากสนามบิน, คณะทัวร์แวะร้านอาหารเวียดนามในฮานอย แต่เหมือนหลายคนในทริปจะจดจำรสชาติของเบียร์ Bia Ha Noi ได้มากกว่ารสชาติอาหารมื้อแรก หลังจากนั้นก็นั่งบัสยาวเพื่อไปนอนที่เมือง Ha Long เพราะวันรุ่งขึ้นเรามีโปรแกรมที่จะเที่ยวชมอ่าว Ha Long Bay จากฮานอยไปฮาลอง ระยะทางราว 160 - 170 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง (เพราะกฎหมายเวียดนามในเรื่องจำกัดความเร็ว) บนรถบัส ไกด์หนุ่มชาวเวียดนามเชื้อสายจีนที่พูดไทยเกือบคล่อง เล่าเรื่องเวียดนามตามสไตล์การท่องเที่ยวแบบที่มีไกด์ เขาเล่าให้พวกเราฟังหลายเรื่อง เช่นว่า ในเร็ววันนี้การเดินทางด้วยรถบัสจากฮานอยไปฮาลองจะใช้เวลาน้อยลงเกือบ 1 ชั่วโมง เพราะไฮเวย์เส้นใหม่จะเสร็จ, จริงๆ แล้วไฮสปีดเทรนจากฮานอยไปฮาลองจะต้องเสร็จใช้งานได้แล้ว แต่รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกไม่ให้จีนทำต่อ เพราะดูแล้วท่าจะไม่เวิร์ค เลยเปลี่ยนไปให้ญี่ปุ่นทำแทน อีกสัก 2 ปีคงจะเสร็จใช้งานได้ (อ่าว - ได้ข่าวว่าไฮสปีดเทรนเมืองไทย ใช้จีน!) เรื่องสนุกจากไกด์ที่ผมอยากเล่าต่อก็คือ เขาบอกว่าในเวียดนามมีอยู่ 4 อย่างที่หาดูได้ค่อนข้างจะยาก, อย่างแรกคือ ขอทาน ไกด์บอกว่า คนเวียดนามจะไม่ขอทาน เพราะถือว่าเสียศักดิ์ศรี อย่างที่สองคือ หมา ไกด์ไม่ต้องพูดอะไรมาก เราพอรู้ๆ กันอยู่ว่าคนเวียดนามเขากินหมา ดังนั้นก็จะไม่ค่อยเห็น, อย่างที่สามคือ คนอ้วน... เออ จริงแฮะ ที่เคยมาเวียดนามครั้งก่อนๆ ผมก็แทบไม่เห็นคนอ้วนเลย และอย่างสุดท้ายที่ไกด์บอกว่าหายากในเวียดนามก็คือ คนติดยาเสพติด เพราะรัฐบาลเอาจริง จับหมด โดยเฉพาะคนขายนี่โทษหนักมาก (ทำไมในบ้านกรูมันเยอะจัง จับเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที)เรามาถึงโรงแรม Novotel Ha Long Bay กันตอนเย็นๆ เป็นโรงแรมที่เคยอยู่ติดทะเล แต่ตอนนี้ไม่ติดแล้ว เพราะฮาลองถมทะเลให้เป็นแผ่นดิน เพื่อสิ่งก่อสร้างสำหรับเมืองท่องเที่ยว สำหรับผม เมืองนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อ 11 - 12 ปีก่อน ที่ผมมาฮาลองเบย์ครั้งแรก เพราะว่าฮาลองเบย์ในสมัยนั้น ยังไม่มีโรงแรมใหญ่โต ยังไม่มีสะพานเชื่อมเกาะ ยังไม่มีกระเช้าลอยฟ้าและสวนสนุกขนาดใหญ่ และเร็วๆ นี้ฮาลองเบย์จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกมากมาย เพื่อให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของเวียดนามทางภาคเหนือคืนนั้นมีโอกาสได้เข้าร้านเซเว่นที่ฮาลอง พวกเราส่วนมากสมัครใจทดลองรสชาติของเบียร์กระป๋องเวียดนามหลากยี่ห้อว่าแตกต่างกันยังไงบ้าง (ราคาเบียร์ 20,000 และ 25,000 ด่ง/กระป๋อง ก็ราวๆ 30 - 35 บาท)

 

 

cm hanoi 5

 

cm hanoi 6

 

cm hanoi 7

 

จันทร์ 23 เมษายน 2561

ผมตื่นเช้า และพบว่าฝนลงโปรยปราย แต่ไหนๆ ก็ติดรองเท้าวิ่งมาด้วยแล้ว เลยออกมาวิ่งบนถนนฝั่งตรงข้ามโรงแรมที่พัก ซึ่งมีทางเดินเท้ากว้างขวางให้วิ่ง แต่ด้วยที่แถวๆ บริเวณนั้นยังเป็นพื้นที่ก่อสร้างอยู่เยอะ และพื้นถนนที่เปียก จึงทำให้วิ่งไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นัก กะระยะวิ่งไปกลับสัก 6 กิโลเมตรก็กลับมาโรงแรมอาบน้ำและกินอาหารเช้า เห็นอาหารเช้าที่ Novotel Ha Long Bay แล้วบอกเลยว่า ที่นี่จัดมาเต็มและน่ากินทุกอย่าง 09:00 น. ออกจากโรงแรมไปท่าเรือ เพื่อล่องเรือชมอ่าวฮาลองเบย์ แม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจนัก ตลอดเวลาที่อยู่บนเรือ เพราะครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอด แต่เราก็ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามของอ่าวแห่งนี้ ผมเองเคยลงเรือมาเที่ยวอ่าวนี้แล้ว ก็ให้รู้สึกถึงอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก เวลา 10 ปีเหมือนจะไม่นาน แต่เวลาเปลี่ยนอ่าวฮาลองเบย์ไปมาก พวกเรากินมื้อกลางวันกันบนเรือ ซึ่งเน้นไปที่อาหารซีฟู้ดแบบเวียดนาม และเป็นอีกมื้อที่ผมรู้สึกว่าเบียร์กระป๋องเย็นๆ สัญชาติเวียดนาม รสชาตินุ่มและเข้ากับอาหารทะเลได้ดีเย็นวันนั้นโรงแรม Novotel เลี้ยงบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ บอกได้เลยว่าอร่อยหลายอย่าง แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็หาข้ออ้างว่ามาเดินชมราตรีบนถนนท่องเที่ยวใกล้ๆ โรงแรม เพราะจริงๆ แล้ว ดูเหมือนว่าเราอยากจะเทสต์รสชาติเบียร์เวียดนามกันต่อมากกว่า

 

 

cm hanoi 8

 

cm hanoi 9

 

cm hanoi 10

 

cm hanoi 11

 

อังคาร 24 เมษายน 2561

ตื่นเช้ามาก เพราะต้อง Check Out ออกจากโรงแรม 07:00 น. หลายคนเตรียมตัวขึ้นไปหลับต่อบนรถบัส วันนี้ตามโปรแกรมช่วงเช้าจะพาไปเที่ยวภูเขาเยนเต๋อ (Yen Tu Moutain) และพาชม M Gallery Hotel โรงแรมใหม่ในกลุ่ม Accor Hotels ที่กำลังจะเปิดให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เวลาเดินทางจากฮาลองไปเยนเต๋อ ราวๆ 1.30 ชั่วโมง ทีแรกคิดว่าจะหลับ แต่เมื่อออกนอกเมืองฮาลอง นั่งมองถนนและวิวข้างทางแล้ว ผมกลับไม่หลับ ในใจคิดว่าเส้นทางนี้ช่างน่าปั่นจักรยานซะจริง เห็นทีปลายปีนี้จะต้องหาเวลากลับมาพร้อมกับจักรยานทัวริ่งกับเพื่อนร่วมปั่นสัก 3 - 4 คันก่อนขึ้นภูเขาเยนเต๋อ ก็ได้ไปชม M Gallery กันก่อน แม้ว่าตัวที่พักจะยังไม่เสร็จ แต่เท่าที่เห็นบอกได้เลยว่า สวยงามและมีสไตล์มาก แล้วยังมีที่พักทั้งแบบโรงแรมและโฮสเทลห้องรวมราคาไม่แพงให้เลือกใช้บริการเยนเต๋อเป็นภูเขาสูง มีวัดและพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่บนภูเขา การขึ้นภูเขาเยนเต๋อ จะมีกระเช้าลอยฟ้าไว้ให้บริการถึง 2 ช่วง แต่ถึงแม้จะมีกระเช้า พวกเราก็ต้องเดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน แต่เมื่อได้ขึ้นไปด้านบน แล้วมองเห็นธรรมชาติกับวิวพาโนราม่าโดยรอบ ความเหนื่อยเมื่อยก็เหมือนจะหายไป เสียดายอีกทีเวลาของเรามีน้อยไป ผมบอกกับ ฟ้า นักข่าวหนุ่มที่เดินมาด้วยกันว่า ถ้ามีเวลามากกว่านี้ เราน่าจะให้รางวัลตัวเองด้วยการซื้อเบียร์เย็นๆ สักกระป๋องจากเพิงร้านค้าบริเวณนั้น นั่งละเลียดดูวิวข้างบนนี้ ตอนขาลงจากภูเขา ในใจผมคิดแพลนไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ปลายปี ชวนเพื่อนแพ็คจักรยานมาปั่นแถวนี้ นอนโฮสเทล M Gallery และกลับมาชื่นชมความงดงามของภูเขาเยนเต๋ออีกสักครั้งพูดถึงวัดที่เวียดนาม ไกด์หนุ่มให้ความรู้เพิ่มเติมว่า คนเวียดนามเข้าวัด ไม่ได้เพื่อขอพรใดๆ แต่เข้าวัดเพื่อทำจิตใจให้สงบ เหตุที่คนเวียดนามไม่ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่วัด เพราะพวกเขาเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นไม่มีอยู่จริง เพราะถ้ามี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคงปกป้องบ้านเมืองประเทศไม่ให้ถูกยึดถูกปกครองโดยชาติอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า และนั่นเป็นเหตุผลของคนเวียดนามที่ว่า การไปวัดก็เป็นการเข้าไปสงบจิตใจอาหารกลางวันวันนั้น เป็นอาหารพื้นเมืองของเยนเต๋อ ดูเหมือนจะอร่อยและถูกปากพวกเราหลายๆ คนเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยจากการเดิน หรือว่าหิว หรือรสชาติ แต่สำหรับผมนั้นบอกได้เลยว่าเพราะรสชาติครับหลังจากนั้น เราก็เดินทางเข้ากรุงฮานอย คืนนี้เราจะพักที่โรงแรม Pullman Hanoi กินอาหารค่ำ จิบไวน์ที่โรงแรม ซึ่งเชฟของโรงแรมจัดอาหารคอร์สพิเศษ ที่เลือกใช้วัตถุดิบในเวียดนามมาทำอาหาร หลังมื้อค่ำก็ได้มีโอกาสออกไปเที่ยวกลางคืนในย่านท่องเที่ยวของฮานอยผมเองมาฮานอยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จึงไม่ค่อยตื่นเต้นนัก อีกทั้งเวลาก็มีไม่มาก จึงหาร้านปักหลักนั่งเล่นดูผู้คนมากกว่า และกลับมาโรงแรมแบบไม่ดึกมาก เพราะวันพรุ่งนี้มีโปรแกรมที่ต้องตื่นเช้าอีกฮานอยก็ยังคงเป็นฮานอย มอเตอร์ไซค์เยอะ รถยนต์บีบแตรกันเสียงดัง ข้ามถนนยาก แต่แทบจะไม่เห็นอุบัติเหตุบนท้องถนน และดูเหมือนเปอร์เซ็นต์คนที่ไม่ใส่หมวกกันน็อคขี่มอเตอร์ไซค์จะมีน้อยเอามากๆ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นจะมีตำรวจตั้งด่านตรวจเลย!

 

 

cm hanoi 12

 

พุธ 25 เมษายน 2561

ตื่นเช้ามากอีกวัน เพราะวันนี้คณะของเรามีโปรแกรมเข้าชมสุสานโฮจิมินห์ ในตอน 08:30 น. (ก่อนที่จะต้องไปเช็คอินกลับเชียงใหม่ที่สนามบิน Noi Bai ตอนประมาณ 10:30 น.) สองครั้งก่อนที่มาฮานอย ผมก็มาเที่ยวเดินเล่นถ่ายรูปที่สุสานโฮจิมินห์นี้แล้วทั้งสองรอบ แต่ไม่เคยได้เข้าไปชมด้านในสุสาน ซึ่งได้บรรจุศพของท่านโฮจิมินห์ หรือ ลุงโฮ รัฐบุรุษของชาวเวียดนาม และเก็บรักษาศพไว้อย่างดี ไม่ให้เน่าเปื่อย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปชม ซึ่งวันนั้นพอดีเป็นวันหยุดของชาวเวียดนาม เราจะเห็นเลยว่าคิวเข้าชมด้านในจะยาวมาก แม้ฝนจะตกพรำก็ตามที่ Duty Free สนามบิน Noi Bai ไม่ค่อยมีของฝากให้ซื้อมากนัก แต่ในส่วนของบุหรี่และแอลกอฮอล์ก็มีให้เลือกซื้อกันเต็มที่ เที่ยวบิน PG996 ของ Bangkok Airways ตามตารางบินจะออกจากฮานอย 12:45 น. ถึงเชียงใหม่ 14:50 น. พอดีวันนั้นมีฝนที่สนามบินฮานอย จึงทำให้เราถึงเชียงใหม่ช้ากว่ากำหนดไปราว 20 นาที แต่อาหารบนเครื่องวันนั้นที่อร่อย และความง่วงที่ทำให้เราหลับสบายบนเครื่อง ก็ทำให้ไม่ได้คิดว่าเป็นความล่าช้าแต่อย่างใดบอกเพิ่มเติมสำหรับคนที่อยากจะนำจักรยานขึ้นเครื่องเที่ยวบินตรงเชียงใหม่ - ฮานอย ด้วยที่ Bangkok Airways ใช้เครื่อง ATR-72  ดังนั้นถ้าจะนำจักรยานไปด้วยจะต้องแจ้งล่วงหน้า เพราะต่อเที่ยวบิน อนุญาตให้นำจักรยานขึ้นเครื่องได้เพียง 2 คันเท่านั้น (ข้อมูลนี้สอบถามมาเผื่อตัวเองนะครับ)

 

 

 

 

cm hanoi 13

ภาพ :  Accor Hotels

 

 

Novotel Ha Long Bay Hotel

160 Ha Long Road, Bai Chay Ward, Ha Long City, Quang Ninh Province, Vietnam, 200000 Ha Long City Vietnam

Tel : (+84) 203 3848 108

Fax : (+84) 203 3848 018

Email : info@novotelhalong.com.vn 

(www.novotelhalongbay.com)

 

ห้องพักกว้างขวาง นอนสบาย ห้องที่ผมพักมองเห็นอ่าวฮาลอง ที่สำคัญคืออาหารเช้าที่นี่เด็ดมาก มีให้เลือกเยอะ หลากหลาย และอร่อย ทำเลที่ตั้งดี สะดวกที่จะเดินไปเดินกลับเพื่อดื่มเบียร์ดูชีวิตยามค่ำคืน และที่สำคัญกว่าอาหารเช้าก็คือ ราคาที่พักไม่ได้แพงเลย ลองเข้าไปดูที่ booking.com แล้ว วันธรรมดาอยู่ที่ 2,000 กว่าบาทสำหรับสองคน คุ้มค่ามาก

 

 

cm hanoi 14

ภาพ :  Accor Hotels

 

 

Pullman Hanoi Hotel

40 Cat Linh Street, Dong Da District, 10000 Hanoi Vietnam

Tel : +84 (0) 24 3733 0688

Fax : +84 (0) 24 3733 0888

Email : H7579@accor.com

(www.pullman-hanoi.com)

 

เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ระหว่างย่านเมืองใหม่และเมืองเก่าของฮานอย การเดินทางไปเที่ยวไหนสบายมาก เพราะฮานอยมี Grab ให้บริการ และปีหน้าโรงแรมนี้จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าและรถใต้ดิน ยิ่งจะสะดวกขึ้นไปอีก ห้องพักนอนสบาย เช็คราคาในเว็บไซต์ของโรงแรมแล้ว ไม่แพง และอาหารเช้าดูดีมาก ที่รู้สึกเสียดายคือ มีเวลาอยู่ที่โรงแรมนี้น้อยไปหน่อย (ทีวีในห้องพักมีทีวีไทย ช่อง 3 (33) ให้ดูด้วย)

 

.................................................................................................

 

ขอขอบคุณ

- สายการบิน Bangkok Airways (www.bangkokair.com) บินตรงจากเชียงใหม่ไป - กลับฮานอย ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน

- Accor Hotels (www.accorhotels.com - www.accorhotels.group)

 

 

 

เรื่อง / ภาพ : HIP Editor

Profile picture for user somchai.khanasa

สมชาย ขันอาษา

สมชาย ขันอาษา (โหน่ง)

บรรณาธิการ HIP Magazine ชอบปั่นจักรยาน พอๆ กับชอบลอง Craft Beer และ Single Malt ชอบฟัง Jackson Browne พอๆ กับ Eric Clapton และ Pink Floyd...และที่แน่ๆ ชอบเดินทางท่องโลก (แบบขี้เกียจๆ)