Skip to main content

SIEM REAP - ซัว-สะ-ไดย-ซก-สะ-บาย-ดี

7

siemreap

“See Angkor and Die” กล่าวกันว่าถ้าชีวิตนี้ได้ไปเห็นนครวัดกับตาตัวเอง ก็ตายตาหลับได้แล้ว วลีนี้ อาร์โนลด์ โจเซฟ ทอยน์บี (Arnold Joseph Toynbee) นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษกล่าวไว้เกือบ 60 ปีที่ผ่านมาในตอนที่เขาเดินทางไปเห็นนครวัดเป็นครั้งแรก เราเองก็เคยได้ยินวลีนี้มานาน แต่ก็ยังแค่นึกๆ ว่าอยากจะลองไปดูกับตาของตัวเองสักครั้ง ว่าสถาปัตยกรรมของนครวัดจะอลังการงานสร้างควรค่าแก่การไปชมให้ได้สักครั้งในชีวิตมั้ย?... ไม่นึกว่าโอกาสจะมาเร็วกว่าที่คิด ด้วยคำชักชวนของ บก.สมชาย ผู้มีแนวคิดมาตลอดว่าอยากสนับสนุนให้ทุกคนที่ HIP ได้ออกไปท่องโลกด้วยตาของตัวเอง และด้วยความสนับสนุนจากสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส

HIP Team ทั้งหมด 9 ชีวิตบินตรงจากเชียงใหม่สู่เมืองเสียมเรียบ (หรือเสียมราฐนั่นล่ะ) เพื่อชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์ล้วนๆ อย่างนครวัดด้วยตาของตัวเอง เราวางแพลนกันไว้ว่าจะไปกัน 5 วัน 4 คืน เพราะอยากชมเมืองเสียมเรียบแบบไม่เร่งรีบมากนัก พอปิดเล่มส่งไฟล์อาร์ตเวิร์กของฉบับกันยายนเข้าโรงพิมพ์ปุ๊บ อีกวันถัดมาก็เก็บกระเป๋าไปขึ้นเครื่องที่สนามบินกันเลย ความสะดวกของทริปนี้คือการที่สามารถเช็คอินครั้งเดียวจากสนามบินเชียงใหม่ พอไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เข้าไปนั่งรออยู่ในได้ Gate เลย ไม่ต้องเช็คอินอีกรอบ สะดวกสุดๆ เราเลยได้ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในเล้าจ์นกันอีกรอบอย่างเต็มที่ ก่อนจะเดินไปขึ้นเครื่องออกเดินทางสู่เสียมเรียบ โดยใช้เวลาบินราวๆ หนึ่งชั่วโมง ตอนที่เราไปนั่นบางกอกแอร์เวย์สยังบินสู่เสียมเรียบโดยเครื่อง ATR อยู่ แต่หลังจาก 1 กันยายนที่ผ่านมาก็เปลี่ยนไปใช้เครื่อง Airbus A320 ซึ่งใหญ่ขึ้นกว่ามาก และสามารถโหลดจักรยานได้ไม่จำกัดจำนวน แถมยังโหลดได้ฟรีด้วย นักปั่นที่อยากลองเส้นทางใหม่ๆ น่าจะชอบฟังก์ชั่นอันแสนสะดวกสบายนี้ เรามาถึงเสียมเรียบเกือบๆ สองทุ่ม

siemreap

siemreap

ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย ก็เดินออกมารอรถตู้ที่นัดเอาไว้ด้านหน้าสนามบิน ระหว่างนั้นก็เลยถือโอกาสเปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์อันเดิมออก แล้วใช้อันใหม่จากค่าย Smart ที่แอร์โฮสเตสแจกให้ฟรีตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน วิธีการก็ง่ายมาก เพียงแค่เดินไปที่เคาน์เตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่อยู่หน้าสนามบินนั่นล่ะ แล้วก็เลือกโปรโมชั่นตามต้องการเลย มีทั้งแบบโทรพร้อมเล่นเน็ต และเล่นเน็ตอย่างเดียว สนนราคาก็ไม่แพง อย่างเราเองเลือกเล่นเน็ตอย่างเดียว 5.5 Gigabyte ราคา 5 ดอลล่าร์ (US) เลือกเสร็จก็ส่งโทรศัพท์พร้อมซิมการ์ดให้พนักงานเปลี่ยนให้ จ่ายเงินเสร็จ ก็เป็นอันเรียบร้อย สำหรับคนติดเน็ตอย่างเราๆ แล้วจะมีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่าการมีเน็ต 4G แบบ Unlimited ใช้ตลอดเวลากันเล่า!

siemreap

หลังกินข้าวเย็นกันเรียบร้อย เราก็ไปเช็คอินเข้าที่พัก The Moon Hotel ซึ่งตั้งอยู่เยื้องๆ กับ Pub Street ถนนสายราตรีอันโด่งดังของนักเที่ยว ในส่วนนี้ต้องขอบคุณพี่เปิ้นแห่งร้าน GU: Garden of Universe ร้านอาหารไทยสุดชิลล์ในเสียมเรียบ ที่เป็นธุระจัดการเรื่องที่พักให้เราแบบถูกใจฝุดๆ!!! เพราะโลเคชั่นของโรงแรมเล็กๆ ราคาเบาๆ คืนละ 18-25 US แห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองเลยจ้าาา จะเดินไปเที่ยว Pub Street ก็แป๊บเดียว ส่วน Old Market ก็เดินแค่ 5 นาที อยากจะไปช้อปปิ้งที่ Night Market ก็เดินแค่ 5 นาทีเช่นกัน อยากจะไปไหนที่ไกลกว่านั้น ก็มีรถตุ๊กๆ จอดรออยู่หน้าโรงแรมเลย (อันที่จริงตุ๊กๆ รอคุณอยู่ทุกที่แหละ)


Pub Street : ถนนสายราตรี

คืนแรกในเสียมเรียบของชาว HIP ก็ต้องไปตะลุย Pub Street กันสักหน่อย เพื่อนที่เคยมาแล้วเล่าให้ฟังว่า ถนนสายนี้ให้อารมณ์เหมือนถนนข้าวสารบ้านเรา แต่เป็นข้าวสารขนาดมหึมา ด้วยจำนวนผับที่แน่นหนา นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งตะวันตกและตะวันออกที่หนาแน่น บวกกับความอลังการของภาคดนตรี สร้างให้ Pub Street มีชื่อเสียงในทำนองว่า ‘พลาดไม่ได้’ สำหรับนักท่องเที่ยวผู้อยากเข้าถึงอีกด้านของเมืองปราสาทหินอย่างเสียมเรียบ แสงสีและเสียงดนตรีของถนนสายนี้ส่องแสงและส่งเสียงเรียกร้องให้เราเร่งเข้าไปใกล้ราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่เป็นไฟนีออนหลากสีสะท้อนวิบวับอยู่ตามร้านรวงบนถนน ซึ่งมีผับหลายรูปแบบให้เลือกเข้า ทั้งที่เล่นดนตรีสดเป็นวงมีเครื่องดนตรีหลายชิ้นและนักร้องหลายคน มีทั้งอะคูสติกบรรเลงกีตาร์ขับกล่อม ผับตื้ดเอาใจขาแดนซ์ ร้านอาหารกึ่งผับที่บรรเลงเปียโนตัวเดียวก็มี หรือใครชอบเงียบหน่อยก็มีร้านน่ารักๆ ให้นั่งดื่มกันชิลล์ๆ คลอไปกับเพลงจากดีเจ คืนแรกกว่าเราจะถอนตัวจากความบันเทิงหลากรสบนถนนสายนี้ได้ก็ล่วงเลยเกือบตีสองเข้าไปแล้ว ตอนแรกคิดว่า Pub Street จะไม่หลับไหลเสียอีก แต่กลายเป็นว่ามีเวลาปิดใกล้เคียงกับบ้านเราคือราวๆ ตี 1 เลทได้นิดหน่อย  

siemreap

siemreap

ขากลับบรรยากาศต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง หลายร้านปิดแล้ว บางร้านยังมีลูกค้าค้างอยู่ แต่ไฟไม่สว่างเหมือนเดิม และที่เพิ่มเติมคือรถตุ๊กๆ ที่มารอรับนักเที่ยวไปส่งที่พัก เราจบคืนนั้นด้วยอาหารพื้นถิ่นอย่างหมี่ผัดจานใหญ่ใส่ไข่ด้วยจากร้านรถเข็นริมถนน พร้อมด้วยน้ำอีกขวดใหญ่ราคา 1 US บอกเลยว่าที่นี่เบียร์ถูกกว่าน้ำ แถมยังมีขายกันเรื่อยๆ ไม่จำกัดเวลา


OLD MARKET : ขายซ๊ะป๊ะอย่าง

เช้าต่อมาเราเลือกเดินเล่นในตัวเมืองก่อน อันนี้ประเด็นหลักคือจะได้ซอกแซกไปตามซอกซอยได้ถนัด อยากจะหยุดถ่ายรูป อยากจะเดินไปแวะตรงไหน ก็สะดวกกว่านั่งตุ๊กๆ แต่ก็มีบ้างสำหรับนักปั่นอย่าง บก.สมชาย และขาปั่นสายโหดอย่างจุ๋ยจุ๋ยส์ที่ร่วมทริปกับเราด้วยจะอดไม่ได้ที่จะออกปั่นชมเมืองกันให้สนุก ราคาเช่าจักรยานของที่นี่ เริ่มที่วันละ 2 US แล้วแต่สภาพและประเภทจักรยาน สำหรับร้านให้เช่าก็มีอยู่ทั่วไป เจอตรงไหน ถูกใจคันใดก็เข้าไปติดต่อได้เลย แต่ขอเตือนไว้นิดนึงว่าถนนของเสียมเรียบต้องขับขี่ชิดขวาไม่ได้ชิดซ้ายอย่างบ้านเรา หากใครรักจะปั่นหรือขับในเมืองนี้ต้องระมัดระวังและตั้งสติกันให้ดี

siemreap

siemreap

เท่าที่เคยไปมาหลายประเทศ เราว่าคนกัมพูชาน่ารักนะ (อย่าไปเรียกเขาเขมรเชียว!) มีอัธยาศัยไมตรียิ้มแย้มแจ่มใสกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี คุยได้ ถามได้ ไม่จ้องจะฟันราคานักท่องเที่ยวท่าเดียวเหมือนบางประเทศ แม้ราคาข้าวราดแกงในตลาดจะโหดไปบ้าง ถึงจานละ 2 US แต่ก็ยังยิ้มได้เพราะมีข้าวแถมมาให้ฟรี 1 จานเมื่อสั่งกับข้าว 1 อย่าง ซึ่งร้านส่วนใหญ่ในเสียมเรียบมักจะมีโปรโมชั่นประมาณนี้ คือสั่งกับข้าว แถมข้าวฟรี บางร้านเติมข้าวได้ไม่อั้นด้วย!!!

siemreap

siemreap

ตรงนี้จึงถูกใจคุณจุ๋ยจุ๋ยส์ผู้ชอบรับประทานข้าวยิ่งนัก ด้วยความที่ยังไม่เคยไปกัมพูชาเลย งานนี้จึงพลาดหนึ่งอย่าง คือลืมเอาหมวกไปด้วย เหตุที่บอกว่าพลาด เพราะเสียมเรียบร้อนมาก!!! ไม่ร้อนระดับธรรมดา ยังอบอ้าว และแดดแรง แบบที่ต้องพกครีมกันแดด SPF50 ติดตัวไว้เลย ตอนแรกที่เดินเล่นอยู่ใน Old Market ก็ยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่พอออกมากลางแจ้งเท่านั้นล่ะ ต้องหาซื้อหมวกมาใส่ด่วน ไม่งั้นมีเป็นไข้แน่ๆ ส่วนเสื้อผ้าควรสวมให้ทะมัดทแมง แต่ไม่อึดอันหรือหนาหนัก มิเช่นนั้นอาจเป็นลมไปซะก่อน หรือใครจะพกร่ม พกผ้าคลุมอะไรก็ว่าไป แล้วแต่จะสะดวก แต่เราว่าหมวกนี่ล่ะคล่องตัวสุดแล้ว

siemreap

ตลาดเก่าแห่งนี้ดูเผินๆ ก็คล้ายตลาดสดทั่วไป แต่สินค้ามีมากหลายตั้งแต่พืชผักท้องถิ่น สัตว์น้ำ สัตว์บก อาหารทะเล ของสด อาหารแห้ง ข้าวข้องเครื่องใช้ในครัวเรือน เรื่อยไปจนถึงของฝากจำพวกผ้าพื้นเมือง, เครื่องเงิน, กระเป๋า, เซรามิก, จักสาน, ปลาแห้งฯลฯ เรียกว่ามีทุกอย่างทั้งของกินและของใช้ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในกาดหลวงยังไงยังงั้น แถมยังไม่ไกลจากที่พักอีกด้วย  ใกล้ๆ ตลาดยังมีร้านขายสินค้าที่ระลึก และผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นของกัมพูชาอีกหลายร้าน ใครอยากหาของฝากหรือซื้อสินค้ากลับไปก็เชิญชมกันตามสะดวก ร้านส่วนใหญ่จะต่อราคาได้ ลดได้มากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณที่ซื้อด้วย และให้เดินดูหลายๆ ร้านเอามาเทียบเคียง แต่อย่าไปต่อเขาโหดมาก เท่าที่เช็คดูราคาที่ตั้งไว้ก็ไม่ได้โอเว่อร์อะไร บางอย่างถูกกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญคือเช็คคุณภาพสินค้าให้ดีก่อนซื้อก็แล้วกัน


ANGKOR WAT : นครวัดสถาปัตยกรรมพันปี

หลังเดินเล่นกินขนมจนอิ่มหนำแล้ว ช่วงบ่ายก็ว่างๆ เลยตัดสินใจไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์เพื่อหาข้อมูลไว้ก่อนที่จะไปดูนครวัดของจริงในวันรุ่งขึ้น เราเรียกตุ๊กๆ จากร้านอาหารพื้นเมืองบริเวณ Pub Street ไปถึงพิพิภัณฑ์ราคา 3 US ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที ไปถึงก็จะมีเจ้าหน้าที่เอาบัตร Visitor มอบให้ แล้วก็ให้เราเอากระเป๋าและกล้องไปฝากไว้ก่อน เพราะด้านในห้องนิทรรศการห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด เราเลยได้แต่เก็บภาพภายนอกมาฝาก จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วเข้าชมราคา 12 US ถ้าต้องการหูฟังบรรยายข้อมูลเป็นภาษาของตัวเอง ก็จ่ายค่าเช่าไปอีก 3 US ก็จะเหมาะกับใครที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์มากๆ เพราะตามรูปปั้นสำคัญๆ ภายในจะมีหมายเลขกำกับอยู่ อยากฟังข้อมูลก็กดหมายเลขที่เครื่องให้ตรงกับป้ายแค่นั้นล่ะ ภายในพิพิธภัณฑ์จะจัดห้องนิทรรศการตามยุคสมัยตั้งแต่ Pre Angkor, Angkor และ Post Angkor รวมทั้งจัดแสดงแผนที่ของนครวัดทั้งหมด, นำเสนอประวัติและความเชื่อของแต่ละยุคสมัยซึ่งส่งผลต่องานสถาปัตยกรรม, นิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย, เครื่องใช้ไม้สอย และแสดงถึงความวิจิตรงดงามของภาพสลักภายในปราสาท คือถ้าอยากหาข้อมูลเพื่อเป็นน้ำจิ้มก่อนไปชมนครวัดของจริง ก็มาซื้อบัตรเข้าชมเพลินๆ ได้ แต่โดยส่วนตัวหลังจากเข้าไปดูแล้ว คิดว่าดูก็ได้ ไม่ดูก็ไม่รู้สึกเสียดายอะไร เพราะเดี๋ยวก็จะได้เห็นของจริงอยู่ดี

siemreap

siemreap

ออกจากพิพิธภัณฑ์ก็เกือบได้เวลาไปทำตั๋วเข้าชมนครวัดในวันรุ่งขึ้นแล้ว ข้อนี้ขอแนะนำเป็นสำคัญเลยว่า การจะชมนครวัดให้คุ้มค่าควรมาซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้เลย อย่างเช่นเราจะไปชมนครวัดวันพรุ่งนี้ เย็นวันนี้ก็นั่งตุ๊กๆ ไปซื้อตั๋วเตรียมไว้ก่อนในตอนเย็น ซึ่งเปิดขายทั้งวันตั้งแต่ 05:00 - 17:30 น. ของทุกวัน ไปถึงจุดซื้อตั๋วปุ๊บก็เข้าแถวเพื่อถ่ายภาพติดบัตร แล้วก็จ่ายเงิน อีกแป๊บก็ได้บัตรเข้าชมที่มีรูปเรามาครอบครอง โดยโชว์บัตรเข้าชมให้เจ้าหน้าที่ดูทุกครั้งที่จะเข้าปราสาท ฉะนั้นรักษาบัตรยิ่งชีพ ถ้าหายหรือเปียกน้ำ ต้องซื้อใหม่อย่างเดียวเลยนะ สำหรับราคาบัตรจะแบ่งเป็น 3 แบบ คือ 1 วัน ราคา 20 US, 3 วัน ราคา 40 US และ 7 วัน ราคา 70 US แม้จะเป็นตั๋วระบุวันเข้าชม แต่ถ้าซื้อตอนเย็นก็สามารถเข้าไปอินกับบรรยากาศได้ก่อนนิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ปราสาทพนมบาเค็งหรือเดินชมบรรยากาศอังกอร์วัด จากนั้นค่อยกลับมาบุกอีกทีในวันรุ่งขึ้น ซึ่งสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ตีห้าเป็นต้นไป จนถึงราวๆ 17:30 น. ก็จะเริ่มปิดทำการ  

siemreap

siemreap

siemreap

นครวัดนี้ ไม่ได้นับกันแค่เพียงปราสาทหินบริเวณอังกอร์วัดเท่านั้น แต่รวมหลายปราสาทในบริเวณโดยรอบเข้าด้วยกันทั้งหมด มีความกว้างกว่า 25 ตร.กม. ภายในมีทั้งปราสาทนครวัด ซึ่งเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดและเป็นไฮไลท์ของทริปนี้,  ปราสาทบายน เป็นปราสาทศูนย์กลางของนครธม มีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่รูปสลักหน้าคนตามศิลปะแบบบายนนับพันหน้า มองดูลึกลับ น่าค้นหา แต่ก็ดูสงบนิ่งอย่างประหลาด,  ปราสาทตาพรหม โดดเด่นด้วยต้นสะปงขนาดใหญ่ที่โอบล้อมและทอดรากเลื้อยพันตัวปราสาทเอาไว้ คล้ายงูยักษ์กำลังปกป้องสมบัติล้ำค่า,   ปราสาทพนมบาเค็ง ที่นี่จะอยู่เลยปราสาทนครวัดไปสักหน่อย และต้องเดินขึ้นเขาราว 15 นาที จากนั้นจะต้องปีนขึ้นไปบนยอดปราสาท (ซึ่งจำกัดจำนวนคนขึ้น) เพื่อนั่งรอชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุดของเสียมเรียบ นอกจากนี้ในบริเวณนครวัดยังมีอีกหลายปราสาทให้เข้าเที่ยมความอลังการงานสร้างจากฝีมือมนุษย์ล้วนๆ เมื่อกว่าพันปีมาแล้ว  

siemreap

siemreap

siemreap

หลังเดินขึ้นเขา เดินลงปราสาทสูงชัน และปีนก้อนหินมาทั้งวัน สมองก็พลันนึกถึงวลีอันโด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง “See Angkor and Die” ใช่แล้ว, พูดได้ถูกต้องที่สุด เพลียร่างขนาดนี้... คืนนี้คงไม่แคล้วนอนหลับเป็นตาย.

DO.
1. อย่าลืมครีมกันแดด และอุปกรณ์กันแดด ลม ฝน
2. รองเท้าที่เบา สวมสบาย กระชับ และห่อหุ้มเท้า
3. แลกเงินเป็นดอลล่าร์ และพกเงินบาทติดตัวด้วย
4. ต้องลองเบียร์ท้องถิ่นนะ รสชาติดีจริงๆ ขอบอก
5. ควรหาที่พักใกล้ Pub Street เป็นดีที่สุด เพราะใกล้ทุกสิ่งอย่าง
6. มุมสวยที่สุดของปราสาทหินนครวัดคือถ่ายจากทะเลสาปเล็กๆ ด้านหน้าปราสาทเข้าไป ถ้าตื่นเช้าได้ให้มารอแสงแรกตั้งแต่ตีห้า คุณจะได้ Perfect Shot ที่งามยังกะภาพโปรโมทการท่องเที่ยว
7. จักรยานให้เช่าราคาถูก ปั่นเล่นชิลล์ๆ ดีกว่าเดินอยู่นะ
8. ถามราคาตุ๊กๆ ทุกครั้งก่อนใช้บริการ
9. ต้องลองร้านอาหารเช้าริมถนนให้ได้นะ ราคาถูก (ราวๆ 2000 เรียล) ให้เยอะ แถมอร่อย!
10. ถ้าเข้าร้านอาหารพื้นเมืองแล้วไม่รู้จะสั่งอะไร ให้เลือกเมนูปลาเป็นอันดับแรก เพราะปลาที่นี่สดมาก หวานมาก พูดเลย!  

DON’T
1. ห้ามนุ่งสั้นเข้าปราสาทเด็ดขาด
2. ห้ามนั่งบนระเบียงคตภายในบริเวณปราสาททุกแห่ง
3. ไม่ต้องเข้าห้างสรรพสินค้านะ เดินตลาดสนุกกว่า
4. เครื่องเงินไม่ควรซื้อ เพราะไม่แท้ 100%
5. ถ้าอยากกินอาหารพื้นเมืองจริงจัง อย่าเลือกร้านโซน Pub Street ให้เดินไปอีกหน่อยแถว Night Market มีอาหารพื้นเมืองแท้ๆ ให้เลือกกินอยู่หลายร้าน

siemreap

DID YOU KNOW?
เสียมราฐ : เสียมเรียบ เป็นเมืองเดียวกัน แต่มีสองชื่อ และสองชื่อนี้ก็มีความหมายต่างกันซะด้วยสิ... จากการอ้างอิงตามสารานุกรมเสรีวีกิพีเดีย โดยเดิมทีนั้นประเทศไทยเรียกเมืองนี้ว่า ‘เสียมราฐ’ ซึ่งแปลว่า สยามชนะ ส่วนคำว่า ‘เสียมเรียบ’ แปลว่า สยามราบ หรือ สยามแพ้ นั้นเพิ่งเปลี่ยนมาใช้ได้ไม่นาน หลังจากที่ไทยพ่ายแพ้ในสงครามอินโดจีน ทางกัมพูชาจึงเปลี่ยนชื่อเรียกเมืองของตนเองจาก เสียมราฐ เป็น เสียมเรียบ ตั้งแต่บัดนั้น (งดดราม่านะจ๊ะ) ซึ่งทุกวันนี้ชาวเสียมเรียบก็เรียกเมืองตัวเองว่าเสียมเรียบ ส่วนชาวไทยจะสะดวกเรียกเสียมราฐหรือเสียมเรียบก็ล้วนเป็นเมืองเดียวกันนั่นล่ะ


MUST EAT!

อาม็อกเตร็ย (Amok) อาม็อก เตร็ย หรือ อาม็อก นั้น เป็นอาหารคาวยอดนิยมของกัมพูชา มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย มีวิธีการทำคือนำเนื้อปลาสดๆ ไปลวกกับพริกแกงและน้ำกะทิก่อน แล้วก็นำไปนึงให้สุก โดยใช้เนื้อไก่แทนได้ แต่เนื้อปลาจะอร่อยกว่า เพราะสภาพภูมิประเทศของกัมพูชามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ำจึงทั้งสดและมีให้เลือกรับประทานมากมายหลายสายพันธุ์

siemreap

 


MUST GO!

GU : GARDEN OF UNIVERSE จะบอกว่าขายของก็ได้... แต่ของเขาดีน่าช่วยขายจริงๆ นี่นา!!! กับร้านอาหารไทยสุดชิคแอนด์ชิลล์แอนด์ฮิพสุดๆ ในเสียมเรียบแห่งนี้ ต้องบอกเลยว่าใครไปแล้วพลาดไม่ได้ เพราะไม่เพียงจะใกล้ๆ กับนครวัด สามารถเลือกมาแวะรับประทานอาหารเช้าเบาๆ ก่อนไปเที่ยว หรือไปเที่ยวแล้วแวะมาจัดหนักกับมื้อเย็น ก็ให้ความอร่อยลืมอิ่มไม่ต่างกัน ด้วยการดูแลของเชฟมือฉมังจากเมืองไทย การันตีความอร่อยด้วยใบรับรองจากสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ (Le Cordon Bleu)

siemreap

อาหารที่นี่จะเน้นอาหารไทยรสจัดจ้าน ปรุงสดใหม่ด้วยวัตถุดิบจากตลาดท้องถิ่นของกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับร้านเลย ฉะนั้นแม่ครัวไปช้อปปิ้งใหม่ๆ สดๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นปลา, ไก่, หมู ผักสดๆ ปลอดสารพิษนานาชนิด ส่วนเมนูก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่หาได้ สำหรับนักดื่มไม่ต้องกลัวว่าจะเหงาปากที่นี่มีทั้งเบียร์เย็นๆ, ค็อกเทลรสเข้ม, วิสกี้ดุดัน หรือจะเป็นชอฟท์ดริ้ง และม็อกเทลก็มีบริการ พร้อมบริการของหวานตบท้ายให้ฟินสุดๆ ด้วย แนะนำสำหรับใครที่อยากเติมเต็มจิตวิญญาณให้ล้นปรี่ยิ่งขึ้น หลังจากอิ่มเอมกับสถาปัตยกรรมระดับโลกแล้ว ต้องมาลอง MindFul Eating ของ Garden of Universe แล้วคุณจะรู้ว่าในเมืองไกลบ้านอย่างเสียมเรียบ ก็ยังมีรังอุ่นๆ ไว้ต้อนรับชาวไทยอยู่เสมอ

siemreap

Contact: Facebook : Garden of Universe
Tel. +855 96 782 6436

siemreap
 

Special Thanks. - คุณเป้ - พัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์ ผู้จัดการส่วนสื่อสารองค์กรระดับภูมิภาคและต่างประเทศ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สำหรับการสนับสนุนตั๋วเครื่องบินไปกลับ เชียงใหม่ - เสียมเรียบให้กับคณะ HIP (ข้อมูลเพิ่มเติม Bangkok Airways) - คุณเปิ้น - ดวงพร ลิ้มสกุล เจ้าของร้าน Garden of Universe สำหรับการดูแลและคำปรึกษาตลอดทริป

เรื่อง: Chontida
ภาพ: Samonporn