Skip to main content

Fifty Shades of Green 7.2 : How Many Road Must a Man Walk Down ?

73
head722


Fifty Shades of Green 7.2  

How Many Road Must a Man Walk Down?

ขุนยวม

แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ขุนยวม ไม่ได้มีกิจกรรมอะไร แต่ความรู้สึกเหมือนช่างยาวนาน เลยต้องขยายเป็น 2 ตอน

ขุนยวม

 

ขุนยวม

 

ขุนยวม


หลังจากพี่ๆ หัวเราะกันหึๆ ก็ไม่มีใครว่าไงต่อ ฝนยังตกอยู่ ข้าพเจ้าคิดว่าให้ลงภูชี้เพ้อเองนี่กูตายแน่q เลยถามพี่ๆ ว่าจะไม่ไปส่งผมจริงๆ เหรอครับ แกก็บอก อ้าว อ่อ โอเคๆ ไปส่งก็ได้ จะไปธุระพอดี เลยพากันลงไปหมดเลยทั้งพี่ๆ ทั้งเรารวม 4 คน มาถึงทางออก ยกมือขอบคุณร่ำลากัน บอกเดี๋ยวหน้าหนาวมาแก้แค้นทะเลหมอก

ขุนยวม

 

ขุนยวม


มุ่งหน้าต่อไปยังโรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน เวลาก็จะเที่ยงแล้ว เอ้อ แวะทุ่งบัวตองสักหน่อย แวะทำไมวะ ดอกก็ยังไม่ออก ก็นั่นล่ะถึงแวะไง ใครๆ ก็มาตอนมันมีดอกกันหมด กูมาดูใบมันก็ได้วะ ฝนยังคงตกแต่เป็นเพียงละอองก็เลยยังไหวอยู่ ถึงโรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน พุ่งเข้าไปในโรงเรียน เด็กๆ ยืนแอบมองซุบซิบ ไอ้บ้านี่ใครพะรุงพะรังโผล่เข้ามาในโรงเรียนตอนเที่ยง ถามหาบรรดาคุณครูก่อนจะพูดคุยกันนิดหน่อย ครูก็บอกว่าเมื่อคืนรอนึกว่าจะมานอน เห็นฝนตกก็เลยคิดว่าไม่มา แต่ก็ไม่รู้ว่าไปนอนไหน เราก็บอกว่าไปนอนภูชี้เพ้อ ครูก็ถามไปนอนทำไม นั่นสิครับ ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

ขุนยวม


พูดคุยกันว่าทางโรงเรียนต้องการอะไรบ้าง เพราะหน้าหนาวผมว่าจะมาอีก มาทำค่ายจริงจัง รอบนี้แค่เอาค่าอาหารมาช่วยเพราะมาคนเดียวโดดๆ ครูบอกว่าอยากได้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมาสอนเด็กๆ ป.4 - ป.6 เผื่อว่าเขาจบไปจะได้ใช้คอมพิวเตอร์พวกโปรแกรมพื้นฐานต่างๆ เป็น อืมมม ข้าพเจ้าก็เห็นด้วย บอกว่าเดี๋ยวจะลงไปหาลู่ทางให้นะครับ เอาสเป๊คไม่ต้องสูงมากเนาะ ซัก 4 เครื่อง


ข้าพเจ้าขอตัวเดินทางต่อไปแม่ฮ่องสอน เพราะเที่ยงแล้ว อยากไปให้ถึงโดยเร็ว ครูถามว่าเดี๋ยวกลับไปทางขุนยวมใช่ไหม เราบอกว่าไม่ละครับ จะไปทางหนองเขียว เห็นเจ้าหน้าที่ที่ภูชี้เพ้อแนะนำมาว่ามันย่นระยะทางไปได้หลายสิบกิโล ครูได้ยินก็ทำหน้าตกใจจริงจัง บอกว่าแน่ใจเหรอ ทางมันน่ากลัวมากเลยนะ มันชันมาก เห็นรถเป็นเกียร์ออโต้เบรคมันจะพังเอานะ เขาร่วงข้างทางกันเยอะเหมือนกัน เราก็บอกว่าผมจะค่อยๆ ไป ครูก็ยังหวั่นๆ บอกว่า อืมๆๆ ถ้าค่อยๆ ไปก็พอได้อยู่ แต่ระวังหน่อยละกันนะ ครูเองเป็นคนท้องที่ยังไม่อยากไปเลย โดยเฉพาะรถไม่มีเกียร์ แกบอกว่าช่วงไปหนองเขียวยังโอเค แต่จากหนองเขียวไปบ้านแม่จ๋านี่ล่ะ มันลงอย่างเดียว หลายกิโลติดกัน ทางชันมากต้องใช้เบรคอย่างเดียวเลย ระวังนะ

ขุนยวมขุนยวม


ออกจากโรงเรียนไปเรื่อยๆ สบายๆ ผ่านน้ำตกแม่สุริน มองไปตามป้ายก็ไปมันเรื่อยๆ ร่องรอยเหมือนฝนตกเยอะเหมือนกันเมื่อวานก่อน อยู่ดีๆ เจอต้นไม้ล้มขวางทางอีก รถเข้าหมู่บ้าน เส้นทางยังไม่ยากเย็นอะไร ลัดเลาะป่าเขาไป สองข้างทางมีนาขั้นบันไดเป็นระยะ เรียกว่าเห็นจนเบื่อกันไปเลยทีเดียว สักพักก็มาโผล่หนองเขียว ซึ่งจินตนาการว่าเขาเคยจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว มันน่าจะมีร้านอาหารบ้างนะ เพราะหิวข้าวกลางวันแล้ว ปรากฏว่าเหงายิ่งกว่าเหงา มีแต่หนองกับเขียวและเด็ก 2 - 3 คนเล่นอะไรกันริมน้ำ ถามไปว่า แถวนี้มีร้านอาหารไหมพ่อหนุ่ม ได้คำตอบมาว่า ไม่มีครับ ก็ถามว่าแล้วอีกไกลไหมจะถึงบ้านแม่จ๋า เด็กบอกว่าอีก 10 กว่ากิโลนี่ล่ะ โอเค ลุย ไม่น่าจะนาน

ขุนยวม

 

ขุนยวม


พอออกจากหนองเขียวมาเท่านั้นล่ะ โลกของวิชาก็เปลี่ยนไป เกิดมาไม่เคยเจอเส้นทางอะไรแบบนี้มาก่อน เป็นเส้นทางคอนกรีตขนาด 2 เลนลัดเลาะเขา อีกฝั่งเป็นเหว ฝั่งที่เป็นเขาก็มีดินสไลด์เป็นระยะเพราะหน้าฝน ที่น่ากลัวคือ ทางส่วนใหญ่เป็นทางลงที่เรียกว่าชันมาก โค้งตลอดเวลา ป้ายโค้งอันตรายไม่จำเป็นเลย เพราะอันตรายทุกโค้ง สัญญาณมือถือก็เริ่มหาย หนักกว่าคือ ไม่มีเพื่อนร่วมถนนเลยสักคันไม่ว่าจะข้างหน้าข้างหลังหรือสวนทางมา สองข้างทางมองเห็นนาขั้นบันไดกว้างขวาง ภูเขาอยู่ไกลๆ แต่ไม่สามารถจะไปมองได้นานๆ

ขุนยวม


ผ่านไปได้ 2 กิโล ต้องจอดตั้งสติทบทวนตัวเองว่าเราอยู่ตรงไหน กำลังจะไปไหน สถานการณ์เป็นยังไง เอาจริงๆ คือเกิดความกลัว กลัวว่าจะเกิดอะไร แล้วถ้าเกิดอะไรจริงๆ ใครจะมาช่วย จัดการกับความคิดแล้วก็บอกตัวเอง เอาวะ ไปต่อ เพราะจะให้ย้อนกลับไปก็ไม่ได้แล้ว

ในชีวิตนี้คงไม่ลืมระยะทางสิบกว่ากิโลนี้เลย ที่ต้องใช้ทั้งสติ, หัวใจ และ ร่างกาย เป็นรถออโต้ 2 มือเลยต้องบีบเบรค 2 ตีนก็จิกเกร็งช่วยลุ้น 2 มือ ร่างกายก็ต้องเกร็งเพราะแบกกีตาร์ไว้บนหลัง 2 เข่าหนีบกระเป๋า หัวจิตหัวใจก็ต้องแข็งแรงต่อบรรยากาศรอบข้าง ป่า ความเงียบ ทางชัน ละอองฝน ไร้คลื่นมือถือ มีสติ ไม่ประมาท

ขุนยวม


มองหลักกิโล ใจชื้นขึ้นเวลาตัวเลขบอกระยะทางลดลง เส้นทางนี้คงจะสวยงามน่าดูยามฤดูหนาว คงจะดีไม่น้อยถ้ารถเรามีเกียร์ คงจะดีถ้าไม่ต้องหอบข้าวของเยอะแยะ และคงจะดี ถ้ามีใครสักคนซ้อนท้ายอยู่ด้วยกัน

บางเส้นทางที่ไม่ธรรมดาทั่วไป ยานพาหนะ, สัมภาระที่ต้องบรรทุก หรือเพื่อนร่วมทาง เป็นสิ่งที่ต้องไตร่ตรองให้ดีในการเดินทาง บางช่วงชีวิตก็ไม่ต่างกัน

เมื่อหลักหินสีขาวบอกว่าอีก 2 กิโลจะถึงบ้านแม่จ๋า ฝนห่าใหญ่ก็เทลงมา ทางยังชันพื้นยังคงลื่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกทดสอบจากอะไรสักอย่าง ประมาณว่าอีก 2 กิโลเองโว้ย ลุยมันเลยดูซิจะไหวไหม มา ตกลงมา!! รวบรวมสติแน่วแน่ที่สุดอีกครั้ง พาสีหมอกและข้าวของทั้งหลายเข้าสู่ตัวบ้านแม่จ๋า เห็นโรงเรียน เห็นบ้านคน อุ่นใจแล้ว เจอร้านก๋วยเตี๋ยว จอดๆ ไม่ต้องคิดอะไรละ อีก 40 กิโลจะถึงแม่ฮ่องสอน ไม่กลัวแล้วสบายมาก ข้าพเจ้าผ่านเส้นทางที่หนักสุดในชีวิตมาแล้ว

ขุนยวม

เพราะชีวิตคือการเดินทาง เมื่อวันก่อนยังอยู่บนเส้นทางที่สวยงามจนไม่อยากให้ถึงปลายทาง แต่ทางวันนี้กลับสมบุกสมบันเกินจะคาด มันก็เป็นอย่างนี้แหล่ะชีวิตคนเรา เรามีวันคืนที่สวยงามให้อิ่มอกอิ่มใจ จารึกไว้เป็นความทรงจำแสนสุข และเราก็ควรมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเพื่อเคี่ยวกรำตัวเองให้เข้มแข็งและแกร่งขึ้นเป็นบทเรียน

ที่สำคัญคือ มีสติไว้ในทุกๆ เส้นทาง

 

#footprintsinmaehongson

#เที่ยวแม่ฮ่องสอน

เรื่อง / ภาพ  Cha Harmo

www.facebook.com/chorhormor

https://www.instagram.com/chaharmo/