Skip to main content

Fifty Shades of Green 7.1 : How Many Road Must a Man Walk Down ?

58
head712


ออกมาจากแม่สะเรียงได้เกือบชั่วโมงก็พบว่าง่วงจัง ทำไมอย่างนั้น ไม่ต้องหาเหตุผล หาศาลาข้างทางจอดลงไปนอนสักพัก พร้อมหากาแฟสักกระป๋อง ไม่นานก็เข้าสู่ขุนยวม ผ่านที่พัก ‘ยุ้นขุนยวม’ ที่เคยมานอนคราวก่อน ยังประทับใจพี่ตุ๋ยไม่หายที่ขอยืมอะไรก็ให้ยืมไปหมด ตอนนั้นยืมมอไซค์ไปทุ่งบัวตอง วันนี้พี่ตุ๋ยไปดีแล้ว

แวะร้านสะดวกซื้อที่ขุนยวม กินกาแฟเข้าไปอีก ซื้อมาม่าคัพ 2 ถ้วย แซนด์วิชง่อยๆ 2 อัน น้ำเปล่า 1 ขวด กาแฟซอง ทั้งหมดน่าจะเพียงพอมื้อเย็นกับมื้อเช้า ความตั้งใจคือจะลองไปดูภูชี้เพ้อสักหน่อยว่าเป็นยังไง ถ้าอยากนอนก็นอน แต่ถ้าไม่ก็ไปโรงเรียนเพราะรู้ว่ามันไม่ไกลกันมาก แต่ไอ้ภูชี้เพ้อนี่มันเป็นยังไงไม่เคยรู้เลย จินตนาการไปเองล้วนๆ ว่ามันน่าจะเดินทางสะดวก

ภูชี้เพ้อ


ขี่ผ่านโรงเรียนบ้านปางตองที่เคยแวะกินข้าวกินกาแฟเมื่อครั้งก่อน ตอนนี้โรงเรียนคงเลิกแล้วเงียบเชียบ ฟ้าที่เคยฟ้าตอนออกเดินทางตอนนี้มืดครื้ม ฝนเริ่มเทลงมา จากเบาเป็นหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆ ชิบหายแล้ว ทำยังไงดี เสื้อกันฝนมีตัวเดียว กระเป๋ากีตาร์ก็ซิปแตกกลัวน้ำเข้าเลยจำต้องเอาเสื้อกันฝนสวมให้กีตาร์ ส่วนวิชาก็เปียก หาที่หลบก็ไม่มี แต่คิดว่าคงใกล้แล้วล่ะมั้ง ใกล้ชิบหายแล้วล่ะชีวิตกู

ภูชี้เพ้อ


เห็นป้ายเหงาๆ ของภูชี้เพ้อ ไปโว้ย เดี๋ยวก็ถึง เดี๋ยวฝนก็หยุด เลี้ยวขวาเข้าไป เอาแล้วสภาพเส้นทางลูกรังโดนฝนเละไปเรื่อยๆ ชันขึ้นเรื่อยๆ ฝนก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ไปได้ไม่ถึงกิโลดีทุกอย่างก็หยุดชะงัก สีหมอกไปต่อไม่ได้ ติดอยู่ในร่องดินเละๆ พื้นผิวดินถนนลูกรังพังทลาย  ทิ้งสีหมอกไว้ก่อน ข้าพเจ้าเดินเลี่ยงออกมา จะหาที่หลบก็ไม่มี เป็นสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนที่สุด หยิบมือถือที่แบตเหลือ 25% ขึ้นมา คลื่นก็ริบหรี่แต่ยังดีที่มี ตัดสินใจโทรหาเจ้าหน้าที่ สื่อสารกันลำบากเพราะเสียงฝน ตะโกนให้พี่ๆเค้าจับใจความได้ว่า ผมติดอยู่กลางทางรถไปต่อไม่ได้ ฝนตกหนักมากลงมารับด้วย ได้ยินตอบกลับมาว่าโอเคๆ เดี๋ยวลงไปรับก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย นอกจากใจชื้นแล้วตัวก็ชื้นมากๆ ด้วย ยืนกอดกีตาร์ตัวเปียกไปทั้งร่างเพราะไร้เครื่องกันฝนใดๆ รออยู่เกือบ 20 นาทีได้ เป็น 20 นาทีที่แสนจะยาวนาน

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ


มีพี่ 2 คนขับกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อสภาพไม่น่าวิ่งได้ลงมารับ วิชาจับกีตาร์ข้าวของโยนเข้ารถก่อนจะโยนตัวเองเข้าไป แล้วพี่คนนึงก็ลงไปที่เจ้าสีหมอก พร้อมกับตกใจว่านี่รถไม่มีเกียร์เหรอ ใช่สิครับ พี่เขาก็บอกว่ามอไซค์ถ้าจะขึ้นไปได้นี่มันน่าจะมีเกียร์นะ เขาเองก็ไม่เคยขี่รถออโต้ขึ้นแต่จะลองดู จากตรงนั้นไปครึ่งชั่วโมงพวกเราก็ถึงที่พัก หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด แบกข้าวของขึ้นไปห้องพัก ฝนเริ่มเบาเม็ดลง พี่ๆ ถามว่ามาทำไมเนี่ย นั่นสิครับ ผมมาทำไมเนี่ย ไอ้เนสบอกให้มา ฮ่าๆๆ ดูนาฬิกาจะ 6 โมง ไม่ได้ไปแล้วล่ะโรงเรียน พรุ่งนี้ค่อยไปละกัน หลังเอาข้าวของไปผิงกับกองไฟ อาบน้ำเสร็จ มานั่งคิดว่าแล้วจะทำอะไรวะที่ขุนยวม พรุ่งนี้เช้าขึ้นไปดูทะเลหมอกก่อนละกัน แล้วรีบลงไปโรงเรียนมอบเงินบริจาคพูดคุยกับครูสักพัก ลงกลับขุนยวมอยากไปอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่นที่ขุนยวม อยากไปอ่านเรื่องความรักระหว่างทหารญี่ปุ่นกับแม่ค้าคนไทยอีกครั้ง โอเค ตามนั้นละกัน

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ


เจ้าหน้าที่กลับบ้านไปสองคน เหลือข้าพเจ้ากับพี่เกตุอยู่กันบนนั้น อยู่อย่างเหงาๆ พี่เกตุก็นั่งเล่นไลน์คุยกับลูกเมียอยู่นั่น ไฟฟ้าจะมีใช้ถึง 2 ทุ่ม ข้าพเจ้านอนอ่านมูราคามิประกอบเสียงฝน พี่เกตุบอกว่าเมื่อคืนก็มีคนมานอน ฝนตกทั้งคืน แต่ตอนเช้านะทะเลหมอกสวยมาก ถามพี่เขาว่าผมควรจะขึ้นไปบนยอดสักกี่โมง แกบอกหกโมงก็เดินขึ้นไปได้ละ ถามว่าพี่ไปไหม แกบอกไม่ไปหรอก ไปเลยพี่ไปบ่อยละ

หลับไปพร้อมเสียงฝนและเหล่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่พากันร้องระงม ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงตรง

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ

 

ภ


ตื่นมาฝนยังไม่หยุด ชงกาแฟกินแล้วก็หยิบกล้องเดินขึ้นไปแม่งคนเดียวนั่นล่ะ ฟ้ายังมืดๆ ฝนยังโปรย เดินไปสักสิบนาทีก็ถึงยอดจุดชมวิวภูชี้เพ้อ เรียบร้อย ไม่มีวี่แววแห่งการจะเกิดทะเลหมอก ฟ้าไม่เปิดฝนก็ตกลงมาเรื่อยๆ ผ่านมา 2 อำเภอยังไม่เจอสักทะเลหมอก

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ


เดินวนไปวนมาดูดอกไม้ใบหญ้าคนเดียวชั่วโมงกว่า อืมม บางสถานที่ในวันที่มันไม่เหมือนรีวิว จะมีสักกี่คนที่สนใจมาเที่ยวชมบ้างนะ เดินกลับลงมาต้มมาม่าแดกสบายใจ พี่เกตุชวนกินข้าวบอกมีต้มหน่อไม้ ปกติข้าพเจ้าเป็นคนไม่กินหน่อไม้ที่ไม่ได้อยู่ในกระเพาะปลา มื้อนี้น่าจะเป็นมื้อแรกที่กินหน่อไม้แบบจริงจัง กินไปพูดคุยกันไป แกเล่าว่าเมื่อก่อนตรงนี้มันเป็นดอยหัวโล้นหมด ทางหน่วยก็มาปลูกป่ากัน ถามว่าทำไมชื่อภูชี้เพ้อ แกก็บอกไม่รู้ หัวหน้าหน่วยนี่ล่ะ ไม่รู้คนไหนตั้งขึ้นมา แกบอกหน้าหนาวมาใหม่นะ แน่นอนครับ

ภูชี้เพ้อ


9 โมงแล้วฝนก็ยังไม่หยุด พี่สันติกับพี่อีกคนก็ขึ้นมานั่งคุยผิงไฟกัน ข้าพเจ้าเดินไปบ้านรับรองอีกหลังหนึ่งเพราะได้ข่าวว่ามีรูปถ่ายและสมุดเยี่ยม เปิดอ่านสมุดเยี่ยม 2 - 3 เล่ม หลายข้อความถูกเขียนเมื่อปี 2535 โห… อ่านข้อความของคนยุคนั้นแล้วได้ความรู้สึกดีจัง หลากหลายผู้คนเคยขึ้นมาที่นี่ ทั้งนักบิน ลูกเรือสายการบินต่างๆ, นักข่าว, ข้าราชการ, ศิลปิน เช่น ภูสมิง หน่อสวรรค์ รวมทั้งแอ๊ด คาราบาว ลงมาคุยกับพี่ๆ ต่อ ฝนก็ยังไม่เบาลงเลย ปรึกษาว่าผมจะเข้าแม่ฮ่องสอนวันนี้ไปทางไหนดี แกบอกถ้าลงกลับไปขุนยวมมันจะเสียระยะทางไปอีก 20 กว่ากิโลเลยนะ ไหนๆ จะไปโรงเรียนบ้านหัวแม่สุรินอยู่แล้วก็เลยผ่านน้ำตก ให้ไปทางหนองเขียวจะมีทางไปลงบ้านแม่จ๋า ก็จะเจอแยกไปแม่ฮ่องสอนเลย ประหยัดระยะทาง แต่ทางมันชันหน่อยนะ แต่ก็ขี่ได้แหล่ะมั๊งนะ
แล้วพี่เขาก็หัวเราะกันหึๆ

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ

 

ภูชี้เพ้อ


โอเค งั้นเลยไปทางหนองเขียวเลยดีกว่า ตำนานรักโกโบริไว้รอบหน้าแล้วกันเวลามีน้อย
รู้สึกถึงสิ่งที่ดีกว่ากำลังจะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าอีกแล้วสิ...

ภูชี้เพ้อ


#footprintsinmaehongson

#เที่ยวแม่ฮ่องสอน

เรื่อง / ภาพ  Cha Harmo

www.facebook.com/chorhormor

https://www.instagram.com/chaharmo/

Profile picture for user Harmonic22@gmail.com

Wicha Teddaroon

เป็นคนขี้เกียจที่ชอบทำอะไรหลายๆอย่าง ถึงไม่ค่อยดีสักอย่าง แต่ก็มีความสุขดี

https://www.facebook.com/chorhormor