Skip to main content

Fifty Shades of Green 6 : รักสักหน่อย

100
head62

Fifty Shades of Green 6

รักสักหน่อย
 

ตื่นมาด้วยอาการปวดหัวที่คุ้นเคย ลงมาร่ำลาเจ้าของริเวอร์เฮ้าส์ทั้งสองพี่น้องซึ่งก็มีอาการแฮงค์พอๆ กัน ฮ่าๆๆ แวะซื้อสายกีตาร์เผื่อไปเปลี่ยนกับหาอาหารเที่ยงรับประทาน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังแม่ลาน้อย

เคยมาแม่ลาน้อยเมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษา จำได้ว่าเป็นการมาสำรวจค่ายอาสาหรืออะไรสักอย่าง แต่ก็นั่นล่ะ ย้อนเวลาไปก็เกิน 15 ปี ภาพแม่ลาน้อยวันนั้นค่อนข้างเลือนราง รู้แต่ว่าถนนหนทางยังลำบากกว่านี้แน่ๆ เป้าหมายคือ เฮินไต รีสอร์ท แต่จะไปทำอะไรที่แม่ลาน้อยยังไม่มีแผน

หมอทรายบอกว่าระหว่างทางจากแม่สะเรียงไปแม่ลาน้อยสวยดีนะพี่ชา มีต้นสักสองข้างทาง แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เส้นทางโค้งไปโค้งมานิดหน่อย แต่ต้นสักสองข้างทางสูงเรียงตัวกันหนาแน่น ทำให้สดชื่นขึ้นมาหน่อย รู้สึกว่าอยากจะขี่ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้เส้นทางนี้มันจบเลย

มันคงจริงที่บางการเดินทาง ระหว่างทางนั้นมันประทับใจเรามากจนไม่อยากให้ถึงปลายทาง เพราะหลายครั้งเราก็รู้ว่าปลายทางนั้นมิได้สวยงามหรือเหมาะสมกับเรา บางความสัมพันธ์ของคนเราก็เช่นกัน

คิดอะไรฟุ้งๆ ไปเพราะรถไม่ค่อยเยอะ มองต้นสัก คิดถึงความสัมพันธ์และความรัก ว่าในระหว่างความสัมพันธ์ระยะสั้นที่ก็รู้ว่าสุดท้ายต้องจบลง ถ้ามันเป็นความรักที่ดี แม้จะในเวลาสั้นๆ มันก็น่าจะรักดูนะ ได้เพลงเฉยเลย รักสักหน่อย รักสักหน่อย ฮ่าๆ อยากให้รักต้นสักหน่อย หรือ อยากให้เรารักกันหน่อยก็ว่าไป ลองฟังกันดูประกอบการเดินทาง

ไม่นานนักก็เจอป้ายเข้าเขตแม่ลาน้อย พร้อมป้ายบอกระยะทางไปเฮินไต รีสอร์ท เมื่อพื้นถนนลาดยางมีสีแดง มองไปทางซ้ายเจอทางเลี้ยวลงเนินเข้าสู่แม่ลาน้อย หักรถลงไปไม่ไกลก็ถึงที่พัก จอดรถลงไปนั่งรอ ‘เนส’ เจ้าของเฮินไต รีสอร์ท อ้อ… ลืมบอกไปด้วยความโลกกลม หมอทรายเป็นภรรยาของเนส เจ้าของเฮินไต รีสอร์ทนั่นเอง แล้วเนสก็ยังเป็นเพื่อนของแก๊งๆ เดียวกันกับข้าพเจ้าที่เชียงใหม่ ที่เคยไปค่ายเบาแผ่นดินด้วยกัน พวกแก๊งบูเดอช่าด้วย โลกมันก็กลมของมันงี้ล่ะ เนสมาทักทายพาข้าพเจ้าไปที่บ้านหลังสุดท้าย สวยงามอร่ามตามองเห็นทุ่งนาเขียวขจี ไม่รีวิวละกัน คนรีวิวกันเต็มบ้านเต็มเมือง ข้าพเจ้าเข้าบ้านเปิดแอร์นอนแฮงค์ รู้ตัวอีกทีฝนโปรยเม็ด ตื่นมาดูฝนแล้วก็นอนต่อ

เฮินไต

รู้ตัวอีกทีก็เย็นแล้ว แม่ลาน้อยของกู ไม่ได้ทำบ้าอะไรเลย ออกไปขี่รถเล่นสักพักกลับเข้ามา เนสชวน “ป่ะ พี่ชา ไปวิ่งกัน” เพราะเสือกไปบอกไว้ตอนบ่ายว่าเย็นนี้พี่จะวิ่ง เอาเข้าจริงยังแฮงค์อยู่แต่ก็กลัวโดนหาว่าอ่อนแอ วิ่งก็วิ่งวะ แล้วเนสก็เสือกวิ่งจริงจังไม่หยุดไม่หย่อนเลย พาอ้อมเข้าตัวแม่ลาน้อยซอยนั้นออกซอยนี้พร้อมเล่าที่มาที่ไปของตัวเอง พ่อแม่เป็นคนแม่ลาน้อยแต่ตัวเองไปโตแม่สะเรียงแล้วมาเรียนแม่โจ้ หลังคุณพ่อเสียชีวิตก็พลิกผัน พาตัวเองกลับมาอยู่กับแม่และเปิดเฮินไต ด้วยส่วนตัวเนสเป็นคนชอบท่องเที่ยว แคมปิ้ง แอดเวนเจอร์อยู่แล้ว รวมทั้งสนใจในวัฒนธรรมพื้นถิ่น เนสเลยดำเนินกิจการเฮินไต โดยนำวิถีต่างๆ ของไทใหญ่มาใช้ทั้งตัวบ้าน, อาหาร ทั้งยังพยายามให้ชุมชนเองเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อกระจายรายได้

เฮินไต

 

ปิ้งย่าง


หมอทรายมาจากแม่สะเรียง มื้อเย็นนี้เราเลยกินปิ้งย่างกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนกันสนุกสนาน แต่มื้อนี้ขอลาขาดแอลกอฮอล์ เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆ ให้เนสพาเที่ยวแม่ลาน้อยสักหน่อย เพราะอยู่แค่วันเดียว เที่ยวได้ครึ่งวันก็ต้องไปขุนยวมต่อแล้ว

แม่ลาน้อย

 

แม่ลาน้อย

 

ห้วยห้อม

 

กาแฟ

 

เช้าอีกวันค่อยโอเคหน่อย ออกไปวิ่งๆ เดินๆ ชมหมู่บ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินทางไปบ้านห้วยห้อมที่เป็นชุมชนปลูกกาแฟ มีฟาร์มแกะและโฮมสเตย์ ระหว่างทางก็จอดรถถ่ายรูปกันเป็นระยะ ถึงห้วยห้อมก็สั่งกาแฟมาชิมหน่อยซิ เพราะเมล็ดที่นี่ส่งให้สตาร์บัคส์เชียวนะ เดินชมภายในโฮมสเตย์ของพี่มะลิวัลย์ พบกล่องพัสดุจำนวนมหาศาลรอบรรจุทั้งเมล็ดกาแฟและผ้าทอขนแกะเพื่อส่งไปให้ลูกค้า เห็นแล้วอยากจะมาขอสมัครเป็นลูกมืออยู่ที่นี่ จะดูแกะเขาบอกแกะย้ายไปเลี้ยงบนเขาแล้ว อดดู จบไป

คิดถึง

 

นา

 

นา

 

นา

 

ลงจากห้วยห้อมมาแวะโครงการหลวง เพราะเนสจะสั่งผักลงไปที่เฮินไต ดูเนสจะรู้จักผู้คนกว้างขวางไปหมด เนสเล่าว่าพยายามจะให้การเติบโตของแม่ลาน้อยเป็นไปอย่างยั่งยืน มีทิศทางที่เหมาะสมและไม่สูญเสียอัตลักษณ์ ที่โครงการหลวงนี้มีทุ่งนาขั้นบันไดกว้างขวางไม่น้อย และพื้นที่หลายส่วนก็เปลี่ยนไปปลูกผลไม้อื่นๆ

lunch


กลับมาถึงเฮินไตก็บ่ายแล้ว เนสเตรียมอาหารมื้อพิเศษไว้ส่งท้าย เรานั่งกินกันไปคุยกันไป เนสถามจะไปทำไรบ้างที่ขุนยวม ก็บอกว่าน่าจะไปโรงเรียนบ้านหัวแม่สุรินเลย เพราะจริงๆ นัดหมายเขาไว้แล้วว่าจะไปนอนที่นั่น เคยมาทำค่ายครั้งนึงเมื่อ 2 ปีก่อน เนสก็เสนอมาเชียว พี่ชาน่าจะลองไป ‘ภูชี้เพ้อ’ ดูนะ วิวทะเลหมอกตอนเช้านี่แบบสุดๆ 360 องศา ส่วนตัวจำได้ว่าเห็นป้าย ‘ภูชี้เพ้อ’ อยู่ 2 ครั้งตอนที่มาขุนยวม แต่ก็ไม่รู้ว่าข้างในมันคืออะไร เนสจัดแจงโทรหาเจ้าหน้าที่ที่นั่น บอกว่าเดี๋ยวจะมีคนไปนะครับ สอบถามเส้นทางเพราะนี่เป็นหน้าฝน ได้ความมาว่าทางเละ รถยนต์ขึ้นไม่ได้ต้องโฟร์วีลเท่านั้น ส่วนมอเตอร์ไซค์ได้อยู่ แล้วก็เอาเบอร์พี่เขาให้เราไว้ บนนั้นไม่มีอาหารนะพี่ ถ้าจะขึ้นไปนอนให้พี่แวะซื้ออาหารแถวขุนยวมขึ้นไปด้วย จะไปไม่ไปพี่ค่อยตัดสินใจดูแล้วกัน

back


ร่ำลากันเป็นพิธี เกือบบ่ายสองแล้ว มองไปบนฟ้า ฟ้าเป็นฟ้าสว่างกระจ่างใส เรื่องดีๆ กำลังรอเราอยู่สินะ เจอกันขุนยวม


#footprintsinmaehongson

#เที่ยวแม่ฮ่องสอน

เรื่อง / ภาพ  Cha Harmo

www.facebook.com/chorhormor

https://www.instagram.com/chaharmo/