Skip to main content

Fifty Shades of Green 4 : ต้นเดียวดายและขี้งัว

159
head2


นาฬิกาดัง 5:15 น. ทั้งง่วงทั้งมึน โทรหาครูศรีนวล เงียบไม่รับ โทรไป 3 รอบก็ไม่รับ ลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันลงไปสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ ขี่ฝ่าความหนาวความมืดไปจอดหน้าเซเว่นซื้อกาแฟร้อนดื่ม หวังให้ตื่นก็ไม่ตื่นแต่กลับเป็นปวดท้องแทน โทรหาครูอีกรอบไม่รับ ดู Messenger ไม่แอ็คทีฟ ไม่เป็นไรคงรอที่โรงเรียนมั้ง ขี่ไปจนถึงโรงเรียน เงียบไร้วี่แววการรอคอย โทรหาไม่รับ สงสัยเกิดปัญหาอะไรบางอย่าง ไปคนเดียวก็ได้เว้ย

ออกไปสักพัก ไม่ไหวแล้วข้าศึกมาถึงจริงจัง ขี้นั่นเอง เอาไงดีวะกู อำเภอนี้ตอนเช้าตรู่มองไปทางไหนก็เงียบงัน ปั๊มเปิ๊มก็ไม่มี เออ ใช่แล้ว เลยทางขึ้นพุ่ยโคไปนิดซ้ายมือเป็นโรงพยาบาลสบเมยนี่หว่า ถ้าที่นี่ไม่มีห้องน้ำละที่ไหนจะมีล่ะ เลี้ยวเข้าไปจอดแล้วทำเหมือนทุกครั้งเวลาจะเนียนเข้าห้องน้ำ คือ หยิบโทรศัพท์มาพูดคนเดียวละเดินเข้าห้องน้ำไปเลย ฮร้าา สวรรค์ชัดๆ มาเถอะเส้นทางต่อจากนี้เราจะไม่กลัว

road

 

road


ขึ้นไปตามป้าย เส้นทางพาไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นทางคอนกรีตสลับลูกรังเป็นระยะ มองไปสองฝั่งเห็นทิวเขาเขียวเรียงราย ร่างกายสดชื่นขึ้นมาหน่อย ฟ้าสว่างขึ้นแต่เมฆหมอกไม่คลายตัวเลย ไปเท่าไหร่ก็ไม่มีที่ท่าว่าจะถึง เส้นทางที่ไม่เคยไปส่วนใหญ่มักไกลเสมอ ไปจนเจอแยกใหญ่ๆ เห็นได้ชัดซ้ายขวา เซ้นส์บอกแต่แรกไปทางขวา อีกใจก็เอะว่าดูจากข้างล่างขึ้นมายอดดอยมันน่าจะมาทางซ้าย แต่ความเชื่อแรกมักถูกเสมอ… ไปทางขวา ขี่ไปได้หน่อยนึงชาวบ้านสวนมา ถามเลยพุ่ยโคไปทางนี้ใช่ไหม คำตอบคือไม่ใช่ ทางนู้นครับ …เกือบไปละไหมกู เซ้นส์แรก ฮ่าๆๆ น้ำมันก็ไม่ใช่จะมีเต็มถัง เอานะ เพื่อทะเลหมอกแรกของทริป มาเมืองสามหมอกมันต้องเจอทะเลหมอกทุกอำเภอสิวะ ผ่านเส้นทางไม่มีแสงแดดแม้แต่น้อย พื้นถนนก็ลื่น บริเวณที่เป็นทางดินบางจุดก็เละมาก สไลด์อยู่บ่อยๆ เริ่มคิดในใจขึ้นมาทำไมวะเนี่ย มาจนถึงทางเดินขึ้น ฝนเริ่มโปรยเม็ด เอาละไง ทะเลหม่งทะเลหมอกอะไรกัน พาตัวเองเดินขึ้นไปตามทางที่ทำเป็นขั้นๆ

road


จะขึ้นมาดูทะเลหมอก รู้ตัวอีกทีก็จมอยู่ใทะเลหมอกนั่นเอง จบ…

man


เห็นต้นเดียวดายที่หลายคนพูดถึงตรงนั้น หึๆ โด่งดังแต่เดียวดาย เดินฝ่าเมฆฝ่าฝนมาถึงยอด มาละ มาอยู่เป็นเพื่อนละ เฮ้ย ก้อนอะไรเเคลื่อนไหวตรงนั้นวะ ปรากฏมีคนอยู่บนนี้ มานอนค้างคืนที่นี่คนเดียวเมื่อคืน พูดคุยกันได้ความว่ามาจากกทม.เช่ามอไซค์จากเชียงใหม่ วานซืนไปกางเต๊นท์นอนที่จ่าโบ ตื่นมาขี่มานอนพุ่ยโค เดี๋ยวกำลังจะลงไปนอนป่าบงเปียง ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เอาพี่ว่าเถอะ ชีวิตพี่

tree


นั่งมองต้นเดียวดายอยู่พักใหญ่ เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้เดียวดายอะไรขนาดนั้น เพื่อนๆ มันก็อยู่แถวนั้นล่ะไม่ไกลมาก สายตามนุษย์นี่แหล่ะไปบอกว่ามันเดียวดาย คนโดดเดี่ยวมักเห็นอะไรเดียวดายไปเองเสมอ

ทะเลหมอกก็ไม่มี แถมมาเจอป้ายสีๆ ดอยพุ่ยโคพังๆ บางทีก็ไม่เข้าใจสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ ที่ในประเทศเราว่ามันจะทำป้ายชื่อสถานที่สีๆ ใหญ่ๆ ไปทำไม ก็ในเมื่อสถานที่นั้นคือที่ที่เขาเดินทางมาถึง มันก็เพียงพอและพอเพียงแล้ว จะให้มาถ่ายรูปกับป้ายทำไม หลายที่ก็บังทัศนียภาพไปหมด บ่นๆๆ จะลงเลยก็รู้สึกว่าไม่คุ้มกับที่มาตั้งไกล นอนแม่งละกัน เลยไปนอนหลบฝนอยู่ในศาลาอยู่ครึ่งชั่วโมงค่อยเดินลง ครูศรีนวลทักมา สรุปเราเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ครูเข้าใจว่าเราจะไม่มาพุ่ยโคแล้ว ไม่เป็นไรกำลังจะเดินลง

cow


ช่วงหลังๆ เวลาไปตามชนบทจะชอบเดิน เดินมั่วๆ ไปไหนต่อไหนคนเดียว หลายครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองพลัดหลง เวลารู้สึกว่าหลงแว้บแรกใจมันจะแป้วๆ พอมีสติสักพักจะรู้สึกท้าทายที่จะได้ใช้สัญชาติญาณการเอาตัวรอด หนึ่งในสัญญาณแห่งการรอดเลย คือ ขี้งัว ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับขี้งัวมาแต่เด็ก แถวบ้านเลี้ยงงัวเยอะ ไปบ้านญาติที่ไหนก็เลี้ยงงัวกันไปหมด แล้วรู้สึกว่างัวเนี่ยมันเป็นสัตว์เลี้ยงของคน พอเดินหลงๆ แล้วได้กลิ่นขี้งัว สักพักเจอขี้งัวเนี่ย อบอุ่นใจขึ้นมาทันทีเลยว่าไม่หลงละ ยิ่งได้ยินเสียงกระดึงงัวนี่รู้สึกเหมือนเสียงสวรรค์ เดี๋ยวก็เจอคน

cows


บนดอยนี้ซึ่งสูงมาก ขี้งัวยังตามขึ้นมาอยู่ แสดงว่ามีงัวอยู่แถวๆ นี้ ละก็มีจริงๆ ยืนกันเต็มเลยขวางทางเดิน แต่ไม่มีเงาคนเลี้ยง ทำยังไงดีล่ะ เคยเจอแต่นั่งๆ นอนๆ กันบนถนนใหญ่ นี่มายืนขวางบนทางเดินแคบๆ เยอะด้วยสิ ลองกลั้นใจเดินเข้าไป ทุกตัวหยุดการรับประทานอาหารเช้าหันมาจ้องเรา ไอ้ตัวผู้ที่เขายาวกว่าชาวบ้านจ้องมาส่งเสียงร้อง "ม่ออออ" ตัวอื่นๆ ร้องตาม ชิบหายละยังไงดี เดินถอยหลังดีกว่า ฮ่าๆ กระจอกมาก ตั้งหลักสักแป๊บเข้าไปหักกิ่งไม้อันยาวๆ เดินมาอีกรอบ ส่งเสียงเหมือนเวลาคนเลี้ยงวัวทำ "ฮึ่ยๆๆ" ตีไม้ใส่พื้นไปหนึ่งที ไอ้ตัวใหญ่กระโดดตกใจ ข้าพเจ้าก็ตกใจไปด้วย ตัวอื่นๆ ก็ตกใจวิ่งแหวกทางไปตามๆ กัน เยี่ยมมากสกิลของตัวเอง

noodle


ขากลับลงมาถึงข้างล่าง แน่นอนความรู้สึกเร็วกว่าขาไปเสมอ เติมน้ำมันเต็มถัง หิวแล้วแวะร้านก๋วยเตี๋ยว 25 บาทแต่เยอะอย่างกับเป็นชามสุดท้ายของวัน เหมือนป้าจะปิดร้านแล้ว คุยกับป้าแกบอกว่าย้ายมาจากสงขลาได้ 3 ปีเอง โห… มาไกลมาก กินเสร็จแวะเข้าโรงเรียนไปบ๊ายบายทุกคนอีกรอบ ขอตัวไปดูแม่สะเรียงหน่อยว่ามีอะไร เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องไปแม่ลาน้อยต่อแล้ว

cat


4 ตอนก็แล้ว ยังไม่พ้นอำเภอแรกเลยเนี่ย

#footprintsinmaehongson

#เที่ยวแม่ฮ่องสอน

เรื่อง / ภาพ  Cha Harmo

www.facebook.com/chorhormor

https://www.instagram.com/chaharmo/