Skip to main content

Fifty Shades of Green 2 : ครูศรีนวลและค่ายทองกวาวบาน

272

head2

เวลากว่า 4 ชั่วโมง ที่ตูดข้าพเจ้าและเบาะของสีหมอกแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง ออกจากบ้านมาตามถนนคันคลองยาวไปเรื่อยๆ เข้าสันป่าตอง จอมทอง ถึงฮอดเจอวงเวียนแล้วก็เลี้ยวขวาเข้ามา จอดพักบ้างเป็นบางเวลา ก้มหน้าดูเวลาในมือถือเป็นคราว แบตก็จะหมด แบตสำรองก็ไม่มี โถ่… ขอคืนคำว่าบล็อกเกอร์สู่จักรวาล

เป้าหมายวันแรกคือ อำเภอสบเมย ด้วยความเป็นคนชอบสระเออ - ย ยักษ์ รู้สึกมันน่ารักดีอะไร เอยๆ เลยๆ เงยๆ ได้ยินชื่อสบเมยเมื่อก่อนก็คิดมาตลอดว่าอยู่ไหนวะ จนไม่นานมานี้เองถึงรู้ว่า อ่อ อยู่แม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอที่ห่างไกลสุดของจังหวัดนี้ เอยๆ เลยๆ เมยๆ น่ารัก ต้องไปเจอให้ได้ ไร้แก่นสารสิ้นดี

school

เริ่มจากรู้จักครูศรีนวล (นามสมมติ) เมื่อต้นปีผ่านเฟซบุ๊กนี่แหละ ไว้ค่อยเล่าว่ารู้จักกันยังไง รู้จักแต่ไม่เคยเจอ เอ่อ ไม่สิ เคยแบบบังเอิญที่อาเขตก่อนหน้านี้สักเดือนนึง ยังไม่ทันได้คุยอะไรกัน มาคุยกันเยอะก็ก่อนเดินทางนี่ล่ะ เพราะส่วนตัวชอบทำค่ายอาสาอยู่ในเบื้องต้น เลยหาเรื่องถามครูก่อนมาว่าโรงเรียนมีอะไรที่พี่พอจะหามาแบ่งปันกันได้บ้าง ครูก็บอกมาว่าต้องการหนังสือเยอะเลย หลายๆ แนว อยากให้เด็กได้อ่านสร้างแรงบันดาลใจ ก่อนมาก็เลยเปิดรับบริจาคหนังสือผ่านหน้าเฟซบุ๊กที่เชียงใหม่ ได้มาเยอะมาก เอาฝากขึ้นรถครูรอง (ครูคณิตศาสตร์อีกคนของที่นั่น แต่บ้านอยู่แม่ริม กลับบ้านเกือบทุกอาทิตย์) ขึ้นมาก่อน วันที่ข้าพเจ้าเดินทางเลยไม่ต้องหอบหนังสือมาด้วย

ครูเล่าว่าโรงเรียนนี่ห่างไกลมาก เด็กๆไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจในการเรียนต่อ งงๆ มึนๆ กัน มีนักเรียนอยู่ 500 กว่าคน เป็นนักเรียนประจำอยู่ 200 กว่าคน กินนอนที่โรงเรียน ทุกเย็นจะมีข้าวกับแกงหนึ่งอย่างให้กิน เลยตั้งใจมาเลี้ยงอาหารเย็นเด็กๆ ด้วยเพราะมีคนบริจาคมา โอนเงินให้ครู ครูบอกเย็นนี้เด็กๆ จะมีไก่ทอดให้กินอีกตั้ง 2 ชิ้น กับลำไย

ก่อนเดินทางมามีรุ่นน้อง เป็นหมอที่รู้จักกันมานานตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ ปัจจุบันประจำอยู่โรงพยาบาลแม่สะเรียงแชทมาว่า “เดี๋ยวทรายมาช่วยเลี้ยงอาหารเย็นเด็กด้วย” ก็ดีเลย ไม่ได้เจอกันหลายปี มาช่วยกันแล้วก็จะได้พูดคุยกัน

น่าจะ 4 โมงกว่าแล้ว ปวดตูดเรียบร้อยขณะเข้าเขตแม่สะเรียง เห็นป้ายเลี้ยวซ้ายไปสบเมยก็ไปตามทาง ก้มดูมือถือจะเช็คเวลา แบตหมดไปนานแล้ว จากทางแยกนั้นมาอีก 20 กว่ากิโลเมตรก็เจอโรงเรียนอยู่ ฝั่งขวามือ พะรุงพะรังทั้งรถทั้งคนและข้าวของ เข้าไปจอดงงๆ ท่ามกลางกลุ่มนักเรียน ถามหาครูศรีนวล เด็กๆไปตามมาให้ ทักทายกันไม่กี่ประโยคครูก็พาไปที่พัก ห้องกว้างขวางปูฟูกไว้ 3 แผ่น เพราะตอนแรกบอกครูไว้ว่าเราจะมากัน 3 คน พอมาคนเดียวเจอฟูก 3 แผ่นแล้วคืนนี้ต้องนอนคนเดียว จะมีใครมานอนด้วยไหมวะเนี่ย บอกครูไปขอนอนก่อนเพลียมาก เดี๋ยวเย็นๆ จะลุกไปหาตอนเด็กๆ กินข้าวนะ หมอทรายแชทมาว่าเดี๋ยวจะเข้ามา ตอบไปว่า “เอาเลยจัดการตัวเอง พี่จะนอน”

bed

ถึงเวลาอาหารเย็น สะลืมสะลือไปโรงอาหาร เห็นเด็กนั่งกันเต็ม เอ้า หมอทรายกับรุ่นน้องอีก 2 หมอมายืนตักอาหารยิ้มแย้มกับเด็กอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักทุกคนที่นี่ดี ข้าพเจ้ากลายเป็นคนแปลกหน้า ระหว่างรอเด็กๆ มารับอาหารก็หยิบแป้งทอดในหม้อไก่ทอดกิน อร่อยเพลินดีมาก ถามครูว่าเราไม่กินข้าวกับเด็กเหรอ ครูบอกเดี๋ยวเราไปกินกันที่บ้านพักครูรอง เตรียมอาหารไว้แล้ว เดี๋ยวให้เด็กกินเสร็จจะปล่อยไปอาบน้ำ แล้วตอนค่ำเราจะมีกิจกรรมนั่งคุยกับเด็กๆ กัน

dinnerdinner

ได้ข้อมูลเพิ่มมาว่าวันที่ข้าพเจ้ามานี้ก็จะมีอีกคณะหนึ่งมาด้วย เป็นชมรมนักศึกษาจังหวัดน่านของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันหลายคณะ  นำโดยครูก้องหนุ่มน่าน ซึ่งจัดต่อเนื่องกันมาหลายครั้งในชื่อ ‘ค่ายทองกวาวบานที่สบเมย’ จะมาติวเด็กๆ ในช่วง 2 - 3 วันนี้ เราก็เลยเออ ดีเลย เข้าท่า ชอบอยู่แล้ว

 

dinner

พอครูๆ กินข้าวเสร็จ นักเรียนอาบน้ำเสร็จ เราก็มานั่งกันข้างตึก เปิดโปรเจ็คเตอร์ใส่ผนังฉายภาพให้เด็กๆ ดู พูดคุยแลกเปลี่ยนกับน้องๆ เด็กที่นั่นส่วนใหญ่เป็นปกาเกอะญอ หลายคนไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ รู้จักอาชีพไม่เยอะ แต่ชอบซีรีส์เกาหลี หลายคนฝันอยากไปเกาหลี ถามว่าจะไปทำไม ตอบกันไม่ได้รู้แต่อยากไป และหลายคนเชื่อว่าที่ฝันนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ข้าพเจ้าก็ย้ำว่ามันเป็นไปได้

projector

ส่งต่อให้หมอทราย เล่าเรื่องตัวเองก่อนจะมาเรียนแพทย์แล้วจบมาเป็นหมอ เด็กๆ ตาแป๋วดูมีความสุขกันดี ยังไม่ทันคุยจบ คณะทองกวาวบานก็มาถึงโรงเรียน เหล่าพี่ๆ อาสาสมัครก็มานั่งล้อมๆ และออกมาแนะนำกิจกรรมคร่าวๆ กับเด็กๆ ก่อนกลับเข้าไปประชุมในที่พัก ทางเราก็พูดคุยอีกแป๊บก่อนจะแจกขนมแล้วปล่อยเด็กๆ ไปนอน

ข้าพเจ้ามีแผนว่าถ้าพรุ่งนี้ตื่นเช้าจะออกไปขี่รถเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ ไปดอยพุ่ยโค ด้วยความอ่อนเพลียเลยคิดว่าจะรีบล้างหน้าแปรงฟันเข้านอน แต่จำได้ว่าไม่ได้เอาแปรงสีฟันมานี่หว่า ต้องไปขอครูรอง กลับถึงที่พักพบเหล่าทองกวาวกำลังประชุมกันเอิ๊กอ๊ากหลังแก้วและกับแกล้ม เพียงจะมาหายาสีฟันและแปรงสีฟันก็ถูกน้องๆ ชักชวน บางคนบอกเป็นแฟนเพลงเรา คิดในใจ  “สักพักน่าจะดี ไหนๆ ก็เพิ่งมาเจอกันมา ข้าคนเดียวด้วย จะได้รู้ทำความรู้จักกับกลุ่มนี้ อะไรยังไง รูปแบบกิจกรรมเป็นยังไงกันนะ” เดินไปนั่งร่วมวงโดยอัตโนมัติ พูดคุยกันไปได้ความว่าเริ่มจากครูก้องที่มาบรรจุที่นี่ล่ะ สมัยแกเรียนคณะศึกษาศาสตร์ มช.ก็ชอบทำกิจกรรมทำค่าย และกิจกรรมที่จังหวัดน่าน พอมาเป็นครูก็รวบรวมเพื่อนๆ น้องๆ มาติวเด็กกัน หลายคนก็จบปริญญาโทเตรียมไปต่อปริญญาเอกกันแล้ว แม้ช่วงเวลามาติวจะไม่มาก แต่กับเด็กๆที่ห่างไกล การได้เปิดโลกในบางมุมถือว่ามีประโยชน์มาก

sleep

รูปแบบกิจกรรมพรุ่งนี้จะแบ่งเป็นฐานๆ ให้เด็กเลือกเข้าร่วมตามความสนใจ ทั้งศิลปะ, วิศวะ, เกษตร, กฎหมาย และอะไรอีกก็ไม่รู้ คุยกันไปสลับเสียงเพลงเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก นี่มันบรรยากาศการประชุมค่ายที่คุ้นเคยชัดๆ

จาก 4 ทุ่มจะมาหาแปรงสีฟัน รู้ตัวอีกที ชิบหายจะตี 1 แล้ว เสบียงเครื่องดื่มหมดเกลี้ยง วิชาขอตัวขึ้นไปนอน สรุปฟันเฟินไม่ได้แปรง สติไม่ค่อยครบ แต่จำประโยคนึงได้รางๆ “พี่ชา สรุปพรุ่งนี้ของพี่เอาไปอีกฐานนึงเนาะ ฐานดนตรี”

ตอนที่ 1 :  สีหมอก

#footprintsinmaehongson
#เที่ยวแม่ฮ่องสอน

เรื่อง / ภาพ Cha Harmo

www.facebook.com/chorhormor
https://www.instagram.com/chaharmo/

 

Profile picture for user Harmonic22@gmail.com

Wicha Teddaroon

เป็นคนขี้เกียจที่ชอบทำอะไรหลายๆอย่าง ถึงไม่ค่อยดีสักอย่าง แต่ก็มีความสุขดี

https://www.facebook.com/chorhormor