SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP STYLE
2017 2016 2015
HIP STYLE
SUNDAY AFTERNOON WITH THE TOYS
สนทนาบ่ายวันอาทิตย์




SUNDAY  AFTERNOON  WITH
THE TOYS
สนทนาบ่ายวันอาทิตย์

    เรื่อง / ภาพ : โบ



    ที่มาที่ไปของเรื่องที่จะได้อ่านกันต่อจากนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน : The Toys ศิลปินหน้าใหม่ที่ตอนนี้ดังระเบิดมาเล่นคอนเสิร์ตที่เชียงใหม่ 4 วันรวด และ  HIP อยากคุยกับเขามาก! เราก็เลยจัดการติดต่อขอนัดหมายกับเขา (ขอขอบคุณทางค่าย What The Duck ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีไว้ ณ ที่นี้)  พร้อมทั้งชักชวนคุณโบ มือกีตาร์จาก Sustainer และ Foxy มารับหน้าที่เป็นผู้ร่วมสนทนากับ ทอย – ธันวา บุญสูงเนิน เพราะคิดว่าถ้าให้มือกีตาร์มาคุยกันมันน่าจะได้อะไรสนุกๆ แน่ๆ ส่วนผลที่ได้จากการคุยกันของมือกีตาร์ในตอนบ่ายๆ ของวันอาทิตย์จะเป็นยังไง (แล้วมันเกี่ยวกับวันอาทิตย์ตรงไหนเนี่ย?) ก็ขอเชิญติดตามกันได้เลย

ทอยเริ่มต้นเล่นดนตรีได้ยังไง?
- เท่าที่จำได้ก็คือ ตอนเด็กๆ ผมฟังเพลงเยอะมาก ฟังเพลงที่แม่ชอบเปิดในรถตอนส่งผมไปโรงเรียน ก็จะเป็นพวกเพลงแจ๊ซซ์ซะเป็นส่วนใหญ่ ผมก็เลยจะซึมซับตรงนั้นมา ส่วนเรื่องเล่นดนตรี ผมเริ่มหัดเล่นกีตาร์จริงๆ จังๆ ตอนอายุ 12 เรื่องของเรื่องคือก่อนหน้านั้นผมเป็นเด็กที่ติดเกมมาก ที่บ้านก็เลยห้ามไม่ให้เล่น พอเล่นเกมไม่ได้มันก็ว่างมากไม่รู้จะทำอะไรดี เลยหันมาเล่นกีตาร์แทน

ทำไมถึงเลือกว่าจะเล่นกีตาร์?
- พอดีที่บ้านมีกีตาร์อยู่แล้ว เป็นของคุณพ่อ เห็นตั้งอยู่นานละ เลยหยิบมาลองเล่นซะหน่อย กะว่าเล่นขำๆ เล่นไปเล่นมาปรากฏว่าทีนี้ยาวเลย (หัวเราะ) เล่นมันทั้งวันจนที่บ้านจะไม่ยอมให้เล่นต่อเพราะกลัวจะเสียการเรียน

แล้วนึกยังไงถึงไปเข้าประกวดในงาน Overdrive Guitar Contest?
- ผมติดตามงานนี้มาตั้งแต่ครั้งแรกๆ แล้วครับ รู้สึกว่ามันเหมือนเกมเลย ตอนที่รู้ว่ามีงานนี้อยู่คือแบบ เฮ้ย ดนตรีนี่มันแข่งกันได้ด้วยเหรอ สู้กันได้ด้วย ก็เลยติดตามมาเรื่อยๆ จนตอนผมอายุ 19 เริ่มรู้สึกว่าอยากจะทดลองเล่นอะไรแปลกๆ กับกีตาร์ดูบ้าง คือตอนนั้นชอบเพลง EDM อยากเอา EDM มาเล่นกับกีตาร์ แล้วงานก็เริ่มเปิดรับสมัครพอดี ก็ตัดสินใจอยู่นานว่าจะลงแข่งดีไหม คิดว่าลงไปเราก็แพ้เขาแน่ๆ เพราะงานนี้มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้น จนถึงวันสุดท้ายที่จะปิดรับสมัครก็คิดได้ว่ามันน่าจะสนุกดีนะ ถึงไม่ชนะก็ยังดีกว่าอยู่ว่างๆ บวกกับเพื่อนเอากีตาร์มาให้ช่วยเปลี่ยนสายพอดี ก็เลยเอากีตาร์ของเพื่อนมาถ่ายคลิปส่งประกวด ตอนนั้นผมยังไม่มีกีตาร์เป็นของตัวเองเลยแล้วก็ได้เข้ารอบ ตอนแข่งรอบสุดท้ายก็แอบเกร็งเหมือนกัน ปีนั้นกรรมการเป็น John McLaughlin กับ Guthrie Govan เรียกว่าตัวเทพๆ ทั้งนั้น แต่ที่ผมเป็นแชมป์ได้ น่าจะเป็นเพราะเอาเพลง EDM ไปประกวด แล้วใช้เทคนิคอย่าง Tapping ไปประยุกต์กับดนตรีอิเล็คทรอนิกส์ ก็เลยไม่เหมือนคนอื่น

หลังจากได้แชมป์ Overdrive แล้ว ก็เลยเริ่มทำ The Toys เลยหรือเปล่ากับรู้มาว่าทอยทำงานเบื้องหลังด้วย?
- จริงๆ The Toys นี่ผมเริ่มทำมาตั้งแต่ก่อนประกวดอีกนะพี่ แต่ตอนนั้นยังไม่มีคนให้ความสนใจเท่าไหร่ แนวเพลงก็ใกล้เคียงกับที่ทำตอนนี้ แทบจะไม่มีกีตาร์เลย ส่วนที่ทำงงานเบื้องหลังให้คนอื่นก็มีหลายคนครับ อย่างเช่น พี่ทอม Room 39,น้อง เบียร์ เดอะวอยซ์, นิวจิ๋ว, เบล สุพล, วงพริกไทย, Potato, Retrospect ส่วนใหญ่ผมจะรับหน้าที่ Arrange ครับ

อยากรู้กระบวนการทำเพลงของ The Toys?
- ผมเริ่มจากพาร์ทเรียบเรียงก่อน คือเริ่มจากกลองเลย หาห้องอัดที่ชอบ เลือกกลองทีละใบ ลองตีดูว่าซาวด์โอเคมั้ย ตั้งไมค์จับรูมจับโอเวอร์เฮด เลือกซาวด์แล้วก็ลองตีดู พอได้กลองแล้วก็เริ่มคิดเป็นเพลง ผมจะเริ่มคิดเพลงจากกลองก่อน เสร็จแล้วก็ต่อด้วยเปียโน พอกลองกับเปียโนเสร็จแล้วก็ค่อนข้างจะฟรีละสำหรับการทำชิ้นอื่นต่อ ที่เหลือก็อัดเบส กีตาร์ ซินธ์ แล้วถึงจะเริ่มเขียนเนื้อเพลง



กีต้าร์นี่รู้อยู่แล้วว่าเล่นมานาน แต่พวกชิ้นอื่นไปหัดตอนไหน พวกกลอง เบส?
- คือพวกนั้นผมไม่ได้เล่นเก่งหรอกครับ ก็เลยเล่นตามที่ได้ยินอ่ะครับ ง่ายๆ ไม่ยาก

แล้วเนื้อร้องมาทีหลัง พร้อมกับเมโลดี้เลยหรือเปล่า?
- พร้อมๆ กันครับ คือเมโลดี้เนี่ย ผมว่ามันจะถูกที่ถูกทางถ้ามันออกมาพร้อมเนื้อร้อง สมมติว่าบางเพลงเมโลดี้ดีมาก แต่เนื้อร้องไม่ไปด้วยกัน  ผมจะเจออาการนี้เยอะ เลยเปลี่ยนวิธีการคิดให้มันไปพร้อมๆ กัน คิดให้เป็นเส้นขนานมากขึ้นครับ

เนื้อร้องนี่มาจากประสบการณ์ตรง หรือจินตนาการเอา?
- ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของเพื่อนครับ เพราะเจอบ่อยที่สุด สมมติเราฟังเพื่อนพูด เฮ้ย กูไปเจออย่างนี้มาว่ะ ถ้าตอนนั้นหัวเรามันจับที่คำไหน ผมจะเอาคำนั้นมาขยายแล้วเขียนเป็นเรื่องราวออกมา เช่น เพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ แฟนมันเคยซ้อน แล้ววันนี้แฟนมันไม่ได้ซ้อนแล้ว อะไรแบบนี้ คือมันจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป เป็นคำที่เราฟังแล้วเรารู้สึก เราจะเอาคำพวกนั้นมาลงไว้ในสิ่งที่เราอยากเขียน ถ้าผมรู้สึกกับคำไหนก็จะเก็บไว้

อย่างเพลง ‘ก่อนฤดูฝน’ นี่เริ่มต้นจากคำว่าอะไร?
- คำแรกใช่มั้ยครับ ถ้าย้อนกลับไป อย่างที่ผมบอกว่าผมทำดนตรีก่อนเสร็จเรียบร้อย ตอนนั้นฝนมันตกอยู่พอดี เข้าหน้าฝนวันแรก แล้วเพื่อนก็อุทานว่า เชี่ย! ฝนตก มึงดูข้างนอกดิ มันก็พูดไปเรื่อยอ่ะ ผมก็นั่งฟัง มันบอกว่า ดูสิ ฝนแม่งตกลงมาแต่ละหยด แล้วข้างนอกตรงนั้นน่ะ เป็นที่ที่กูเคยยืนกับแฟนเก่า ตอนนี้ฝนก็ยังตกอยู่ที่เดิม แค่นั้นเลยครับ ผมได้ยินแล้วแบบว่า... มันจุดประกาย จุดไอเดียของเราได้ทะลุมาก ขณะที่เพื่อนมันเล่าเรื่องของมัน เราก็หยิบมาเขียนเลย

ตอนทำเพลงมี Reference บ้างหรือเปล่า?
- ไม่มีครับ เพราะสิ่งที่ผมคิดมันค่อนข้างจะ Random ผมเคยนะที่ลองหา Reference เอามาใช้ทำงาน แต่ผมว่ามันไม่เวิร์ค คือมันจะออกมาเป็นเพลงที่อยู่ที่สอง เป็นเพลงแบบที่เคยมีคนทำไปแล้ว ส่วนเราก็เป็นแค่คนที่ทำตาม ไม่ใช่คนแรกอยู่ดี แต่ถ้าเรา Random อะไรไปมั่วๆ อย่างเรานั่งคุยกันตอนนี้ ผมเจอน้ำส้ม ผมอาจเอาเรื่องน้ำส้มมาเขียน

เพราะน่าจะยังไม่มีใครทำ ท่าทางจะเป็นคนที่ชอบเพลงหลายแนว?
- ผมฟังไปเรื่อยเลยครับ ฟังเยอะ อย่างละนิดละหน่อย ผมชอบ Dubstep ชอบ Metal ชอบ Djent ชอบอาร์แอนด์บี แล้วเอาเสน่ห์ของแต่ละอย่างมาผสมกัน หรืออย่างการเล่นกีตาร์ ผมก็มีคนที่ชอบหลายคน พูดตรงๆ คือตอนนั้นใครกำลังดังก็ชอบคนนั้นล่ะ แต่ว่าผมจะไม่ได้ชอบแบบเจาะจงใครเป็นพิเศษ แต่เราจะชอบแต่ละคนอย่างละนิดละหน่อย อาจจะชอบเสน่ห์ของเขาหรือว่าชอบเทคนิคบางอย่างของเขา อย่างเช่นผมชอบ Masa Sumide เป็นคนญี่ปุ่น เขาใช้นิ้วโป้งเล่น แต่ปั่นเร็วกว่าใช้ปิ๊กอีกนะ อย่างเทคนิค Tapping ของหลายๆ คนเราก็ดู ชอบ Tommy Emmanuel เวลาเล่นฮาร์โมนิค ก็คือจะเอาอย่างละนิดอย่างละหน่อยของทุกคนมาผสมกัน

จากที่ทำงานเบื้องหลังมานาน พอต้องออกมายืนอยู่ข้างหน้า เราต้องปรับตัวเยอะมั้ย?
- แรกๆ มันก็ไม่ชินครับ เพราะเราเคยอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมคนเดียว ทำเพลงให้คนอื่นร้อง แต่วันหนึ่งต้องออกมายืนข้างหน้าเอง มันก็จะเขินๆ ตอนแรกใช้เวลาเตรียมตัวนานมาก พยายามหาวิธีว่าจะทำยังไงให้คนชอบ  ทำยังไงให้โชว์ของเราเป็นโชว์ที่ดี ซี่งออกมามันก็เกร็งๆ แต่พอผมเปลี่ยนความคิดว่า เฮ้ย! วันนี้เราจะไปเล่นอะไรที่เป็นเรา กูจะขึ้นไปเป็นกู จะเล่นในสิ่งที่อยากเล่น ทำในสิ่งที่อยากทำ เท่านั้นทุกอย่างก็จบเลย เริ่มง่ายละ กลายเป็นว่าเราไม่ต้องพยายามจะทำเหมือนคนอื่น ไม่ต้องไปเครียดว่าจะต้องเป็นโชว์ที่ดีหรืออะไร เราก็ทำไปในแบบของเราเลย แล้วสุดท้ายคนดูก็โอเคกับมัน



ถ้าให้ระบุแนวเพลงของ The Toys จะเรียกว่าเป็นแนวอะไร?
- ผมว่าเพลงของผมเป็น Experimental ครับ เป็นการทดลอง ไม่มีแนวเพลงแน่ชัด ที่มันมีความเป็นอาร์แอนด์บีก็เพราะผมชอบด้วย กับอีกอย่างคือเสียงร้องของผมมันเบาครับ ก็เลยร้องเป็นอาร์แอนด์บีไปก่อน แต่ว่าไม่ใช่สายพ่นไฟนะ (หัวเราะ) นี่ก็เคยคิดอยู่ครับว่าอาจจะลองทำเพลงหนักๆ ดูบ้าง เพราะอย่างที่บอกว่า Djent ก็เป็นอีกแนวที่ผมชอบ ผมชอบซาวด์กีตาร์แบบ Twang เสียงดร็อปๆ อะไรอย่างนั้น ติดตรงที่ว่าเสียงร้องเราอาจจะไม่ค่อยเหมาะ แล้วผมว่ารสนิยมผมมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะครับ สมมติปีหน้ามีแนวเพลงอะไรซักอย่างที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ ผมอาจจะหยิบแนวนั้นมาผสม มาประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองก็ได้

นอกจากงานของตัวเองแล้ว ช่วงนี้เห็นมีงานที่ไป Featuring กับศิลปินคนอื่นๆ ออกมาด้วย?
- จริงๆ มีติดต่อเข้ามาหลายคนเลยครับ เยอะมาก แต่ช่วงนี้คงจะต้องของดไปก่อน ทางค่ายขอไว้ เพราะอยากให้เน้นเรื่องทำซิงเกิ้ลใหม่ ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกันครับ

ถ้ามีคนมาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำเพลง ทอยจะบอกเขาว่ายังไงบ้าง?
- ผมเคยคิดว่าจุดหมายของการทำดนตรีมันคือมันคือความเก่ง ความดัง ความรวย แต่ตอนที่คิดอย่างนั้นผมไม่ประสบความสำเร็จเลย ผมเคยเอาเพลงที่ตัวเองทำไปขาย ตอนนั้นทัศนคติของผมคือตั้งใจว่าจะทำเพลงนี้ให้ดังที่สุด ให้ขายที่สุด ก็ทำไปเสนอค่ายเพลงค่ายหนึ่ง แต่ว่าเขาไม่ซื้อ ผมเลยลองมาคิดกลับกันดู คือผมอยากทำอะไรก็ได้  เพลงผมไม่ต้องฟังรู้เรื่องก็ได้ ผมไม่ต้องร้องชัดไม่ต้องร้องดังก็ได้ ผมไม่ต้องใส่กีตาร์ที่ผมถนัด หรือร้องแร็ปเร็วๆ ให้คนฟังไม่รู้เรื่องก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็สะท้อนกลับมาว่า ความสำเร็จมันเป็นแค่ผลพลอยได้ แต่หลักๆ คือเราต้องมีความสุขกับสิ่งที่เราทำก่อน ลองทำอะไรโง่ๆ หรือทำอะไรบ้าๆ สุดโต่งแบบไม่ต้องคิดมากดูบ้างก็ได้ ซึ่งพอเรากล้าคิดอะไรใหม่ๆ ทำอะไรที่ตัวเราชอบจริงๆ ไม่ได้คิดว่าว่าต้องดังต้องฮิต กลายเป็นว่าเพลงดัง คนชอบ ซึ่งผมว่านี่ล่ะคือเส้นทางที่ทำให้เราไปถึงความสุข แล้วก็ความสำเร็จในเส้นทางดนตรีนะ




SUNDAY AFTERNOON WITH THE TOYS
สนทนาบ่ายวันอาทิตย์
I AM A THINKER
จากคนรักรถสู่คนช่างคิด
SOMEBODY IS WAITING FOR ME
เพราะใครบางคนยังรอเราอยู่
FOREVER YOUNG
18 ปี วอร์มอัพ คาเฟ่ ‘ยัง’ วัยรุ่นอยู่
CHIANGMAI 2017 MAKE A WISH
อยากจะขอให้เชียงใหม่
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©