AUGUST 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP STYLE
2017
COVER STORY
: THE MEMORIES
บันทึกความทรงจำ Pai Jazz & Blues Fest 2017





: THE MEMORIES
 บันทึกความทรงจำ Pai Jazz & Blues Fest 2017


   เรื่อง  / ภาพ : Pai Jazz & Blues Fest 2017 Team

          ก่อนหน้าที่ทีมงาน HIP Magazine จะกลับมาปิดเล่ม HIP ฉบับที่คุณกำลังอ่านอยู่ในตอนนี้ พวกเราพาตัวเองออกจากเชียงใหม่ไปหลายวัน เพื่อไปดำเนินการจัดงาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    งานดังกล่าวซึ่งพวกเราร่วมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอนจัดขึ้น ตั้งใจเอาไว้ว่าอยากจะให้เป็นเทศกาลดนตรีเล็กๆ นำดนตรีแจ๊ซซ์และบลูส์โดยฝีมือของศิลปินทั้งจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มากระจายเล่นตามร้านต่างๆ ซึ่งจากสิ่งที่ได้พบเจอตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้ง 3 วัน ทุกครั้งที่นึกถึงภาพคนมากมายมาชมมาฟังดนตรีท่ามกลางสายฝน คำชมและคำแนะนำจากผู้ชมที่มีต่องาน รวมไปถึงถ้อยคำขอบคุณจากสถานที่ต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ ก็ทำให้เรารู้สึกว่า ความเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาที่อยู่ที่ปายนั้น ‘คุ้มค่า’ สำหรับพวกเราจริงๆ
     และต่อจากนี้คือเรื่องราวบางส่วน ที่พวกเราทีมงาน กับนักดนตรีบางส่วนที่มาร่วมงาน ได้บันทึกและอยากนำมาแบ่งปัน... เผื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้ จะทำให้คุณๆ อยากไปฟังดนตรีดีๆ ที่ปายในปีต่อไปบ้าง






















(1)
บ่ายวันจันทร์ (24 กรกฎาคม) ระหว่างขับรถจากปายกลับเชียงใหม่, ขณะที่มือหมุนพวงมาลัยไปตามทางที่โค้งแล้วโค้งอีก ในหัวผมก็นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 เมื่อวันศุกร์ – เสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา เหมือนมันจะมีหลายๆ เรื่องที่ผมอยากจะเขียน แต่ไม่รู้ว่าจะพูดถึงเรื่องไหนก่อนหลัง แต่แล้วจู่ๆ ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมนึกขึ้นมาได้ แล้วอยากเขกกะโหลกตัวเองชะมัด เพราะผมดันลืมเตือนตัวเองเรื่องที่สำคัญไปเรื่องหนึ่ง
……….
เช้าวันอาทิตย์ (23 กรกฎาคม) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของ Pai Jazz & Blues Fest 2017 ผมบอกตัวเองตั้งแต่ตื่นแล้วว่า วันนี้อยากจะถ่ายรูปรวมร่วมกับทีมของผมในร้านที่จัดร้านไหนก็ได้สักร้าน, ‘ทีม’ ของผมในที่นี้ คือทีม HIP Magazine ซึ่งตอนนี้นอกจากผมแล้ว เราเหลือคนทำงานประจำแค่สามคน คือพี่มิค, พี่โจ้ (คนเดียวกับ DJ SCBD นั่นล่ะครับ) และฝน (งานนี้เธอเป็นเหมือนกับกับ Fest Manager เลยล่ะครับ) กับ ‘เด็กฝึกงาน’ อีกสาม คือเนม จูน และตาม บวกกับเจ๊ปูอีกหนึ่ง ที่คอยช่วยดูแลผมทุกเรื่อง เมื่องานเริ่มที่ร้านแรกตอนบ่ายโมงไปจนงานเลิกร้านสุดท้ายตอนห้าทุ่มนิดๆ ผมก็ลืมเรื่องที่ผมบอกกับตัวเองตอนเช้าไปสนิท มานึกได้อีกทีก็ตอนที่ขับรถกลับเชียงใหม่นั่นแหละครับ
……….
แล้วเพลง ‘Wind Beneath My Wings’ ก็ลอยเข้ามาในหัว
Did you ever know that you’re my hero,
and everything I would like to be?
I can fly higher than an eagle,
‘cause you are the wind beneath my wings.
……….
จริงอยู่ที่ว่างาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 ครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มี ททท. แม่ฮ่องสอน ที่ร่วมจัดกับเรา รวมทั้งความช่วยเหลือสนับสนุนจากเพื่อนฝูงทั้งที่ในปาย ที่เชียงใหม่ ที่กรุงเทพ สปอนเซอร์ ผู้ประกอบการ เจ้าของสถานที่จัดงาน เพื่อนๆ นักดนตรี, แต่บอกตรงนี้เลยว่า ถ้างานนี้ผมไม่ได้ ‘ทีมของผม’ งานคงไม่เสร็จสำเร็จลงได้ และสำเร็จแบบได้รับเสียงชื่นชม ทั้งจากคนที่ตั้งใจมาดู จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งจากคนเล่นดนตรีอีกด้วย
……….
อยากถ่ายรูปร่วมกันในงานก็คงทำไม่ได้แล้ว อย่างนั้นก็อยากใช้โอกาสนี้บอกกับ ‘ทีม’ ว่า งานนี้ทุกคนเป็นเสมือนกับ ‘สายลมใต้ปีก’ ให้กับผมอย่างแท้จริง เป็นสายลมพัดแรงที่ทำให้นก (แก่) ตัวนี้ สามารถบินสูงได้เสียดฟ้า
Did I ever tell you you’re my hero?
You’re everything, everything I wish I could be.
I could fly higher than an eagle,
‘cause you are the wind beneath my wings.
……….
หมายเหตุ :
นอกจาก HIP Team แล้ว งานนี้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นเหมือน ‘สายลมใต้ปีก’ ให้กับผม ก็คือทีมเครื่องเสียงของม้งและเพื่อน งานนี้สุดยอดครับ

สมชาย ขันอาษา























ดุลยสิทธิ์ สระบัว (ป๊ง)
  
(2)
    บรรยากาศสถานที่ดี
ทีมงานเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ดี ระบบเครื่องเสียงที่ดี ผู้ชมผู้ฟังที่ดี
เทศกาลดนตรี Pai Jazz & Blues Fest ครั้งแรก มีครบทุกอย่าง
แถมด้วยความเป็นกันเอง สวยงามและเรียบง่าย พวกเราวงบางลำพู บลูส์ กัมปะนี
รู้สึกเป็นเกียรติและประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
ที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานในครั้งนี้ หวังว่าเทศกาลดนตรี Pai Jazz & Blues
Fest ครั้งที่ 2 พวกเราคงได้มีโอกาสมาร่วมงานอีกครั้งนะครับ


ดุลยสิทธิ์ สระบัว (ป๊ง)
กีตาร์ / หัวหน้าวง บางลำพู บลูส์ กัมปะนี



(3)
    โดยปกติแล้ววง Foxy เป็นวงที่ไม่ได้เล่นประจำตามร้าน เราจะได้เล่นเฉพาะงานอีเวนต์เล็กๆ งานที่เราจัดกันเอง หรือมีเพื่อนๆ มาช่วยจัด เพื่อขาย CD โปรโมทอัลบั้ม เป็นช่วงๆ ไปตามวาระและโอกาสจะเอื้ออำนวย
    แต่ในครั้งนี้เรามีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีชื่อว่า Pai Jazz & Blues Fest 2017 โดยทางทีมงานให้เกียรติเชิญวงเราไปร่วมกับศิลปินและวงดนตรีอีกหลายราย ที่มาบรรเลงดนตรีท่ามกลางหุบเขาของอำเภอปาย พร้อมทั้งจัดเตรียมห้องพักอย่างดีให้พวกเราด้วย
    งานนี้ไม่ได้ตั้งเวทีแบบเทศกาลดนตรีทั่วๆ ไป แต่เป็นการเล่นดนตรีแบบ ‘ย้ายสถานที่’ ไปตามร้านต่างๆ ที่เข้าร่วมเทศกาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ใหม่มากๆ และมีเสน่ห์ รวมทั้งมีตารางการแสดงที่ตรงเวลาและเป๊ะมากๆ พอโชว์ร้านนี้เสร็จ เราก็เก็บของเดินไปร้านถัดไป คนดูกับนักดนตรีก็เดินไปด้วยกันในเมืองเล็กๆ แต่ทรงเสน่ห์อย่างปาย ผู้คนในละแวกเมืองและนักท่องเที่ยวก็ถามตลอดทางว่าไปร้านไหนต่อ เดินไป คุยกัน อบอุ่นเป็นกันเองมากๆ ทางทีมผู้จัดเองก็วางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะแต่ละร้าน มีโครงสร้างสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป ร้านนี้เล็ก ร้านนี้ใหญ่ ร้านนี้อยู่ริมน้ำ ซึ่งก็สามารถจัดการวงแต่ละวงให้โชว์ในแต่ละสถานที่ได้อย่างลงตัว เหมาะกับสถานที่และช่วงเวลามากๆ วงแนวสมูธเล่นที่ร้านริมน้ำตอนหัวค่ำ ส่วนวงฟูลแบนด์เล่นที่ร้านที่มีเครื่องขยายเสียงในเวลาสามทุ่ม ผู้ชมก็สนุกสนานตามบรรยากาศที่จัดเตรียมไว้ได้อย่างลงตัว
    งานนี้พวกเรา Foxy มีความสุขมาก เพราะเหมือนไม่ได้ไปโชว์ แต่เหมือนไปพักผ่อนและสร้างเสียงดนตรีให้เมืองแห่งนี้ ที่น่าอยู่และสวยงามอยู่แล้ว ให้มีมนต์เสน่ห์ที่น่าจดจำไปอีกนาน...
    อยากให้มีงานแบบนี้ในปีต่อไปเรื่อยๆ และอยากไปร่วมบรรเลงทุกครั้งถ้ามีโอกาส...

ขอบคุณและกราบสวัสดี
Foxy




Foxy






















PaPaPao


(4)
    การเดินทางครั้งนี้ มีความหมายกับเรามากจริงๆ
   
งาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่พวกเรา
PaPaPao ได้เดินทางไปเล่นนอกตัวเมืองเชียงใหม่ หลังจากทำวงมาได้เพียงแค่ 4
เดือน
    อันที่จริงความตื่นเต้นดีใจของพวกเรานั้นมีมากพอๆ
กับความกดดัน แต่ความทุ่มเทของทุกคนในวง
ก็ทำให้ตอนที่กำลังเล่นเพลงของพวกเราเองนั้นมีชีวิตชีวามากจริงๆ
ทำให้พวกเรามั่นใจมากขึ้น ในหนทางที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า
    ขอบคุณทีมงานทุกคนจากใจ ที่ให้โอกาสพวกเราได้เรียนรู้และเติบโตขึ้น
   
บรรยากาศหน้าฝนที่ปายสวยจริงๆ ยินดีเหลือเกินกับคนที่มีโอกาสได้ไปสัมผัส
ทั้งสถานที่ที่สวยงามตั้งแต่ทางที่ขับผ่าน บรรยากาศที่เป็นมิตร
อากาศที่สะอาด อาหารที่ทั้งอร่อยและหลากหลาย
และเสียงดนตรีที่เราได้เป็นทั้งผู้ฟังและผู้บรรเลง
เสียงดนตรีที่ทำให้พวกเรามีแรงบันดาลใจ ทำให้พวกเราเพลิดเพลิน
หรือแม้แต่ทำให้เรามีกำลังใจ ทั้งหมดนี้คือความ
ประทับใจที่พวกเรา PaPaPao
ได้รับมา และหวังว่า เราจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานกิจกรรมดนตรีดีๆ
ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

PaPaPao


(5)
    ผ่านพ้นไปอย่างดีงาม กับงาน Pai Jazz & Blues Fest 2017 ที่ข้าพเจ้าได้รับการเชื้อเชิญด้วยตนเอง จากบุรุษที่เราๆ ท่านๆ ค่อนข้างรู้จักกันอย่างกว้างขวาง เขาคือพี่โหน่ง – สมชาย ขันอาษา บรรณาธิการนิตยสาร HIP ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ทราบข่าวว่าจะได้ร่วมงานเทศกาลดนตรีงานนี้ จึงรับปากด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะนำดนตรีของตนเองมาร่วมบรรเลงให้ผู้ร่วมงานได้รับฟัง แต่ก็แอบหวั่นใจเล็กน้อย เพราะแนวทางดนตรีของข้าพเจ้านั้นเป็นแนวเพลงอะคูสติกในแบบที่ยังไม่แพร่หลายในประเทศนี้เท่าใดนัก แต่ด้วยท่วงทำนองและเนื้อหา คงไม่เป็นอุปสรรคในการรับชมรับฟังเท่าไร ข้าพเจ้าจึงเตรียมตัวซ้อมและเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ มาอย่างดี เท่าที่นักกีตาร์คนจนคนหนึ่งจะสรรหามาได้ เพื่อความเต็มที่ในการแสดง และลดภาระให้กับทางทีมงาน HIP เท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้
    หลังจากได้ทำการแสดงไปตลอดงานทั้งสามวัน ข้าพเจ้าได้พบว่าบทเพลงได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก คนไทยเราเองก็มีเข้ามารับชมบ้าง แต่สัดส่วนนั้นจะเป็นชาวฝรั่งผมทองค่อนข้างเยอะตลอดสามโชว์ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะข้าพเจ้าได้เตรียมเพลงมาในรูปแบบภาษาอังกฤษด้วย จึงทำให้พอจะสื่อสารเนื้อหาในเพลงของตนเองต่อผู้ฟังได้บาง จึงไม่เป็นอุปสรรคมากมาย ข้าพเจ้าได้รับรอยยิ้มและแววตาที่มีความสุขของผู้ฟังส่งมาตลอดเวลาที่บรรเลงเพลง ผู้ฟังส่วนใหญ่ค่อนข้างตั้งใจฟังมาก ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจมากๆ เพราะบทเพลงของข้าพเจ้านั้นอาจต้องใช้สมาธิในการรับฟังมากกว่าเพลงทั่วไปสักนิด เพราะมีรายละเอียดในแต่ละเพลงค่อนข้างมาก และอาจจะเยอะเกินไปสำหรับคออะคูสติกแบบธรรมดาทั่วๆ ไป
    สรุปโดยรวมเเล้ว Pai Jazz & Blues Fest 2017 เป็นงานที่ให้โอกาสศิลปินที่ไร้ชื่อเสียงเช่นข้าพเจ้าได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ คนฟังในงานก็มาเพื่อฟังดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของเหล่าศิลปินต่างๆ กันอย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้จัดงานอย่างชัดเจน ในความคิดของข้าพเจ้า นั่นถือว่าประสบความสำเร็จในการจัดงานตั้งแต่เริ่มจัดครั้งแรก ไม่เพียงเปิดตลาดแค่คนไทย แต่เปิดตลาดวงกว้างให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดด้วย
    ข้าพเจ้าขอขอบคุณพี่โหน่ง บรรณาธิการนิตยสาร HIP ที่มอบโอกาสให้ศิลปินโนเนมเช่นข้าพเจ้าได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ ขอบคุณทีมงาน HIP ทุกๆ ท่านสำหรับความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดสามวัน ขอบคุณผู้ชมทุกๆ ท่าน ทุกๆ เชื้อชาติ ที่มาชมงานและการแสดงดนตรี ท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งว่างานเทศการดนตรีดีๆ เช่นนี้จะได้จัดอีกในปีหน้าและปีถัดๆ ไป เพื่อที่จะมอบบทเพลงดีๆ แก่ผู้คนทั้งหลาย
    ขอบพระคุณครับ

_นักกีตาร์คนจน_
Mike Sriviengping



                                           Mike Sriviengping

















(6)

    “30 ชุดครับ” ผมบอกพนักงานถ่ายเอกสารเมื่อถึงคิวของตัวเอง
    กระดาษที่กำลังถูกถ่ายเอกสาร คือตารางการแสดงในแต่ละวันของ Pai Jazz & Blues Fest 2017 ซึ่งระบุวันเวลา สถานที่ และศิลปินที่จะทำการแสดงเอาไว้ครบถ้วน ส่วนเหตุผลที่ต้องมาถ่ายเอกสารเอาไว้ ก็เพราะตารางการแสดงมีการปรับเปลี่ยน พวกเราทีมงานจึงคิดกันว่า มีตารางที่อัพเดตล่าสุดไว้ตอบคำถามคนที่สนใจก็คงจะดี   
……….
    ระหว่างที่การแสดงชุดแรกที่ Puripai Cafe จบลง และนักดนตรีกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อเริ่มการแสดงต่อไป ชาวต่างชาติ 2 - 3 คนเข้ามาสอบถามน้องๆ นักศึกษาฝึกงานที่ยืนแจกสติ๊กเกอร์ของงานอยู่หน้าร้าน ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาพวกเขา
    ระหว่างที่พยายามนึกคำในภาษาอังกฤษเพื่อจะตอบคำถามที่พวกเขาสงสัย ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ตัวเองมีตารางการแสดงที่ถ่ายเอกสารเอาไว้ ผมจึงหยิบเจ้าสิ่งนี้ออกมาแล้วยื่นให้ชาวต่างชาติกลุ่มนั้น พร้อมกับเริ่มอธิบายว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน การแสดงต่อไปจะจัดที่ใด
    “ขอบคุณมาก แล้วเราจะตามไปดูนะ” เป็นคำตอบจากพวกเขา
……….
    สารภาพว่าหลังจากนั้น เพราะมีหลายสิ่งที่ต้องทำ ผมจึงไม่รู้เลยว่ายังมีตารางการแสดงอยู่กับผมอีกจำนวนเท่าไหร่
    จนกระทั่งระหว่างที่กำลังเก็บของ ผมพบว่าในกระเป๋าของตัวเองมีกระดาษอะไรบางอย่างพับเก็บไว้ ซึ่งเมื่อคลี่ออกมาดู ถึงรู้ว่ามันคือตารางการแสดง และมันเป็นตารางแผ่นเดียวที่ผมมีเหลืออยู่กับตัว
    สิ่งที่เข้ามาในห้วงความคิดของผม ณ เวลานั้นก็คือ กระดาษ A4 ธรรมดาๆ เหล่านี้อาจจะไม่หรูหรา แต่มันก็ทำหน้าที่พาใครบางคนไปพบความสุขกับดนตรี ซึ่งตรงกับสิ่งที่พวกเราตั้งใจอยากให้เกิดขึ้น
    และมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่า การขี่มอเตอร์หาร้านถ่ายเอกสารและยืนรอต่อคิวในวันนั้น ไม่ใช่เรื่องสูญเปล่า
    
ระพินทรนาถ (มิค)


(7)
    Pai Jazz & Blues Fest 2017 เราจัดกันปีนี้เป็นปีแรก แล้วเป็นช่วงหน้าฝนซะด้วย เตรียมงานกันมาก็หลายเดือน จนวันที่เราออกเดือนทางเพื่อไปเตรียมความพร้อม ก่อนที่งานจะเริ่มเพียง 1 วัน
    บอกตามตรงว่าใจไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะมีคนมาดูงานนี้เยอะเพราะเราไม่มีสเตจเหมือนงานทั่วๆไป คอนเส็ปท์ของเราคือใน 1 วัน ดนตรีจะเกิดขึ้นตามร้านต่างๆ เช่นร้านกาแฟบ้าง ร้านอาหารบ้าง เป็นงานสเกลเล็กๆ เดินดูดนตรีตามร้านที่สามารถเดินถึงกันได้ เป็นดนตรีแจ๊ซซ์และบลูส์เบาๆ ชิลล์ๆ
    แต่ตอนเช้าก่อนงานเริ่ม มีประกาศเสียงตามสายแจ้งให้คนแถวนั้นทราบว่าจะมีงาน ‘คอนเสิร์ต’ ผ่านไปซักชั่วโมงก่อนงานเริ่มก็ ‘งานเข้า’ แต่งานจะเริ่มแล้ว ส่วนหนึ่งไปเคลียร์ อีกส่วนรันงาน หยุดไม่ได้แล้ว ผ่านวันแรกไปแบบลุ้นกับทุกที่ที่เราไปจัด
    วันที่สองฝนตกแต่เช้าเลย แต่เหมือนผลของวันแรกจะเริ่มทำงาน นักท่องเที่ยวฝรั่งเริ่มทยอยกันมาดูดนตรีตั้งแต่ที่แรก จนที่ที่สองก็เกินคาด คนมาดูถือว่าเยอะเลยแหละ โดยที่ฝนก็ยังตกอยู่เรื่อยๆ ตกเย็นที่ที่สาม Pai River Corner นักท่องเที่ยวก็มาจับจองที่นั่งเพื่อดูดนตรีกันเต็มพื้นที่ แม้ฝนจะตกหนักบ้างเบาบ้างสลับกันอยู่แบบนี้ตลอดโชว์ แต่คนก็ยังทยอยเข้ามาเรื่อยๆ และปิดที่สุดท้ายของวันที่ Mojo ที่นี่ไม่ต้องพูดถึง คนเยอะจนล้นกินถนนไปครึ่งเลน
    วันที่สาม วันสุดท้ายของงาน เราเริ่มกันตั้งแต่บ่ายโมงที่ร้าน Puripai Cafe ร้านกาแฟเล็กๆ ตรงถนนคนเดิน แน่นอน คนมารอดูดนตรีอีกเช่นเคย มาถึงวันนี้เราจำหน้าได้บ้างแล้ว มีคนที่ตามไปดูทุกที่ ทุกวันก็มี คนหน้าใหม่ก็มา ตั้งแต่ที่แรกจนที่สุดท้าย คนดูเกินกว่าที่คิดตั้งแต่แรกไว้มาก ก่อนมาคิดมาตลอดว่า ฝนตกคนมันจะมีมามั้ยนะ กลัวไปหมด แต่ผ่านมาทั้งสามวัน มันทำให้เรารู้เลยว่า เราต้อง “เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ” ถถถถถถถ

SCBD.


(8)
    วันสุดท้าย ซึ่งก็คือวันที่ 3 ของงาน วันนี้แดดออกส่งท้ายงานของเรา ฉันยังคงทำงาน ประสานงาน และดูภาพรวมจากมุมไกลๆ เหมือนเช่นเคย
    ด้วยนิสัยชอบสังเกตคน ฉันจดจำใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งได้ดี ตอนนี้เขากำลังสั่งกาแฟที่ร้านเข้าท่า ระหว่างที่ไมค์ ศรีเวียงพิงค์กำลังโซโล่กีต้าร์ ผู้ชายคนนี้เป็นฝรั่งมีอายุ ตัวสูง ใส่หมวก ใส่แว่นตาดำ และสวมแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าตลอดเวลา ฉันเห็นเขาตั้งแต่ที่ The Jazz House ในวันแรก และทุกๆ ร้านในทุกๆ วันของงาน ถ้าไม่มีที่นั่ง เขาก็จะยืนอยู่นอกร้านเพื่อฟังเพลง ถึงแม้ฝนจะตก ยืนตากฝน เขาก็ยังตั้งใจฟังเพลงตลอดเวลา บางช่วงเขาหลับตาเพื่อซึมซับบทเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่ วันนี้ที่ร้านเข้าท่า เขามีที่นั่ง กำลังหลับตาและตั้งใจฟังเพลงเหมือนในทุกๆ วันที่เขาทำ
    ฉันมีคำถามกับตัวเองสำหรับงานที่เราจัด ฉันกังวลว่างานจะออกมาดีมั้ย คนฟังคนดูจะชอบหรือไม่ชอบอะไรหรือเปล่า ฉันต้องการคำตอบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ฉันสบายใจ และอยากจะคุยกับเขา เพื่อประเมินงานในมุมมองของคนดู ไม่ได้ตัดสินจากตัวเอง คนจัดงาน หรือนักดนตรี ฉันจึงตัดสินใจเข้าไปทักทายเขา
    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นหนึ่งในทีมงงานที่จัดงานนี้ ขอคุยด้วยได้ไหม” ฉันทักทายเขาเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยแข็งแรงของฉัน แต่ก็พอที่จะสื่อสารได้
    “ได้สิ สวัสดีครับ” เขายิ้มแย้มแจ่มใสและตอบรับฉันอย่างเป็นกันเอง
    “ฉันเห็นคุณไปตั้งแต่ร้านแรก วันแรกที่เราจัดงาน คุณคิดว่างานของเราเป็นอย่างไรบ้าง”
    “ผมรักดนตรี ผมรักปาย ผมชอบงานเล็กๆแบบนี้ ทุกคนมีความสุขที่ได้ดูดนตรี มันดีมาก ถึงแม้สองวันแรกฝนจะตกตลอด แต่ผมก็ไปดู”
    “คุณคิดว่าสถานที่ที่เราจัดงาน กับศิลปินที่เราเลือกมาเล่นเป็นยังไงบ้าง นี่เป็นปีแรกที่เราจัดงาน ฉันค่อนข้างกังวล”
    “ผมคิดว่าคุณทำได้ดี ถึงแม่ว่าบางร้านอาจจะเล็กไปหน่อย อย่าง Puripai Cafe แต่ The Jazz House, Pai River Corner และ Mojo ก็โอเคสำหรับผม ถึงแม้จะไม่มีที่นั่ง ผมก็โอเคที่จะยืนฟังเพลง”
    “ผมชอบดนตรีฟิวชั่น มันอาจจะไม่ได้เป็นไปตามคอนเส็ปท์งาน แต่ศิลปินที่มาก็เจ๋งมากๆ ผมสนับสนุนให้มีงานดนตรีเล็กๆแบบนี้ ผมไม่ค่อยชอบคนเยอะเท่าไหร่”
    “คุณมีอะไรจะแนะนำมั้ย ปีหน้าเราอยากจัดอีก ในฤดูฝนแบบนี้”
    “ผมคิดว่าคุณสามารถหาเงินได้นะ ผมเข้าใจว่าคุณต้องหาเงินให้นักดนตรี ปีหน้าลองทำเป็นเวทีตอนเย็นสิ หาที่และตั้งเวทีเล็กๆ คนชอบอยู่แล้วงานแบบนี้ ลองหาศิลปินต่างชาติดู วงจากจีนหรือญี่ปุ่นก็น่าสนใจ คุณอาจจะได้คนดูจากหลายชาติเพิ่มมากขึ้น”
    “ทีมงานเราตั้งใจจะทำให้เป็นงานที่เข้าฟรี แต่ก็ขอบคุณนะที่แนะนำ หวังว่าปีหน้าถ้าเราได้จัดงานอีก คุณคงจะมาดูนะ”
    “ผมไปมาระหว่างเชียงใหม่ - ปาย อยู่แล้ว ผมรักเมืองนี้ งานแบบนี้มันทำให้นึกถึงปายสมัยก่อนที่ยังเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีศิลปินเก่งๆ มาอยู่รวมตัวกัน นี่คือปาย เราไม่ได้ต้องการเทศกาลดนตรีที่ใหญ่โต และอากาศของปายก็เหมาะกับดนตรีแบบนี้”
    “ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวร้านต่อไปคุณจะตามไปมั้ย บางลำภู บลูส์ กัมปะนี จะเล่นที่ Pai River Corner”
    “ผมไปแน่นอน แล้วเจอกัน”

ศมนภรณ์ (ฝน)


                                                   THANK YOU FOR SUPPORT












: THE MEMORIES
บันทึกความทรงจำ Pai Jazz & Blues Fest 2017
PAI JAZZ & BLUES FEST 2017
เมื่อ HIP พาดนตรีแจ๊ซซ์และบลูส์ไปเยือน ‘ปาย’
PARTY SCENE CHIANGMAI
จัดงานที่ ´เรา´ อยากไป
HOT & NUMB AROUND TOWN
เมื่อ ‘หม่าล่า’ ครองเมือง
GANESHA IN THE ART HOUSE
ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©