AUGUST 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
ART & ENTERTAINMENT
2017 2016 2015 2014
MUSIC SCOOP
THE OCTOPUSS*
เมื่อหนัง, ฟังค์ และคนฮาๆ มารวมกัน



THE OCTOPUSS*
  เมื่อหนัง, ฟังค์ และคนฮาๆ มารวมกัน



  เรื่อง : Micky Blue
  ภาพ : HIP Team



    ถึงช่วงเวลาในระหว่างการสนทนาจะถูกแทรกแซงด้วยเสียงดนตรีและเสียงเครื่องบินที่พาเหรดกันบินขึ้น – ลงอย่างต่อเนื่อง แต่เพราะเอกลักษณ์ของวงที่ติดตา รวมถึงบทเพลงที่ฟังครั้งแรกแล้วอดอุทานออกมาไม่ได้ว่า “เพลงอะไรของมันวะ” แต่รู้ตัวอีกทีก็พบว่าจังหวะและท่วงทำนอง (รวมไปถึงภาพในมิวสิควิดีโอ) ยังคงค้างอยู่ในหัวไม่ไปไหน แถมยังร้องตามเพลงของพวกเขาได้ด้วยแล้วอีกต่างหาก ทำให้เราตัดสินใจแล้วว่า อย่างไรเสียในฉบับนี้ ก็ต้องนำ The Octopuss วงดนตรีที่บอกว่าตัวเองเป็นวง Movie Funk Rock มาแนะนำให้คนอ่าน HIP ได้รู้จักให้จงได้! ว่าแล้วก็ขอเชิญไปทำความรู้จักกับวงดนตรีวงนี้กันได้เลย!



พวกคุณมารวมตัวกันเป็น The Octopuss ได้ยังไง?
นิกส์ (ร้องนำ) : พวกเราจะรู้จักกันมาก่อนจากทางแฟนเพจของกลุ่มแฟนๆ ที่ชื่นชอบวง Red Hot Chili Peppers ครับ ทีนี้ผมกับเน็ทอยากจะทำวงดนตรีมาเล่นคัฟเวอร์เพลงของ Red Hot Chili Peppers ก็เลยชวนพี่จอยมาเข้าวง ส่วนกลองก็ได้พี่ออสตินมาตีให้ พอตั้งวงแล้วก็เล่นกันมาเรื่อยๆ เน้นคัฟเวอร์เพลงของ Red Hot Chili Peppers อย่างเดียวเลย จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ซักช่วงต้นๆ ปี ก็เริ่มคิดกันว่าอยากจะลองทำเพลงของตัวเอง
จอย (เบส) : (แทรกขึ้นมาระหว่างที่นิกส์พูด) คือเพิ่งจะมาคิดกันได้ว่าเพลงของ Red Hot Chili Peppers มันยาก แกะไม่ไหว เหนื่อย (ฮา) เล่นยังไงก็ไม่รุ่งซักที แต่งเพลงเองดีกว่า (ฮา)
นิกส์ : ก็นั่นล่ะครับ คือคิดว่าเพลงของ Red Hot Chili Peppers มันเล่นยาก เลยอยากเล่นเพลงของตัวเองแทน ทีนี้พอจะเริ่มทำเพลงของตัวเองกันจริงๆ พี่ออสตินเขาก็ไม่ว่างแล้ว เลยได้พี่ดำมาแทนดำ (กลอง) : ผมเคยเป็นคนจัดงานแล้วก็ชวนพวกน้องๆ มาเล่นในงานครับไปๆ มาๆ ก็มาเป็นมือกลองให้วงเฉยเลย ต่างฝ่ายต่างล่อลวงกันมา (ฮา)

แล้วทำไมถึงตั้งชื่อวงว่า The Octopuss?
จอย : จำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นคนต้นคิด แต่ที่มาเกิดจากการที่พวกเราทุกคนชอบ Red Hot Chili Peppers เหมือนกัน แล้วสมาชิกในวง 2 คน คือ John Frusciante (อดีตมือกีตาร์) กับ Chad Smith (มือกลอง) เขามีรอยสักรูปปลาหมึกทั้งคู่ ก็เลยได้ไอเดียว่าเอาชื่อนี้ดีกว่า ทีนี้เราไม่อยากสะกดแบบธรรมดา ก็เลยเติมตัว S เข้าไปอีกตัว กลายเป็น The Octopuss อย่างที่เห็น

หลังจากมารวมตัวกันแล้ว พวกคุณใช้เวลานานไหมกว่าจะได้เพลงที่แต่งเองออกมา?
เน็ท (กีตาร์) : จริงๆ มันก็มีริฟฟ์ที่คิดๆ ไว้อยู่บ้างแล้ว
นิกส์ : เรามีวัตถุดิบกันอยู่บ้างแล้วครับ เพียงแต่เพลงอาจจะยังไม่สมบูรณ์ดี
ดำ : วงเราจะเน้นมาแจมๆ กันครับ คือต่างคนต่างก็ไปคิดมา แล้วพอมาซ้อมก็เอามารวมกัน หรือบางทีใครคิดอะไรได้ก็ทำมาแล้วก็ส่งมาให้คนอื่นฟังทางไลน์
จอย : เราใช้พวกโปรแกรมทำเพลงไม่เป็น ก็เลยใช้วิธีคิดอะไรได้ก็ร้องหรือเล่นแล้วอัดไว้ เสร็จแล้วก็ส่งไปในไลน์กลุ่ม (ฮา)
เน็ท : เอานิ้วโป้งเท้าเหยียบปุ่มบนมือถือแล้วก็เล่นไป (ฮา) ตะคริวกินหลายทีแล้ว (ฮา)

‘ทำไมเรายังไม่วาร์ป’ เพลงแรกของพวกคุณนี่มีที่มายังไง?
นิกส์ : เพลงนี้เกิดจากตอนที่เล่นกันในห้องซ้อม แจมๆ กันอยู่ แล้วพี่จอยก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา ก็คุยกันว่าเออ เข้าท่าดี มาแต่งเพลงที่เกี่ยวกับประโยคนี้กันดีกว่า คิดไว้ว่าอยากพูดถึงการลงมือทำอะไรซักอย่าง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งประโยคนี้ก็ตรงกับคอนเส็ปท์พอดี แล้วพอประโยคนี้มันมาจากหนังเรื่อง Star Trek ก็เลยเป็นที่มาของการเอาชื่อตัวละครในหนังมาใส่ไว้ในเนื้อเพลงด้วย
ดำ : พอปล่อยเพลงนี้ออกไปแล้ว และหลังจากนั้นก็มีเพลง ‘ทุ่งหญ้าบาเล่ย์’ กับ ‘Fight Club’ ตามมา คนที่ตามดูเขาก็บอกว่าพวกเราเนี่ยเป็น Movie Funk Rock เพราะว่าเพลงที่ปล่อยออกมามันเกี่ยวกับหนังหมดเลย พวกเราก็คิดว่า เออ งั้นก็เอาตามนี้ล่ะ เป็น Movie Funk Rock นี่แหละ แล้วต่อจากนี้ก็จัดเพลงที่เกี่ยวกับหนังให้หมดเลยละกัน ยังมีอีกหลายเรื่องรอทำอยู่ (ฮา)
จอย : หนังเรื่องไหนอยากได้เพลงประกอบขอให้บอก (ฮา)

หลังจากมีเพลงของตัวเองออกมาให้ได้ฟังกันแล้ว มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับพวกคุณบ้าง?
นิกส์ : ก็จะเริ่มได้ไปเล่นในงานที่หลากหลายมากขึ้น กับคนที่ตามมาดูเราก็เริ่มมีคนอื่นๆ เพิ่มเข้ามา จากเดิมที่เป็นกลุ่มเพื่อนที่ชอบ Red Hot Chili Peppers เหมือนกัน ตามเราตั้งแต่ยังเป็นวงคัฟเวอร์ แต่พอเรามีเพลงของตัวเองก็จะมีแฟนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อย่างตอนได้ไปเล่นในงาน Cat Expo คนที่มาดูเขาสนุกกับเรา เต้นกับเรา ร้องเพลงของเราได้ เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ
ดำ : มีหลายคนที่ตามมาจากยูทูบ แล้วก็ตามมาดูเวลาเราไปเล่น คือพอเราเล่นเพลงของตัวเองแล้ว โอกาสมันก็จะเปิดกว้างขึ้น คนที่เขาจัดงานเขาก็จะมองเราอีกแบบหนึ่ง เริ่มมาชวนไปเล่น ทำให้เราได้เล่นงานที่หลากหลายมากขึ้น ได้เจอคนฟังหน้าใหม่ๆ ซึ่งบางคนฟังเพลงของเราไปก็อ้าปากหวอเลยนะ เพลงอะไรของมึงเนี่ย ไม่รู้จัก (ฮา) ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี ส่วนตัวผมที่ชอบที่สุดคือตอนที่ไปเล่นโชว์ที่ร้านน้อง ท่าพระจันทร์ เพราะว่างานนั้นมีเราวงเดียวเลย อย่างงานอื่นๆ ที่ไปมาคนดูเขาอาจจะไม่ได้มาดูเรา ตั้งใจมาดูวงอื่นแต่บังเอิญมีเราด้วย แต่กับที่ร้านน้องซึ่งเป็นแค่งานไลฟ์กันเล่นๆ สนุกๆ คุยกันว่าไม่มีใครมาแน่เลย แต่ปรากฏว่ามีแฟนๆ มาดู พวกเราก็ดีใจมาก
 
การที่แต่ละคนเข้ามาเป็นสมาชิกในวง The Octopuss ร่วมกัน พวกคุณต้องปรับตัวเข้าหากันมากน้อยแค่ไหน?
นิกส์ : ก็ไม่ได้ปรับอะไรมากนะครับ  พวกเราก็รู้จักกันมาก่อนอยู่แล้ว รู้นิสัยใจคอกันมาพอสมควร ที่ผ่านมามีอะไรก็คุยกันตลอด ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีอย่างเดียว คุยกันเกือบทุกเรื่อง
เน็ท : เรียกว่าสนิทกันอยู่แล้ว
ดำ : ก็มีกลุ่มไลน์นะ เอาไว้คุยกัน นี่ก็คุยกันทั้งวัน (ฮา)
จอย : คุยกันสัพเพเหระ ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องวงหรอก ออกแนวมีอะไรไร้สาระในอินเตอร์เน็ตก็เอามาแชร์เอามาคุยกัน (ฮา)
เน็ท : วงเราจะเป็นอารมณ์แบบคนขี้เหงา เห็นใครเล่นอะไรก็ขอเล่นด้วย คือเราเน้นเรื่องแจมกัน มันก็เลยจะเป็นว่ามีใครซักคนเล่นอะไรขึ้นมาก่อน แล้วคนที่เหลือก็จะพยายามหาทางที่จะเล่นด้วยให้ได้ บางทีซ้อมๆ กันแล้วพักเบรกได้ยินคนอื่นเล่นอะไรดีๆ ต้องรีบมาถามว่าเมื่อกี้เล่นอะไรกัน ดีนะ ขออีกรอบได้ไหม จะเล่นด้วย อะไรอย่างนั้น

แต่ละคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับวง ตั้งแต่เริ่มต้นจนมาถึงทุกวันนี้ว่าเป็นยังไง?
เน็ท : จากที่เป็นวงคัฟเวอร์ เล่นให้เก้าอี้ดู ประสบการณ์มันก็จะสอนอะไรเราหลายๆ อย่าง เราซ้อมมาดีหรือยัง เล่นบนเวทีได้ดีแค่ไหน บางทีซ้อมกันมาดิบดี แต่ขึ้นเวทีแล้วเหมือนโดนดูดพลังไปเลย
จอย : พวกเราเป็นสิงห์ห้องซ้อม ตอนซ้อมนี่ไม่ผิดเลย เล่นจริงนี่อีกเรื่อง (ฮา)
เน็ท : เราก็ค่อยๆ มาเรื่อยๆ จนมีเพลงของตัวเอง ซึ่งกว่าจะทำได้ก็ต้องรวมเอาทุกอย่างที่มีมาใช้จนทำได้ แล้วก้ต้องเชื่อเสียงในหัวตัวเองด้วยว่าสิ่งที่ทำอยู่มันใช่นะ พองานของเรามีคนติดตาม มีแฟนๆ ชอบ มันก็เหมือนมีคนที่เชื่อในเสียงเดียวกับเรา ได้ยินเสียงแบบเดียวกับที่เราได้ยิน เป็นความรู้สึกที่จ๊าบมาก
ดำ : กับวงนี้ผมเป็นตั้งแต่คนดูจนกลายมาเป็นสมาชิกในวง ก็รู้สึกว่าวงมันมีพัฒนาการที่ดีนะ รู้สึกดีกับสิ่งที่พวกเราช่วยกันสร้างขึ้นมา คือวงแบบพวกเราเนี่ย ถ้ามันไม่ได้ไปเล่นที่ไหนมันก็จะไม่ได้เล่นไปเรื่อยๆ คนจัดงานเขาก็คงไม่สนใจจะเอาไปเล่น แต่พอเราได้ไปเล่นตามที่ต่างๆ หาทางให้ตัวเองได้ออกไปเล่นให้คนเห็นแล้ว โอกาสก็จะมีมากขึ้น ประสบการณ์มันก็จะเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเราเล่นเก่งอะไรนะ สั่นยังไงก็ยังสั่นเหมือนเดิม (ฮา) แต่ว่าก็เขินน้อยลง ดีขึ้นนิดหนึ่งอะไรอย่างนั้น
นิกส์ : เมื่อก่อนตอนที่เป็นวงคัฟเวอร์ เหมือนเรามีหน้าที่แค่มาเล่นอย่างเดียว การสื่อสารอะไรกับคนดูก็ไม่ค่อยมี แต่พอมีเพลงของตัวเอง ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจเพลงของตัวเอง แล้วก็คิดต่อด้วยว่าเวลาที่จะสื่อสารเพลงของเราออกไป จะทำยังไงให้คนเข้าใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงของเรา ถ้าไปดูคลิปที่เล่นตามงานต่างๆ จะเห็นว่าเมื่อก่อนผมพูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ดี (ฮา) อีกอย่างคือพอมีคนติดตามเรา ก็ทำให้เรารู้สึกว่าต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดด้วย
จอย : ถ้าของตัวเองคือทุกวันนี้ก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ ไม่มีความมั่นใจเสมอต้นเสมอปลาย (ฮา) คือตั้งแต่วงเริ่มต้นมาจนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกอย่างนั้น ความที่ส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออก ก็เลยจะกังวลตลอดว่าตัวเองทำดีแล้วหรือยัง ทุกวันนี้จะเล่นดนตรีก็ยังตื่นเต้น ยังไม่มั่นใจอยู่ว่าเราเล่นแล้วโอเคไหม

จากนี้ไปพวกคุณมีแผนจะทำอะไรต่อไปกันบ้าง?

ดำ : ก็ว่าจะออกอัลบั้มครับ อัลบั้มรูป! (ฮา)
จอย : อันนี้ได้ๆ (ฮา)
ดำ : เอาใหม่ๆ ก็มีแผนว่าอยากจะทำอัลบั้มครับ ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะให้ออกมาในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ก่อนนะ ตอนนี้เราก็มีเพลงอยู่ 5 – 6 เพลงละ แล้วก็แต่งเพิ่มไปเรื่อยๆ นอกนั้นก็คงเป็นอยากออกไปทัวร์เยอะๆ ครับ อยากจะไปเล่นหลายๆ ที่เลย ก็ฝากทางผู้จัดโปรดเหลียวแลพวกเราด้วย (ฮา)
นิกส์ : เพลงของพวกเรา เราพยายามทำให้สนุก รู้สึกว่าเราเล่นเราสนุกกับมัน ก็เลยอยากไปเล่นหลายๆ ที่ครับ อยากให้คนมาสนุกด้วยกัน


เน็ท (กีตาร์)                                 จอย (เบส)                    ดำ (กลอง)                             นิกส์ (ร้องนำ)

ให้ส่งท้ายด้วยการฝากอะไรถึงคนอ่านกันหน่อย
นิกส์ :
ติดตามเราได้ทางเฟซบุ๊ค www.facebook.com/TheOctopussBand แล้วก็ทางยูทูบ www.youtube.com/TheOctopuss ครับ ส่วนในสตรีมมิ่งหลายๆ เจ้าก็มีเพลงของพวกเราให้ฟังแล้ว เข้าไปลองฟังกันได้ แล้วก็อยากให้ติดตามด้วยว่าพวกเราจะไปเล่นที่ไหนบ้าง ถ้าหากมีโอกาสก็อยากให้มาดูพวกเราเล่นกัน
ดำ : ส่วนเอ็มวีเพลงใหม่เดี๋ยวจะมีออกมาให้ดูกันครับ กำลังเร่งทำอยู่
นิกส์ : อยากจะบอกว่า ถ้าชื่นชอบภาพยนตร์ และอยากหามิติใหม่ในการฟังเพลง ลองมาฟังเพลงของพวกเรากันได้ครับ แล้วคุณจะพบว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้วะ (ฮา)
เน็ท : ชีวิตของคุณอาจจะเปลี่ยนไปเมื่อได้ฟังเพลงของพวกเราครับ (ฮา) อาจจะบ้าขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ (ฮา)



THE OCTOPUSS*
เมื่อหนัง, ฟังค์ และคนฮาๆ มารวมกัน
THE BEAUTY DOZEN
12 สาวที่เราหลงรัก
A DAY WITH YELLOW FANG
หนึ่งวันกับเยลโลว์ แฟง
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©