JULY 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & RUN
2017 2016 2015
BIKE TRIP
PHUKET/PHANG-NGA CYCLING
หนีเขามาหาเธอเล



PHUKET/PHANG-NGA CYCLING
 หนีเขามาหาเธอเล


   เรื่อง : แบงค์
   ภาพ : แบงค์ / ทศ



        นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเดินทางจากเชียงใหม่สู่ภูเก็ต ก่อนหน้านี้ผมเคยมาที่นี่หลายครั้ง ส่วนใหญ่ก็เที่ยวอยู่ในเมือง เดินเล่นถ่ายรูปเมืองเก่า เล่นน้ำ หาของกินอร่อยตามมุมเมืองต่างๆ พอดีว่าในครั้งนี้รุ่นพี่ของผมชื่อพี่ทศที่เคยปั่นจักรยานด้วยกันอยู่บ่อยๆ ที่เชียงใหม่ต้องกลับมาทำธุระที่ภูเก็ต เลยใช้โอกาสนี้มาเที่ยวที่นี่ พร้อมติดจักรยานมาปั่นด้วยเลย

    เล่ากันว่า… ทางสวย วิวดี แต่ก็ชันมากๆ เอาเป็นว่าไม่ธรรมดาแน่นอน การมาปั่นจักยานในครั้งนี้ผมไม่ได้ทำการบ้านมาเลยเรื่องเส้นทาง ส่วนใหญ่จะให้พี่ทศดูแลทั้งหมด แต่ผมกำชับตลอดว่าขอเส้นทางที่ปั่นสบาย รถไม่เยอะ ปั่นสนุกๆ ถ่ายรูปเล่นได้ตลอดเส้นทาง และต้องปลอดภัย วันแรกๆที่มาถึง เราก็เริ่มสำรวจเส้นทางที่เรียบหาดต่างๆ เหมือนขับรถเล่นไปด้วย เส้นทางที่นี่สวยจริงๆ ครับ ถนนเรียบตลอดทุกเส้นทาง แต่ก็ติดอยู่อย่างหนึ่งคือรถเยอะมากและถนนค่อนข้างแคบ เราเลยปรึกษากันใหม่อีกครั้ง เลยได้ข้อสรุปว่าน่าจะปั่นออกไปนอกเมืองมากกว่าทางเข้าเมืองไปจุดสำคัญต่างๆ ที่มีรถค่อนข้างหนาแน่น จึงสรุปได้มา 3 เส้นทางดังนี้ครับ
    - เส้นทางสะพานสารสิน บ้านในหยง บ้านทองหลาง จุดชมวิวเสม็ดนางชี
    - เส้นทางลายัน ท่าเรือแหลมทราย บ้านหลังแดง ท่าเรืออ่าวปอ
    - เส้นทางลายัน สะพานสารสิน บ้านคอเอน
    สำหรับเส้นทางแรก เส้นทางส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดพังงาครับ จุดหมายคือจุดชมวิวเสม็ดนางชี โดยเราได้ขับรถออกมาจากบ้านมาจอดที่ปั๊มเชลล์ก่อนสะพานสารสินไม่ไกลมากครับ วันนี้เป็นเช้าที่อากาศดีมาก แดดเปรี้ยงๆ แต่ก็มีเมฆมากพอสมควร เราคิดว่าถ้าฝนตกก็ไม่น่าจะแปลกอะไร เพราะหลายวันก่อนหน้านี้ฝนตกมาตลอด เราเริ่มปั่นพร้อมกับขนมเต็มกระเป๋าหลัง เพราะตัวคนนำทางคือพี่ทศก็ไม่เคยมาเส้นทางนี้เหมือนกัน ก็ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง กันเหนียวไว้ก่อน อิอิ เส้นทางช่วงแรกเป็นถนนใหญ่ ถนนเรียบปั่นสนุกดี ปั่นข้ามสะพานสารสินมาไม่ไกลจะเห็นโรงเรียนบ้านท่านุ่นอยู่ด้านขวามือ กลับรถแล้วเข้าซอยก่อนโรงเรียนครับ พอเราเลี้ยวเข้าซอยมาได้ไม่ไกล บอกได้เลยครับว่าถนนนี้เป็นของเรา 55 รถค่อนข้างน้อยครับ ปั่นชิลล์ๆ สบายๆ สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนยางพารา ปลูกสับปะรด ปลูกต้นปาล์มบ้าง แล้วก็ฟาร์มเลี้ยงกุ้งครับ ตอนที่เราปั่นอยู่ในเส้นทางนั้นเวลาน่าจะประมาณเก้าโมง เส้นทางแทบจะร่มตลอดทั้งเส้นทางครับ เพราะต้นยางพาราที่นี่สูงเลยบังแสงแดดได้ดี ปั่นไปเรื่อยๆ ถนนเส้นนี้จะเป็นแบบขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไป ความชันอยู่ที่ 5 – 6% ปั่นสนุกทำความเร็วได้ดี ทางไปจุดชมวิวเสม็ดนางชีค่อนข้างง่าย ไม่มีทางแยกให้งง แล้วก็มีป้ายบอกตลอดทาง แต่เราก็จอดถามชาวบ้านอยู่ครั้งสองครั้งเพื่อความมั่นใจ ถนนจะคดเคี้ยวผ่านบ้านในหยง บ้านทองหลาง ยาวไปจนถึงจุดชมวิวเลย








    ในที่สุดปั่นอยู่ชั่วโมงเศษก็ถึงทางขึ้นจุดชมวิว จะมีป้ายรูปใหญ่มากติดอยู่ พร้อมค่าใช้จ่ายในการเข้าชมคนละ 30 บาท เมื่อเราทอดสายตาไปที่ทางขึ้น อื้อหือ... ดินลูกรังผสมหินก้อนใหญ่ คมใช้ได้เลย 55 เราคุยกันว่าจะเอายังไงดีได้ข้อสรุปว่าปั่นขึ้นเลย ลองดู! ผมเริ่มขึ้นเป็นคนแรกก็ทุลักทุเลพอสมควร จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ สุดท้ายไต่ไปได้ประมาณ 50 เมตรก็ต้องลงครับ 55 อันตรายครับรถจะล้มเอา เอาเป็นว่าผมไม่รอดต้องลงจูง คราวนี้ถึงทีพี่ทศบ้าง ตะโกนบอกให้ผมหลบไป “แบงค์กี้ๆ หลบไปๆ” พี่ทศแกก็ไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาตายที่เดียวกัน 55 เลยจอดพักถ่ายรูปเล่นฮาๆ กันไป ความชันทางขึ้นจุดชมวิวอยู่ที่ 17 - 20% เราคิดว่าทุกคนปั่นขึ้นได้ครับ แต่มันลื่น คิดว่าเสือภูเขาน่าจะเหมาะกว่า
    เมื่อภารกิจปั่นขึ้นเราไม่สำเร็จภารกิจจูงก็ต้องมาสิ 55 เราก็จูงขึ้นไปประมาณ 300 เมตร จูง พัก จูง พัก จนถึงจุดชมวิวแหละครับ พอเห็นวิวเสม็ดนางชีปุ๊ป ไม่ได้ทำให้หายเหนื่อยเลย ไม่ใช่วิวไม่สวยนะครับ แต่ยังไม่พร้อมที่จะมอง ขอหายใจก่อน หลังจากนั่งพักผ่อนกินน้ำแล้วก็ปั่นจักรยานไปชมวิวบอกได้คำเดียวว่า สวยมากกก เฉพาะตรงนั้นถ่ายรูปไป 30 กว่ารูปเห็นจะได้ 55 ยังไม่รวมถ่ายคลิปและภาพนิ่งตอนจูงจักรยาน แน่สิประสบการณ์แบบนี้ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ เนอะ ขาลงก็จูงลง ลองขึ้นจักรยานแล้วแต่ไม่ได้จริงๆ T T เส้นทางไปกลับเราใช้เส้นทางเดียวกันครับ ระหว่างทางก็แวะเติมข้าวเติมน้ำกันไป เราจะเห็นหมู่บ้านแล้วก็มีร้านอาหารตลอดทางเลยครับ เรื่องนี้หายห่วง
    พังงา ฝน 8 แดด 4 ใครเคยได้ยินคำนี้บ้างครับ ผมก็เพิ่งจะเคยได้ยินวันนี้แหละ ระหว่างทางตอนปั่นขากลับเราโดนฝนเล่นงานหนัก 2 รอบสลับกับแสงแดด คือระหว่างที่แดดออกฝนก็ยังจะตกอยู่ สุดจริงๆ อากาศที่นี่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เราก็จอดหลบฝนครับ อันไหนพอไปได้ก็ลุยไปแบบเปียกๆ แหละครับเย็นสบายดี แต่บังเอิญเจ้าจักรยานไม่สบายเหมือนกับผมน่ะสิ ตอนผมเซ็ตรถมาไม่ได้นึกถึงเรื่องฝนเลย ผมใช้น้ำมันหยอดโซ่แบบแห้ง พอโดนฝนหนักๆ แถมยังต้องลุยอีกก็เรียบร้อยสิครับ เสียงโซ่ปะทะจานหน้าเฟืองหลังก้องกังวานมากๆ พยายามปั่นฝืนจนเจอร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์เลยขอน้ำมันที่ร้านมาซ่อมแซม ต้องขอขอบคุณความมีน้ำใจมากๆ ครับ ก็ปั่นประคองไปจนจบครับ







    เส้นทางปั่นมาจุดชมวิวเสม็ดนางชีของเราใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที ระยะทางรวม 72 กิโลเมตร เส้นทางสวยงาม จุดชมวิวสวย ของกินเยอะ เห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน เป็นอีกหนึ่งเส้นทางในจังหวัดพังงาที่ไม่ควรพลาดครับ
    เส้นทางที่สองอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตครับ วันนี้ผมลองมาปั่นช่วงเวลาเย็นบ้าง ด้วยว่าเส้นทางวันนี้ไม่ได้ออกไปไกลมาก เลยเริ่มปั่นออกจากบ้านที่ลายันเลย ตอนช่วงที่เริ่มปั่นก็แอบนึกถึงตอนขากลับอยู่บ้าง เพราะบ้านที่ผมพักอยู่บนยอดดอยพอดี เริ่มปั่นก็คือการไหลลงเนินชัน 17 – 20% เป็นระยะกว่า 300 เมตรเห็นจะได้ ก็แอบกังวลตอนขากลับอยู่บ้าง แต่ก็พกเฟือง 32 มาด้วยน่าจะพอไหวอยู่ จุดหมายของผมในวันนี้คือไปชมวิวท่าเรือแหลมทรายและท่าเรืออ่าวปอ ออกจากบ้านปั่นผ่านอำเภอถลาง ทางช่วงนี้จะเป็นทางราบ ถนนเรียบปั่นสบายและค่อนข้างกว้าง แต่ด้วยความกว้างของถนนมักจะมีรถมอเตอร์ไซค์ขี่สวนเลนขึ้นมาอยู่บ่อยๆ อันนี้ต้องระวัง ปั่นไปเรื่อยๆ แล้วกลับรถเข้าซอยถนนเมืองใหม่ - ป่าคลอก เมื่อเลี้ยวมาแล้วรถจะค่อยๆ บางตาไปเรื่อยๆ สักพักจะพบกับสามแยก จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านแหลมทรายครับ เลี้ยวเข้าไปเลย สองข้างทางจะพบกับสวนยางพาราแล้วก็ฟาร์มเลี้ยงกุ้งตลอดทาง ระหว่างทางด้านซ้ายมือของเราจะติดกับทะเลเลย จะเห็นวิถีชีวิตชาวประมงอยู่มากพอสมควร เราปั่นมาถึงจุดหมายที่แรก
ท่าเรือแหลมทราย ผมมองไปรอบๆ สมชื่อเลยครับ เราจะมองเห็นเป็นสามเหลี่ยมที่มีน้ำทะเลไหลผ่าน มองดูเป็นแหลมครับ บรรยากาศตอนเย็นๆ เรือนักท่องเที่ยวแล่นผ่านแหลมทราย สวยงามครับ เราพักผ่อนดื่มน้ำอยู่สักพักก็จะพบคนอื่นๆ ที่ปั่นจักรยานเข้ามาเที่ยวอยู่หลายคัน ปั่นวนไปเรื่อยๆ ผ่านสนามกอล์ฟ Mission Hills Phuket เส้นทางจะเป็นแบบขึ้นๆ ลงๆ มีความชันอยู่บ้างประมาณ 5 – 6% / 17 – 20% ระหว่างทางผ่านบ้านหลังแดง ผ่านท่าเรืออ่าวปอ จะมีจุดชมวิวให้เราหลายจุดครับ ทั้งเส้นทางของถนนที่มีใบไม้ร่วงตามธรรมชาติสีสันสวยงาม จุดชมวิวอ่าวปอที่กรมทางหลวงชนบทมาสร้างไว้ เราชมวิวกันอยู่ไม่นานครับ เพราะเริ่มมืดแล้วเลยรีบปั่นไปกันต่อ
    ปั่นไปจากจุดนี้ไม่ไกล ส่วนใหญ่จะเป็นทางลงเขา สักพักก็จะเจอทางแยกมีร้านสะดวกซื้อแล้วก็ของกินมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารมุสลิมครับ มาถึงที่แล้วเลยต้องลองหน่อยเพราะหลายเมนูไม่เคยได้ยินมาก่อน ที่ลองกินก็มีไก่ข้าวโพด, ไข่ชมจันทร์, ปีกไก่ยัดไส้ กินจนอิ่มถึงกับขี้เกียจปั่นกลับกันเลย 55 ถึงตอนนี้บรรยากาศมืดแล้ว เรารีบติดไฟหน้าหลังซิ่งกลับบ้านกันเลย เรากลับทางเดิมถนนเมืองใหม่-ป่าคลอก ถนนค่อนข้างมืดครับ มีไฟน้อยมาก ถ้าปั่นผ่านเวลากลางคืนต้องใช้ความระมัดระวังหน่อยครับ และแล้วก็ปั่นมาถึงเนินหน้าบ้านที่ชันที่สุดด้วยความเหนื่อยล้า ผมกินน้ำจนอิ่มแล้วบีบน้ำทั้งหมดที่มีทิ้งเลยครับ ลดน้ำหนักกันสุดๆ 55 ในที่สุดก็ควงขามาจบที่บ้านครับ เหนื่อยจริงๆ แต่ก็สนุกมาก ฝากไว้อีกนิดหนึ่งครับ ถ้าใครมีโอกาสมาปั่นที่นี่ควรทายากันยุงด้วยเพราะยุงที่นี่เมื่อกัดแล้วไล่ยังไงก็ไม่ไป เหมือนไม่เคยกินเลือดอะไรทำนองนั้นโดยเฉพาะช่วงเย็นๆ ค่ำๆ ปั่นขึ้นเนินช้าๆ บินมากินเลือดเราเฉย 55
    เส้นทางปั่นมาชมวิวท่าเรือแหลมทรายและท่าเรืออ่าวปอ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทางรวม 70 กิโลเมตร เส้นทางจะเห็นวิถีชีวิตชาวประมง ชุมชนชาวมุสลิม และสวนยางพาราพืชไร่ต่างๆ ถ้าชอบปั่นเงียบๆ เส้นทางเล็กถนนเรียบทางนี้ดูจะเหมาะมากเลยครับ









 

    เส้นทางที่สามอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเช่นกันครับ ผมคุยกับพี่ทศว่าสองเส้นทางที่เราปั่นไม่ค่อยจะเจอชาวบ้านที่ปั่นจักรยานเลย บางทีผมก็อยากเจอเจ้าถิ่นบ้างว่าเขาปั่นกันที่ไหน พี่ทศเลยบอกว่าถ้างั้นต้องเส้นทางสะพานสารสินเลย ขึ้นลงกันยาวๆ ทำความเร็วได้สูง คนที่นี่มักจะมาซ้อมที่นี่กัน เราเริ่มปั่นช่วงเย็นออกจากบ้านที่ลายันเช่นเคย ปั่นผ่านอำเภอถลาง เส้นทางค่อนข้างง่ายครับ คือตรงไปยาวๆ จนสุดถนนเลยก็เจอสะพานสารสิน ถนนกว้างประมาณสี่เลน มีเส้นแบ่งจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ชัดเจนครับ ระหว่างปั่นเราก็จะพบคนอื่นอยู่หลายคนครับ ส่วนใหญ่ก็แซงเราไปหมดแหละ 55 ปั่นมาเป็นกลุ่มละ 5 - 6 คน สลับขึ้นลงไปเรื่อยๆ ความเร็วน่าจะอยู่ในย่าน 35 - 50+ ความชัน 5 - 6% ส่วนเราก็ปั่นชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ ระหว่างทางทั้งขาไปและขากลับจะเจองานก่อสร้างทำถนนอยู่หลายจุด ทำให้ถนนโดนบีบแคบต้องใช้ความระมัดระวังกันด้วยครับ
    ก่อนถึงสะพานสารสินด้านซ้ายมือก็มีหาดไม้ขาว เป็นอีกหนึ่งหาดที่ดูสวยและมีเสน่ห์ ก็แวะถ่ายรูปนิดหนึ่ง พอถึงสะพานสารสินจะมีผู้คนมาพักผ่อนอยู่มากเลย คงเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ช่วงเย็นด้วย มีร้านอาหาร ร้านขนมเปิดให้กินริมทาง ได้บรรยากาศดีครับ เราจอดรถชมวิวพักผ่อนอยู่สักพัก ตาผมก็มองไปเห็นไกลๆ เหมือนมีท่าเรือ มองแล้วดูสวยดี เลยถามพี่ทศว่าตรงนั้นเราจะปั่นเข้าไปได้ไหม แน่นนอนว่าคำตอบคือได้ 55 ท่าเรือนั้นอยู่ในบริเวณของบ้านคอเอน ปั่นเลี้ยวเข้าไปจากทางกลับบ้านไม่ไกลมากเลยตัดสินใจไปดีกว่า เรากลับรถไปทางเข้าเมืองภูเก็ต ปั่นไปสักระยะก็จะพบป้ายโตๆ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปครับ สองข้างทางก่อนถึงท่าเรือจะเป็นชุมชนชาวมุสลิมเปิดร้านอาหารขายของ มีคนเดินไปเดินมาอยู่เยอะ บนถนนจะมีหลังเต่าอยู่มาก ถนนเป็นเนินขึ้นไม่ชันครับ ใช้เวลาปั่นขึ้นไปไม่นานเราก็จะพบท่าจอดเรือที่ว่าครับ วิวสวยดี ฝั่งตรงข้ามที่เรามองจะเป็นพื้นที่จังหวัดพังงา มีชาวบ้านมาปูเสื่อนั่งพักผ่อนด้วยครับ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ผมใช้เวลาพักที่นี่นานกว่าที่อื่นๆ เพราะจุดนี้จะเป็นที่พักสุดท้ายแล้วก่อนจะปั่นยาวกลับบ้านเลย
    เส้นทางขากลับเราก็ใช้เส้นทางเดิมคือทางเข้าเมืองภูเก็ตผ่านอำเภอถลาง เลี้ยวขวาเข้าลายัน แต่โชคไม่เข้าข้างครับ รถผมล้อหลังยางรั่ว! T T เลยเข็นมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านเป็นคุณยายก็เปิดหน้าต่างมาดู ถามเป็นภาษาใต้แต่ผมฟังไม่เข้าใจ ก็อธิบายว่าขอเปลี่ยนยางที่หน้าบ้านหน่อยนะครับ เราใช้เวลาอยู่นานที่จะหารอยรั่ว คุณยายน่ารักมากๆ เปิดไฟให้ ยกถังน้ำมาให้ ซาบซึ้งมากๆ ครับ พอเราหาแผลรั่วเจอ ตรวจดูที่ยางว่ามีเศษอะไรติดไหมก็ต้องตกใจเพราะยางเป็นรู ถึงจะเปลี่ยนแต่ถ้าไปต่อก็เสี่ยงที่จะรั่วอีกแน่ๆ เลยขอเทปกาวจากคุณยายมาปะยางอีก ระหว่างนั้นลูกหลานคุณยายก็มาช่วยดูแลเราเอาน้ำเอากล้วยมาให้กิน ต้องขอขอบคุณจริงๆ ซาบซึ้งในน้ำใจมากๆ ครับ เสร็จเรียบร้อยเติมลมประคองจนกลับถึงบ้านครับ
    เส้นทางปั่นชมวิวสะพานสารสิน บ้านคอเอน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที ระยะทางรวม 68 กิโลเมตร เส้นทางถนนเรียบดีมากครับ ทางขึ้นลงทำความเร็วได้สูง วิวมองดูทะเลที่สะพานสารสินเวลาพระอาทิตย์ตกดินสวยดี จุดชมวิวบ้านคอเอนและชุมชนชาวมุสลิมก็สวยและน่าสนใจมากครับ
    ผมใช้เวลาเที่ยวที่นี่ 10 วันครับ อาจจะไม่ได้มากแต่ก็ทำให้เราได้รู้ได้เห็นหลายอย่าง ได้มองหาวิธีท่องเที่ยวใหม่ๆ ไปพร้อมกับจักรยานช้าๆ มองเห็นวิถีชีวิตที่สวยงาม ผมอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวที่ภาคใต้ด้วยการปั่นจักรยาน ยังมีเส้นทางอีกมากมายให้ค้นหา ถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมติดจักรยานมาด้วยนะครับ ส่วนผมตั้งใจว่าถ้ามาคราวหน้าก็คงจะพกจักรยานมาแน่นอน และจะค้นหาเส้นทางสวยๆ มาฝากอีกนะครับ



RAPHA PRESTIGE 2017
: CHIANGMAI, THAILAND
INTRODUCTION
RAPHA PRESTIGE 2017 : CHIANGMAI, THAILAND
HALLSTATT - SALZBURG
เส้นทางจักรยานในฝัน
PHUKET/PHANG-NGA CYCLING
หนีเขามาหาเธอเล
SAVAGE SAMERNG
ดอยชนดอย
LAZY RIDING
ปั่นเล่นพักผ่อน
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©