SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & TRAVEL
2017 2016 2015
BIKE PEOPLE
TU SKP
ตุ๊ สันกำแพง



TU SKP
 ตุ๊ สันกำแพง


   เรื่อง : acidslapper
   ภาพ : แต้ม เสือสันกำแพง



        อย่างที่ได้เคยเกริ่นไว้ตั้งแต่คอลัมน์ของผมเมื่อฉบับเดือนที่ผ่านมา ว่าผมตั้งใจจะตระเวนออกปั่นจักรยานไปพบปะพูดคุยกับนักปั่นคนโน้นคนนี้ ทีมนี่ทีมนั่น เพื่อนำมาเล่าให้ชาว HIP Bike ได้อ่านกัน ปรากฏว่าพระพิรุณผู้น่ารักก็กราดกระหน่ำติดต่อกันเสียหลายวัน ทำซะชาวกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเราๆ ต้องกรอกตาบนบ่นเซ็งแซ่กันระงม ฉบับนี้ผมจึงทำได้เพียงนั่งพูดคุยกับพี่ชายคนนึง ซึ่งอันที่จริงนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ ...ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะไอดอลของผมคนนี้น่ะ ดีกรีแชมป์จักรยานเสือภูเขาภาคเหนือเชียวนะครับ!
    ในวงการจักรยานเชียงใหม่ หากเอ่ยถึง ‘เสือตุ๊ สันกำแพง’ ชื่อนี้ชาวเสือหมอบและบรรดาขาใหม่อาจขมวดคิ้วทำหน้างง แต่ในวงการจักรยานเสือภูเขาคงไม่มีใครไม่รู้จัก แน่นอนสิครับ งานไหนงานนั้น เราจะเห็นพี่ตุ๊ยืนยิ้มหวานถือถ้วยรางวัลอยู่บนเวทีงานจักรยานเสือภูเขาแทบทุกงานในเชียงใหม่และอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือ แค่นี้ก็การันตีความแรงของพี่แกได้แล้ว
    ผมเจอพี่ตุ๊ครั้งแรกตั้งแต่ผมเริ่มแข่งจักรยานเสือภูเขา ทุกสนามที่ผมไปก็จะเจอแกเสมอ พอได้มารู้จักกัน ตัวจริงแกเป็นพี่ชายที่อัธยาศัยดี ใจดี และน่ารักมาก ซึ่งต่างจากตอนที่อยู่บนจักรยานลิบลับ!!! 555 แต่ด้วยสังกัดทีม และชัยภูมิของเราที่ต่างกัน ทำให้ผมกับพี่ตุ๊ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก แต่ก็ยอมรับว่า ผมติดตามความเคลื่อนไหวโดยเฉพาะผลการแข่งขันของแกอยู่ตลอด เรียกว่าเป็นแฟนที่ตามเชียร์พี่ตุ๊เลยก็ว่าได้ (ยกเว้นช่วงที่เราต้องลงแข่งในรุ่นอายุเดียวกัน! แฮ่!) ตัวอย่างง่ายๆ ถ้าวันไหนมีงานแข่งจักรยาน ตอนสายๆ ลองกด Refresh เฟซบุ๊คดู จะเจอรูปพี่ตุ๊ยิ้มหรายืนอยู่บนโพเดียมแน่นอน





    พี่ตุ๊ในวัยสี่สิบต้นๆ (ตัวเลขจริงไม่เป็นที่เปิดเผย!) ทำงานอยู่ที่โรงแรมดาราเทวี ด้วยความที่แกทำงานเป็นระบบกะเวลา ดังนั้นการปั่นจักรยานของพี่ตุ๊จึงต้องปรับเปลี่ยนโยกไปย้ายมาตามตารางงานในแต่ละช่วง นั่นโยงไปถึงเส้นทางการปั่นของพี่แกที่จะต้องเปลี่ยนไปตามโอกาส ผมถามพี่ตุ๊ถึงที่มาที่ไปของการปั่นจักรยาน แกบอกว่า “เมื่อ 8 ปีก่อน คืนหนึ่งพี่นั่งอยู่ดีๆ พอลุกขึ้นยืนปุ๊บ มันรู้สึกมึนๆ วูบๆ หน้ามืดแปลกๆ รู้สึกผิดปกติมากๆ ก็เลยไปตรวจ หมอบอกว่าเป็นความดันสูง ได้ยากลับมาพร้อมคำแนะนำว่าควรออกกำลังกาย พอดีกับงานที่พี่ทำจะต้องพานักท่องเที่ยวขึ้นดอยสุเทพเป็นประจำ ทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นคนปั่นจักรยานเสมอ ก็เลยรู้สึกว่าอยากปั่นจักรยานขึ้นดอยให้ได้เหมือนนักปั่นเหล่านั้นบ้าง
    “แล้วพอดีมีคนรู้จัก เขามีจักรยานที่ไม่ค่อยได้ปั่น ตอนแรกกะไว้ว่าจะยืม แต่เกรงใจ ก็เลยเอามอเตอร์ไซค์ฮอนด้าดรีมไปแลกมาเลย! 555 จากนั้นก็ปั่นแบบงูๆ ปลาๆ ไม่รู้อะไรมาสักระยะนึง ก็เริ่มรู้สึกเสพติดจักรยานซะแล้ว พอมารู้ตัวอีกทีก็อัพอุปกรณ์มาซะเต็มยศเลย” แกบอกว่าอาการป่วยนี่ลืมไปนานแล้ว หายสนิท! ไม่ได้คิดถึงมัน และมันก็ไม่ได้มาป้วนเปี้ยนกวนใจแกอีกเลย
    ไม่นานเกินรอ พี่ตุ๊ก็ได้เข้าร่วมทีมจักรยาน ‘เสือสันกำแพง’ (ตอนนั้นยังเป็นการรวมกลุ่มนักปั่นของอำเภอสันกำแพง ที่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อปั่นออกกำลังกาย ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนากลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่ทีมหนึ่งของเชียงใหม่ไปแล้วเรียบร้อย) “ทริปแรกที่ปั่นกับทีมสันกำแพงก็คือทริปกิ่วฝิ่น! (เฮ่ย! อนุญาตให้อุทานดังๆ) ดอยมันชันมาก พี่เลยจะลงจูง รถก็ล้มเพราะถอดคลีทไม่ทัน” พี่ตุ๊บอกว่าหลังจากนั้นก็รู้สึกแค้นใจมาก จนต้องกลับไปแก้แค้น! “พี่ไปซ้ำอีกสามสี่ครั้ง กว่าจะปั่นขึ้นได้ม้วนเดียวจบแบบไม่ต้องลงเดินจูง” (*เส้นทางกิ่วฝิ่น ผมเคยเขียนลงในฉบับเดือนกันยายน 2559 นั่ง Time Machine ย้อนไปเองนะจ๊ะยาหยี)
    พอได้เข้ากลุ่มก็เริ่มมีโอกาสได้เข้าร่วมงานแข่งต่างๆ การแข่งจักรยานครั้งแรกของพี่ตุ๊คือการแข่งจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ “พี่ได้ที่ 4 ก็งงเหมือนกันนะ เพิ่งเคยมาครั้งแรกก็ได้ถ้วยเลย” หลังจากนั้นก็เริ่มตระเวนร่วมงานแข่งต่างๆ ไปงานไหนก็มีถ้วย ไปงานไหนก็ยืนโพเดียม “พี่ก็เริ่มย่ามใจ แต่ก็ยังไม่เคยขึ้นดอยอินทนนท์สักที ก็เลยกะว่าจะไปพิชิตให้ได้ (งานประจำปี ‘อินทนนท์คนพันธุ์อึด’) ตอนนั้นกำลังมั่นใจสุดขีดว่าแรงมาก ปรากฏว่าลงจูงครับ! 555 อายตัวเองมาก คิดว่าจะต้องมาล้างตาให้ได้ ก็เลยเป็นแรงผลักดันให้ขยันซ้อมมากขึ้น” เดี๋ยวนี้ปั่นขึ้นดอยอินฯ นี่ขนมๆ แล้วใช่มั้ยครับพี่? “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก 555”
    จนกระทั่งงานแข่งจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์ภาคเหนือสนามเชียงดาว นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ตุ๊ลงแข่งเสือภูเขาประเภท Cross Country แนว #สายป่า #สายขรุขระ ได้อันดับที่ 3 แกก็เลยติดใจการปั่นจักรยานแนวนี้ขึ้นมาทันที เพราะมันได้ไต่ ได้ดิ่ง ได้ลุยครบทุกรสชาติ เป็นแนวที่ชอบที่สุด แล้วก็ตามแข่งชิงแชมป์ภาคเหนือมาตลอด จนคว้าถ้วยรางวัลรองชนะเลิศคะแนนรวมประจำปี 2556 และ 2557 จนผงาดขึ้นฟาดถ้วยใหญ่ ชนะเลิศคะแนนรวมในปี 2558 ในรุ่นอายุ 35-39 ปี และล่าสุดกำลังจะกวาดมาอีกหนึ่งถ้วยใหญ่ประจำปี 2559 ในรุ่น 40-44 ปี (เหลืออีกสนามเดียว แต่คะแนนทิ้งห่างมาก)



    ผมถามพี่ตุ๊เรื่องการปั่นแบบนักแข่งมืออาชีพ แกตอบติดตลกว่า “พี่แก่เกินไปแล้ว ไม่มีสโมสรไหนอยากได้หรอก 555” ด้วยงานประจำที่ต้องรับผิดชอบนั้นเป็นงานโรงแรมที่เป็นกะเวลา จึงไม่สามารถวางปฏิทินการแข่งล่วงหน้าได้มากนัก “พี่เคยฝันว่าอยากไปลองสนามชิงแชมป์ประเทศไทยดูนะ แต่งานมันไม่เอื้อให้ไปตระเวนแข่งทั่วประเทศน่ะ” ถึงกระนั้น ด้วยฝีเท้า ชื่อเสียง และผลงานของแกก็ทำให้พี่ตุ๊มีแฟนๆ ติดตามเชียร์มากมาย ถึงขั้นมีหลังไมค์มาไม่ขาดสายเรื่องการปั่นไปจนถึงอุปกรณ์ที่แกใช้ แหมมม ว่าแล้วก็เอาซะหน่อย ขอถามเรื่องสูตรการซ้อมเลยก็แล้วกัน! ขอวิชาไปประดับฝีเท้าหน่อยเถอะพี่
    “พี่ตุ๊มีวิธีการและแบ่งวันซ้อมยังไงครับ?” ผมยิงคำถามแบบ Hard Buy (ตรงกันข้ามกับ Hard Sell) แกตอบเสียงใสว่า “ไม่มี!” ผมทำหน้าตกใจ แกบอกว่า “พี่ไม่มีโปรแกรมฝึกซ้อม ทุกครั้งที่มีโอกาส พี่จะปั่นระยะไกลๆ ปั่นต่อเนื่องยาวๆ” แกบอกต่อว่า “เดี๋ยวนี้เริ่มวิ่งแล้วด้วย เปลี่ยนบรรยากาศน่ะ 555 แต่พอกลับมาปั่นรู้สึกได้เลยว่าการวิ่งมันช่วยให้พี่มีแรงกดลูกบันไดเพิ่มขึ้น มันเลยได้ทั้งแก้เลี่ยนจักรยาน และยังช่วยเสริมการปั่นจักรยานได้ด้วย” ผมถามต่อถึงแผนในอนาคตเกี่ยวกับการแข่งจักรยาน “เดี๋ยวนี้เริ่มแข่งน้อยลงแล้ว จากเดิมที่ไปทุกงาน เวลามันเริ่มไม่ค่อยเอื้อ แต่ยังคงปั่นอยู่ตลอด เพียงแต่คงได้ร่วมงานแข่งน้อยลง”
    อีกคำถามคาใจชาวเสือภูเขาทั้งเล็ก - ใหญ่ และเก่า - ใหม่ 27.5” หรือ 29” ดีคะ? พี่ตุ๊ตอบแน่นหนักเป็นคำเมืองว่า “ซาวเก้าก่ะ เด็ด!!!” และเมื่อถามต่อว่าระหว่างเสือภูเขากับเสือหมอบ พี่ตุ๊ชอบอะไรมากกว่ากัน? คำตอบที่ได้ก็คือ “อันที่จริงแล้วก็ชอบทั้งคู่นะ แต่ใจมันเทไปทางเสือภูเขามากกว่า เสือหมอบจะสนุกมันต้องไปกับกลุ่มใหญ่ๆ พี่ก็มีหมอบคันนึงเอาไว้แก้เลี่ยน 555 เคยไปแข่งด้วย ขึ้นดอยสุเทพได้ที่ 2 แต่ก็ยังชอบเสือภูเขามากกว่าอยู่ดี มันได้ลุยเข้าไปในป่า มันตื่นเต้นเร้าใจกว่าเยอะ”
    พี่ตุ๊ทิ้งท้ายฝากถึงนักปั่นชาว HIP ว่า “คนส่วนใหญ่มักเริ่มปั่นด้วยจักรยานเสือภูเขา เพราะคิดว่าเสือหมอบคงปั่นยาก และเสือภูเขามันครอบคลุมทุกการใช้งานมากกว่า พอวันหนึ่งได้ลองเสือหมอบ ก็ประทับใจในความพุ่ง ความแรงและเร็ว คนส่วนใหญ่ก็เลยย้ายไปปั่นเสือหมอบ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่เราลืมกันไปอย่างนึง! จักรยานเสือภูเขามันออกแบบมาเพื่อลุยป่า ฉะนั้น ใครที่มีเสือภูเขาแล้วยังปั่นแค่บนถนนเรียบๆ ก็ลองเอามาเข้าป่ากันดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่ามันสนุกแค่ไหน!”
    นี่คือตัวอย่างของชายผู้ซึ่งปั่นจักรยานในหลากหลายรูปแบบ จากการปั่นเพื่อหนีอาการเจ็บป่วย เพื่อท่องเที่ยว เพื่อแข่งขัน หรือเพื่อออกกำลังกาย แม้ยืนยันว่าจะแข่งน้อยลง แต่ผมเชื่อว่าทัศนคติดีๆ ของพี่ตุ๊จะยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักปั่นอื่นๆ ได้อยู่เสมอครับ



TU SKP
ตุ๊ สันกำแพง
I’M NOT 50
เรียกพี่ได้ไหม?
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©