SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
ART & ENTERTAINMENT
2017 2016
DECOR
INLY HOUSE
บ้านอยู่ดี



INLY HOUSE
 บ้านอยู่ดี


   เรื่อง / ภาพ : ศมนภรณ์



    บ้านอยู่ดีหลังนี้ ไม่เพียงแต่จะมีความหมายที่ดีแล้ว ยังเป็นนามสกุลของเจ้าของบ้าน กอล์ฟ – ปกรณ์ อยู่ดี และ ก้อย – วิภาดา หว่างจ้อย คู่รักสถาปนิก ผู้ก่อตั้ง INLY STUDIO ซึ่งคำว่า INLY ออกเสียงคล้ายกับ ‘อิลลิ’ ในคำเมือง ให้ความหมายคล้ายๆ อินเนอร์ มีความรู้สึกอินไปด้วยกัน เหมือนสิ่งที่ทั้งสองต้องการจะสื่อออกมาในงานที่พวกเขาทำ รวมไปถึงบ้านของพวกเขาเอง แสดงถึงตัวตนและคาแรคเตอร์ของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี


 01 ไม้หมอนเก่ามา เมื่อเอามาวางข้างหน้า ‘เติ๋น’ คนก็จะรู้กันเองว่ามันคือบันได ถอดรองเท้าตรงนี้ เดินขึ้นบ้านก็จะเจอพระพุทธรูปเลย
 


                           02 โรงจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของกอล์ฟ เจ้าของบ้าน

    “ความจริงบ้านเราออกแบบแป๊ปเดียว แต่ว่าคิดมานานแล้ว เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด เราอยู่กัน 3 คน พ่อ แม่ ลูก ก็อยากทำบ้านหลังเล็กๆ ฟังก์ชั่น 3 คน มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แต่ว่าเราก็อยากให้มันพิเศษ สเปซที่เราทำแล้วชอบ ตอนที่คิดจะทำบ้านตัวเองก็มีคิดไว้หลายแบบนะ อารมณ์แบบ เฮ้ย นี่มันบ้านสถาปนิก อยากให้มันว้าว มันล้ำ แต่สุดท้ายเราก็คุยกับตัวเองว่า นี่คือบ้านนะ ไม่ใช่โชว์รูม บ้านเราอยู่ในซอย ไม่ได้โชว์ใคร คนที่มาบ้านก็เป็นครอบครัว เพื่อนๆ ที่ตั้งใจมาหาเรา มานั่งคุยสังสรรค์กับเรา แล้วเราก็ไม่ต่อต้านธรรมชาติ บ้านจะได้อยู่สบาย เราเป็นบ้านอยู่ดี เพราะเรานามสกุลอยู่ดี อยู่ในซอยอยู่ดีด้วย”
        “สิ่งที่ INLY STUDIO ถนัด คือการออกแบบบ้านขนาดกลาง - ใหญ่ และโรงแรมขนาดเล็ก - กลางเป็นหลัก รูปแบบจะเป็น Tropical Modern ไม่เชิงล้านนาสไตล์ แต่เป็นล้านนาประยุกต์ เราจะดึงต้นไม้และธรรมชาติเข้ามาอยู่ในงานแทบจะทุกงาน มีต้นไม้อยู่ใกล้ชิดบ้านเหมือนบ้านหลังนี้” พี่กอล์ฟเจ้าของบ้านเล่าให้ฟัง พร้อมกับชี้ไปที่เฉลียงที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านที่อยู่ด้านหน้า พร้อมบอกกับเราว่า สิ่งนี้คือ ‘เติ๋น’ “คนเมืองใช้เติ๋นไว้รับแขก จะกินข้าวก็ได้ จะนั่งตรงไหนคุยกันก็ได้ เราเอามาประยุกต์กับความเป็นไทย ถ้าเทียบกับความสูงของบ้าน ระยะกำลังพอดี ไม่สูงแบบก้าวขั้นเดียวถึงบ้านละ หรือไม่ต้องมีตรงนี้ก็ได้ ไม่ต้องมีบันไดก็เดินขึ้นบ้านตามปกติ ไม่น่าเกลียดเพราะยังก้าวสบายอยู่ แต่ก็รู้สึกปลอดภัย ตกแล้วไม่เจ็บ น้ำก็ไม่ท่วม งูก็ขึ้นไม่ได้”


                            03  กล้องถ่ายรูป ของสะสมของกอล์ฟ และกรอบรูปที่เพื่อนๆ วาดรูปก้อย ให้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่
 

04 หากมองจากมุมโต๊ะทำงาน จะเห็นพื้นที่ใช้สอย Living Spaceโซฟาสำหรับพักผ่อน ดูทีวี เล่นเกมส์ และห้องครัวแบบเปิดทั้งสองเลือกใช้มู่ลี่ไม้และมุ้งจีบ เพื่อไม่ให้กินพื้นที่ ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นผสมล้านนา


    สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้พิเศษ คือการออกแบบจัดสรรพื้นที่ “บ้านหลังนี้ 150 ตร.ม. ในที่ดิน 2 งาน เราแบ่งเป็น 4 ส่วน ทำบ้านส่วนเดียว อีกสามส่วนเป็น Landscape หมดเลย แล้วเราก็วางผังให้ช่วงเย็นส่วนที่ติดกับสนามหญ้าอยู่ในร่ม ใช้ผนังทึบฝั่งนู้นไว้บังแดด เราก็จะสามารถอยู่ฝั่งนี้ได้ทั้งวันเลย นั่งกินข้าว กินเบียร์ รับแขก ทำงาน นอนเล่นสบายๆ” 
    เมื่อเข้ามาภายในบ้าน จะเห็นสเปซเชื่อมต่อกันตั้งแต่โซนครัว โซนนั่งเล่น โซนทำงาน “เวลาเราออกแบบจะใช้วิธีเชื่อมห้อง อย่างบ้านเราเอาครัวไว้หน้าบ้าน มันเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะมันเป็นแปลนนิ่งของคนสมัยใหม่ เราจะทำครัวที่โชว์ได้เหมือนในคอนโด จะไม่กั้นห้องให้มีซอกหลืบ ถ้าจะทำอาหารแล้วจะมีกลิ่นก็ค่อยปิดบานพับก็ได้ ถ้าไม่ทำก็เปิดไว้ มีบาร์กั้นพื้นที่อเนกประสงค์ที่เอาไว้เลี้ยงลูก เดิมทีจะเอาไว้ตั้งโต๊ะกินข้าว แต่เราอยู่กันแค่นี้ แค่บาร์กับเก้าอี้ก็พอแล้ว ไม่อยากให้พื้นที่ดูอึดอัด แล้วก็มีโซฟาเอาไว้นั่งดูทีวี เล่นเกมส์ จากนั้นก็เป็นห้องน้ำ ถัดไปเป็นโต๊ะทำงาน แล้วก็เป็นห้องนอน สมมติว่าเปิดหน้าต่างหมด อยู่ตรงไหนในบ้านก็มองเห็นกันหมด แบ่งเป็น Living Space เข้าพื้นที่ส่วนตัวแค่ปิดประตูก็จบละ ในห้องนอนเราดันห้องน้ำและห้องแต่งตัวไปอยู่ด้านหลัง ที่เป็นจุดอับของที่ดินเรา แล้วก็ปลูกต้นไม้ที่ค่อนข้างสูงมาบังเป็นกำแพงต้นไม้ เราจะไม่ทำกำแพงที่บังตัวเราเอง หนึ่งคือบังลมละ แล้วก็ไม่ได้ช่วยเรื่องมุมมองความงามเลย เราอยากได้พื้นที่สีเขียว อย่างห้องน้ำ เราก็เห็นสวนด้วย เป็นสวนจัดการง่าย ไม่รก ดูแล้วสบายตา”


                           05  ส่วนเชื่อต่อระหว่าง Living Space และพื้นที่ส่วนตัวด้านบนทำฝ้าหลุมสามเหลี่ยม ซ่อนไฟไว้ด้านบน
                           ถ้าอยากดูหนังตอนกลางคืนก็แค่หรี่ไฟแล้วเปิดแค่ไฟด้านบนก็พอแล้ว



06 ด้วยควมช่วยเหลือจาก ยางนา สตูดิโอ เพื่อนๆ ได้เข้ามาช่วยเรื่องไม้นำเอาวิธีโบราณมาประยุกต์เข้ากับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี


                         07 โต๊ะทำงาน เมื่อมองออกไปด้านหน้าก็จะเห็นสวนด้านหน้าทั้งหมดสวนด้านหลังโต๊ะทำงานก็เปิดไว้
                         ลงไปเหยียบดินบ้าง สัมผัสกับธรรมชาติ บนผนังติดกรอบรูปที่กอล์ฟถ่ายรูปไว้



    “เราพยายามจะโชว์ความตรงไปตรงมาของสถาปัตยกรรม ก็คือวัสดุ อย่างเช่น เราไม่ใส่รางน้ำฝน เพราะอยากได้อารมณ์เวลาฝนตกแล้วน้ำลงมาเป็นม่านน้ำ แต่ก็ต้องปรับความชันดินให้น้ำลงไปที่รางระบายน้ำ ไม่งั้นน้ำก็ท่วม มีดินมีหญ้ามีต้นไม้คอยดักน้ำ อยากให้น้ำฝนเจอต้นไม้ ถ้าฝนตกเราเปิดหน้าต่างอยู่ได้ทั้งวัน โครตชิลล์เลย อย่างด้านหน้าห้องนอน ถ้าฝนตกเราก็เปิดหน้าต่างนอน น้ำก็ไม่สาดเข้าห้อง คือวิธีนี้มันเกิดขึ้นกับโรงแรมแบบรีสอร์ทหรือบังกะโล เราก็เลยอยากอยู่บ้านแล้วเหมือนมาพักผ่อน มาเที่ยว”
    “พื้นที่นอกบ้าน เราใช้วัสดุปูนขัดมัน เพราะเป็นโซนที่เปื้อนแน่นอน ไหนๆ มันก็ดิบละ โชว์ความดิบไปเลย อย่างกระเบื้องหลังคาเราใช้กระเบื้องวิบูรณ์ศรี ด้วยความที่ชอบกระเบื้องโบราณ ตอนเด็กๆ เวลาไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยเขาก็ใช้วิธีนี้ โชว์โครงสร้างหลังคาโดยไม่ต้องปิดฝ้า โชว์ไม้ไปเลย แต่ไม้ทั้งหมดมันแพง เราก็เลยใช้เหล็กทำจันทันทั้งหมด แล้วใช้แผ่นไม้ที่พ่อให้จากบ้านเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาปิดเหล็กเหมือนเอามาครอบจันทันอีกที แล้วมันก็ออกมาดีด้วย ออกมาอย่างที่คิดไว้ เริ่มได้บ้านที่เป็นโทนสีไม้ขึ้นมา มีปูนขัดมัน มีกระเบื้องสีเทา อะลูมิเนียมสีดำ ให้ความเป็น Modern ละ เอาไม้มาช่วยเบรคก็เริ่มเป็น Tropical Modern ด้วยทรงหลังคาหน้าจั่วแบบไทย ก็จะระบายความร้อนได้ดีอยู่แล้ว”
    “เราโชคดีที่มีเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือ อย่างงานไม้เราไม่ถนัด เราก็ไปให้คนที่เชี่ยวชาญช่วย ก็คือ ‘ยางนา สตูดิโอ’ เขาก็ยินดีมาช่วย แถมยังน่ารัก ให้เสาคู่หน้า 2 ต้นมาด้วย เป็นพระเอกของบ้านเลย แล้วเพื่อนก็เขียนไว้ว่าให้เป็นของขวัญจะได้ไม่ลืมกัน จะได้ทำให้กันและกัน เรายกงานไม้ให้เพื่อนเราทำเลย อย่างด้านหน้านี่ก็มีความเป็นล้านนา ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างคือ ม้าต่างไหม เป็นโครงสร้างของหลังคาแบบโบราณก่อนที่เขาจะใช้เหล็ก ต้องใช้ไม้มารับโครงสร้างแผ่นกระเบื้องหลังคา จะเห็นได้ตามวัดเก่าๆ สังเกตดีๆ จะเห็นเดือยเล็กๆ ที่เป็นลิ่มเสียบอยู่ ทุกอย่างมันใช้งานจริงได้หมดเลย”
    “ส่วนงานสวน เราก็ได้เพื่อนอย่าง ‘กานต์ การ์เด้นท์’ มาช่วยวางผัง ใช้ความรู้ของเขามาช่วย มาวางผังว่าต้นไม้คุณควรอยู่แบบไหน การวางตำแหน่งต้นไม้ ประมาณนี้เพื่อไม่ให้ชนชายคานะ ประมาณไหนให้รู้สึกว่ามันไม่ไกลจากบ้าน เขาเข้าใจเราว่าเราต้องการแบบไหน เพราะเราก็ทำงานด้วยกันให้บ้านของลูกค้าด้วย จะรู้สไตล์กัน”


                            08 นำเอาวิธีการปูกระเบื้องหลังคาแบบโบราณ ผสมกับงานไม้


                          09 อยากพัก ก็แค่ลงไปนอนเปล


                           10 อิฐเก่าที่ซื้อมาก้อนละ 2 บาท เป็นอิฐแบบเก่าที่ปั้นมือ มันจะมีความตะปุ่มตะป่ำเรียงยังไงก็ไม่เรียบ
                           สวยดี บางก้อนก็จะมีชื่อคนติด ปี พ.ศ.2500 ให้เพื่อนที่จัดสวนมาเรียงแบบลายก้างปลาให้  ซึ่งออกมาถูกใจมาก

 

                           11 อ่างคู่ ที่ก้อยคิดถึงซีนโรแมนติก ตื่นมาแปรงฟันพร้อมกัน ห้องน้ำแยกระหว่างห้องอาบน้ำและห้องส้วม
                           บางทีในชั่วโมงเร่งรีบ คนหนึ่งล้างหน้า อีกคนอาบน้ำ จะได้ไม่ต้องแย่งกัน เพราะต้องออกจากบ้านพร้อมกัน



                           12 กระเบื้องหินและสวนเล็กๆ ด้านนอกห้องน้ำรับแขก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำ

    “เราดึงต้นไม้และธรรมชาติเข้ามาอยู่ในงานแทบจะทุกงาน รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย อย่างห้องน้ำรับแขก ก็จะเห็นสวนอยู่ด้านนอก เป็นสวนเล็กๆ จัดการง่าย ไม่ได้รก ใช้หินเข้ามาช่วย ใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ที่เป็นหินปูทั้งผนังเลย ให้ความรู้สึกเป็นถ้ำ (หัวเราะ) อย่างสวนหลังโต๊ะทำงานก็มีไว้ เวลาคิดงานเหนื่อยหรืออยากพักสายตา ก็ลงไปนอนในเปลซะ”
    ระหว่างการเยี่ยมชมบ้านหลังนี้ ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะมีรายละเอียดเยอะแยะคอยให้ความรู้เราเต็มไปหมด นั่นก็เพราะทั้งคู่ช่วยกันทำให้บ้านหลังนี้เกิดออกมา เราถามต่อไปว่ามุมมองของสถาปนิกที่มีต่อบ้านหลังนี้เป็นอย่างไร “บ้านต้องอยู่สบาย อยู่แล้วไม่เกร็ง เดินเข้ามาจะทำอะไรก็ได้ มันคือพื้นที่ของเรา เพราะเราสร้างให้ตัวเราเอง ตอบโจทย์ตัวเราที่สุดแล้ว ก็เหมือนลูกค้ามาจ้างเรา เขาอยากได้บ้านของเขา ก็ต้องคุยกันเยอะๆ ว่าความชอบของแต่ละคนเป็นยังไง อย่างเราโตมากับวัฒนธรรมของคนเมือง บ้านเราอยู่ชนบท สันกำแพง บ้านก้อยอยู่ลำปาง ชานเมือง ก็จะโตมากับบ้านพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย นิยามคำว่าบ้านของเราก็คือ มันคือสถานที่พักผ่อน เรากลับมาบ้านเอาทุกอย่างไว้ที่ทำงาน เราก็ต้องมีมุมที่เป็นส่วนตัวด้วย สมมติพี่อยู่ตรงนี้ กอล์ฟอยู่ตรงนั้น คือเรายังต้องการพื้นที่ส่วนตัวกันอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ร่วมกัน”
    สุดท้ายนี้เจ้าของบ้านบอกว่า นิยามคำว่าบ้านอาจจะเปลี่ยนไป ถามวันนี้ เดือนหน้า ปีถัดไปก็จะไม่เหมือนกัน เพราะรสนิยมมันเปลี่ยน เพราะลูกเราก็โตขึ้น เราสองคนก็อายุมากขึ้น ถ้ามาบ้านหลังนี้ครั้งต่อไปก็อาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้
    แล้วตอนนี้ผู้อ่านนิยามคำว่าบ้านของตัวเองอย่างไรคะ?



ABOUT THEM
     กอล์ฟ – ปกรณ์ อยู่ดี และ ก้อย – วิภาดา หว่างจ้อย 2 สถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้ง INLY STUDIO กอล์ฟ จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ส่วนก้อย จบการศึกษาจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากจะเปิดบริษัทของตัวเองแล้ว ทั้งสองยังเป็นหุ้นส่วนร้านกาแฟ ‘8 Days A Week’ ผลงานของ INLY STUDIO เช่น Wake Up Coffee, Box Hostel, Pranarin Holistic Spa, Cheevadee Hotel สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมผลงานอื่นๆ ได้ที่
Facebook : INLY STUDIO


INLY HOUSE
บ้านอยู่ดี
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©