JULY 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
ART & ENTERTAINMENT
2017
SHOW
COLDPLAY A HEAD FULL OF DREAMS TOUR 2017
เปิดประสบการณ์ระดับโลก กับ สังขารระดับล่าง




COLDPLAY A HEAD FULL OF DREAMS TOUR 2017
เปิดประสบการณ์ระดับโลก กับ สังขารระดับล่าง

  เรื่อง : SCBD
  ภาพ : Atchara / Natnicha



    ฟัง Coldplay มาตั้งแต่ชุดแรก โดยส่วนตัวก็ชอบแค่ชุดแรกกับชุดที่ 2 คือ Parachutes (2000) กับ A Rush Of Blood To The Head (2002) จนตอนนี้ Coldplay ออกอัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 7 ชุด และมาไกลจากชุดแรกมาาาาาาก ตัววงเองก็เคยมาแสดงคอนเสิร์ตในบ้านเรามาแล้วที่อิมแพค อารีน่า เมื่อปี 2003 ก็ประมาณ 14 ปี มาแล้ว ตอนนั้นตัวเองก็ยังถือว่าอินกับเพลงของวงอยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับอยากไปดูมากถึงขนาดนั้น ในตอนโน้นสไตล์เพลงของวงก็ยังนิ่งๆ ไม่หวือหวาเท่ายุคนี้ จนมาถึงปี 2016 มีการประกาศว่า ทางวงจะมาทัวร์ในแถบโซนเอเชีย ซึ่งในตอนแรกบ้านเราก็ไม่อยู่ในลิสต์ แต่อยู่ดีๆ ก็มีไทยแลนด์โผล่มาซะงั้น
    ก่อนที่ทางวงจะประกาศเรื่องการออกทัวร์ เราเองก็ได้ดูโชว์ในอัลบั้มใหม่มาบ้างประปรายตามวิดีโอใน youtube ซึ่งก็เวอร์วังอลังการมาก ดูตื่นตาตื่นใจน่าไปอยู่ในบรรยากาศนั้นเสียจริงๆ ประจวบเหมาะว่าทาง’ต้นสังกัดในประเทศไทยก็ประกาศออกมาว่าทางวงจะมาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเรา ในวันที่ 7 เมษายน 2017 นี่แหละโอกาสเหมาะ ต้องไปดู โปรดักชั่นอลังการแบบนี้ต้องไปให้เห็นกับตา เลยไปบิ้วท์แฟนว่าต้องไปดูและซื้อตั๋วให้ทัน! เพราะได้ข่าวมาว่าประเทศที่ให้เปิดจองตั๋วก่อนหน้าเรานั้น Sold Out เป็นว่าเล่น ข้ามช็อตการจองตั๋วไปก็แล้วกัน คือต้องไว แล้วก็ควรจะวางแผนและศึกษาผังที่นั่งในคอนเสิร์ตให้ดี เพราะเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนในการจองแล้ว มันจะเกิดอาการลังเลว่าจะอยู่ตรงไหนโซนอะไรดี แล้วที่นั่งที่เราเล็งไว้ก็อาจจะหายไปได้ในพริบตาเหมือนที่ตัวเราเองเจอมาแล้ว





    ตัดมาที่หน้าสนามราชมังคลากีฬาสถานในวันงานเลย ตามตารางเวลาเขาบอกว่าประตูจะเปิดให้เข้าตอน 5 โมง เหล่าสาวกจากเชียงใหม่ก็มากันเพียบ เลยฝากไหว้วานกันว่าไหนๆ ก็อยู่คนละโซนแล้ว ฝากถ่ายรูปมาด้วยละกัน อิอิ น้องๆ ที่มาจากเชียงใหม่บางกลุ่มมาถึงที่งานตั้งแต่เที่ยง เพื่อที่จะมารอเข้าคิวซื้อเสื้อทัวร์ที่เป็นของ Official แล้วเพิ่งมารู้ทีหลังว่ากลุ่มน้องๆ กลุ่มนี้ก็ได้ถูกเลือกให้เป็นคนพูดเปิดคอนเสิร์ตที่ฉายบนเวทีก่อนที่ Coldplay จะขึ้นเล่นด้วย โคตรโชคดีเลย (อ่านรายละเอียดได้ตอนท้ายเรื่อง) ก็บอกแฟนว่าชิลล์ๆ ไม่ต้องรีบ ประตูเปิดตั้งห้าโมง เวลาเหลือๆ หลับเอาแรงตื่นซักสี่โมงแล้วค่อยออกจากโรงแรมก็ยังทัน (นี่ถ้าไปตอนเที่ยงอาจจะได้พูดเปิดโชว์ของ Coldplay ก็ได้นะ 555 ) โรงแรมใกล้ย่อมได้เปรียบ เอาเข้าจริงออกจากโรงแรมสี่โมงครึ่ง โบกแท๊กซี่ไปลงหน้าสนาม โอ้โห! คนมหาศาลเลย แถมใส่เสื้อวงกันตรึมทั้งของแท้ของเทียม ส่วนหน้างานตรงทางเข้าก็มีเสื้อก๊อปกับบัตรผีเพียบ เห็นแล้วก็ไม่เข้าใจกับคนที่มาถึงงานคอนเสิร์ตแล้วมาซื้อเสื้อทัวร์ที่เป็นของก๊อปเนี่ย คือมึงมาถึงงานแล้วนะเว้ย เดินเข้าไปข้างในซื้อของแท้ดีกว่ามั้ย? ถึงแม้คิวจะยาวมากก็เหอะ แต่ถ้ามึงถึงขนาดซื้อบัตรมาดูเขาแล้ว มึงก็ควรจะอุดหนุนของที่ระลึกจากศิลปินแบบถูกลิขสิทธิ์ด้วย (ส่วนกูเนี่ยไม่ซื้อเพราะลายมันไม่สวย ฮา)
    พอเข้ามาในงานเราก็เลยเดินดูบูธดูซุ้มต่างๆ ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปากทางเข้างาน สังเกตได้ว่างานนี้ชาว AEC ร่วมใจกันเลยทีเดียว นับได้ว่ามากันครบ เห็นเยอะสุดก็เป็นเพื่อนบ้านชาวมาเลย์ เยอะจริงๆ สุดท้ายเราสองคนตัดสินใจว่าเดินเข้างานเลยละกัน อยากเห็นด้านในแล้ว เป็นครั้งแรกเลยที่ได้มาดูคอนเสิร์ตในราชมังคลาฯ  ใหญ่โตแท้ มาหยุดอยู่ตรงหน้าทางเข้าคอนเสิร์ต ด่านแรกก็คือเช็คกระเป๋ากับของที่ติดตัวมา ถ้ามาตัวเปล่าก็เข้าอีกช่องเดินตัวปลิวเข้าไปเลย รับริสต์แบนด์ที่เป็นผ้า อีกอันก็เป็น Xylobrand ให้เราเอาไว้ใส่ในคอนเสิร์ตแล้วจะมีแสงออกมาจากตัวริสต์แบนด์นี่แหละ ได้มาแล้วก็ใส่ให้เรียบร้อย เดินดูทางเข้าโซนของเรา ลืมบอกไปเราสองคนจองตั๋วยืนโซน B ไว้ เพราะอกหักจากการจองตั๋วนั่งราคา 2,500 มาเลยคิดว่าเอาวะ 4,500 ยืนเอาก็ได้ ขอให้ได้เห็นชัดๆ แต่สุดท้ายเราทั้งสองก็ประมาทสังขารตัวเอง อ่านไปถึงตอนท้ายเดี๋ยวรู้เอง (ฮา) ในโซน B เนี่ย มันจะมีเวทีเล็กที่งอกออกมาจากเวทีหลัก ซึ่งเราสองคนคุยกันว่า เราจะไปเกาะขอบเวทีนี้แหละเพราะพี่คริสต้องโผล่มาเวทีนี้แน่นอน จัดไป 4,500 สองใบ T_T
    เราเดินเข้ามาถึงในสนามแล้วก็เดินไปตรงที่เวทีเล็กเลย ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาด มีคนไปออกันอยู่ตรงนั้นพอสมควรแล้ว แต่มันก็ยังพอมีที่อยู่ ถึงจะไม่เกาะขอบมากแต่ก็ใกล้พอจะเห็นว่าพี่คริสของผมใส่รองเท้ายี่ห้ออะไรล่ะวะ อ้อ ลืมบอกไปว่าเข้ามาถึงในสนามแล้วมีแค่น้ำกับป๊อบคอร์นจากเมเจอร์เท่านั้นที่มาขาย ใครจะหวังมาซื้อเบียร์ข้างในนี่อดเลย แล้วเราสองคนก็ไม่ได้กินน้ำกันมาก่อนหน้านี้ด้วย เพราะคิดว่าถ้าอยู่ในวงล้อมมหาชนคนดูแล้วเนี่ย นอกจากจะออกไปฉี่ลำบากแล้วจะพาลกลับมาหากันไม่เจออีก งั้นตัดปัญหายังไม่ต้องกินน้ำ อดทนไปกินตอนเลิกโน่นเลย ก็เลยทำให้เราไม่ได้ซื้อน้ำติดตัวเผื่อไปจิบๆ ตอนกลางๆ คอนเสิร์ต เผื่อร้องเพลงตามพี่คริสแล้วคอแห้งด้วย
    เมื่อจับจองที่มั่นของเราได้แล้ว คนก็เริ่มทยอยมามากขึ้นๆ จนตอนนี้รอบด้านของเราถูกล้อมไปด้วยชาวมาเลย์ สิงค์โปร ไต้หวัน เวียดนาม มากันเพียบ นั่งรอกันไป นี่เพิ่งจะ 6 โมง วงเปิดขึ้นตั้งสองทุ่ม อีกนาน ฝนก็เริ่มตั้งเค้ามาแล้ว เมฆบนท้องฟ้านี่มืดมาเลย แฟนเริ่มบ่นแล้วว่าทำไมเราไม่ซื้อเสื้อกันฝนเข้ามา จะออกไปซื้อก็ยาก คนเริ่มจะเต็มพื้นที่โซน B แล้ว งั้นก็วัดดวงละกัน (เหอะๆ) มองกลับไปด้านหลังฝั่งอัฒจันทร์คนก็ยังไม่เต็มเลย ที่ยังเหลืออีกเยอะ คนที่เขาทำงานกว่าจะเลิกงานกว่าจะฝ่ารถติดในเย็นวันศุกร์มาได้อีก 









    เวลาสองทุ่มตรงเป๊ะ วงเปิดของคอนเสิร์ตนี้ก็เริ่มทำการแสดง Jess Kent สาวน้อยหน้ามนมาพร้อมกับมือกลองสาว เพลงของเธอมีทั้งป๊อป, ฮิป ฮอป, เร็กเก้, อิเล็คทรอนิกส์ ฟังไปฟังมาได้กลิ่นมาในแนวๆ ของ  M.I.A อยู่นะเนี่ย ตอนนี้ฝนเริ่มโปรยปรายมาแล้ว ช่วงท้ายๆ โชว์มีตะกุกตะกักอยู่บ้าง เธอต้องเดินไปหยิบกีตาร์เอง (งงอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่มีแบ็คสเตจมาช่วย) เพื่อที่จะเข้าเพลง ‘Killing In The Name´ ของ Rage Against The Machine เรียกเสียงกรี๊ดจากคนดูได้ทั้งสนามกีฬา เพราะไม่มีใครคิดว่าเธอจะเล่นเพลงนี้ แต่แล้วก็เซอร์ไพรส์เป็นครั้งที่สอง เสียงกีตาร์ไม่ออก!!! เธอเล่นเพลงนี้แค่ช่วงอินโทร แล้วก็ตัดกลับเข้าไปเพลง ‘Get Down’ เพลงที่ทำให้เธอชนะการประกวดศิลปินหน้าใหม่จากสถานีวิทยุของออสเตรเลีย แล้วก็จบโชว์ไปตอน 2 ทุ่มครึ่ง







    แล้วเวลาที่พวกเราทั้งสนามราชมัคลาฯ รอคอยก็มาถึง สามทุ่มนิดๆ วง Coldplay เปิดตัวมาพร้อมกับเพลง ´A Head Full Of Dreams´ ชื่อเดียวกับชื่อทัวร์ในครั้งนี้ พร้อมกับพลุตามธีมสีของอัลบั้ม ปุ้งปั้งใส่กันไม่บันยะบันยัง แสงสีแดงจาก Xylobands ที่ข้อมือของทุกคนก็พรึบพรับกันทั้งสนามราชมังคลาฯ เหลียวมองไปด้านหลังทางอัฒจันทร์ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจกับแสงไฟมากๆ ถึงกับขนลุกกันเลยทีเดียว จบเพลงแรก Coldplay ก็ประเคนเพลงฮิตกันต่อกับซิงเกิลที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักพวกเขา ‘Yellow’ แล้ว Xylobands ในข้อมือพวกเราทุกคนก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองตามชื่อเพลง โอ๊ยยยย ขนลุกอีกรอบ โคตรอิน ยิ่งมาอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ AEC ยิ่งร้องดังกันสุดเสียง สำนงสำเนียงไหลไปกับเค้าได้เนียนดีนักแล (ฮา) แล้ว Coldplay ก็จัดกันต่อด้วยเพลง ´Every Teardrop Is A Waterfall´ ให้ได้
ขยับแข้งขยับขากันอีกครั้ง เพลงนี้ทั้งพลุ ทั้งเลเซอร์ ทั้งเปเปอร์ชู้ตยิงกระดาษปลิวว่อนทั่วทั้งสนาม โปรดักชั่นอลังการดาวล้านดวงมากๆ ยืนรอมาตั้งแต่ห้าโมง ปวดขาก็ปวด เพลงขึ้นเท่านั้นแหละ เอาก็เอาวะ บัตรแพงไม่เต้นแม่งเดี๋ยวไม่คุ้ม แล้วก็มาถึงเพลงที่ทุกคนร้องตามกันกระหึ่มทั้งสนาม ´The Scientist´ ประเคนเพลงฮิตอีกแล้ววววว ไม่ได้ดูคอนเสิร์ตครั้งแรกที่มาก็ไม่เสียดายแล้วจริงๆ ต่อด้วยเพลง ‘Bird’ เพลงนี้ร้องไม่เป็น จะมั่วร้องเนียนๆ ไปก็ไม่ได้ เลยยืนเฉยๆ แล้วกัน ถือว่าพัก พักได้ไม่เท่าไหร่ ทางวงจัด ‘Paradise’ อีก แสงสีวิชวลสวยงาม อินไปกับเพลงสุดๆ เพลงนี้ร้องได้เอาใหญ่เลย แหกปากไปกับเพื่อนๆ ชาว AEC ช่วงท้ายเป็นเวอร์ชั่น Remix ของ Tiësto อีก นี่มันคอนเสิร์ต EDM ชัดๆ มาถึงตอนนี้ ซาวด์ในตำแหน่งที่เรายืนดูอยู่เริ่มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พี่คริสของเรานี่โยกย้ายสะบัด!!!  คิดในใจตอน Coldplay ยังหนุ่มๆ พวกเขาทำเพลงกันแบบเศร้าๆ หม่นหมอง เก็กๆ คูลๆ ดูเท่ แต่พออายุเริ่มเยอะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นดันกลับไปหาความคึกคัก แดนซ์เต้นตีนแตกซะ ลืมลุคจากอัลบั้มแรกๆ ไปเลย









    จากนั้น Coldplay ก็ขยับมาอยู่กันตรงสเตจเล็กที่ยื่นจากเวทีใหญ่ ให้พวกโซนตรงกลางได้ใกล้ชิดกันบ้าง แล้วพวกเขาก็เล่นเพลง ´Always In My Head´ และ ´Magic´ จากอัลบั้มก่อน Ghost Stories แล้วก็ต่อด้วย ´Everglow´ จากอัลบั้มชุดปัจจุบัน ซึ่งเพลงนี้พี่คริสบอกว่าขอมอบเพลงนี้ให้พวกเราชาวไทยทุกคนที่สูญเสียพ่อหลวงของพวกเรา อันนี้มารู้ทีหลังนะ ตอนเค้าพูดอะฟังไม่ออกหรอก :P  แล้วทั้งวงก็กลับไปที่สเตจหลัก ก่อนที่เสียงเปียโนของคริสจะดังขึ้นด้วยเมโลดี้ที่คุ้นหู ‘Clock’ นั่นเอง ทั้งสนามราชมังคลาน ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ได้มาฟังเพลงนี้สดๆ บวกกับโปรดักชั่นอลังการ ให้ความรู้สึกที่ฟินเป็นบ้า ต่อด้วย ‘Charlie Brown’ กับ ´Hymn For The Weekend´ ไม่ต้องให้หยุดพักกันเลย พอมาถึงเพลง ‘Fix You’ ตรงท่อนที่เป็นเสียงประสานแล้วร้องตามกันทั้งหมด มันดูมีพลังอย่างบอกไม่ถูก กลุ่มชาวมาเลย์ที่อยู่ด้านหน้าซึ่งคงเป็นเพื่อนกัน พอถึงท่อนจบทุกคนก็พร้อมใจหันหน้าเข้าหากันแล้วก็กอดคอกันพร้อมร้องท่อนสุดท้ายด้วยกันจนจบเพลง เห็นแล้วอยากจะเข้าไปกอดคอร้องด้วยเดี๋ยวนั้นเลย (ฮา) ต่อมาเป็นเพลง ‘Heroes’ เพลงคัฟเวอร์ของ David Bowie และจากที่หลายๆ คนนิ่งไปในเพลงก่อนหน้า พอเมโลดี้เครื่องสายขึ้นเท่านั้นแหละ ทุกคนรู้เลยว่าเป็นเพลงอะไร ‘Viva La Vida’ เสียงกลองของ วิล แชมเปียน มันปลุกเร้าอารมณ์ซะเหลือเกิน ผู้คนทั้งสนามราชมังคลาฯ ร้องตามกันแบบสุดเสียง โหว่ โว โว้ โว โว !!! ใครที่ทั้งเพลงยังร้องไม่ได้ก็มารอท่อนนี้แหละ แล้วก็ต่อกันด้วยเพลงดังจากอัลบั้มชุดใหม่ ‘Adventure Of A Lifetime’ เพลงนี้พี่คริสขอให้พวกเราคนดูที่อยู่ด้านล่างเวทีให้ย่อลงๆ แล้วพี่แกก็นับ 1 2 3 4 ก่อนจะเข้าท่อนฮุคแล้วก็ให้พวกเราก็โดดขึ้นพร้อมๆ กัน เรียกว่าได้เป็นสายย่อกันหมดเลยทั้งสนาม (ฮา)







   ระหว่างที่วงเล่นเพลง ‘Viva La Vida’ และ ‘Adventure Of A Lifetime’ ทางสเตจเล็กที่อยู่ตรงกลางโซน B ค่อนมาทางด้านหลังใกล้อัฒจันทร์ก็มีทีมงานมาเซ็ทอัพอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ขอบอกเลยว่าที่เราสองคนยืนอยู่ตรงนั้น เห็นพี่คริสแบบชัดมากกก แต่ขณะเดียวกัน ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นก็ยิ่งเบียดกันเข้ามาเพื่อที่ทุกคนจะได้เห็นทั้งวงแบบชัดที่สุด เมื่อเพลง ‘Adventure Of A Lifetime’ จบไฟก็มืดลง ทั้งวงก็เดินเรียงแถวจากสเตจใหญ่ลงมาตรงสเตจเล็ก แล้วก็เล่นเพลงโคตรฮิตที่ทุกคนก็คงอยากได้ยินในคอนเสิร์ตนี้ ใช่แล้ว ‘In My Place’ บรรเลงขึ้นในแบบอะคูสติก คราวนี้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว พร้อมใจกันยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมาถ่ายทั้งรูปทั้งวิดีโอกันสลอนเลย ไม่มีใครยอมใคร เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด โทรศัพท์ก็แบตหมด รูปก็ต้องถ่าย วิดีโอก็อยากถ่าย เลยหันไปยืมโทรศัพท์แฟนกดรูปไปรัวๆ แล้วคริสก็ให้เราดูวิดีโอที่ฉายจากสเตจใหญ่ เป็นภาพวิดีโอที่แฟนเพลง ที่ถูกคัดเลือกมาบอกว่าอยากให้ Coldplay เล่นเพลงอะไรในคอนเสิร์ตนี้  ซึ่งเพลงที่อยากให้เล่นก็คือ ‘Don’t Panic’ แต่ตอนที่คริสเกริ่นขึ้นมาว่ามีรีเควสต์เพลง ด้านล่างหลายๆ คนก็ตะโกนไปว่า ‘Shiver’ กันเต็มไปหมด ตอนที่เล่น ‘Don’t Panic’ ทั้งจอนนี่กับวิลก็เป็นคนร้องเพลงนี้ จบแล้วก็ต่อด้วย ‘Till Kingdom Comes’ ที่พี่คริสของเราเล่นกีตาร์โปร่งพร้อมกับเล่นแบบอัดลูปไปด้วย ตอนท้ายพี่แกถือเอฟเฟคลูปขึ้นมาเล่น พร้อมกับมีท่าเต้นกุ๊กกิ๊กเหมือนแกจะฟ้อนด้วยหน่อยๆ มีจีบไม้จีบมือ ช่วงที่พี่คริสถือเอฟเฟคลูปขึ้นมาเล่น ก็หันไปขอยืมโทรศัพท์แฟนมาถ่ายวิดีโอไว้อีกครั้ง แต่ดูท่าทางแฟนเริ่มไม่ค่อยกรี๊ดกร๊าดเหมือนตอนเพลงแรกที่มายืนเล่นตรงสเตจนี้แล้ว หน้าตาเริ่มนิ่งๆ แต่ก็ยังไม่ได้สนใจอะไร ยังคงถ่ายต่อไป จนพี่คริสเล่นจบ ทิ้งเอฟเฟคลูปไว้ แล้วรีบลงเวทีตามเพื่อนๆ ไปเพื่อที่จะไปขึ้นที่สเตจใหญ่ต่อ หลังจากทั้งหมดขึ้นมาอยู่บนสเตจใหญ่แล้ว ‘Something Just  Like This’ เพลงใหม่ที่ทำกับ The Chainsmokers ก็ถูกเล่นเป็นเพลงแรกในช่วงท้ายของโชว์







   ช่วงท้ายเพลงแฟนเริ่มหันหน้ามาบอกว่าไม่ไหวแล้ว จะขอออกไปกินน้ำก่อน โหยยกำลังอินกับโชว์อยู่เลยก็บอกไปว่ารออีกแป๊บนึง ท้ายโชว์แล้ว เธอก็หันกลับไปดูต่อ จนเพลง ‘A Sky Full Of Stars’ ขึ้น แฟนหันหน้าแบบจริงจังว่าไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นคิดในใจว่าอีกนิดเดียวเอง แต่ก็แบบคงไม่ไหวจริงๆ เราสองคนเลยหันหลังให้พี่คริสแล้วรีบเดินฝ่าฝูงชนออกไป จำได้ว่าตอนเดินเข้ามา ทางออกด้านซ้ายมือมีเต๊นท์พยาบาลอยู่ เดินดุ่มๆ ออกมารีบแหวกคนออกมา แฟนก็เกาะไหล่เดินตามมาติดๆ คนก็เยอะออกก็ลำบากกว่าจะเขยิบออกไปได้ ‘A Sky Full Of Stars’ ก็จบไปแล้ว เพลง ‘Up&Up’ ก็ขึ้นต่อทันที พลุเอย สารพัดเอฟเฟคเอย ประดังประเดเข้ามาใส่ไม่ยั้ง ขาก็ต้องรีบก้าวตาก็เหลียวไปมองที่เวที แฟนเนี่ยไม่ได้มอง(ฮา)








    เห็นเต็นท์พยาบาลอยู่ใกล้ๆ แล้ว มือที่เกาะไหล่เริ่มหนักขึ้นๆ เหลียวกลับไปดู แฟนทรุดลงไปเกือบจะกองกับพื้นแล้ว เลยรีบประคองไว้แล้วก็หิ้วปีกกระเตงเดินต่อ คราวนี้ไวเลยคนที่เห็นก็รีบแหวกทางให้ จะอุ้มแฟนก็อุ้มไม่ไหวแล้วทิ้งน้ำหนักมาแบบเต็มๆ แรงจะยืนเองก็ไม่เหลือแล้ว ก็เลยกระเตงๆ แบบทุลักทุเลจนมาถึงเต็นท์พยาบาล คราวนี้ไม่ต้องการให้ Coldplay ประเคนเพลงฮิตให้แล้ว กลายเป็นคุณพยาบาลที่ประเคนทั้งแอมโมเนีย พัดวี แล้วก็น้ำเย็นใส่แฟนไม่ยั้ง นั่งพักยังไม่สะใจเธอใช่มั้ย จัดไป ลงไปนอนเตียงนั่นเลยไล่คนเก่าที่นอนอยู่ก่อนแล้วให้ลุกไป สลับมาให้แฟนนอนแทน  ส่วนตัวเองถูกไล่ออกมานอกเต๊นท์พยาบาล หันไปมองแฟนเห็นลืมตาได้สติขึ้นมาแล้ว เลยบอกว่าเป็นไง “ประสบการณ์ระดับโลก Coldplay A Head Full of  Dreams” ฮากันเลย ช่วงท้ายเพลง ‘Up&Up’ พอดี ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของโชว์นี้ แล้วไฟก็ดับลง ไม่มีการอังกอร์ใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะมีเสียงเรียกชื่อวงอยู่บ้าง แต่สุดท้ายสมาชิกวงทั้งหมดก็ออกมาโค้งคำนับคนดู แล้วก็เดินหายเข้าไปด้านหลังเวที ปล่อยให้ End Credit ขึ้นที่หน้าจอตรงเวที ไฟในสนามก็สว่างขึ้น ถือว่าโชว์ของ Coldplay ในค่ำคืนนี้ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
    หลังคอนเสิร์ตจบ คนจำนวนมหาศาลต่างมาออกันตรงประตูทางออกทั้งสองฝั่งของสนาม ต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะระบายคนออกได้หมด และเชื่อว่าทุกคนกลับบ้านไปพร้อมความประทับใจ กับโชว์ของ Coldplay ในคืนนี้อย่างแน่นอน เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุดๆ ทั้งการแสดง ทั้งโปรดักชั่นต่างๆ ถือได้ว่าเป็นโชว์อันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
    คนในสนามคนเริ่มซาแล้วพร้อมกับอาการหน้ามืดเริ่มดีขึ้น แฟนเลยยื่นโทรศัพท์ให้บอกว่ามาถ่ายรูปตอนนอนอยู่ในเต๊นท์พยาบาลให้หน่อย -,,-“ คนเริ่มออกไปเกือบหมดแล้ว เราสองคนก็เดินออกมาจากสนามเพื่อที่จะกลับที่พัก พร้อมทั้งเรียนรู้ว่า สังขารแบบเรา คราวหลังควรจะเตรียมตัวทั้งเรื่องน้ำดื่ม ยาดม ต้องพร้อมกว่านี้ และที่สำคัญที่สุดควรจะกดจองตั๋วที่เป็นที่นั่งบนอัฒจันทร์ให้ทัน จะได้ไม่ต้องมายืนเป็นลมแบบนี้!!!!!!



ปล. สนามราชมังคลาฯ ควรที่จะมีระบบขนส่งที่ดีกว่านี้ และควรจะมีรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินอยู่ตรงหน้าสนามเลยด้วยซ้ำ กว่าจะออกมาจากสนามได้ยังต้องมาเจอความนรกคือหารถกลับที่พักยากเหี้ยๆ ดูคอนเสิร์ตที่เมืองทองว่าหารถยากแล้วนะ ที่นี่ยากกว่าเยอะ ออกจากคอนเสิร์ตมาห้าทุ่มครึ่ง ข้าวก็ไม่ได้กิน รถก็ไม่มี แท๊กซี่ก็ไม่รับ WTF!!!!!



TEAM CHIANGMAI

     นอกจากประสบการณ์ระดับโลกของคนเขียนที่ได้อ่านกันไปแล้ว ยังมีอีกประสบการณ์ดีๆ ของแฟนเพลงจากเชียงใหม่มาฝากกันด้วย กับเรื่องราวของน้องยุ้ยและเพื่อนๆ ที่ได้ไปดู Coldplay นี่ก็ว่าดีแล้ว แค่พวกเธอยังมีโอกาสได้อัดคลิปเปิดโชว์ให้ Coldplay ด้วยนี่สิ!


คนกลางคือ คุณ Ben Miles ซึ่งทำหน้าที่เป็น Live-Show Video Director ของ Coldplay World Tour ในครั้งนี้
 

วิดีโอตอนที่ฉายบนเวทีก่อนที่จะเริ่มคอนเสิร์ต

    "กลุ่มของยุ้ยไปถึงที่งานตั้งแต่ 11 โมงกว่าๆ ละ คือเวลานี้มีแต่คนต่างชาติที่ซื้อบัตรออนไลน์แล้วต้องมาเอาบัตรแข็งที่มากัน ก็เลยเหมือนจะเป็นคนไทยกลุ่มเดียวก็ว่าได้ที่มาถึงที่งานเช้าแบบนี้ ซึ่งตอนที่เราไปถึงที่งาน คุณ Ben Miles ซึ่งทำหน้าที่เป็น Live-Show Video Director ของ Coldplay World Tour ในครั้งนี้ เขากำลังเดินหาคนไทยไปอัดคลิปเปิดโชว์ของ Coldplay (ทำทุกประเทศที่ไปเปิดคอนเสิร์ต) อยู่พอดี เมื่อคุณ Ben มาเจอพี่ของยุ้ยแล้วเห็นเสื้อที่นางทำเองก็เลยเข้ามาทัก เขาก็ถามว่าเป็นบิ๊กแฟนของ Coldplay หรือเปล่า? สนใจอัดคลิปเปิดโชว์มั้ย? พวกเรานี่รีบตอบตกลงอย่างไว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะให้อัดยังไง 555 จากนั้นเขาก็พาพวกเรามาเจอทีมงาน แล้วก็บอกว่าเดินหาคนไทยมาตั้งแต่ 11 โมงแล้วยังไม่เจอใครเลย จนมาเจอพวกเรานี่แหละที่เป็นคนไทยกลุ่มแรกที่มา
    ตอนแรกเรานึกว่าเขาจะสัมภาษณ์เอาไว้ทำคลิปโพสต์ในเพจวงหรือสื่ออื่น แต่เปล่าเลย เขาบอกว่า "เราจะให้พวกคุณพูดเปิดการแสดง ขึ้นจอใหญ่บนเวทีคอนเสิร์ตเลย" โคตรดีใจ น้องสาวยุ้ยนี่ร้องไห้เลย แล้วคุณ Ben ก็พาพวกเรา 4 คน คือยุ้ย นิค ยิม (น้องสาว) พี่เอื้อง (พี่สาว) เข้าไปที่แบ็คสเตจ เดินผ่านห้องพักรับรองของคนในทีมของทัวร์นี้ พวกเราได้เดินผ่านห้องของ Jess Kent ด้วย ห้องที่คุณ Ben พาพวกเราเข้าไปคือห้อง Coldplay Friends & Family ค่าาาาา สั่นไปหมด คุณ  Ben ใจดีมาก เขาก็ไกด์ว่าให้พูดแนะนำตัว (ยุ้ยเลือกบอกเลยว่าพวกเราทีมเชียงใหม่ ซึ่งคุณ Ben แกชอบมาก) บอกว่าขอต้อนรับทุกคนสู่แบงค็อก แล้วก็ให้พูดประโยคอะไรก็ได้ที่มีชื่อเพลงของ Coldplay (ให้ปลุกใจคนดู) เลยเลือกที่จะพูดว่า และนี่คือ "Adventure Of A Life Time ของประเทศไทย" คุณ  Ben แกก็ชอบอีก แล้วก็ให้พี่เอื้องพูดว่า "และตอนนี้ ขอเชิญพบกับวงดนตรีที่เจ๋งที่สุดในโลก Coldplay !!!!!!""

ไปชมรูปสวยๆ จาก www.coldplaying.com <<<<<<<<<

COLDPLAY A HEAD FULL OF DREAMS TOUR 2017
เปิดประสบการณ์ระดับโลก กับ สังขารระดับล่าง
‘ธ สถิตในดวงใจนิจนิรันดร์’
กับ เทพนิยาย ‘เจ้าหญิงนิทรา และอะลาดิน’
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©