MAY 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE
2017
RUN
TRIATHLON 1st TIME
ก้าวแรก สู่ไตรกีฬา



TRIATHLON 1st TIME
ก้าวแรก สู่ไตรกีฬา

   เรื่อง / ภาพ : อาเหลียง



คุณเชื่อในพลังของตัวเองมั้ย?
คุณเคยบอกตัวเองว่าทำไม่ได้รึเปล่า?
คุณเคยสู้กับตัวเองมั้ย?
แล้วคุณชนะมันบ้างมั้ย?

    ผมเปิดหน้าเฟซบุ๊คของตัวเองขึ้นมา เห็นหน้าตาของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ หลายท่าน ต่างมีความสุขกับความสำเร็จของตัวเองที่ได้รับ หลังจากเอาชนะตัวเองได้ บ้างก็โพสต์รูปตัวเองระหว่างแข่งขัน ไม่ก็รูปชูเหรียญที่ระลึกในการ พลันให้ผมนึกถึงการแข่งขันไตรกีฬารายการนี้ที่บางแสน เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไตรกีฬาครั้งแรกที่ผมได้ลงแข่งขัน จากคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดจะออกกำลังกาย ปล่อยปละละเลย  การดูแลตัวเอง ให้น้ำหนักทะยานทะลุไปเกือบชนเลข 3 หลัก กับการเปลี่ยนแปลง  ตัวเองด้วยการหันมาวิ่งจนมาถึงจุด ๆ นี้ได้
    ผมจำได้ว่าเริ่มลงแข่งวิ่งครั้งแรกในรายการเศรษฐศาสตร์ มินิมาราธอน ของ มช. หลังจากอิ่มเอมกับบรรยากาศการวิ่งที่สนุกครั้งนั้น นอกจากจะเริ่มหัดวิ่งอย่างเป็นทางการแล้ว ผมก็ยังมีเป้าหมายเล็กๆ ลึกๆ ในใจ คือการลงเล่นไตรกีฬาสักครั้ง ด้วยเป้าหมายสุดเฉิ่ม แบบว่า แก่มาจะได้อวดลูกได้ว่า พ่อเคยเล่นไตรกีฬามาแล้วนะเออ...แค่นั้นเองจริงๆ
    แต่มันเหมือนเป็นระเบิดเวลาในใจ
    ผ่านมินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน หรือแม้กระทั่งฟูลมาราธอน ครั้งแล้วครั้งเล่า ระเบิดเวลาลูกนี้ก็ยังเดินนับวันเวลาไปเรื่อยๆ รอวันที่จะระเบิดออกมา และสุดท้ายระเบิดเวลาลูกนี้ ก็เปลี่ยนจากเดินหน้าเป็นถอยหลังทันทีเมื่อผมคลิกเมาส์ลงไปสมัครงาน Thailand Tri-League : Bangsaen Triathlon 2016
    นี่ตรูทำอะไรลงไป...
    เชื่อมั้ยว่าตอนที่สมัคร ผมว่ายน้ำรอบเดียวยังหอบอยู่เลย (เอาง่ายๆ ว่ายน้ำไม่แข็งเลย) แต่นี่เป็นเหมือนแรงกระตุ้นที่ทำให้เราก้าวออกมาจาก Comfort Zone จากคนที่ไม่ชอบน้ำ ต้องหันมาลงน้ำทันที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เราว่ายไปถึง 1.5 กิโลเมตร ที่ไม่เคยไปถึงให้ได้ ระหว่างนี้ก็ยังมีอีเวนต์ต่าง ๆ ให้ไปออกเช่นเคย ไม่ว่าจะไปปั่นที่นครสวรรค์ หรือกระทั่งเป็นคนจัดงาน CMU Marathon ก็ตาม ตรงนี้ยอมรับเลยว่าสูบพลังชีวิตตัวเองไปมาก ถึงผลตอบแทนที่ไม่ได้รับเป็นตัวเงินนั้น มันดีต่อใจซะเหลือเกิน แต่มันก็หมิ่นเหม่มาก เพราะหลังจากจัดงานรอบนี้ ผมเหลือเวลาอีกไม่ถึง 7 วัน สนามไตรแรกของผมก็จะมาถึงแล้ว

วันก่อนการแข่งขัน
    เครื่องลงจากสุวรรณภูมิ รอจักรยานมาส่งที่ห้องขนสัมภาระเกินขนาด เริ่มเอะใจตั้งแต่ของมาช้าผิดปกติแล้ว พอแกะห่อมาตรวจสอบดีๆ ปรากฏว่าหลักอานเป็นรอย!!! โคตรเศร้า เป็นจุดเดียวที่ไม่ได้พันบับเบิลไว้ แต่มีร่องรอยว่าโดนวัตถุจากภายนอกถุงกระทำ สังเกตได้จากถุงด้านนอกมีรอย... ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาโยนกระเป๋าเราโครมๆ ไปเลย แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องรีบไปแล้ว เพราะพี่ที่เขาจะพาไปที่บางแสนเขามารออยู่ เราไปถึงบางแสนกันประมาณบ่ายสามโมง เมื่อไปถึงก็เข้าไปเช็คอินเลย น้องๆ ที่บริการการแจกอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างดี พูดภาษาอังกฤษกันคล่องดี เผลอแป๊ปเดียวก็ได้ Race Kit แล้ว









Race Kit จะประกอบด้วย
1. BIB (เบอร์นักกีฬา) พร้อมชิพรัดข้อเท้า ที่จะต้องใช้ไปตลอดการแข่งขัน (BIB ไม่ต้องเอาลงน้ำนะ มาใส่ตอนก่อนจะขึ้นจักรยาน)
2. Tattoo เลขเบอร์ 2 ชุด เอาไว้ติดไหล่ให้เห็นชัด และริสแบนด์สีแดง เอาไว้ใส่ข้อมือเวลาเข้าออก Transition Zone (ถ้าไม่มีเขาไม่ให้เข้า)
3. สติ๊กเกอร์ เอาไว้แปะรถกับแปะกระเป๋าเรา
4. เสื้อแจกประจำงานพร้อมถุงสะพาย
5. เครื่องดื่มให้พลังงาน
6. หมวกว่ายน้ำ ให้ตามอายุเรา ยกเว้นแต่ว่าถ้าจะขอเป็นมือใหม่ ให้ใส่สีขาว
7. แม็กกาซีนอีก 2 เล่ม

    นับว่าเป็นของแจกที่เยอะมาก ขาดอย่างเดียวที่จำเป็น คือเข็มขัดใส่ BIB ครับ ดีนะที่เขาแจ้งก่อน ผมเลยไปเตรียมมาไว้
    เสร็จแล้วก็ไปเตรียมรถจักรยานเอาไปจอดไว้ที่ Transition Zone มันคือจุดที่เราจะต้องมาทำการเปลี่ยนองค์ทรงเครื่องทั้งหมด ก่อนที่จะเปลี่ยนชนิดกีฬาที่เราจะเล่น เช่นต้องมาเอาจักรยานที่จุดนี้ มาเปลี่ยนรองเท้าวิ่งที่จุดนี้ มากินอาหารที่เตรียมไว้ที่จุดนี้เป็นต้นครับ เป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูงมาก เพราะมียามเฝ้าตลอดเวลา ปลอดภัยหายห่วงจากคนภายนอกครับ
    หลังจากนั้นผมก็แวะเวียนเข้ามาในงาน ซื้อของบ้างอะไรบ้าง ในงานมี Expo หลายอย่าง รวมไปถึงจุดเช็คจักรยานฟรีด้วย อันนี้ชอบมากกก หลังจากเช็คอุปกรณ์แล้วผมก็ไปนั่งฟังบรีฟกฎกติกาทั้งหลาย เนื่องจากเป็นการมางานไตรครั้งแรก เลยทำให้เราต้องทำความเข้าใจกับการแข่งขันชนิดใหม่นี้เสียก่อน
    ทางทีมงานได้บรีฟกฎต่างๆ เยอะมาก ละเอียดดี หนำซ้ำยังมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติด้วย ถือว่าดีมากๆ ครับงานนี้ รายละเอียดต่างๆ ก็อย่างเช่น หมวกว่ายน้ำแต่ละสีคืออะไร มีใครคอยช่วยเหลือบ้าง จักรยานห้ามดูด (Non - Drafting) กันนะ วิ่งคัทออฟเมื่อไหร่ และที่ชอบคือ ทางทีมงานใส่ใจรายละเอียดมาก เช่นบอกว่า ทิศทางลมเป็นอย่างไร ขาไปจะปั่นต้านลมนะ ขากลับจะมีลมส่งนะ ทะเลคลื่นเป็นยังไง วิ่งยังไงไม่ให้ลิงมากวน (เขาสามมุกมีลิงเยอะ ต้องระวังนิดหน่อย) หลังจากบรีฟเสร็จ ก็ออกมาหาอะไรทาน แล้วก็เตรียมตัวพักผ่อนสำหรับศึกวันพรุ่งนี้วันแข่งขัน วันที่ระเบิดลูกนั้นนับถอยหลังเป็น 0









    ความเครียดเข้ามาแทนที่ความรู้สึกตื่นเต้น
    นาฬิกาปลุกตอน 4:30 กว่าจะลุกขึ้นมาได้ก็เกือบตี 5 เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ลงเป้ให้หมด แล้วเอาไปไว้ ณ จุด Transition จากนั้นก็เตรียมตัว ถอดรองเท้าใส่หมวกว่ายน้ำแล้วก็เดินไปที่ทะเล... สารภาพตามตรง ครั้งสุดท้ายที่ลงไปเล่นน้ำทะเลคือเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว มันนานมากจริงๆ กลัวมากถึงมากที่สุด และที่สำคัญ ไม่เคยว่ายออกห่างจากสระเกิน 10 เมตรเลย ครั้งนี้เราจะต้องว่ายออกไปไกลมากๆ แถมไม่มีพื้นสระให้แตะอีกต่างหาก เมื่อความเครียดเริ่มถาโถม เราก็ต้องหาอะไรที่ทำให้ผ่อนคลาย เริ่มจากการไปเดินริมชายหาด เหยียบผืนทราย และสูดหายใจเข้าลึกๆ ดีที่เจอน้องบิ๊ก รุ่นน้องคณะ ที่มาเล่นไตรครั้งแรกเหมือนกัน ก็มาคุยกัน ทำให้หายเครียดไปบ้าง ผมกับบิ๊กลองลงไปว่ายน้ำทะเลดูก่อนนิดนึงตอนฟ้ายังไม่สาง ตามประสาเด็กดอยไม่เคยว่ายน้ำทะเล ปรากฏว่ามันลอยมากครับ ว่ายง่ายมาก ถีบเบาๆ ก็ไป ทีแรกนึกว่าว่ายทวนน้ำจะต้องใช้แรงมาก มันทำให้ผมมีหวังขึ้นมาบ้าง
    สำหรับสนามนี้ จะเป็น Open Water Swimming Course คือเป็นการ ว่ายน้ำแบบสระเปิด พูดง่ายๆ คือ ทะเล แม่น้ำ นี่แหละ มีคลื่น มีแมลง ฯลฯ ต้องสู้กับธรรมชาติเพิ่มเติมด้วย และถูกตีกรอบเส้นทางด้วยทุ่นลอยน้ำ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยค่อนข้างมาก สักพักก็เริ่มมีนักกีฬาใส่หมวกสีเงิน นั่นคือพวก PRO เป็นตัวเต็งประจำงาน กลุ่มนี้จะได้รับสิทธิ์ที่จะออกตัวกันไปก่อน ไม่ต้องรอเวฟปกติครับ ซึ่งพอ 6:30 ปุ๊ป กลุ่มนี้ก็กระโจนลงน้ำไปเลยครับ และแน่นอนว่าไวอย่างปลาเลย ไม่ใช่ปลาธรรมดานะ ปลาฉลามชัด ๆ
    สักพัก กรรมการก็เตรียมตัวปล่อยชุดต่อไป หรือว่า Wave 1 นั่นเอง และ Wave 2 ต่อกันไปเลย ส่วนตัวผมเลือกที่จะไปกับ Wave 3 เนื่องจากไม่มีความเร็ว และกลัวจะโดนปลาตีน (ตีนคนข้างหน้า) ปลาตบ (มือคนข้างๆ) ปลากด (โดนกดลงน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ) ส่วนที่ไม่ยอมสวมหมวกขาวนี่ อีโก้ล้วน ๆ ครับ สักพักพลุก็ยิงออกมาเป็นสัญญาณปล่อยตัวให้แก่นักไตรทุกท่าน หลังจากนั้นคนก็กรูกันลงน้ำ แล้วก็ว่ายๆ ไปแบบตูมๆ เราเห็นก็เริ่มใจสั่น หลังจาก Wave 2 ออกตัวไปสักพักก็ถึงคิวผม พอพิธีกรเริ่มนับถอยหลัง ผมก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ 5 4 3 2 1 Go!
    ระเบิดเวลาทำงานแล้ว... ขาทั้งสองข้างผมเริ่มวิ่งออกไปข้างหน้า ค่อยๆ กระโจนลงน้ำลงไป  น้ำเริ่มลึกลงไปเรื่อย ๆ จากข้อเท้า เข่า เอว และในที่สุด ผมก็ต้องถีบตัวออกไปว่ายน้ำเต็มตัว... ขาผมสะบัด มือและแขนผมพายตัวเองออกไป น้ำสีเขียวขุ่นข้างหน้าทำให้ทัศนวิสัยดูไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่ด้วยความเป็นน้ำทะเลทำให้ผมตัวเบา ทรงตัวได้ง่ายขึ้น คลื่นทะเล ไม่ได้ทำให้ผมลำบากขึ้นเท่าไหร่ แต่ที่น่าลำบากกว่านั้นคือเท้าคนข้างหน้าและมือคนข้างหลัง อย่างว่าปลาตีนและปลาตบ อันนี้น่ากลัวจริงๆ ครับ เวลาข้างหลังหรือข้างๆเขามาแตะโดนเราเนี่ย เราจะเกิดอาการ Panic แล้วเราจะลืมท่าของเราหมดเลยว่าจะต้องว่ายยังไงต่อ เหมือนช็อตน่ะครับ สุดท้ายความเร็วก็จะเสียไป เพราะต้องมาตั้งต้นใหม่ ร้ายที่สุดเลยคือตกใจจนสำลักน้ำเลยครับ
    ผมว่ายทวนน้ำมาด้วยท่าฟรีสไตล์ผสมกบ เพราะว่าต้องแบ่งจังหวะบางจังหวะเพื่อดูว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว โดยเฉพาะช่วงแรกที่ว่ายตรงโต้คลื่นมาเรื่อยๆ จนถึงจุดหักฉากจุดแรก คนก็เริ่มเบาบางลง (เพราะแซงเราไปหมดละมั้ง) คลื่นทะเลมันส่ง ทำให้ไปได้เร็วอีกหน่อย แต่กลับกัน พอกลับมาเป็นแนวตรงยาว 350 เมตร คลื่นต้านเรา ทำให้ช้าไปอีกหน่อย เป็นแบบนี้ไปตลอดทาง ผมวนครบ 750 เมตรแรก (ลูปเส้นดำ) เสร็จแล้วจะเป็นการขึ้นหาดเพื่อไปสแกนชิพเวลา แล้วลงน้ำไปอีกรอบครับ ทีนี้เป็นว่ายโต้คลื่นซะส่วนใหญ่เลย บางช่วงผมก็ฟรีสไตล์เพื่อเร่งเวลาไปเต็มที่ แต่เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ว่ายน้ำ Open Water เลย ทำให้บางทีหลงทิศครับ ช่วงที่อับอายที่สุดคือว่ายตัดฉากชนทุ่นครับ คือว่ายผิดทิศสุดๆ อยู่ดีๆ หักฉาก 90 องศา ชนทุ่นดังโครม ที่อายกว่านั้นคือ มีนาวิกโยธินที่ดูแลความปลอดภัยแกยืนขำอยู่ข้างบนด้วย อายสุดๆ
    ช่วงสุดท้ายที่สปรินท์ฟรีสไตล์เข้าเส้นชัย เผลอกลืนน้ำทะเลลงไปอึกหนึ่ง เค็มฝุดๆ แสบไปถึงกระเพาะเลย... ช่วงสุดท้ายที่เห็นชายหาดอยู่ลิบๆ ผมไม่คิดอะไรแล้วนอกจากคิดถึงจักรยานที่อยู่ใน Transition Zone เท่านั้น ชายหาดเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ และรู้สึกดีใจที่สุดคือตอนขาผมแตะพื้นทรายได้ พร้อมกับพิธีกรประกาศ เอ้า หมวกแดงขึ้นมาแล้ววว!!! เฮสิครับ แต่เฮในใจนะครับ เพราะยังเหลืออีก 2 รายการให้จัดการต่อ เฮอีกอย่างคือ กูยังไม่ใช่ที่โหล่เฟร้ยยยยย!!!
    ระหว่างวิ่งขึ้นจากทะเลก็จะมีน้ำล้างตัวเป็นสเปรย์เบาๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลา  ล้างตัวมากหรอก วิ่งผ่านๆ กันทั้งนั้น พอขึ้นบกก็ต้องรีบไปเอาจักรยานต่อ ระหว่างทางทีมจัดการแข่งขันทำดีมาก โดยที่จะมีพรมยาวตลอดทาง ทำให้วิ่งได้สะดวกมาก จนไปถึงจุดเก็บจักรยานโน่นเลย หลายร้อยเมตร แอบประทับใจเบาๆ ผมวิ่งเข้า Transition Zone ไป พบสิ่งที่น่าตกใจครับ! จักรยานเหลือน้อยมาก นี่แสดงว่า ผมว่ายน้ำช้ามาก ไม่ได้ภาคภูมิใจนะ อับอายครับ (ฮา)ถ้าพ้นน้ำแล้ว เวทีนี้เป็นของเรา...
    ภายในจุด Transition ผมไม่รอช้า ไปถึงจักรยานตัวเอง แกะกระเป๋า เช็ดหน้าเช็ดขานิดหน่อย ใส่ถุงเท้า รองเท้าคลีท ใส่หมวก ใส่แว่น พกสเปรย์ติดหลังไปเผื่อตะคริว กับเยลลี่พลังงาน หยิบไปอมเม็ดหนึ่ง แล้วก็พุ่งตัวออกจากจุด Transition เลย
    พอพ้นซุ้ม ผมก็เริ่มควบจักรยานเสือหมอบคู่ใจทันที เริ่มแรกเราจะออกจากหน้าบางแสนเฮอริเทจ แล้ววนเข้าถนนข้าวหลาม ทางทีมงานจะปิดถนน 60% คือเหลือเลนเดียวให้รถสัญจร ตำรวจทำงานกันดีมาก ไม่ปล่อยให้เรารู้สึกอันตรายกันเลยครับ แถมที่สำคัญ วันนี้อากาศไม่ร้อนด้วยครับ ทำให้ปั่นสบายหน่อย ช่วงขาออกถนนข้าวหลามจนถึงจุดกลับตัว 1 เนี่ย จะมีลมต้านตลอดทาง ผมพยายามเร่งแล้ว แต่ก็ได้ดีที่สุดประมาณ 26 - 29 กม./ชม. พอถึงจุดกลับตัว มีจุดให้น้ำ อันนี้ผมเซอร์ไพรส์มาก เพราะเขาแจกเป็นกระติกเลย กระติกสวยด้วย (สำคัญมาก) ผมไม่ได้ลดความเร็วมากเท่าไหร่ พยายามจะหยิบกระติกแล้ว เมื่อมือสัมผัสกระติกนั้น! Hi Five!!! ตบกระติกกระเด็นครับ!!! เสียดายมากกก กระติกใสด้วย สวยอ่าาา (เสียดายแล้วก็ปั่นต่อไป) กระติกนี่เขาแจกฟรีเลยครับ ใครจะเอากลับไปก็เอาไปได้เลย ซึ่งบอกได้เลยว่าพลาด มีคนเคยบอกว่า ระวังรอบสองกลับมาแล้วของหมดนะ เราก็ทำใจไว้ละว่าคงหมดหวังแน่
    แต่ขากลับรอบแรกครับ มีลมส่ง! ทำให้ผมเร่งความเร็วไปอยู่ที่ 35 - 36 กม./ชม. ได้แบบเหลือเชื่อ ปั่นมันมากกกกก ไหลไปเรื่อยๆ ไล่เก็บพวก Duathlon ไปเยอะเลยครับ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นรุ่น Triathlon มากเท่าไหร่ ไล่เก็บแถมเหลือบมองคนข้างหลังด้วย ง๊อวววว (มีความโปร ก่อนจะโดนเค้าเก็บอีกที) ตอนวนรอบสองเหมือนหนังฉายซ้ำ เร่งเร็วไม่ค่อยขึ้น แถมลมซัดแรงกว่าเดิมอีก สปีดตกไปเหลือ 25 - 28 แต่ก็ยังไปได้เรื่อยๆ พอกลับไปถึงจุดกลับตัวครั้งสุดท้าย ทีนี้รู้แกวละครับ เบรคเลยไหลจักรยานไปช้าๆ ไปรับกระติกน้ำแบบงามๆ รอบนี้ได้สีขาว เก็บไว้ที่หลัง แล้วก็เร่งออกไปเลย ได้กระติกน้ำกลับบ้านแบบเก๋ๆ ขากลับเหมือนจะหมดแรงแล้วครับ ไม่ได้กินเจลอะไรเลย สปีดเหลือ 34 - 35 แต่ก็พยายามทำหน้าที่ตัวเองไปเรื่อยๆ แอบอับอายตอนปั่นชนกรวยจราจร คือมองแต่มองถนนจนลืมดูกรวย ดีนะไม่คว่ำ จะอายกว่าเดิมอีก









    สุดท้ายผมก็สามารถแซงรุ่น Triathlon ได้คนนึงครับ ดีใจวุ้ย อย่างน้อยลำดับก็ขึ้นมาหน่อยละ มาถึงโค้งสุดท้ายมีน้องๆ บริการบอกให้เข้าเลนที่ถูกต้อง พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่แจ้งบอกเป็นระยะๆ จนเราเลี้ยวเข้ามาเห็นคนเริ่มวิ่งเข้าเส้นชัยกัน บอกเลยว่าใจหายแว้บๆ นี่เราเพิ่งจะปั่นเสร็จ แต่มีคนเข้าเส้นละหรอ... มารู้อีกที คือพวกนั้นเป็นพวก Duathlon กับ Team ครับ เขาจะเข้าเส้นชัยอีกเส้นนึง ไม่เกี่ยวกับไตร พวกไตรจะเข้าเส้นชัยตรงกลางครับ (มีซุ้มเส้นชัย 2 ซุ้ม)
    แล้วผมก็ผ่านด่านปั่น 42 กิโลเมตร เวลา 1.22 ชั่วโมง (AV 29.9) กลับไปที่จุดพักจักรยาน คราวนี้จักรยานเพียบเลยครับ 555+ แต่อย่าได้แคร์ สุดท้ายเราต้องไปวิ่งต่อ ตรงจุดนี้เป็นจุดที่ผมถนัดที่สุด (แอ่นแระ) ก็ไปเปลี่ยนองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อย ถอดหมวกออก เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าวิ่งคู่ใจ รู้สึกว่ามีอาการโหยนิดหน่อยเลยหยิบ Energy Bar มารับประทาน (ไม่กล้ากินเจล กลัวปวดท้องเหมือนไปแข่งกรุงเทพมาราธอน) แต่กลัวไม่ทัน เลยวิ่งไปกินไปแม่มเลย ขนมเต็มปาก เป็นการเริ่มพาร์ทวิ่งแบบตลกๆ ครับ วิ่งไป กินไป ตลอดกิโลแรก ด้วย Pace 6.30 คือไม่รีบไง มาถึงจุดให้น้ำแรก กินขนมหมดพอดี ท้องเริ่มหายหิว หายโหย กินน้ำกินท่าให้เรียบร้อย แล้วก็เตรียมตัววิ่ง Negative Split ได้เลย
    ช่วงแรกจะเป็นการวิ่งย้อนกลับมาตรงทางเดินตลาดหาดบางแสน รอบทางนี่มีพ่อค้าแม่ค้าย่างหมูย่างไก่ ย่างปลาหมึกกันตลอดทาง บอกตามตรงตบะจะแตกอยากจะเหมายกตู้ แต่โชคไม่ดีไม่ได้พกเงินมาด้วย ไม่งั้นพ่อค้าแม่ค้ารวยไปแล้ววิ่งจนมาถึงวงเวียนบางแสน แล้วค่อยวกกลับออกมาอีกที วิ่งเส้นเดิมแต่ยาวไปเรื่อยๆ จนถึงเขาสามมุกครับ ระหว่างทางผมเจอนักกีฬาทั้งหลายเริ่มเดินบ้าง พักบ้าง สบโอกาสของเราแล้วล่ะ โดนแซงเยอะตอนว่ายตอนปั่นใช่มั้ย เลยวิ่งกดไปเรื่อยๆ เพซไม่เร็วมาก แต่ค่อยๆ เร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ แซงไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็มีบ้างที่ผมแซงไป แล้วเขาก็วิ่งไล่ตาม ปรากฏว่าเขาหมดแรงครับ หยุดเดินไปเลยก็มี ส่วนผมคิดว่าตอนนี้เป็นเวทีเล็กๆ ของตัวเองละกันครับ ถนัดด้านนี้ อันดับต้องเอาขึ้นมาให้ได้ ทดแทนตอนว่ายน้ำกับปั่นครับ
    ตอนขึ้นเขาสามมุกมันเป็นทางชันขึ้น ทำให้ความเร็วผมตกลง แต่ก็ยังไปได้เรื่อยๆ คงเพซต่ำสุดคือ 6 ไว้ (ไม่กล้ากดลงต่ำกว่านี้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีก กลัวแรงหมด เพราะเป็นไตรแรก) แล้วก็วิ่งต่อไปจนถึงเนินที่สูงที่สุดในสนามแข่งขัน ซึ่งมีน้ำกับฟองน้ำให้ ผมก็เอามาเช็ดตัวซะหน่อย เนื่องจากเริ่มมีแต่เกลือออกแทนเหงื่อแล้ว ที่ตลกคือ คนที่ตามผมมาทุกคนก็หยุดเหมือนกันหมดเลย เหมือนว่าหมดแรงทันที เมื่อพร้อมแล้วก็ลุยต่อครับ!
    หลังจากจุดให้น้ำตรงนี้ครับ เป็นไฮไลท์ของงานเลย เจอเจ้าภาพครับ เยอะแยะเลย! ลิงครับ!!! ลิงเต็มไปหมดเลย เขาสามมุกขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าลิงเยอะ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ตามถนน ตามขอบทาง เป็นร้อยอะ!! ตอนนั้นผมหยิบขนมขึ้นมากินด้วยเหมือนลิงจะเห็น บางตัวก็เลยตามมา เลยต้องรีบเก็บไว้ก่อนเดี๋ยวจะมีดราม่าแย่งขนมกับลิง หลังจากทางนั้นก็เป็นทางลงหมดครับเริ่มเร่งความเร็วได้เรื่อยๆ จนช่วงสองกิโลสุดท้าย ลิง เอ้ย เรา ก็สามารถกดเพซ 5 ต้นๆ ได้ละ ตอนกิโลสุดท้ายนี่คือไฮไลท์เลยครับ คือเป็นทางตรงยาว เห็นเส้นชัยอยู่ลิบๆ ผมนี่กดสุดตัวเลยครับ เพซลงไปอยู่ 4.30 พยายามวิ่งแซงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนเส้นชัยเข้าใกล้มาเรื่อยๆ จุดให้น้ำมีก็ไม่กิน แรงมันยังเหลืออยู่ ก็กดลงไปๆ จนสุดท้าย ซุ้มสีดำมันก็เคลื่อนตัวผ่านตัวเราไป พร้อมกับการสัมผัสผ้าแถบ Finisher ครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับพิธีกรประกาศว่า
    “T178 You’re FINISHER!!!”
    มันรู้สึกเท่มากอะ!
    มีน้องคล้องเหรียญให้พร้อมกับแถมตุ๊กตาลิงตัวน้อยให้อีก 1 ตัว เหรียญใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้มา พร้อมกับสายสีเรกเก้สมกับธีมงาน เขียว-เหลือง-แดง มีความเข้ากันไปซะทุกอย่าง หลังจากเข้าเส้นชัยไปก็มีปาร์ตี้เลี้ยงนักกีฬาด้วย อยากบอกว่าฟินทุกอย่างเลย ตั้งแต่มีสระแช่น้ำเย็น มีมาม่าผัด มีโค้ก มีเกลือแร่ มีข้าวแกง มีข้าวหลามหนองมน มีข้าวต้มมัดใส่ห่อมีมะพร้าวเป็นลูกพร้อมเสิร์ฟ กินมันหมดทุกอย่างครับ!!!! ที่ออกกำลังไปเมื่อเช้านี่ แทบจะทดแทนคืนกันได้หมดเลยจริงๆ
    เป็นการเสพบรรยากาศการจบการแข่งแบบฟินสุดๆ เจอพี่ๆ หลายคนมาแสดงความยินดีที่สามารถจบไตรแรกได้ ทั้งๆ ที่ไม่คิดว่าจะจบได้มาก่อนในชีวิต อย่างน้อยก็สามารถเอาไปอวดลูกๆ หลานๆ ได้แล้วว่า อย่างน้อยฉันก็เคยจบไตรกีฬามานะเห้ยยยย แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ผมรู้สึกขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มีให้ทั้งก่อนแข่งและระหว่างแข่งมาก เพราะรู้ว่ามีทุกคนคอยเชียร์อยู่ เพราะรู้ว่ามีหลายๆ คนเป็นห่วงอยู่ ตอนอยู่ในน้ำ ผมจะตายไม่ได้ ตอนปั่นผมจะท้อไม่ได้ ตอนวิ่ง ผมจะทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ และรู้สึกขอบคุณสำหรับข้อความแสดงความยินดีของทุกๆ หลังการแข่งขันมากๆ
    คนธรรมดา ที่เมื่อสองสามปีก่อนยังนั่งอ้วนเล่นคอมอยู่ทุกวัน ดูทีวีคนเดียว ดูหนังคนเดียว ไม่เคยคิดจะออกกำลังกาย ก่อนที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตนเอง ตอนนี้ ออกมาตามความฝัน และสามารถจบไตรกีฬาได้แล้ว ความภูมิใจของผมจากวันนั้น มันยังคงอิ่มเอมใจอยู่จนถึงวันนี้ผมยังคงเชื่อว่า ร่างกายมนุษย์นั้นมันแสนวิเศษ สามารถทำอะไรก็ได้ และผมก็ยังเชื่อว่าความรู้สึกของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ในเฟซบุ๊ค ที่โพสต์กันในวันนี้คงไม่ต่างกัน มันคงเป็นอารมณ์ของผู้ชนะ แม้อาจจะไม่ใช่ชนะเลิศ แต่พวกเขาชนะใจตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ผมเชื่อว่า ทุกคนมีพลังซ่อนอยู่
    ทุกๆ คน สามารถทำได้ทุกอย่าง
    แต่คุณต้องเอาชนะตัวมันเองให้ได้
    แล้วคุณจะได้รู้ว่า ความสำเร็จมันหอมหวานขนาดไหน
    ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ตัวเองตั้งใจหวังไว้นะครับ :)
    เป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนที่กำลังตั้งใจทำในทุกๆ เรื่องอยู่นะครับ :)

เตรียมตัวไปไตร ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง?


ว่ายน้ำ

ชุดว่ายน้ำ
อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะครับ ว่าจะเอาเป็น Tri suit (Tri Suit คือ ชุดที่เป็นชุดสำหรับเล่นไตรกีฬาโดยเฉพาะ จะแบ่งเป็นส่วนที่เป็น TOP และ Bottom เป็นผ้าค่อนข้างรัด และส่วนล่างจะมีเป้าเจลให้สำหรับปั่นได้เลย สามารถใส่ชุดนี้ ว่าย ปั่น วิ่ง ได้เลย ปัจจุบัน มีหลายยี่ห้อมาก เช่น Orca, Zoot ฯลฯ) หรือเป็นชุดว่ายน้ำธรรมดาก็ได้ แต่ผมจะแนะนำเป็น Tri Suit มากกว่านะครับ เพราะว่าเราจะประหยัดเวลาตอนอยู่ Transition ได้เยอะเลย คือมาถึง เช็ดตัว ใส่รองเท้า ใส่หมวก แล้วไปปั่นได้เลย
แว่นตาว่ายน้ำ
พยายามเคลือบยากันฝ้าขึ้นด้วยนะครับ ถ้าฝ้าขึ้นตอนว่ายแล้วมันจะดูไม่จืดเลย เพราะเราจะไม่รู้ว่า เราจะต้องอยู่ในน้ำนานขนาดไหน
หมวกว่ายน้ำ
ปกติทุกงานจะมีแจกให้นะครับ ที่สำคัญแจกเป็นสีๆ ด้วย เพื่อแบ่งคนที่เก่ง ตามอายุ และคนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือพิเศษครับ เวลาออกรอบจะออกไม่พร้อมกันครับ เพื่อให้ไม่เกิดการจราจรทางน้ำที่แออัด และลดการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ

ปั่นจักรยาน

แน่นอนว่าต้องเป็นจักรยาน - ส่วนใหญ่ หลายๆ งานจะกำหนดไว้ว่าให้ใช้เสือหมอบ เสือภูเขา และ Time Trial หากบางงานอนุญาตให้ใช้มากกว่านี้ เขาจะแจ้งในการบรีฟอีกทีครับ
หมวกจักรยาน
พยายามเลือกทรงแอโร่ว์ แต่ถ้างบไม่ถึง ขอให้เท่ก็พอ รูปจะได้สวย
ถุงมือ
มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ครับ แล้วแต่ถนัด แต่ถ้าปั่นระยะไกล ควรมีไว้ จะช่วยเรื่องมือชาได้นิดหน่อย
รองเท้าคลีท
ส่วนใหญ่นักปั่นก็จะมีไว้เพื่อเร่งสมรรถภาพช่วงปั่นออกมาให้ถึงที่สุด แนะนำว่าถ้ามี ให้เตรียมไว้ให้ดี ให้หยิบง่าย เวลามาทรานซิชันแล้ว จะได้หยิบออกมาได้เลยครับ หรือบางคนก็เอาติดกับบันไดรถไว้เลย
แว่นจักรยาน / แว่นวิ่ง
ถ้ามีจะดีมากครับ เผื่อกันเศษฝุ่นเศษหิน หรืออะไรต่างๆ ที่จะทำให้ตาเราระคายเคืองได้ระหว่างปั่นครับ เนื่องจากเราใช้ความเร็วสูง มีโอกาสที่จะโดนอะไรเข้าตาได้บ่อยๆ
กระเป๋าจักรยาน
 กรณีที่คุณต้องหอบขึ้นเครื่อง กระเป๋าจักรยานสำคัญมากครับ ต้องถอดประกอบให้เรียบร้อย แล้วโหลดขึ้นเครื่องไป แต่ควรเป็นกระเป๋าที่มีความแข็งแรงหน่อยนะครับ เพราะสายการบินเขาไม่ปรานีต่อกระเป๋าจักรยานของคุณแน่นอน
ผ้าขนหนู
เอาไว้เช็ดเนื้อเช็ดตัวหลังจากขึ้นบกมา เวลาปั่นจะได้ไม่เหนอะครับ

วิ่ง
รองเท้าวิ่ง
อันนี้ของแน่นอน เว้นแต่คุณจะวิ่งเท้าเปล่า
หมวกวิ่ง
บางงานแดดร้อนมาก ใส่ไว้ก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร
แว่นวิ่ง
อันเดียวกับแว่นปั่นนั่นแหละครับ อย่าลืมว่าพอถึงช่วงวิ่ง เราจะวิ่ง กลางแดด ไม่เหมือนกับงานวิ่งทั่วไปที่ออกหกโมงเช้าแล้วเสร็จเจ็ดโมง วิ่งไตร บางทีวิ่งกันกลางแดดแปด - เก้าโมงเช้าเลยครับ ใส่แว่นไว้เหอะดีกว่าไม่มีอะไรเลยนา

อาหาร

นี่แหละพีคสุดของการเล่นไตรกีฬา เราต้องเตรียมอาหารเพิ่มพลังงานตลอด 2 - 3 ชั่วโมง ที่เราต้องออกกำลังกายตลอดด้วย ยิ่งการเปลี่ยนชนิดของกีฬา มันส่งผลมากๆ ที่จะทำให้เราไปต่อไหวหรือเปล่าเจลอันนี้ Recommend เลย หายี่ห้อที่กินได้ กินแล้วชอบ เวลาออกกำลังอยู่แล้วจะได้ป้อนเข้าไปให้ไว ๆ
เกลือแร่
เช่นกัน เตรียมของที่เราชอบไว้ แล้วบรรจุพร้อมเสิิร์ฟให้ไว
ขนมขบเคี้ยวอื่นๆ
เตรียมยี่ห้อที่ไม่เป็นอันตรายต่อกระเพาะคุณ เพราะว่าถ้าเข้าห้องน้ำ ระหว่างแข่ง คงไม่ค่อยตลกเท่าไหร่


 


LET´S TALK ABOUT RUNNING
มารู้จักกับงานวิ่งกันเถอะ
FIRST TIME RUN
ก้าวแรกสู่สนามวิ่ง
TRIATHLON 1st TIME
ก้าวแรก สู่ไตรกีฬา
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©