APRIL 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
TRIP
2017 2016 2015
HIP TRIP
HIKING MAKE ME SMARTER & REJUVENATING
จุดหมายคือลังกาหลวง




HIKING MAKE ME SMARTER & REJUVENATING
  จุดหมายคือลังกาหลวง

       เรื่อง / ภาพ : shaky

   

    ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมและ Mr. Dal bhat ได้ร่วมเดินทางด้วยกัน ทริปนี้เรามีคอนเส้ปท์ว่าจะต้องเป็นการเดินป่าปีนเขาที่ใช้เวลาไม่เกิน 3 คืน 4 วัน และต้องเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ภายในประเทศเท่านั้น โดย Mr. Dal bhat รับหน้าที่ค้นหาข้อมูลเส้นทางต่างๆ ที่น่าสนใจจากอินเตอร์เน็ต จนได้มาเจอเส้นทางท้าทายเส้นทางหนึ่งของผู้หลงใหลการผจญภัย ‘ดอยลังกาหลวง’ คือหมุดหมายของเราทั้งสอง
    ก่อนอื่น ผมขอเล่าถึงดอยลังกาหลวงเเห่งนี้สักหน่อย เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน
    ดอยลังกาหลวงเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติขุนแจ ยอดดอยมีความสูง 2,031 เมตร จากระดับน้ำทะเล  เป็นรอยต่อของจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง หลังจากที่เราได้ยกหูโทรศัพท์ไปขอข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เราทราบว่า เราต้องเตรียมอาหาร เครื่องนอน และน้ำขึ้นไปเอง (ระหว่างทางของแต่ละวันจะมีตาน้ำให้เราได้ใช้สอยดื่มกิน แต่ก็ต้องเดินลงเขาไปกลับประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง) ทางอุทยานบังคับให้เราต้องมีคนนำทาง 1 คน เพื่อความปลอดภัยจากการหลงป่า จากการบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ ไม่นานมานี้ยังมีร่องรอยของเสือและหมีให้เห็นอยู่ระหว่างสองข้างทาง

   

    เราสามารถเลือกเส้นทางเดินได้ 2 รูปแบบ
    แบบที่ 1
    เราต้องเอารถไปจอดที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ แล้วนั่งรถกระบะของอุทยานไปลงที่สถานีเรดาร์ ลงเดินเท้าไปผาโง้ม (พักแรมคืนที่ 1) ต่อด้วยลังกาหลวง (พักแรมคืนที่ 2) และลังกาน้อย (พักแรมคืนที่ 3) และเดินลงจากลังกาน้อยไปแม่ตอนหลวงในวันสุดท้าย เส้นทางนี้จะค่อยๆ ไต่ความสูง และจะลงชันๆ ในวันสุดท้าย
    แบบ 2
    เริ่มเดินขึ้นจากบ้านแม่ตอนหลวง โดยการนั่งรถกระบะของอุทยานแห่งชาติขุนแจเช่นกัน เดินเท้าไปลังกาน้อย (พักแรมคืนที่ 1) ต่อด้วยลังกาหลวง (พักแรมคืนที่ 2) และผาโง้ม (พักแรมคืนที่ 3) เส้นทางนี้วันเเรกจะเจอผาชันตั้งตระหง่านท้าทายให้เราได้ทดสอบจิตใจ และจะสลับขึ้นลงในช่วงหลังๆผมและ Mr. Dal bhat เลือกเส้นทางแรก เพราะเราคาดว่าแรงกำลังของเราคงจะหมดในช่วงวันสุดท้ายของเส้นทาง เราแบ่งหน้าที่กันแบกเสบียงคนละประมาณ 3 - 4 กิโลกรัม อาหารนั้นจะเน้นให้พลังงานมากเป็นพิเศษ ทุกมื้อจะมีข้าวสาร ผัก เนื้อสัตว์ ที่ขาดไม่ได้คือเครื่องต้มกาแฟ เมล็ดกาแฟ และเครื่องกรองน้ำขนาดพกพา เพราะเราไม่สามารถแบกน้ำหนักของน้ำสะอาดจำนวนมากขึ้นไปใช้สอยและดื่มกินได้ สามวันแรกผมไม่ได้อาบน้ำ ดีที่ติดทิชชู่เปียก (ของลูกชาย) ไปด้วยจึงช่วยให้ผมนั้นได้หลับสบาย

  

วันที่ 1

    อากาศช่วงเช้าที่จุดเริ่มต้นในวันแรกนั้นเย็นสบาย ไต่ขึ้นลงตาม   เส้นทางป่ารก มีการปีนเขาเบาๆ ให้ทดสอบระบบหายใจ ช่วงกลางวันร้อนจนต้องถอดเสื้อแจ็คเก็ตเดินป่าออก เหลือเพียงเสื้อยืด (แต่ช่วงกลางคืนจนถึงเช้าตรู่นั้นหนาวเย็นจบแทบนอนไม่หลับ) บ่ายสองกว่า เราก็มาถึง   จุดตั้งแคมป์ (ยอดของผาโง้ม) ลูกหาบหรือคนนำทางชาวมูเซอดำของเรารับหน้าที่หาฟืนและน้ำสะอาด ผม กับ Mr. Dal bhat รับหน้าที่ปรุงอาหาร คืนแรกพวกเรานอนแต่หัวค่ำ โดยไม่มีการสังสรรค์ใดๆ

วันที่ 2
    บ่ายของวันที่สองเราไปถึงยอดดอยลังกาหลวงด้วยความอ่อนเพลีย แต่ความเหนื่อยนั้นได้อันตรธานหายไป เมื่อวิวทิวทัศน์ 360 องศาที่อยู่รอบตัวพวกเรานั้นช่างสวยงามไม่แพ้สถานที่ใดในโลกใบนี้ คืนนี้ผมนอนแทบไม่หลับเพราะลมหนาวจับจิตพัดกระแทกเต็นท์และยอดเขา   แห่งนี้อย่างไม่ปรานี คืนนี้บรรยากาศช่างวังเวงอย่างไม่มีเหตุผล หรือจะเป็นเรื่องราวของเศษเครื่องบินตกที่ผมจับและพบเจอระหว่างทางก่อนถึงยอดดอย (จากการบอกเล่าของลูกหาบ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนมีเครื่องบินลาดตระเวณของทหารบินชนยอดดอยแห่งนี้ ทหารทุกนายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งหมด)

   

วันที่ 3
    จุดหมายของเราคือจุดกางเต็นท์ (ที่อยู่ระหว่างทางดอยลังกาหลวง และดอยลังกาน้อย) ข่าวดีจากลูกหาบคือวันนี้เราจะได้อาบน้ำในน้ำตกที่อยู่ด้านล่างของหุบเขา ผมเดินตัวปลิวอย่างมีกำลังใจที่จะได้ชำระร่างกาย ส่วน Mr. Dal bhat ยังคงความตั้งมั่นว่าจะไม่อาบน้ำจนถึงบ้านของเขาเหตุเพราะความเย็นของน้ำอาจทำให้เขาไม่สบายระหว่างการเดินทาง

วันที่ 4

    เช้าของวันที่ 4 เรากินทุกอย่างที่นำติดตัวมาจากบ้าน ก่อนมุ่งสู่ยอดเขาลูกสุดท้ายของทริปนี้ เส้นทางวันนี้แคบและลาดชันลัดเลาะไปตามหน้าผา อีกทั้งยังต้องป่ายปีนซะเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งช่วงลงจากยอดลังกาน้อย ขอบอกเลยว่าโหดสุดๆ ทั้งชัน (เกือบจะ 80 องศา) ทั้งลื่นเพราะหินลอย ถ้าร่างกายและจิตใจไม่พร้อมคงมีหวังไม่ได้กลับบ้าน (ผมจินตนาการว่า ถ้าวางเท้าบนก้อนหิน และจับต้นหญ้าที่ขึ้นข้างผาพลาดสักครั้งเดียว ผมคงต้องลงไปนอนเป็นผีเฝ้ายอดดอยแห่งนี้เป็นแน่)

   

 

    เมื่อผมไต่ลงมาจากหน้าผาของยอดลังกาน้อยได้ ผมปล่อยให้ Mr. Dalbhat และลูกหาบเดินนำหน้าไปไกล ใช้ช่วงเวลานี้มองไปรอบๆ ตัว ยืนสงบนิ่งอยู่นาน เสพวิวทิวทัศน์อันสวยงามและท้าทาย ขอบคุณพระเจ้า ที่นำผมลงมาจากยอดดอยลังกาน้อยได้
    อีก 1 ชั่วโมงกว่าๆ ผมเดินมาถึงที่ราบ รอบตัวเป็นไร่กาแฟของชาวบ้าน บ่งบอกว่าผมใกล้ถึงจุดหมายแล้วสิ ผมแอบเด็ดชิมผลเชอร์รี่สีแดงสุกงอมของต้นกาแฟ รสชาติหวานของมัน และรอยยิ้มของชาวไร่ คือรางวัลอันยิ่งใหญ่ของการเดินทางมาตลอดทั้ง 4 วันของผม
    ที่ร้านกาแฟประจำของหมู่บ้านแม่ตอนหลวง Mr. Dal bhat และคนนำทาง ยืนซดเบียร์เย็นๆ ตะโกนโบกไม้โบกมือรอคอยผมอยู่ เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติขุนแจกับกระบะโตโยต้าคันเก่ามาถึงก่อนหน้านี้ คงถึงเวลาที่จะต้องกลับไปหาสิ่งที่รักและความรับผิดชอบอีกมากมาย...


HIKING MAKE ME SMARTER & REJUVENATING
จุดหมายคือลังกาหลวง
ไปเวียดนาม
ต้องทำใจ ยังไงก็โดนหลอก
CAMBERWELL SUNDAY MARKET
ถ้าตาดี ก็ได้ของดี
จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราไปผจญภัยในประเทศที่เราไม่รู้ว่าจะเจออะไร
IRAN IS HAPPY
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©