APRIL 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
TRIP
2017 2016 2015
HIP TRIP
ไปเวียดนาม
ต้องทำใจ ยังไงก็โดนหลอก



ไปเวียดนาม ต้องทำใจ ยังไงก็โดนหลอก

   เรื่อง / ภาพ : ยินดี เรืองการนา



    ผู้หญิงสองคน อายุต่างกันเป็น 10 ปี จะไปเที่ยวด้วยกัน มีเวลา 4 วันให้เที่ยวได้ก่อนสิ้นปี ไปไหนก็ได้ กินข้าวได้ แปลกตา สีสันชีวิต มีโจทย์มา เราก็ต้องหาที่ไป โฮจิมินท์ ดาลัท มุยเน่ ทุกรสชาติของชีวิตมาครบ ด้วยความที่ทั้งสองคนก็ต่างต้องทำงาน การไปเที่ยวครั้งนี้ วางแผนกันคร่าวๆ เตรียมตัวไปโดนหลอกตลอดการเดินทาง
 










วันแรก : ในโฮจิมินห์
    เราจะไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองโฮจิมินท์ หลังลงจากเครื่องเรารีบหาร้านขายซิมโทรศัพท์ในสนามบิน เปลี่ยนใช้ซิมของเวียดนาม เพื่อความสะดวกในการดูแผนที่ ติดต่อกันได้ เผื่อพลัดหลงกัน นั่งรถเมล์จากหน้าสนามบินเข้าเมือง ไปหาตั๋วรถนอนเพื่อเดินทางไปดาลัทในตอนกลางคืน ถึงดาลัทตอนเช้ามืด จะได้มีเวลาเที่ยวเต็มวัน
    ECO Hostel อยู่ใกล้ๆ ที่ขายตั๋วรถ FUTON เราฝากระเป๋าไว้ที่นี่ทั้งวัน แล้วออกเดินตามหาสถาปัตยกรรมในโฮจิมินห์ โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral) ที่นี่ก็เป็นจุดที่หลายๆ คนมาถ่ายรูป ระหว่างถ่ายรูปอยู่ เราสังเกตว่านกของที่นี่เหมือนจะรู้ตัวว่ามันเป็นจุดช่วยขาย บินผ่านเป็นจังหวะแล้ววนไปเกาะพักบนต้นไม้ด้านซ้ายมือ ถ้ามีคนให้อาหารอยู่ก็จะนานหน่อยกว่าจะบินมา เหมือนมันรู้หน้าที่ว่าจะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้รูปดูมีชีวิตชีวามากกว่ามีแค่โบสถ์เพียงอย่างเดียว ไปรษณีย์กลาง รูปทรงหลังคาโค้งๆ กับกระเบื้องลายสวยแบบเก่า มันดูเข้ากันดี Saigon Opera House ตึกสวยแบบฝรั่งเศสก็น่าแวะเวียนไปถ่ายรูป Nguyen Hue Street ถนนที่ยังเต็มไปด้วยผู้คนออกมาเดินกินลมชมวิว ดูน้ำพุเต้นระบำ เราชอบรูปเด็กเล่นน้ำพุ ทั้งฟินทั้งสนุก ด้านข้างของถนนเส้นนี้ มีร้านน่ารักบนตึกสูง เลือกซักร้านไปนั่งพักขา กินอะไรเย็นๆ ดื่มด่ำบรรยากาศโฮจิมินห์ ดีที่เมืองนี้ยังไม่มีตึกสูงมาเบียดกันมากมาย ยังมีวิวกว้างๆ ให้เราดูพระอาทิตย์ตกท่ามกลางวิวเมือง
    ชีวิตในโฮจิมินท์เป็นความกระตือรือร้นตลอดเวลา จะเดินไปทางไหนก็มีแต่รถ บีบแตรกันดังโวยวาย เหมือนจะมีรถชนกัน จะข้ามถนนแต่ละครั้งก็ต้องมีสติ ขับเต็มที่เหมือนจะไม่เบรกกันเลย จะเดินเท้าในโฮจิมินท์ต้องใจดีสู้เสือ จะข้ามคือข้ามเลย มองข้างหน้าอย่างเดียว เขาจะชนก็ต้องนิ่ง สุดท้ายเขาจะเบรกให้เราเอง











    ก่อนถึงที่พักเราแวะไปเดินหาอะไรกิน Bui Vien Street คล้ายถนนข้าวสารบ้านเรา มาที่นี่ต้องนั่งเก้าอี้เตี้ยๆ จิบเบียร์เวียดนาม เรากลับมาเอากระเป๋าที่ฝากไว้ โฮสเทลบอกให้ไปอาบน้ำชั้นสอง อาบน้ำกันจนจะเสร็จแล้ว จู่ๆ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา เป็นผู้ชายวัยกลางคน เดินผ่านมาทักทายแล้วเดินไปที่เตียงเขา นี่มันห้องโฮสเทลชายล้วน ไม่มีความปลอดภัยอะไรในราคา 3$ ยังไงก็ต้องรีบฝืนทำธุระให้เสร็จเร็วที่สุด แล้วรีบไปขึ้นรถทัวร์ โดนหลอกครั้งแรก ไม่โดนหลอกก็มาไม่ถึงเวียดนามนะจ๊ะเป็นครั้งแรกของการนั่งรถทัวร์นอนของเวียดนาม หวังจะประหยัดค่าที่พักด้วยการนอนไปบนรถแล้วตื่นเช้าเที่ยวต่อเลย ไฟสลัวสีชมพูทั้งคัน ทุกคนต้องถอดรองเท้านอน กลิ่นมาดามหอมชื่นใจลอยมา บวกกับคนขับรถขับซิ่งเหมือนไม่มีเบรก ตบซ้ายตบขวา รู้สึกเหมือนจะตกจากที่สูงอยู่หลายๆ ครั้ง คงไม่มีอะไรช่วยให้เราหลับสนิทได้ซักอย่าง มีเพียงยาแก้เมารถจากไทยที่จะช่วยให้เราผ่านค่ำคืนที่โหดร้ายนี้ไปได้
    เรามาถึงที่ดาลัทตีสี่ เช้าเกินไป ฝนตกปรอยๆ และฟ้าก็มืดสนิท ตัดสินใจกันว่าจะนั่งรอที่สถานีให้ฟ้าสาง ตลอดเวลาจะมีคนจะเข้ามารุมถามเพื่อดึงให้ไปขึ้น TAXI ของตัวเอง เรารู้สึกไม่ปลอดภัย หลับไม่ลง กลัวโดนหลอก กับคอยสังเกตว่าคนส่วนใหญ่เขาไปกันยังไง พอฟ้าสางก็ขึ้นรถบัสบริการไปส่งถึงที่พัก









วันที่สอง : ในดาลัท
    อากาศไม่เป็นใจ ไม่เป็นอย่างที่คิดแผนกันเอาไว้ ฝนตกเปาะแปะ และไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ซื้อชุดกันฝนบางๆ ใส่เดินตากฝน หาร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ 3 ร้านไม่มีใครยอมให้เราเช่า ถ้าร้านสุดท้ายไม่ให้เช่า เราคงต้องเปลี่ยนใจกลับไปซื้อทัวร์กับโรงแรมเพื่อไปเที่ยว เราเอาใบขับขี่ให้ดูว่าเราขับได้ เพราะเราตัวเล็ก พี่อีกคนตัวใหญ่กว่ามาก เจ้าของร้านถามย้ำว่าคนไหนขับ คนไหนซ้อน ชัวร์ใช่ไหมว่าขับได้... ชัวร์สิ กล้ามาเช่านี่คือมั่นใจว่าขับได้แน่นอน จบที่ร้านสุดท้ายยอมให้เช่า พร้อมย้ำว่าดูแลรถด้วย จอดในที่ฝากรถเท่านั้น ถ้ารถหายเราต้องรับผิดชอบ และยึดพาสปอร์ตเราไว้ เช่ารถที่นี่ต้องไปหาปั๊มเติมน้ำมันเอง มีติดถังไว้ให้พอขับไปแค่ปั๊มน้ำมัน เวียดนามขับรถคนละฝั่งกับบ้านเรา ปรับประสาทกันใหม่ คนซ้อนดูแผนที่ในมือถือ เราต้องขับอย่างมีสติมาก เวลาถึงทางแยกหรือวงเวียนนี่คือลุ้นสุดๆ
    ไปตลาดดาลัท (Cho Dalat) ผักผลไม้ที่นี่สีสดราคาไม่แพง แม่ค้าก็ดูบ้านๆ แบกผลไม้มาขาย ถูกใจจะซื้อก็จอดรถซื้อกันขวางถนน เครซี่เฮ้าส์ (Crazy House) ก็เป็นสถานที่น่าสนใจแปลกตา บางส่วนก็สูงจนหวาดเสียว สำหรับคนกลัวความสูงไม่น่าจะชอบเท่าไหร่นัก กำลังเดินเพลินๆ เหลือบมองไปเห็นด้านล่าง ป้ายจุดจอดรถ แต่เราไม่ได้จอดที่นั่น ไม่มีจิตใจจะเที่ยวแล้ว เราเป็นห่วงรถ เพราะที่เราจอดไม่มีป้ายจุดจอด แต่เป็นร้านอาหารข้างๆ แล้ว รปภ. เรียกให้เข้าไปจอด คิดว่าฟรี เรารีบกลับไปที่รถ พนักงานในร้านตะโกน คงจะเรียก รปภ. ว่าหมูว่าเอารถแล้ว โดนหลอกอีกเป็นครั้งที่สอง เจ็บใจขับรถประชดชีวิตไปวัดตั๊กลัม (Truc Lam Pagoda) อยากจะไปนั่งกระเช้า แต่ไปถึงตอนเครื่องพัก เลยไปนั่งกินข้าวรอ ฟ้าฝนเริ่มครึ้มมากขึ้นกว่าเก่า เรากลัวว่าถ้าตกหนักกว่านี้ยิ่งเย็นจะยิ่งลำบาก กลัวกลับที่พักไม่ได้ เลยฝืนขับตากฝนกลับที่พักไปนอนพักเอาแรงก่อนดีกว่า เริ่มรู้สึกไม่สบาย กลัวว่าถ้าเป็นไข้ เราจะยิ่งเป็นภาระเวลาเที่ยวกัน รีบกินยานอนพักซักงีบ ตกเย็นก็ออกมาเดินเล่นแถวทะเลสาบซวนเฮือง ตลาดกลางคืน มีของกินตลอดทาง นั่งเก้าอี้ซักผ้ากินกันริมฟุตบาท เจอพิซซ่าดาลัท ลูกเป็นคนทำร้านพิซซ่า แม่ช่วยขายน้ำเต้าหู้ เราสั่งพิซซ่ามานั่งกิน จ่ายเงินไปเรียบร้อย สั่งน้ำเต้าหู้เพิ่ม จ่ายเงินไปยังไม่ได้เงินทอน กินจนจะเสร็จเราก็ทวงถามว่ายังไม่ได้ทอนเงินค่าน้ำเต้าหู้นะ สองแม่ลูกก็ปัดกันไปมาว่ายังไม่ได้จ่าย เราก็ต้องมานั่งอธิบายว่าจ่ายอะไรไปก่อนหลัง เถียงกันอยู่นาน คราวนี้จะไม่ยอมให้ตีหน้ามึนหลอกกันง่ายๆ อีกแล้ว จนสุดท้ายเขาต้องทอนเงินให้เรา เกือบโดนหลอกเป็นครั้งที่สาม เจอแบบนี้ก็เริ่มจะปกป้องตัวเองได้ขึ้นมานิดหน่อย อย่ายอมคนที่เขาไม่น่ารัก แล้วไปหาของกินตามทางเราต่อไป สบายใจแล้วเดินกลับไปนอน   











วันที่สาม : การเดินทางไปมุยเน่

    เช้านี้อากาศดีไม่มีฝน คงจะได้ชมวิวระหว่างทางไปมุยเน่ ไม่ได้กินยาแก้เมารถ เพราะแพ็คเก็บใส่กระเป๋าไปแล้ว และคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เราสองคนนั่งเบาะท้ายของรถบัส แอร์ก็ไม่เย็น ถนนดินแดงมีหลุมขรุขระตลอดทาง หลายครั้งที่ลงหลุมใหญ่ๆ ตัวโยนเหมือนจะเด้งไหลไปตามทางเดิน ทรมานก็ทรมาน แต่ก็ยังหันไปขำกันในความสมบุกสมบันของตัวเอง ดีที่ลำบากแต่ยังหัวเราะ ยังยิ้มกันได้ ถึงครึ่งทางแวะให้พักเข้าห้องน้ำ ได้พักยืดเส้นยืดสาย แล้วไปนั่งสั่นต่ออีกสองชั่วโมง ใกล้จะถึงมุยเน่ทางเริ่มเรียบนั่งสบาย เราจะดูเวลาว่ากี่โมงแล้ว แต่นาฬิกาขึ้นตัวเลข 22,352 ก้าว สี่ชั่วโมงกับการสั่นสะเทือนตลอดเวลา จนนาฬิกาคิดว่าเราเดินมาราธอนแน่ๆ
    ถึงจุดจอดปล่อยคน Google Map บอกว่าเดินประมาน 5 นาที จะถึงที่พัก เดินไปเรื่อยๆ เกินห้านาทีก็ยังไม่เจอที่พัก ถามคนไปตลอดทาง ในความเป็นจริงเราเดินเกือบครึ่งชั่วโมงและแผนที่ก็ไม่ตรงกับสถานที่จริง โดนหลอกครั้งที่สี่โดย Google Map รีบเช็คอินโรงแรม ซื้อทัวร์เตรียมตัวไปเที่ยวทะเลทราย ที่แรก Fairy Stream ปรากฏการณ์ธรรมชาติจากการกัดเซาะของน้ำกับลม ทรายที่มีทั้งสีชาเย็น สีขาว มีร้านขายขนมเหมือนวุ้นให้นั่งกินในน้ำ ก่อนเดินไปตามทางน้ำดูความแปลกตา ไปต่อที่หมู่บ้านชาวประมง มีคนไทยที่ไปเที่ยวด้วยกันเตือนว่าอย่าซื้อ เพราะกุ้งตายหมดแล้ว ไม่สด ซื้อไปเสียดายเงินเปล่า เราเลยเดินหนีไปดูวิถีชีวิตชาวประมงกัน เรือที่นี่หน้าตาเหมือนกะละมังสีสันสดใส ทรงตัวได้ดีในทะเล ไกด์พาเราขับออกไปนอกเมืองไกลเหมือนกัน ไปดูทะเลทราย White Sand พอถึงจุดไปดูทะเลทรายก็บอกเชิงบังคับว่าเราต้องเช่ารถ ATV ขับไป หรือเสียค่ารถไปส่งตรงทะเลทรายเพิ่ม เพราะมันไกลมาก เดินไปคงกลับมาไม่ทันเวลา โต้แย้งกันอยู่ซักพักว่าไม่ค่อยยุติธรรม เราซื้อทัวร์มาแล้วแต่ต้องมาจ่ายเพิ่มโดยที่คุณไม่บอกล่วงหน้า โดนหลอกครั้งที่ห้าโดยไกด์ บางคนเลือกที่จะไม่ไปเลย เดินเล่นถ่ายรูปจากแถวนั้น แต่เรามากันแล้ว และคิดว่าคงไม่มาบ่อยๆ ก็ต้องยอมจ่ายเพิ่ม ค่าเช่ารถ ATV ขับแพงกว่าค่าทัวร์อีก แต่ก็คุ้ม เพราะจะไปถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ เพียงแค่มันขับยากทรายดูด พอใกล้หมดเวลาจะมีคนขับ ATV มาประกบให้เราขับกลับที่จอดรถ แวะไปทะเลทราย ขากลับพาไปแวะ Sand Dune เรามาถึงที่นี่ก็เย็นมากแล้ว ได้แต่นั่งดูคนอื่นเล่นบอร์ด ดูครอบครัวพาลูกมานั่งเล่นตอนเย็น ใจอยากกลับที่พักมากแล้ว หิวและเพลียด้วย ถึงที่พักรีบอาบน้ำแต่งตัวรอไปกินข้าว บอกทางโรงแรมให้เรียกแท็กซี่ให้ด้วย จะไปร้านอาหารที่โรงแรมแนะนำ พอไปถึงดันไม่ใช่ร้านที่โรงแรมแนะนำ แต่แท็กซี่ก็ตีหน้ามึนว่าใช่ร้านนี้ แต่ป้ายมันไม่ใช่ไง โดนหลอกครั้งที่หกโดยแท็กซี่ ตอนนี้เพลียไม่มีอารมณ์จะทะเลาะกับผู้คนแล้ว กินอะไรก็ได้จะได้จบไป รีบกลับไปนอน เหนื่อยใจกับคนเวียดนาม





วันที่สี่ : การกลับไปโฮจิมินห์
    นัดรถไว้สิบโมง พอถึงเวลาก็เลื่อนไปเรื่อยๆ บอกว่ารถเสียให้รอกำลังจะมา เลื่อนไปจนเกือบเที่ยง ชีวิตที่เวียดนามมีความตื่นเต้นตลอดเวลา ตอนนี้ขอแค่ให้มีรถกลับไปให้ทันขึ้นเครื่องก็พอแล้ว จนเที่ยงครึ่งรถมารับหน้าที่พัก เราไปถึงโฮจิมินห์ด้วยความฉิวเฉียด เกือบจะขึ้นแอร์พอร์ตบัสไปสนามบินไม่ทัน มาเวียดนามถ้าไม่โดนหลอกคือมาไม่ถึง แต่ก็ดีนะ เป็นภูมิต้านทานในชีวิต ทำให้เรารู้จักปรับตัว รอบคอบในการใช้ชีวิตมากขึ้น ขอบคุณพี่นุ่น เพื่อนร่วมทางที่ดีของทริปนี้ ลำบากก็ไม่มีบ่น ความอดทนเป็นเลิศ


HIKING MAKE ME SMARTER & REJUVENATING
จุดหมายคือลังกาหลวง
ไปเวียดนาม
ต้องทำใจ ยังไงก็โดนหลอก
CAMBERWELL SUNDAY MARKET
ถ้าตาดี ก็ได้ของดี
จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราไปผจญภัยในประเทศที่เราไม่รู้ว่าจะเจออะไร
IRAN IS HAPPY
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©