AUGUST 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
ART & ENTERTAINMENT
2017 2016 2015 2014
MUSIC SCOOP
A DAY WITH YELLOW FANG
หนึ่งวันกับเยลโลว์ แฟง



A DAY WITH YELLOW FANG
 

หนึ่งวันกับเยลโลว์ แฟง


  เรื่อง : Micky Blue
  ภาพ : Hohoks



    จริงๆ เราก็แยกไม่ออกหรอกว่ามันมีความแตกต่างกันตรงไหนกับความดังของมอนิเตอร์แต่ละตัว และสุ้มเสียงตอนที่พวกเธอลองเล่นเพลงมันก็ฟังใช้ได้ดีอยู่ แต่พวกเธอก็ยังคงบอกทีมงานซาวด์เอนจิเนียร์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาการซาวด์เช็ค ให้ช่วยปรับเสียงต่างๆ ให้ได้ตรงตามที่พวกเธอต้องการ ยังไม่รวมถึงการที่ เท็ดดี้ (ธีโอดอร์ แกสตัน) โปรดิวเซอร์ของวงที่วิ่งไปมาอยู่รอบๆ เวที เพื่อช่วยเช็คเสียงดนตรีที่ออกมาให้กับพวกเธอด้วยอีกแรงหนึ่ง
    บางทีมันอาจจะเป็นเพราะ ‘ความเอาจริงเอาจัง’ แบบนี้นี่ล่ะ ที่ทำให้วงทริโอหญิงล้วนกลุ่มนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาในวงการดนตรีของบ้านเรา แถมยังก้าวไกลไปสู่การได้ออกไปแสดงฝีมือในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งนับว่าไม่เลวเลยสำหรับวงดนตรีอินดี้ที่มีอัลบั้มแค่ชุดเดียว (แถมตั้งชื่องานชุดแรกว่า The Greatest ด้วยอีกต่างหาก) และไม่ใช่วงดนตรีประเภทที่คุณจะเห็นหน้าพวกเธอตามสื่อได้บ่อยๆ
    แต่ก็นั่นล่ะ ดูเหมือนเรื่องนั้นจะไม่ใช่ปัญหาอะไรของพวกเธอเลย


    เราเริ่มต้นการสนทนาด้วยการขอให้พวกเธอเล่าถึงการไปร่วมงาน RRREC Fest In The Valley 2016 เทศกาลดนตรีที่จัดบนภูเขา Tanakita เมือง Sukabumi จังหวัดชวาตะวันตก (West Java) ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นงานในต่างประเทศงานล่าสุดที่พวกเธอไปมา ซึ่งดูจากความกระตือรือร้นยามที่พูดถึงงานนี้แล้ว พวกเธอท่าทางจะชอบงานนี้เอามากๆ เหมือนอย่างที่เล่าจริงๆ “เราได้รับเชิญจากคนจัดงาน RRREC Fest คือเขาเป็นคนที่ทำอีเวนต์ดนตรีอะไรอย่างนี้มานานแล้ว อยู่ในซีนอินดี้ในอินโดนีเซีย แล้วก็เป็นผู้จัดการวงดนตรีด้วย คือเรารู้จักกับวงดนตรีก่อนตอนที่ไปเล่นที่มาเลเซีย ก็เลยได้รู้จักคนจัดงาน เขาก็เลยชวนว่ามีเฟสติวัลที่เขาจัดที่อินโดนีเซียนะ ธรรมชาติมากๆ อยู่ในป่า เวทีอยู่ในภูเขาเลย สนใจจะไปเล่นไหม แล้วในเฟสติวัลเนี่ยก็จะมีคนในงาน ทั้งศิลปิน ทั้งคนดู ทั้งทีมงาน รวมกันแล้วไม่เกินสี่ร้อยคน ความพิเศษของมันก็คือคนน้อย แล้วในงานเขาเอาทุกอย่างมารวมกันหมด ไม่มีการแบ่งแยกว่านี่ศิลปิน นี่คนดู นี่ทีมงาน คือทุกคนก็นอนเต๊นท์เหมือนกัน อาหารก็มี 3 มื้อ กินรวมกันเหมือนในโรงอาหาร มีโต๊ะยาวๆ ให้นั่ง ทุกคนถือใบตองแล้วมาต่อคิวรับอาหารเหมือนกัน พอมันมีคนเท่านี้ก็เลยได้เจอกันหมด อยู่ๆ ไปก็ได้คุยกันหมด ทั้งนักดนตรีวงอื่น คนดู คนจัด มีอะไรก็มาจอยกัน กลายเป็นเพื่อนกันไปหมดเลย”
    ไม่เพียงแต่จะเป็นคนตอบคำถาม แต่แพรวายังจัดการเปิดรูปและคลิปวิดีโอในโทรศัพท์ให้พวกเราดูไปด้วยว่าบรรยากาศในงาน RRREC Fest นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจากที่เห็นก็ถือว่าบรรยากาศในงานนั้นเป็นกันเองดีจริงๆ ขณะที่แป๋งช่วยเสริมว่า สิ่งหนึ่งที่พวกเธอได้รู้จากการไปงานเฟสติวัลแบบนี้ก็คือ วงดนตรีในกลุ่มประเทศอาเซียนหลายๆ แห่งต่างก็มีคอนเน็คชั่นกันอยู่ “อย่างพวกวงสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย หลายๆ วงเขาจะค่อนข้างแน่นแฟ้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไปไหนก็ชวนๆ กันไป แต่ว่าพวกเราคนไทยจะไม่ค่อยได้ติดต่อกับพวกเขา หรือว่ามีโอกาสได้เจอวงดนตรีของพวกเขากันซักเท่าไหร่”
    ในฐานะที่เป็นวงดนตรีที่ได้ออกไปเล่นในต่างประเทศมาแล้วหลายที่ (“เราเป็นวงเออีซี” พวกเธอว่าอย่างนั้น) พวกเธอบอกว่าวัฒนธรรมมิวสิคเฟสติวัลในเมืองไทยก็เติบโตในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคนฟัง ศิลปิน หรือคนจัดงาน ต่างก็ต้องเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน “คนฟังเองก็ต้องทำการบ้านเหมือนกันว่าจะเปิดใจกับอะไรใหม่ๆ ไหม ถ้าคนจัดเอาอะไรใหม่ๆ มาแล้วคนไม่ชอบ เขาก็ต้องเอาตามใจคนฟังได้อย่างเดียว มันก็ต้องไปด้วยกันหมดนะทั้งคนจัดงานและคนฟัง” เป็นคำตอบของแป๋ง ซึ่งมีอีกบทบาทหนึ่งกับการเป็นคนจัดงานคอนเสิร์ตในนาม Have You Heard? ด้วย “อย่างเวลาเราจัดงาน เราก็รู้ว่าบางวงที่เราเอามาก็ไม่ได้มีคนชอบเยอะหรอก ก็ต้องไปคิดว่าจะทำยังไงให้คนที่ไม่เคยรู้จักเขาสนใจ มันเหมือนเป็นการเปิดโลกให้กับคนฟังเหมือนกันนะ คือเงินก็อยากได้ล่ะ แต่ว่าการให้ความรู้คนก็สำคัญ”
    ฟังดูแล้วมันก็จริงอย่างที่พวกเธอว่าล่ะนะ



    เราบอกพวกเธอว่า ที่ถามเรื่องการไปเล่นตามเฟสติวัลต่างๆ ก็เพราะเห็นว่าพวกเธอไปทัวร์ตามที่ต่างๆ อยู่บ่อยๆ “แต่ว่าเราไม่ค่อยได้มาเชียงใหม่นะ ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สามเอง” แป๋งแย้งขึ้นมา
    ตั้งใจจะมาปีละครั้ง? “คือมันก็แล้วแต่คนจ้างล่ะนะ ไม่เกี่ยวกับเรา แต่จริงๆ ก็คือไม่ค่อยมีคนติดต่อมาหรอก เห็นวงอื่นเขามากันหลายครั้ง แต่ของเราไม่มีค่อยมีคนจ้าง (หัวเราะ) แต่ว่าชอบเชียงใหม่นะ ถ้ามีคนอยากให้มาก็มา”
    เราพูดต่อไปว่า ที่ถามก็เพราะสงสัยว่า การที่ต้องออกไปทัวร์ตามที่ต่างๆ อยู่บ่อยๆ คือเหตุผลที่ทำให้เรายังไม่ได้ฟังงานใหม่ของพวกเธอหรือเปล่า คราวนี้สาวๆ หัวเราะ ก่อนที่แป๋งจะตอบว่า “เราก็ไม่ค่อยได้ทำเพลงจริงๆ นั่นล่ะ มัวแต่ท่องเที่ยว คือติดเที่ยวไม่มีอะไรมาก แต่ในใจก็อยากจะทำเพลง อยากขยันกว่านี้นะ รู้สึกว่าขี้เกียจไปหน่อย”
    แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Yellow Fang ไม่มีอะไรให้เราได้ฟังกันเลยเสียทีเดียว เพราะถ้าติดตามงานของพวกเธออยู่ นอกจากเพลงคัฟเวอร์หรืองานที่สมาชิกแต่ละคนไปทำในนามส่วนตัวแล้ว พวกเธอก็มีเพลงใหม่อย่าง ‘Morning (เมื่อเช้า)’ และ ‘จุดที่ชัดยิ่งโฟกัสก็ยิ่งเบลอ (Got a Sense)’ ที่ทำงานกับรุ่นพี่อย่าง อพาร์ตเมนต์คุณป้า ออกมาให้ได้ฟังกัน “สองเพลงนี้เป็นเพลงที่ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างเพิ่มขึ้น มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น มีซาวด์ใหม่ๆ อย่างเสียงซินธ์เข้ามา ตอนนี้เพลงอิเล็กทรอนิกส์มันก็เยอะ เหมือนว่าบรรยากาศของทั้งวงการมีอิเล็กโทร มีซาวด์สังเคราะห์ เราก็เอามาลองเล่นดูบ้าง ซึ่งก็ยังไม่ได้เก่งมากหรอก ก็ค่อยๆ ลองกันไป แต่ก็สนุกดี ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งว่าถ้าต้องเล่นสดแล้วจะทำยังไงกับดนตรีที่เพิ่มขึ้นมา ก็คิดเหมือนกันว่าอาจจะเพิ่มเครื่องดนตรีอื่นขึ้นมาบนเวที อาจจะเอาซาวด์อะไรมาใส่เพิ่มในเพลงอื่นๆ อีกในอนาคต หรือว่าอาจจะมีคนมาช่วยเล่นดนตรีเพิ่มก็ได้ เราไม่ได้จำกัดว่าต้องมีกันสามคน เพราะเราก็อยากร่วมงานกับใครสักคนที่เขาเข้ามาช่วยทำให้เพลงเราสนุกขึ้น อยากให้คนดูได้ฟังในสิ่งที่น่าสนใจ”
    ซึ่งก็คงเหมือนอย่างที่พิมช่วยเสริมขึ้นมาว่า “เราไม่ได้ยึดติดกับอิมเมจหรอก ไม่งั้นวงก็ไม่โต”



    หลังจากอยู่ในวงการดนตรีนานพอที่จะเปลี่ยนจากวงหน้าใหม่มาเป็นศิลปินรุ่นพี่ของอีกหลายๆ คนได้แล้ว เราถามพวกเธอว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างที่พวกเธอพบเห็น ตลอดเวลาที่ทำงานดนตรีกันมา
    “เมื่อก่อนมันเป็นความฝันนะ อยากมีวง อยากเล่นสด ใครโทรมาชวนไปเล่นที่ไหนก็ไป ไม่สนใจเรื่องเงินเลย” แป๋งเป็นคนตอบคำถาม “เมื่อก่อนมันคือพลังของคนที่ไม่เคยทำ ได้ไปเล่นงาน Fat นี่ก็ดีใจมากๆ แล้ว ตอนนี้ก็อาจจะมีขี้เกียจบ้าง (หัวเราะ) แต่ก็ยังสนุกกับมันอยู่” ส่วนแพรวาบอกว่า “วงเรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะเพื่อนล้วนๆ คือพอเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะรู้จักคนเพิ่มขึ้น แล้วเขาก็จะช่วยบอกต่อ ช่วยแนะนำ ชวนเราไปโน่นไปนี่ ทำให้เรามีคนรู้จักมากขึ้น”
    แล้วถ้าในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างพวกคุณ 3 คนล่ะ?
    “เราก็ไปแฮงค์เอ้าท์ ไปนู้นไปนี่ด้วยกันบ่อยๆ นะ ใครไม่มีเพื่อนดูหนังก็ชวนกันไป” เป็นคำตอบจากพิม ส่วนแป๋งบอกว่า “บางทีผู้หญิงก็ติดชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปแบบผู้หญิงๆ อะไรอย่างงั้นน่ะ ซึ่งของผู้ชายบางทีเขาอาจจะไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้นไง อาจจะแค่รู้จักกันในทางดนตรี แต่อย่างพวกเรา แป๋งกับพิมก็เป็นเพื่อนกันที่มหาวิทยาลัย ส่วนน้องแพรก็เป็นรุ่นน้อง พอมาอยู่วงเดียวกัน ก็กลายเป็นเพื่อนน้องแพรแป๋งก็รู้จัก เพื่อนแป๋งน้องแพรก็รู้จัก แล้วก็มีเท็ดดี้กับแฟนน้องแพรด้วย เราก็จะสนิทกัน กลายเป็นเพื่อนกันไปหมดแล้ว”
    “คุยกันได้ทุกเรื่อง แชร์อุปกรณ์แต่งหน้ากันด้วย ฮ่าๆ” เป็นคำตอบปิดท้ายจากแพรวา



    หลังจากจบการสนทนา ระหว่างที่ช่างภาพเตรียมอุปกรณ์และหาทำเลเพื่อจะนำสาวๆ ไปถ่ายภาพ แพรวาเปิดโทรศัพท์ให้เราดูพร้อมกับบอกว่า มีแฟนเพลงคนที่เข้ากดไลค์รูปของพวกเธอเป็นประจำมาดูคอนเสิร์ตในวันนี้ด้วย “เขามากดไลค์ทุกรูปเลยอ่ะพี่ แล้วแพรเพิ่งเห็นเขาเช็คอินกับโพสต์รูปว่าเขามางานนี้ด้วย” เราเลยบอกเธอไปว่าถ้าอย่างนั้นก็น่าจะไปทักเขาคนนั้นซะหน่อย
    ภาพที่เราเห็นหลังจากนั้นก็คือ แพรวาเดินตรงไปทักทายแฟนเพลงคนดังกล่าว ซึ่งดูจากอาการเขินอายของชายหนุ่มคนนั้นแล้ว เจ้าตัวคงไม่คิดไม่ฝันว่าจะถูกทักทายจากสมาชิกของวงดนตรีที่ตัวเองชื่นชอบ
    และนั่นทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมหลายคนถึงชอบพวกเธอกันมากมายนัก


THE OCTOPUSS*
เมื่อหนัง, ฟังค์ และคนฮาๆ มารวมกัน
THE BEAUTY DOZEN
12 สาวที่เราหลงรัก
A DAY WITH YELLOW FANG
หนึ่งวันกับเยลโลว์ แฟง
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©