SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & TRAVEL
2017 2016 2015
TIP & REVIEW
Bike Safe รู้กฎ รู้ทาง
Bike Safe ปั่นอย่างปลอดภัย
Bike Safe รู้กฎ รู้ทาง
เรื่อง : ระพินทรนาถ ภาพ : ศมนภรณ์


ที่มาที่ไปของเรื่องราวใน Bike Safe เล่มนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุที่ว่า เชียงใหม่เพิ่งจะมีงานแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางจักรยานกันไปเมื่อไม่นานมานี้ แล้วในข้อมูลที่ได้มามีส่วนหนึ่งบอกเอาไว้ว่า “การใช้พาหนะประเภทต่างๆ รวมถึงจักรยานบนเส้นทางร่วมนั้น ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522”

แล้วในพระราชบัญญัติจราจรทางบกเนี่ย มีตรงไหนที่เกี่ยวกับจักรยานกันบ้างล่ะ?

ด้วยเหตุนี้จึงต้องไปค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และไหนๆ ก็หามาแล้วทั้งที ขออนุญาตเอามาแบ่งปันในคอลัมน์นี้ด้วยเสียเลยก็แล้วกัน





กฎหมายเขาว่ายังไงบ้าง?


ในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เขียนเอาไว้ว่า ‘รถจักรยาน’ หมายความว่า รถที่เดินด้วยกำลังของผู้ขับขี่ที่มิใช่เป็นการลากเข็น (มาตรา 4 (18)) ดังนั้นอะไรที่ไม่ตรงตามนี้ก็ไม่นับว่าเป็นรถจักรยานทั้งนั้น ส่วนจะเอาไปขี่ที่ไหนได้บ้าง? หลายคนอาจจะบอกว่า ก็ต้องบนถนนสิ จะถามทำไมเนี่ย? แต่เดี๋ยวก่อน! กฎหมายเขาก็มีรายละเอียดของเขาอยู่ โดยในมาตราที่ 79 บอกว่า ทางใดที่ได้จัดไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้น ขณะที่มาตรา 82 บอกว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องขับขี่รถจักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น ซึ่งนั้นก็หมายความว่า ถ้าเป็นถนนปกติที่ไม่มีเลนจักรยาน ก็ต้องปั่นชิดซ้ายเหมือนที่รู้กันมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง แต่ถ้ามีเลนจักรยาน ก็จงเข้าปั่นในเลนจักรยานซะ อย่าได้ออกมาป้วนเปี้ยนนอกเลนตัวเองเชียว และถ้าบนถนนมีเลนรถเมล์ (อันนี้ที่เชียงใหม่คงไม่มีปัญหา เพราะมีรถเมล์ก็เหมือนไม่มี ฮ่าๆ) เราก็ต้องปั่นให้ชิดเลนรถเมล์เข้าไว้


แล้วยังไงต่อ?


จักรยานที่จะเอาใช้งานบนท้องถนนได้นั้น กฎหมายระบุไว้ในมาตรา 80 ว่า ผู้ขับขี่จักรยานต้องจัดให้มี

1. กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณได้ยินได้ในระยะไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร
2. เครื่องห้ามที่ใช้การได้ดีเมื่อใช้ สามารถทำให้รถจักรยานหยุดได้ในทันที
3. โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงขาวไม่น้อยกว่าหนึ่งดวงที่ให้แสงไฟส่องตรงไปข้างหน้าเห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าสิบห้าเมตร และอยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา
4. โคมไฟติดท้ายรถจักรยานแสงแดงไม่น้อยกว่าหนึ่งดวงที่ให้แสงสว่างตรงไปข้างหลังหรือติดวัตถุสะท้อนแสงสีแดงแทน ซึ่งเมื่อถูกส่องให้มีแสงสะท้อน

ดังนั้นก็หมายความว่า ถ้าเอาจักรยานไปปั่นโดยที่ไม่มีกระดิ่ง, เบรก, ไฟหน้า และไฟท้าย ถือว่าผิดกฎหมายนะจ๊ะ

อ้อ! ยังมีมาตรา 81 ที่บอกว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานอยู่ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ต้องจุดโคมไฟแสงขาวหน้ารถเพื่อให้ผู้ขับขี่ หรือคนเดินเท้า ซึ่งขับรถหรือเดินสวนสามารถมองเห็นรถด้วย


มีอย่างอื่นอีกไหม?


เกือบแล้วๆ ข้อสุดท้ายเกี่ยวกับจักรยานที่ต้องรู้ก็คือ มาตรา 83เขาบอกว่าเวลาขี่จักรยานในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยานทำสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้

1. ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
2. ขับโดยไม่จับคันบังคับรถ
3. ขับขนานกันเกินสองคัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน
4. ขับโดยนั่งบนที่อื่นมิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ
5. ขับโดยบรรทุกผู้อื่น เว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคน ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด
6. บรรทุก หรือถือสิ่งของใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวาง การจับคันบังคับรถ หรืออันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
7. เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่


แถมปิดท้าย


- มีประกาศเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดเชียงใหม่ 2 ฉบับที่นักปั่น (รวมทั้งผู้ใช้ยานพาหนะอื่นๆ) ควรรู้เอาไว้ ได้แก่ ประกาศเรื่อง กำหนดความเร็วของรถในเขตเทศบาลเป็นเขต Slow City ซึ่งกำหนดให้รถทุกประเภทใช้ความเร็วในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนมณีนพรัตน์ ถนนชัยภูมิ ถนนคชสาร ถนนราชเชียงแสน ถนนช่างหล่อ ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ถนนศรีภูมิ ถนนอารักษ์ ถนนบำรุงบุรี และถนนมูลเมือง หรือให้เข้าใจง่ายก็คือถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ทั้งฝั่งด้านในและด้านนอกนั่นเอง

- ส่วนประกาศอีกเรื่องคือ กำหนดช่องหรือทางเดินรถจักรยานบนถนนบางสายในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้กำหนดพื้นที่บางแห่งให้เป็นเส้นทางร่วมระหว่างจักรยานและพาหนะชนิดอื่น โดยล่าสุดเทศบาลนครเชียงใหม่แจ้งว่าได้ดำเนินการตีเส้นผิวจราจรแล้วบนถนนบางสาย อาทิเช่น ถนนราชวิถี ถนนพระปกเกล้า ถนนราชดำเนิน เป็นต้น ดังนั้นถ้าออกไปปั่นในเมืองแล้วเจอเลนจักรยานที่เขามีการตีเส้นผิวจราจรเอาไว้แล้ว ก็ให้ขี่ไปตามเส้นทางนั้นๆ กันนะ

- ถึงตรงนี้คงมีคนสงสัยว่า เลนจักรยานมักจะมีคนเอารถมาจอดทับประจำเลย แล้วมันจะไปปั่นจริงๆ ได้ยังไง? ตรงนี้เทศบาลนครเชียงใหม่เขาบอกว่าจะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้คนนำยานพาหนะทุกประเภทมาจอดทับเส้นทางจักรยาน (มันผิดกฎหมายนะขอบอก) และในอนาคตจะมีการประสานกับกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหาแนวทางในการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะนำภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดหรือ CCTV ของศูนย์วิศวกรรมจราจร เทศบาลนครเชียงใหม่ มาเป็นหลักฐานประกอบบทลงโทษ

ถ้าทุกอย่างที่ว่ามานี้ทำได้จริงๆ และมีประสิทธิภาพ เชื่อว่านักปั่นทั้งหลายจะปลื้มกันมากเลยเชียวล่ะ


ข้อมูลจาก
- พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
- รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการใช้จักรยานในประเทศไทย โดย ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
- ประกาศเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง กำหนดความเร็วของรถในเขตเทศบาลเป็นเขต Slow City และประกาศเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง กำหนดช่องหรือทางเดินรถจักรยานบนถนนบางสายในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่
คอ(ร์)แข็ง?
Bike Safe ปั่นอย่างปลอดภัย
Bike Safe รู้กฎ รู้ทาง
Bike Safe ปั่นอย่างปลอดภัย
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©