JUNE 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP STYLE
2017 2016 2015
HIP STYLE
PHOTOGRAPHY IS ART AND IS USEFUL
‘ศิลปะ’ กับ ‘ประโยชน์’ ในภาพถ่าย



  KING BHUMIBOL ADULYADEJ

  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี
  จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

    ‘ในหลวงในดวงใจ’

   เรื่อง : ระพินทรนาถ / ศมนภรณ์


  PHOTOGRAPHY IS ART AND IS USEFUL
 ‘ศิลปะ’ กับ ‘ประโยชน์’ ในภาพถ่าย


“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าถ่ายภาพเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคมให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์



    จำได้รางๆ ว่าฉันอ่านพระราชดำรัสเรื่องการถ่ายภาพประโยคข้างบนนี้ครั้งแรกในอินเตอร์เน็ต ขณะที่กำลังค้นหาดูรูปถ่ายของช่างภาพต่างประเทศดังๆ กดไปกดมาก็ลิงค์เข้ามาดูภาพงานนิทรรศการภาพถ่ายงานหนึ่งที่กำลังจัดขึ้นในกรุงเทพฯ จำไม่ผิดตอนนั้นน่าจะเป็นช่วง ม.6 ที่เริ่มรู้จักกล้อง DSLR ใหม่ๆ ก็เลยไฟแรงค้นหารูปดูเป็นตัวอย่าง ก็ไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่าถ่ายภาพเพื่อความสวยงามและเก็บไว้เป็นความทรงจำ แต่ไม่ได้เข้าใจความหมายของคำว่าทำประโยชน์เท่าไหร่นัก
    พอได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย จนได้เข้าชมรมถ่ายภาพของคณะ ก็เริ่มได้ทำประโยชน์มากขึ้น ด้วยการช่วยงานแบบจิตอาสาบ้าง สอนทฤษฎีเรื่องการใช้กล้องให้น้องๆ บ้าง ด้วยใจอยากจะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นไม่มากก็น้อย สิ่งเหล่านี้ฉันรู้สึกว่าถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันมักจะเห็นภาพเคลื่อนไหวของพระองค์ในข่าวพระราชสำนักหรือรายการพิเศษของรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และภาพนิ่งบนปฏิทินธนาคารที่แขวนอยู่บนผนังบ้าน ทุกอิริยาบถของพระองค์ที่จำได้ดี คือทรงมีกล้องติดตัวอยู่เสมอไป เมื่อทรงออกไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจให้ถิ่นทุรกันดาร หรือทรงเสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎร ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงทรงมีพระชนมพรรษามาก ก็ยังทรงพกกล้องถ่ายภาพติดตัวไว้ถ่ายพสกนิกรของพระองค์อยู่เสมอ





    วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 เป็นวันที่สำคัญที่สุดของคนไทยและตัวฉันเอง ฉันเศร้าเมื่อได้เห็นพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ แต่ฉันก็คิดว่าทุกคนต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ตามที่พระองค์เคยได้    ปลูกฝังไว้ด้วยพระจริยวัตรของพระองค์ และฉันอยากจะส่งต่อความรู้ในเรื่องพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ด้านการถ่ายภาพให้แก่ผู้อื่น เพื่อสร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นประโยชน์ต่อไป
    ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มถ่ายภาพ ย่อมจะต้องมีผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจหรือต้นแบบต่อการถ่ายภาพแทบทั้งสิ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากการที่พระองค์ทรงคุ้นเคยกับบรรยากาศการถ่ายภาพอยู่ก่อนแล้ว ดังเห็นได้จากการที่ทรงร่วมฉายภาพหมู่ของครอบครัวมหิดล ขณะที่ยังประทับอยู่ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากหลักฐาน ในหนังสือ ‘เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์’ พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา มีข้อความระบุว่า “สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงพาพระองค์เจ้าอานันทมหิดล และพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีพระชันษาเพียง 2 พรรษา เสด็จไปฉายพระรูปที่ร้าน เดอ ยอง (De Jongh)”
    นอกจากนั้นสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงปฏิบัติตนเป็นแม่แบบในการถ่ายรูปอย่างดียิ่ง ดังจะเห็นได้จากความสนพระราชหฤทัยของพระองค์เอง เรื่องการถ่ายภาพ ซึ่งปรากฏหลักฐานในหนังสือ ‘แม่เล่าให้ฟัง’ ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ระบุว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระบรมราชชนนี เดินทางถึงเมืองเบอร์คเลย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อได้รับเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัว 4 เหรียญต่อเดือน ก็รีบไปซื้อกล้องถ่ายรูปแบบกล้องบ๊อกซ์ (Box) ทันที ภายหลังเมื่อกล้องแรกหายไปเนื่องจากการขนย้ายสัมภาระจากเบอร์คเลยไปยังบอสตัน สมเด็จพระราชบิดาได้ประทานกล้องใหม่กล้องหนึ่งแก่สมเด็จพระบรมราชชนนี
    สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงสนพระทัยเรื่องการบันทึกภาพพระองค์เจ้าทั้งสองพระองค์ โดยบันทึกวันและสถานที่ถ่าย และอนุรักษ์ภาพไว้อย่างดีและมีระเบียบยิ่ง พระจริยวัตรด้านกาถ่ายภาพและอนุรักษ์ภาพ ตลอดจนการบันทึกภาพยนตร์ของสมเด็จพระบรมราชชนีจึงเป็นต้นแบบที่ดีอย่างยิ่งในการถ่ายภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดถ่ายภาพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา ดังที่เราได้เห็นรูปถ่ายกันในปัจจุบัน





    จากการค้นคว้าเพิ่มเติมในหนังสือ ‘วิวัฒนาการการถ่ายภาพในประเทศไทย พ.ศ.2388-2535’ โดย ศักดา ศิริพันธุ์ จะเห็นได้ว่า พระองค์ทรงมีความวิริยะอุตสาหะในการศึกษาหาความรู้เรื่องการถ่ายภาพด้วยตนเอง ถามจากผู้รู้บ้าง ทรงถ่ายภาพในยุคที่อุปกรณ์ทางการถ่ายภาพยังไม่เจริญก้าวหน้าอย่างปัจจุบัน กล้องที่ทรงใช้ในระยะเริ่มแรกไม่มีแม้เครื่องวัดแสงในตัว เวลาที่จะทรงถ่ายภาพแต่ละครั้ง จำเป็นต้องปรับตั้งหน้ากล้อง ความไวชัตเตอร์ เพื่อเปิดรับแสงให้พอดีกับฟิล์มที่ทรงใช้ นับว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่พระองค์ก็ได้ทรงศึกษาเองกับกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ ทั้งแบบที่ใช้ฟิล์มขนาด 135 จนถึงขนาด 120 ทรงใช้พระราชวิจารณญานอย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเชี่ยวชาญแม้กระทั่งการล้างฟิล์ม การอัดขยายภาพทั้งขาวดำและภาพสี โดยทรงจัดทำห้องมืดในบริเวณชั้นล่างของตึกที่ทำการสถานีวิทยุ อ.ส. สำหรับล้างฟิล์มสีและขยายภาพสีโดยใช้เครื่องล้างและขยายภาพสีอัตโนมัติ แบบที่มีใช้ในแล็บสีมาตรฐานทั่วไป พระองค์ทรงทราบถึงทฤษฎีสีอย่างดี และทรงศึกษาจนสามารถอัด ขยาย ภาพสีและแก้ภาพสีด้วยพระองค์เอง เมื่อทรงว่างจากพระราชกรณียกิจ
    ทรงเคยมีพระราชปรารภกับบรรดานักถ่ายภาพถึงลักษณะของภาพว่า นักข่าวและนักถ่ายภาพจะมองมุมภาพจากประชาชนกับในหลวง แต่ภาพที่ในหลวงทรงทอดพระเนตรบรรดาพสกนิกรหรือสิ่งต่างๆ นั้น เขามองไม่เห็น หรือเห็นก็บันทึกภาพไม่ได้ เป็นการมองสวนทางกัน เพราะเหตุนี้ในหลวงจึงต้องทรงกล้องถ่ายภาพ เพื่อจะได้บันทึกให้ตรงพระราชประสงค์ได้อย่างทันท่วงทีด้วยพระองค์เอง





    ยังกล่าวต่ออีกว่า ทั้งๆ ที่พระองค์มีช่างภาพส่วนพระองค์และช่างภาพสื่อมวลชนตามเสด็จเป็นประจำอยู่แล้ว เหตุใดพระองค์จึงต้องทรงถ่ายภาพด้วยพระองค์เอง ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีเหตุผลว่า การที่พระองค์ทำเช่นนี้ ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นนักถ่ายภาพที่มีฝีพระหัตถ์ล้ำเลิศ เวลาเสด็จประพาสต้น พระองค์จะทรงถ่ายภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์ด้วยพระองค์เอง เพราะช่างภาพสื่อมวลชนจะถ่ายภาพโดยเน้นพระองค์เป็นสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดุจเดียวกัน พระองค์ทรงถ่ายภาพทิวทัศน์หรือสิ่งทีทรงพบเห็นในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในที่ต่างๆ มีทั้งภาพสถานที่ราษฎรมาเข้าเฝ้า และภาพธรรมชาติที่งดงาม
     ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่ได้เสด็จขึ้นเสวยสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างสม่ำเสมอเพื่อประโยชน์สุขของประชาราษฎร์ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งในเมืองและชนบท ทั้งในป่าลึกและยอดเขา ไม่ว่าจะเป็นที่ทุรกันดารเพียงใด หากที่นั่นมีพสกนิกรอยู่แล้ว จะเสด็จพระราชดำเนินถึงทุกแห่ง อุปกรณ์ที่ทรงมีติดพระองค์เป็นประจำก็คือกล้องถ่ายภาพและแผนที่  เพื่อทรงถ่ายภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และทรงทราบถึงความเป็นอยู่เหล่านั้นโดยถ่องแท้ โดยจะเห็นได้จากภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในหนังสือ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พัฒนาประเทศ โดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ก็เป็นสิ่งที่มีส่วนสำคัญในงานด้านการพัฒนา ยกตัวอย่างเช่น ภูมิประเทศในบริเวณ
ที่น่าสนใจ พื้นที่เหมาะสมที่จะสร้างเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ บริเวณหมู่บ้าน เส้นทางคมนาคม ทั้งที่ถ่ายจากพื้นราบและถ่ายขณะประทับอยู่ในเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ ภาพเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประกอบพระราชดำริในการพัฒนาได้ เมื่อสร้างโครงการเสร็จแล้ว บางทีก็ทรงถ่ายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกับผลงานของเขาเอาไว้ด้วย




    “ฉันสนใจชลประทานมาตั้งแต่เด็ก”
พระราชดำรัสที่พระองค์ทรงกล่าวถึงงานด้านชลประทานในพระราชดำริ ซึ่งมีอยู่จำนวนมากนับไม่ถ้วนทั่วประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2526 เกิดน้ำท่วมใหญ่ ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายไปทั่วทุกแห่ง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและบริเวณจังหวัดใกล้เคียงซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ความทุกข์ยากของประชาชนในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักในพระราชหฤทัย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรบริเวณน้ำท่วมหนักเป็นการส่วนพระองค์ ทรงถ่ายภาพด้วยกล้องประจำพระหัตถ์ไว้ทุกแง่ทุกมุม เมื่อรวบรวมภาพที่ทรงบันทึกไว้แล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำท่วม เข้าเฝ้าถวายรายงานข้อมูลต่างๆ พร้อมทั้งทรงศึกษาถึงสภาพสิ่งแวดล้อม และพระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อแก้ไขน้ำท่วมให้กับหน่วยงานราชการรับสนองและดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของพสกนิกร
    ไม่เพียงแต่ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จะให้ความสวยงามน่าประทับใจแก่ผู้พบเห็นเท่านั้น แต่ภาพถ่ายเหล่านี้ยังนำไปสู่การหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นการนำ ‘ศิลปะ’ มาใช้ในการสร้างสรรค์ ‘ประโยชน์’ ให้กับผู้อื่นได้อย่างน่าชื่นชม





Did You Know

ภาพ “เงาพิศวง” ภาพนี้ ทรงโปรดเกล้าให้นำมาใช้ทำเป็นปกของหนังสือ ‘ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว HIS MAJESTY’S PHOTOGRAPHIC PORTFOLIO’ ตีพิมพ์เนื่องในวโรกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก


สามัคคี 4 พระหัตถ์
ทูลกระหม่อม 4 พระองค์ทรงวางพระหัตถ์ขวาเรียงเทียบกันขนาดกันไว้ ทรงฉายภาพพระหัตถ์ใหญ่พระหัตถ์เล็กที่ทรงวางเรียงลำดับกันไว้ เสมือนเป็นการทรงสมานสามาคคีระหว่าง ‘พี่ๆ น้องๆ’ พระหัตถ์ไหนเป็นของทูลกระหม่อมพระองค์ใด ขอให้ตั้งใจพิจารณา ลองทายกันดูแล้วจะทรงทราบเอง


เงาพิศวง
    คราวที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่ทรงพระดำเนินขึ้นจากบ่อสรงน้ำ เวลานั้นอากาศแจ่มแจ้ง แสงแดดกำลังส่องจ้า ทอดพระเนตรเห็นเงาของพระองค์เองกับเงาของต้นไม้ทอดลงไปในผิวน้ำ พริ้วน้ำกำลังเต้นระริกด้วยแรงลม ทำให้เกิดลวดลายผสมผสานกันอย่างน่าประหลาด เพราะในแสงสว่างยังมีแสงซ้อนกันเป็นริ้วๆ ในเงาก็ยังมีเงาเป็นลวดลายสีหนักเบาสลับกัน
    ด้วยความสนพระราชหฤทัย จึงทรงถ่ายภาพไว้ทันที แต่ตรงที่ทรงยืนอยู่นั้นทรงถ่ายภาพไม่ถนัดนัก ถึงกระนั้นด้วยราชอุตสาหะอย่างแรงกล้า จึงทรงใช้พระหัตถ์ซ้ายจับต้นปาล์มไว้ ส่วนพระหัตถ์ขวาทรงจับกล้องถ่ายภาพและทรงลั่นชัตเตอร์ได้อย่างแน่นพระทัย... ‘ศิลป์เงาสวย’ อันล้ำค่าจึงได้ปรากฏขึ้น


แมวผู้ใหญ่ลี
    แมวที่ทรงเลี้ยงไว้เมื่อประทับอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในตึกก็เป็นสุข แถมใส่แว่นดำเล่นให้ขำ ใครลองใส่ดูพอถอดแว่นดำแล้วบางทีจะได้เห็นฟ้าแจ้งจางปางอย่างผู้ใหญ่ลีบ้าง


จ้อง
    คราวเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักไกลกังวลหัวหิน บ่ายวันหนึ่งทรงขับรถพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่อันแท้จริงของพสกนิกรทั้งหลายในละแวกนั้น ระหว่างที่เสด็จฯ ผ่านไปตามถนนในชนบทชายป่าทอดพระเนตรเห็นเด็กชาวบ้านสองคน เด็กทั้งคู่ไม่ได้สวมเสื้อ คนหนึ่งยืนเท้าสะเอวจ้องมา คนหนึ่งกำลังกินขนมยืนจ้องนิ้วจุกปากด้วยความสงสัย


ยิ้มรับเสด็จ
    เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวไทยอิสลาม ณ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ระหว่างเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินกลับ ผ่านชาวบ้านผู้หนึ่งในระยะใกล้ๆ เขาแสดงความดีใจที่ได้เฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด จึงกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างเต็มที่ อาการยิ้มแย้มแจ่มใสนี้เป็นที่ต้องพระราชหฤทัยยิ่งนัก

RECOMMENDED

หนังสือ ‘ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พัฒนาประเทศHIS MAJESTY THE KING’S PHOTOGRAPHSIN THE DEVELOPMENT OF THE COUNTRY”
โดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

HIS MAJESTY’S CAMERA
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงทดลองใช้กล้องถ่ายภาพมาแล้วมากมาย ทั้งที่ทรงลองใช้เป็นระยะเวลาสั้นๆ หรือบางตัวทรงโปรดก็ใช้อย่างต่อเนื่อง ฉันขอยกตัวอย่างกล้องที่น่าสนใจเหล่านี้มาพอสังเขป


Coronet Midget
กล้องถ่ายภาพตัวแรกของพระองค์ โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีได้พระราชทาน เมื่อมีพระชนมพรรษา 8 พรรษา


Elax Lumie’re
ผลิตในฝรั่งเศส เหมาะกับพระหัตถ์ ทรงใช้อยู่นานจนเชี่ยวชาญ ในปี พ.ศ.2584 ทรงใช้กล้อง Elax บันทึกภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ระหว่างตามเสด็จตลอด เสมือนเป็นช่างภาพส่วนพระองค์


Ikoflex
กล้องจากบริษัท Zeiss Ikon ผู้มีชื่อเสียงเยี่ยมยอดทางการผลิตเลนส์ถ่ายภาพ เป็นกล้องสะท้อนภาพแบบเลนส์คู่ สำหรับกล้องนี้ ทรงมีพระราชดำรัสว่าใช้ง่าย เลนส์ดี ได้ภาพสวยคมชัดดีมาก เป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงทรงใช้กล้องนี้อยู่นาน


Canon A-1
กล้องฟิล์ม SLR จากญี่ปุ่นตัวแรกของพระองค์ เป็นกล้องที่ใช้ระบบสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว ใช้งานได้สองระบบ เรียกตามภาษานักถ่ายภาพว่า กึ่งอัตโนมัติ


Minolta Dynax 500i
กล้องถ่ายภาพ ที่สร้างความแปลกใหม่ให้วงการถ่ายภาพ สร้างความสะดวกสบาย และถ่ายภาพได้ผลเที่ยงตรง และรวดเร็วอยู่ในระดับแนวหน้า


Ricoh FF-9D
เป็นกล้องคอมแพ็คที่ทรงได้จากการจับสลากรางวัล ขณะมีงานรื่นเริงประจำปี เมื่อทรงใช้แล้วทรงชมเชยว่าเป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพดีมาก ทรงทดลองจนใช้ค รบทุกขั้นตอน ในเวลาต่อมาเมื่อมีงานรื่นเริงประจำปีอีก ก็ทรงพระราชทานเป็นของขวัญจับสลากรางวัลต่อไป

PHOTOGRAPHY IS ART AND IS USEFUL
‘ศิลปะ’ กับ ‘ประโยชน์’ ในภาพถ่าย
ในหลวงในดวงใจ
THE KING’S MUSIC ‘เพลง’ ของ ‘พระราชา’
LIVING HAPPINESS
อยู่ดีมีสุข
COUNTERCLOCKWISE JAPAN TOUR JOURNAL
เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนเสียงเพลงสู่แดนอาทิตย์อุทัย
MUSIC & HOPE FROM THE MUDHOUSE
บ้านดินคีตาทาน ความหวังจากเสียงดนตรี
PLANT SOME TREES RIGHT WHERE YOU ARE
อยู่ที่ไหนปลูกที่นั่น แบบ ปอ - ภราดล
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©