APRIL 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
TRIP
2017 2016 2015
HIP TRIP
THE STORY OF ANGKHANG
ดอยอ่างขาง 360 องศา



THE STORY OF ANGKHANG
ดอยอ่างขาง 360 องศา


     เรื่อง / ภาพ : จันจิรา อินทรศักดิ์

 

 

 

    ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ได้มีโอกาสได้ไปถ่ายภาพงานที่ดอยอ่างขาง จำได้ว่าช่วงที่ไปนั้นเป็นเดือนสิงหาคม ฝนตกแทบทุกวัน แทบไม่มีแสงแดดให้เห็น ทั่วทั้งดอยชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน มองไปทางไหนก็เขียวขจีไปหมด แต่หลังฝนซาเราก็ได้พบเจอความมหัศจรรย์ของดอยอ่างขาง
    หมอกบางๆ ลอยเอื่อยๆ อยู่ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ นั่นคือภาพประทับใจภาพแรกของเราที่นี่ ในครั้งนั้นได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายภาพในแทบทุกพื้นที่ของดอยอ่างขาง ไม่ว่าจะเป็นด้านในสถานีเกษตร
ไร่ชาแปลง 2000 ไร่สตรอเบอรี่บ้านนอแล แปลงผักอินทรีย์ที่บ้านขอบด้ง โรงเลี้ยงแพะ หมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านนอแล เจ้าหน้าที่ของสถานีเกษตรก็คอยอธิบายถึงความเป็นมาของดอยอ่างขาง และให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักทำไร่ต่างๆ และในทุกครั้งเจ้าหน้าที่ก็จะกล่าวถึงในหลวงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราได้เห็นความตั้งใจของในหลวง ที่พยายามจะเปลี่ยนดอยหัวโล้นที่เต็มไปด้วยฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ให้กลายเป็นดอยอ่างขางที่เต็มไปด้วยพืชผักเมืองหนาวนานาพันธุ์ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเราก็หลงเสน่ห์ของที่นี่ เพราะมีมุมให้ถ่ายภาพสวยๆ เยอะมาก และผู้คนที่นี่ก็น่ารักมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้าน การมาเยือนในแต่ละครั้ง เรามักจะได้พบกับมิตรภาพใหม่ๆ เสมอ เรียกได้ว่าช่วงเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา ขึ้นมาเที่ยวบ่อยมาก จนแทบจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว 

 

 

 

 

    นักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเที่ยวดอยอ่างขาง ส่วนมากอยากจะมาเยือนเพราะอยากชมวิวสวยๆ อยากมาสัมผัสกับอากาศหนาวๆ บนดอย แต่ส่วนใหญ่มากินมาเที่ยวแล้วก็จากไป หลายครั้งที่มักจะบอกกับเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวหรือถ่ายรูปด้วยกันว่าอยากให้มาเที่ยวดอยอ่างขาง ไม่ใช่แค่มาสัมผัสกับอากาศดีๆ ชมวิวสวยๆ แต่อยากให้มาดูว่าในหลวงได้ทำอะไรให้กับชาวบ้านที่นี่บ้าง เราก็ได้แต่บอกเพื่อนๆของเราเท่านั้น ก็เลยเกิดความคิดว่า ไหนๆ รูปก็มีเยอะแล้ว ขึ้นมาเที่ยวบนดอยอยู่บ่อยๆ มาเที่ยวทุกฤดู เอารูปที่เราได้ถ่ายไว้แบ่งให้คนอื่นได้ดูด้วยดีกว่า จึงทำ Fanpage Facebook ขึ้นมา โดยตั้งชื่อเพจว่า ‘ดอยอ่างขาง 360 องศา’ (www.facebook.com/doiangkhang.story) ในช่วงแรกเราก็โพสต์อยู่คนเดียว ส่วนมากจะโพสต์รูปวิวทิวทัศน์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง ไม่คิดว่าจะมีคนให้ความสนใจเยอะมาก คิดว่าทำคนเดียวคงไม่ไหวแน่ๆ จึงได้ชักชวน คุณคำใส เจ้าของเพจ ‘เช้านี้ที่อ่างขาง’ มาช่วยค่ะ พี่เขาเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอ่างขาง ชอบถ่ายรูป แล้วก็อยู่บนดอยเกือบทั้งปี ก็ช่วยโพสต์อัพเดทวิวสวยๆ บนดอยให้ได้ชมกัน ก็สลับๆ กันโพสต์ภาพค่ะ มีเพื่อนช่างภาพที่ได้ไปดอยอ่างขางส่งภาพมาให้โพสต์บ้าง ช่วยกันตอบข้อความ ข้อความที่ส่งมาถามมีแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวข้อความจะเยอะมากเป็นพิเศษ ส่วนมากก็จะถามเกี่ยวกับวิธีการเดินทาง ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว สภาพอากาศ เราก็ให้ข้อมูลเบื้องต้นกับเพื่อนๆ ที่สนใจจะมาเที่ยวค่ะ

 

 

 

 

 

    ดอยอ่างขางมีจุดท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง เช่น สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีจุดเที่ยวชมสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งสวนกลางแจ้งและโรงเรือน โดยทางสถานีได้ปลูกพืช ผัก ผลไม้ เมืองหนาว  มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ มีนกให้ชมหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวจะมีนกอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก
    นอกจากนั้นยังสามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเขาได้ที่หมู่บ้านขอบด้งและหมู่บ้านนอแล ชมไร่ชาแปลง 2000 ไร่สตรอเบอรี่บ้านนอแล ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ตรงจุดชมวิวม่อนสน หรือถ้าอยากจะเป็นผู้พิชิตยอดดอยอ่างขาง ที่ระดับความสูง 1,928 เมตรจากระดับน้ำทะเล ก็สามารถเดินขึ้นไปได้ โดยใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ที่จุดชมวิวด้านบน เราจะมองเห็นดอยอ่างขางได้แบบ 360 องศาเลยค่ะ
    ดอยอ่างขางนั้นมีเสน่ห์ทุกฤดู ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ก็มาเที่ยวได้ อย่างฤดูร้อนแม้ในเมืองจะอากาศร้อนมาก แต่อากาศบนดอยเย็นสบาย ดอกไม้เมืองหนาวก็ยังเบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสถานีเกษตร นักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก เหมาะกับการมาพักผ่อนชื่นชมธรรมชาติ ส่วนฤดูฝนเป็นฤดูที่ชอบมากที่สุด เพราะมีโอกาสจะได้เจอกับทะเลหมอกมากกว่าฤดูอื่นๆ คนที่ชอบถ่ายรูปเรามักจะเรียกฤดูกาลนี้ว่า ฤดูแห่งการล่าหมอก บนดอยอ่างขางมีจุดชมทะเลหมอกอยู่หลายจุด เช่น จุดชมวิวม่อนสน เป็นจุดที่ถ่ายทะเลหมอกยามเช้าได้สวยที่สุด วันไหนฝนตกหนัก เช้าตรู่อีกวันไปรอได้เลย มีทะเลหมอกให้ได้ชมกันแน่ๆ แม้ในยามบ่ายก็มีโอกาสได้เจอทะเลหมอกเช่นกัน อย่างจุดชมวิวบ้านนอแลใกล้ๆ กับค่ายทหาร หลังฝนซาหมอกมักจะลอยเอื่อยๆ มาตามร่องเขาผ่านแนวต้นสน ค่อยๆ เคลื่อนผ่านหมู่บ้านไป สวยอย่างกับภาพวาดเลยล่ะ แต่อาจจะเดินทางมายากสักหน่อยเพราะฝนมักจะตกหนักถนนลื่น เรียกว่าถ้าไม่รักที่นี่จริงๆ คงไม่มีใครดั้นด้นขึ้นมาแน่ๆ ส่วนฤดูหนาวนั้นเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของดอยอ่างขาง เพราะแทบทั้งดอยจะกลายเป็นสีชมพู ดอกซากุระสีหวานและดอกนางพญาเสือโคร่งจะพร้อมใจกันเบ่งบานไปทั่วทั้งดอย โดยเฉพาะด้านในสถานีเกษตรจะเป็นซากุระแท้ๆ ที่ทางโครงการได้เพาะพันธุ์เอง มีทั้งซากุระญี่ปุ่น ซากุระไต้หวัน และมีการปลูกเพิ่มทุกปี ณ วันนี้ปลูกทั่วสถานีแล้วอยากชมซากุระแท้ในประเทศไทยต้องมาชมกันที่ดอยอ่างขางนะคะ

  
จำรัส อินทร 001 ตำนานแห่งโครงการหลวง

    ลุงจำรัสเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะร่าเริงอยู่เสมอเมื่อได้เจอกัน 001 แทบจะกลายเป็นชื่อเรียกแทนตัวของลุงจำรัสไปซะแล้ว ที่มาของรหัส 001 ก็เพราะลุงจำรัส เป็นเจ้าหน้าที่คนแรกที่ขึ้นทะเบียนกับมูลนิธิโครงการหลวง ลุงเคยเล่าให้เราฟังว่าได้ขึ้นมาทำงานที่ดอยอ่างขางตั้งแต่ปี 2514 ตั้งแต่ดอยอ่างขางยังไม่มีถนนหนทางขึ้นมาเลย การเดินทางแต่ละครั้งยากลำบากมาก กว่าจะถึงต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน ทั้งดอยในตอนนั้นเต็มไปด้วยฝิ่น มีการทำไร่เลื่อนลอย ตัดไม้ทำลายป่าจนแทบจะไม่เหลือต้นไม้ใหญ่สักต้น เรียกว่าดอยหัวโล้นก็คงไม่ผิดนัก ลุงบอกว่าภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อในหลวง เพราะได้เห็นท่านทรงงานหนักมาก การเปลี่ยนดอยหัวโล้นให้กลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในหลวงท่านทรงทำได้ ท่านทำเพื่อประชาชนของท่านโดยไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเลย เวลาที่ลุงเล่าเรื่องราวในวันเก่าๆ ให้เราฟังนั้น ในแววตาของลุงมีแต่ความรู้สึกประทับใจ ซาบซึ้งใจในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างเปี่ยมล้น ลุงเคยบอกว่าคงทำงานที่นี่จนกว่าจะเกษียณนั่นแหละ ลุงรักที่นี่ รักที่จะได้ทำงานให้กับในหลวง... แม้ตอนนี้ลุงจำรัสจะเกษียณไปแล้ว แต่ลุงก็ยังคงถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับคนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นวิทยากรให้กับทางสถานีเกษตร

ABOUT ME

  
จันจิรา อินทรศักดิ์
ช่างภาพอิสระ ที่หลงรักดอยอ่างขางตั้งแต่แรกพบ
เจ้าของแฟนเพจ ‘ดอยอ่างขาง 360 องศา’
FB : www.facebook.com/doiangkhang.story
ตั้งใจถ่ายทอดความสวยงามของดอยอ่างขางผ่านรูปถ่ายอยากชวนให้ออกมาเที่ยวตามรอยพ่อด้วยกันค่ะ


 

 

 

 

 

ความเป็นมาสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
    สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่
บริเวณนี้ยังคงปลูกฝิ่น ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้
    จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย และสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ.2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอก เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามว่า ‘สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง’

 

 

 

 

 

สถานที่ตั้งและประชากร

    สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านคุ้ม หมู่ที่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อยู่บนดอยอ่างขาง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร มีพื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,989 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีฯ ให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ รวม 9 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหลวง บ้านคุ้ม บ้านนอแล บ้านปางม้า บ้านป่าคา บ้านขอบด้ง บ้านผาแดง บ้านสินชัย และบ้านถ้ำง๊อบ ซึ่งประกอบไปด้วยประชากร จำนวน 4 เผ่า อันได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และ จีนยูนนาน

 

 

 



การดำเนินงานของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
1. เป็นสถานีดำเนินงานวิจัยหลักของโครงการวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวและงานวิจัยป่าไม้ และงานเกษตรที่สูง  เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นตลอดปี นับเป็นสถานีวิจัยไม้ผลเมืองหนาวที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ที่ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและขยายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ
- งานรวบรวมและศึกษาพันธุ์ไม้ผลเขตหนาวชนิดต่างๆ เช่น พีช, สาลี่, พลับ, พลัม, บ๊วย, กีวีฟรุ้ท และสตรอเบอรี่
- งานศึกษาพันธุ์ไม้โตเร็วชนิดต่างๆ และไผ่ต่าง ๆ สำหรับใช้ปลูกทดแทนป่าไม้ที่ถูกทำลาย เช่น ไม้โตเร็ว กระถินดอย, เมเปิลหอม, จันทร์ทองฯ, เพาโลเนีย และไผ่หวานอ่างขาง, ไผ่หยก
- งานศึกษาและทดสอบพันธุ์ไม้ตัดดอกบางชนิด เช่น กุหลาบ, ฟรีเซีย, โปรเทีย ไม้หัวและไม้ดอกกระถาง
- งานศึกษาและรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร พืชผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ และผักใหม่ชนิดต่างๆ
- งานศึกษาพืชชนิดต่างๆ ได้แก่ ข้าวสาลี, ลินิน

2. เป็นสถานที่ฝึกอบรม และเผยแพร่ผลงานแก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร
      เนื่องจากสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นแหล่งทางวิชาการปลูกพืชบนที่สูงที่สำคัญของประเทศ ในแต่ละปีใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรของมูลนิธิฯ จำนวนมาก ประกอบกับมีผู้สนใจจากองค์กรและสถาบันต่างๆ เข้าเยี่ยมชมและดูงานเป็นอันมาก มูลนิธิโครงการหลวงจึงได้จัดสร้างอาคารฝึกอบรมการเกษตรที่สูง ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมและเผยแพร่งานของโครงการหลวงในด้านต่างๆ ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของโครงการหลวง ส่วนราชการ ผู้สนใจ และแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2540

3. ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ แก่เกษตรกรชาวเขาในหมู่บ้านรอบๆ สถานีฯ
    กิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำ การวางแผนการใช้ที่ดิน การส่งเสริมการปลูกไม้ผล ไม้ตัดดอก พืชผัก ชาจีน การผลิตไหลสตอเบอรี่ การฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ต้นน้ำด้วยการฟื้นฟูป่าโดยธรรมชาติและการปลูกป่าชาวบ้าน รวมทั้งงานส่งเสริมอื่นๆ ที่นำไปสู่เกษตรกร

ข้อมูลจาก www.angkhangstation.com
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ. เชียงใหม่
โทรศัพท์ 0-5396-9476-78 ต่อ 114
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสถานีฯ อ่างขาง โทรศัพท์ 0-5396-9489




QING HAI WITHOUT A PLAN
การเดินทางในครั้งนี้เกิดจากความใจง่ายล้วนๆ
THE STORY OF ANGKHANG
ดอยอ่างขาง 360 องศา
Hej! SAY HELLO TO SWEDEN WALKING IN STOCKHOLM
ฉันมาทำอะไรที่สวีเดน?
G’DAY MATE
ปั่นไปในเมลเบิร์น
LOTS OF FUN IN KHON KEAN
ไปขอนแก่น ทำอะไรได้ตั้งเยอะ!
THE STORYTELLER OF BEYOND SHAMBALA
คนบ้า ล่า ฝัน
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©