SEPTEMBER 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & TRAVEL
2016
CRAZY HUMAN PELOTONS
GIOTTO, CINO OR ANDREA DESTINY WILL PICK JUST ONLY ONE!
จากจุดเริ่มต้น เรามากันไกลแค่ไหนแล้วครับ?



GIOTTO, CINO OR ANDREA
DESTINY WILL PICK JUST ONLY ONE!

จากจุดเริ่มต้น เรามากันไกลแค่ไหนแล้วครับ?



เรียงตามรูปภาพ
- Giotto Cinelli
- Cino Cinelli posing with bike and trophy after winning the Giro della Campania in 1939.
  From the “Il Nouvo Giornale Sport” dated 27.06.39. (courtesy of David Beck)
- Andrea Cinelli with Cinetica Giotto frame

    Cinelli ผู้ยิ่งใหญ่มีเพียงหนึ่งเดียว
    ปี 1978 Cino Cinelli ผู้เปรียบเสมือน God Father แห่งวงการจักยานของอิตาลี ประกาศขายกิจการ Cinelli ให้กับตระกูล Columbo ผู้ผลิตท่อโครโมลลี่สำหรับประกอบเฟรมจักรยานแบรนด์ Columbus การเข้ามาครอบครอง Cinelli ของ Columbus นี้เอง ที่นอกจากจะเป็นจุดเริ่มของความรุ่งเรืองและความตกต่ำของ Cinelli** ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ Cinetica Giotto ด้วย
    หลังจากขายบริษัท Cino Cinelli ผู้ยิ่งใหญ่ตัดขาดกับโลกของจักยานโดยสิ้นเชิง ไม่สนใจรับรู้ข่าวสารใดๆ อีกต่อไป ในบทสัมภาษณ์ Cino โดย David V. Herlihy ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1986 Cino กล่าวว่า ชื่อ Cinelli บนเฟรมจักรยานไม่มีความหมายสำหรับตัว Cino เองอีกต่อไป จักรยานไม่ได้เป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตของ Cino ผู้ซึ่งในขณะนั้นสนใจแต่การปลูกต้นมะกอกใน Villa ของตัวเองที่ Tuscany
    ผมเขียนถึง Cino Cinelli โดยใช้คำว่า God Father สืบเนื่องมาจากความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ของ Cinelli ไม่ได้มีความหมายถึงความเป็นมาเฟียนะครับ ชื่อของ Cinelli สามารถอ้างอิงได้ถึงอุปกรณ์จักรยานที่ดีที่สุดของอิตาลีในสมัยนั้น ซึ่งมีที่มาจาก Cino Cinelli เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง Italian Professional Cycling Association ขึ้น และยังรับตำแหน่งประธานของสมาคมต่อเนื่องยาวนานถึง 24 ปี โดยสมาคมมีหน้าที่จัดหาและอุปถัมภ์อุปกรณ์จักรยานที่ ‘ดีที่สุด’ ให้กับนักแข่งทีมชาติอิตาลี ซึ่งตำแหน่งในสมาคมนี้ก็มีส่วนทำให้กิจการ Cinelli รุ่งเรืองขึ้นด้วย
    Cino Cinelli เป็นลูกชายคนที่เจ็ดจากทั้งหมดสิบคน ของครอบครัวที่มีรายได้ไม่มากนักจากการทำไร่ที่อยู่ไม่ไกลจากเมือง Florence ทำให้ Cino และพี่ชายอีกสองคน Giotto และ Arrigo ต้องปั่นจักรยานวันละหลายกิโลเมตรเพื่อไปเรียน ด้วยเหตุนี้เอง ในที่สุดทั้ง Giotto และ Cino ก็กลายมาเป็นนักแข่งจักรยาน ซึ่ง Giotto ดูจะมีแววมากที่สุด มากกว่า Arrigo และ Cino แต่สุดท้ายผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดกลับเป็น Cino ที่ชนะรายการ Milan - San Remo ในปี 1943 แต่ Cino ก็มักจะพูดอยู่เสมอว่า ความสำเร็จของ Cino ทั้งหมดมาจากแรงบันดาลใจที่ได้เห็นชัยชนะครั้งแรกของ Giotto บนยอดเขา Tuscan
    และในด้านธุรกิจก็เช่นกัน Giotto Cinelli คือผู้ริเริ่มกิจการประกอบและขายเฟรมจักรยาน ร่วมกับ Arrigo Cinelli จักรยานของ Giotto และ Arrigo ใช้ชื่อ Giotto Cinelli เป็นชื่อแบรนด์ ซึ่งในปัจจุบันจักรยาน Giotto Cinelli ที่สามารถยืนยันได้ว่ายังหลงเหลืออยู่ มีไม่ถึงสามคันเท่านั้นเอง


Cinettica Giotto Catalog cover

    Cino Cinelli เริ่มต้นสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ด้วยการซื้อกิจการต่อจาก Giotto และ Arrigo ในปี 1946 และย้ายจาก Florence มายัง Milan ซึ่งเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของตลาดจักรยานในยุคสมัยนั้น ในช่วงนี้เองที่ Cino เริ่มต้นออกแบบนวัตกรรมใหม่ให้กับวงการจักรยานขึ้นมาอย่างมากมาย เช่น การสร้าง Signature ให้กับเฟรม Cinelli ด้วยการซ่อนหางหลังไว้ด้านหลังของท่อนั่ง ที่ทำให้เฟรมมีความแอโร่มากขึ้น ออกแบบองศาของเฟรมใหม่ให้มีความสติฟขึ้นแต่ปั่นได้สบายขึ้นในเวลาเดียวกัน การนำวัสดุอลูมิเนียมมาผลิตเป็นแฮนด์และสเต็ม ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานในเวลาต่อมา ออกแบบบันได M71 ซึ่งถือว่าเป็นบันได Clipless คู่แรกของโลก ออกแบบ Bivalent Hub ที่ดุมล้อและโม่จะแยกออกจากกัน โดยที่เฟืองจะยังติดอยู่กับเฟรมเมื่อถอดล้อออก
    นอกจากอุปกรณ์ที่ออกแบบโดย Cino Cinelli แล้ว Cinelli ก็ยังมีชื่อเสียงและทำรายได้อย่างมากมายจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายอะไหล่จักรยานระดับ Hi - End เช่นท่อ Columbus สายรัดเท้า Alfredo Binda ดุม Phil Wood โดย Cino จะคัดเลือกอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้อย่างพิถีพิถัน และด้วยการที่ Cino เป็นประธานของ Italian Professional Cycling Association อยู่ด้วย Cino จึงส่งอุปกรณ์เหล่านี้ให้ทีมชาติอิตาลีใช้งาน ซึ่งตรงนี้เองทำให้อะไหล่ต่างๆ ที่ Cinelli เป็นผู้จัดจำหน่ายยิ่งได้รับการยอมรับมากขึ้น
    บริษัท Cinelli ยังมีสินค้าอีกสองชิ้นที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก นั่นคือกะโหลก Cinelli และเบาะ Unicanitor ในช่วงเวลานั้นในอิตาลีมีบริษัทที่สามารถผลิตกะโหลกจักรยานได้เพียงสองแห่งเท่านั้น และส่วนใหญ่จักรยานสำหรับใช้ในการแข่งขันก็จะใช้กะโหลกของ Roto (เมื่อหลายปีก่อนการเสิร์ชหาข้อมูลของกะโหลก Roto ง่ายกว่านี้มากๆ ครับ มาถึงตอนนี้เสิร์ชทีไรเจอแต่ Rotor เต็มไปหมด สองบริษัทนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนะครับ บริษัท Roto ของอิตาลียังอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ได้ผลิตกะโหลกอีกต่อไป เหลือสินค้าอยู่แค่กระติกน้ำแบรนด์ Roto และ Cobra ซึ่งก็เป็นกระติกน้ำระดับตำนานของนักปั่นจากอิตาลีเหมือนกันครับ สำหรับความยิ่งใหญ่ของกะโหลก Roto ลองดูได้จากจักรยาน Gazelle รุ่น Champion Mundial ซึ่งจะแยกออกเป็นสองโมเดลคือ AA และ AB ข้อแตกต่างระหว่างสองรุ่นนี้ในอดีตมีเพียงแค่ โมเดล AA จะใช้กะโหลก Roto แต่ AB ใช้กะโหลกที่ผลิตจากฮอลแลนด์เท่านั้นเองครับ) เมื่อ Cinelli ผลิตกะโหลกออกมาแชร์ตลาด ก็สามารถแย่งส่วนแบ่งไปจาก Roto ได้มากทีเดียว ใครๆ ก็อยากใช้จักรยานที่มีส่วนประกอบเหมือนกับที่ทีมชาติใช้จริงมั้ยครับ ดังนั้นเมื่อเห็นรถจักรยานปีเก่าๆ ที่ใช้กะโหลกของ Cinelli นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเฟรมนั้นจะต้องเป็นเฟรมของ Cinelli นะครับ
    ส่วนเบาะ Unicanitor นั้นเกิดมาจาก Cino Cinelli มีความรู้สึกว่าเบาะหนังที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้เมื่อถูกใช้งานนั้นยังไม่ดีพอสำหรับใช้ในการแข่งจักรยาน ในช่วงเวลานั้นเอง หนึ่งในพี่น้องตระกูล Cinelli ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจพลาสติก Cino จึงได้เริ่มออกแบบเบาะจักรยานที่ขึ้นรูปด้วยพลาสติกขึ้นมา แต่ปัญหาก็คือจะต้องผลิตเป็นจำนวนมาก Cino จึงพยายามชักชวน Gen Tullio Campagnolo เข้ามามีส่วนร่วม แต่  Gen Tullio ก็ปฏิเสธ สุดท้าย Cino หันไปจับมือกับ Tommaso Nieddu ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Vittoria ตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Unicanitor ขึ้น ตั้งแต่นั้นมา เบาะ Unicanitor ก็ค่อยๆ ทำให้เบาะหนังแบบดั้งเดิมกลายเป็นอดีตไปในที่สุด
    ถึงแม้ว่า Campagnolo จะปฎิเสธโปรเจ็คท์ Unicanitor แต่มิตรภาพระหว่าง Cino และ Tullio นั้นยั่งยืน ในวันที่บริษัท Campagnolo มีปัญหาด้านเงินทุน ก็เป็น Cino เองที่ยื่นมือเข้าช่วย และสิ่งที่ยืนยันมิตรภาพของ Cino และ Tulio ได้ดีที่สุดก็คือ Cinelli แทบจะไม่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกับที่ Campagnolo ผลิตอยู่แล้วออกมาขายเลย
    เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุด Cino Cinelli ตัดสินใจขายบริษัท Cinelli ให้กับตระกูล Columbo ถึงเวลาแห่งการเกษียณ Cino หันหลังให้กับอุตสาหกรรมจักรยาน ทิ้งโปรเจ็คท์ Cinelli Laser ไว้ให้ Columbus สานต่อ และอีกสิ่งหนึ่งที่ Cino ทิ้งไว้ที่ Columbus คือ Andrea ลูกชายแท้ๆของเขา





Cinetica Giotto pics from www.embacher-collection


    ภายใต้การดูแลของ Columbus Andrea Cinelli ไม่พบความท้าทายใดๆ ที่เหมาะสมกับการเป็นลูกชายแท้ๆ ของ Cino ผู้ยิ่งใหญ่ ภายใต้ร่มเงาอันแสนจะอบอุ่นปลอดภัย Andrea ต้องการแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า และในขณะที่อุตสาหกรรมจักรยานเกือบทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าไปสู่การผลิตเฟรมจักรยานจากอลูมิเนียม Andrea กลับมุ่งหน้าไปหาวัสดุที่ท้าทายกว่าในเวลานั้น ‘คาร์บอน’
    สิ่งที่ Andrea Cinelli ต้องการไม่ใช่แค่เฟรมจักรยานที่ดีเท่านั้น แต่ต้องเป็นเฟรมจักรยานที่ดีที่สุด โปรเจ็คท์ Cinetica Giotto จึงเกิดขึ้น เป็นอีกครั้งที่ชื่อของ Giotto Cinelli ถูกเอ่ยขึ้นในวงการจักรยาน Andrea ตัดสินใจที่จะไม่ใช้ความยิ่งใหญ่ของ Cino Cinelli เป็นใบเบิกทาง แต่กลับไปใช้ชื่อของลุง ผู้เป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในวงการจักรยานของตระกูล Cinelli แทน
    เมื่อตั้งใจจะสร้างเฟรมจักรยานที่ดีที่สุด จึงต้องใช้ทีมที่ดีที่สุดด้วย Andrea เริ่มออกแบบเฟรมโดยได้รับความช่วยเหลือด้านคอมพิวเตอร์และโปรแกรมการออกแบบจาก University of Milan และผลจากการคำนวณของคอมพิวเตอร์บอก Andrea ว่า ด้วยการออกแบบโครงสร้างที่ดีและใช้วัสดุที่แข็งแรง เฟรมจักรยานที่ดีที่สุดนี้ไม่จำเป็นต้องมีท่อนั่ง! และเพื่อที่จะได้วัสดุที่แข็งแรงพอ ไม่มีใครอีกแล้วที่จะมีความชำนาญในเรื่องของคาร์บอนไฟเบอร์เท่ากับ Ferrari ซึ่งคนที่ช่วยเหลือ Andrea ในการดึง Ferrari เข้ามาช่วยในโปรเจ็คท์นี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น เพื่อนรักของพ่อ Tullio Campagnolo นั่นเอง
    Cinetica Giotto จักรยานที่ออกแบบด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยลูกชายของ Cino Cinelli ใช้เทคนิคคาร์บอน Monogoque ของ Ferrari อุปกรณ์และดร็อปเอ้าท์ของ Campagnolo ดูเหมือนจะเป็นทีมในฝันอย่างแท้จริง แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น แบบ (Mold) ของ Cinetica Giotto ที่ใช้เงินลงทุนสร้างเกือบหนึ่งล้านเหรียญสหรัฐในขณะนั้นเกิดรอยแตกขึ้น หลังจากผลิตเฟรมออกมาได้ไม่ถึง 50 เฟรม ซึ่งเป็นเหตุให้ Cinetica Giotto ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในด้านธุรกิจ และล้มเลิกกิจการไปในที่สุด (นอกเหนือจากเฟรมแล้ว Cinetica Giotto ยังผลิตแฮนด์และสเต็มออกมาจำหน่ายด้วย แต่ก็ไม่สามารถประคองสถานะของบริษัทเอาไว้ได้)




    ผมเริ่มบทความนี้ด้วยประโยคคำถาม ‘จากจุดเริ่มต้น เรามากันไกลแค่ไหนแล้วครับ’ ด้วยความเห็นส่วนตัวครับ ผมเริ่มปั่นจักรยานมานานพอสมควรแล้ว จนน้องบางคนที่เคยร่วมปั่นจักรยานด้วยกันมา ตอนนี้มีภาระหน้าที่มีธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานกันไปก็หลายคน บางคนก็กลายเป็น Serious Biker ใช้จักรยานคันละหลายแสน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสนัดปั่นจักรยานกับเพื่อนสมัยประถม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นมือใหม่กันเกือบทั้งหมด ทุกคนรวมทั้งผมด้วยสนุกสนานกับการปั่นจักรยาน เราเริ่มต้นไม่พร้อมกัน ระหว่างทางเราปั่นไม่เหมือนกัน และสุดท้ายเราก็ไม่ได้ถึงที่หมายในเวลาเดียวกัน แต่ทุกคนก็มีความสุข ชีวิตก็ควรจะเป็นแบบนั้นจริงมั้ยครับ เราเกิดมาไม่เหมือนกัน ใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน และต่างไปถึงและไม่ถึงจุดหมายที่ต่างกัน ในความคิดของผมไม่มีระบบใดๆ หรอกครับที่จะทำให้ชีวิตของทุกคนเท่าเทียมกันได้ Cino Cinelli เกิดในครอบครัวที่ยากจน แต่สุดท้ายยิ่งใหญ่ Andrea Cinelli มีพ่อที่ร่ำรวยแต่ก็ไปไม่ถึงสิ่งที่ฝันไว้ Giotto Cinelli เป็นผู้เริ่มต้นธุรกิจของ Cinelli แต่กลับไม่ได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จ สุดท้ายสิ่งเดียวที่จะทำให้เราเท่าเทียมกันได้ นั่นคือการยอมรับในความไม่แน่นอน การเชื่อมั่นในตนเอง และเคารพในการใช้ชีวิตของผู้อื่น เรามาช่วยทำให้ความคิดที่ตัดสินคุณค่าของคนจากความสำเร็จ ความร่ำรวย ความมีชื่อเสียง หายไปจากสังคมของเรากันดีมั้ยครับ :)

** ความรุ่งเรืองของ Cinelli ในยุค Columbus เกิดจากความสำเร็จของ Cinelli Laser โปรเจ็คท์ที่ถูกร่างขึ้นโดย Cino Cinelli แต่ Cinelli เองก็ต้องมาพบกับจุดตกต่ำ เมื่อผลิตส่วนเสริมของแฮนด์จักรยาน Cinelli Spinaci ซึ่งขายดีจน Cinelli ใช้โรงงานที่มีอยู่ทั้งหมด 8 แห่งเป็นสายการผลิตทั้งหมด แต่สุดท้ายเมื่อถูก UCI ห้ามใช้ในการแข่งขัน Spinaci ที่ Cinelli ผลิตเตรียมไว้จำนวนมากจึงขายไม่ออก ทำให้ Cinelli ประสบปัญหาการเงินอย่างหนักถึงกับต้องขายโรงงานบางแห่งออกไป



เรื่อง: 52


GIOTTO, CINO OR ANDREA DESTINY WILL PICK JUST ONLY ONE!
จากจุดเริ่มต้น เรามากันไกลแค่ไหนแล้วครับ?
TINY ´W´ ANDREAS WALSER
รับทำเลื่อนหิมะสำหรับสุนัข และจักรยานระดับโปรทัวร์
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©