JULY 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIP BIKE & RUN
2017 2016 2015
BIKE PEOPLE
LANNA HERO
พีระพล ชาวเชียงขวาง

LANNA HERO 
พีระพล ชาวเชียงขวาง




เผลอแป๊บเดียวผมก็รับหน้าที่ดูแล Bike Section มาครบ 1 ปี ความตั้งใจแรกเริ่ม ผมวางไว้ว่า Bike Section ควรจะมีคอลัมน์สัมภาษณ์วีรบุรุษทางจักรยานลงเป็นประจำ แต่ 1 ปีที่ผ่านมากลับมีประเด็น หัวข้อ และกระแสที่ต้องตามจับมากมายจนไม่สามารถผลิตบทสัมภาษณ์บุคคลบนหลังเสือเจ๋งๆ ได้มากตามที่คิดไว้ ฉบับนี้ในฐานะ บก. จึงมิอาจไม่ดำเนินแผนการที่วางไว้แต่แรกได้
ทันทีที่ผมตัดสินใจยกหน้ากระดาษให้กับใครที่พิเศษสักคน ชื่อแรกๆ ที่แผ่หราอยู่ในลิสต์ก็คือเขาคนนี้... พีระพล ชาวเชียงขวาง หรือที่ในวงการจักรยานเอิ้นกันว่า ‘มะตูม’ หนุ่มหน้าใสชาวอำเภอเชียงดาวบ้านเฮาคนนี้แหละครับ นักจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองจักรยานเสือภูเขาซีเกมส์ และอีกเพียบรางวัลการันตีความเผ็ดร้อน ผมไม่รอช้า ติดต่อนัดสัมภาษณ์โดยพลัน...

มะตันเปิ้ล : อายุเท่าไหร่แล้ว? และตอนนี้นอกจากรับใช้ชาติแล้ว มะตูมสังกัดสโมสรอะไรครับ?
มะตูม : 30 ครับ สังกัดสโมสรทหารอากาศ Royal Thai Air Force Life And Living Bikenet Cycling Team ครับ

มะตันเปิ้ล : สำหรับวงการจักรยานไทย 30 นี่ถือว่าหนุ่มหรือแก่?
มะตูม : ค่อนปลายแล้ว 555 แต่ถ้าดูแลตัวเองดี ก็คงแข่งได้อีกประมาณ 4-5 ปีครับ

มะตันเปิ้ล : หลักๆ ตอนนี้เก็บตัวอยู่ที่ไหน? ขี่รถประเภทไหนเป็นหลัก? ใครกำหนดตารางการแข่ง? 
มะตูม : อยู่เชียงใหม่ครับ สโมสรฯ เขาจะวางให้เลยว่าตูมต้องไปงานไหนบ้าง แล้วก็แข่งเสือภูเขาเป็นหน้าที่หลัก และเสือหมอบเป็นของแถมครับ 555 ถ้างานไม่ชนกัน ตูมไปหมดทุกงาน แต่ถ้างานชนกันตูมจะเลือกเสือภูเขาครับ

มะตันเปิ้ล : แล้วระดับทีมชาติล่ะ?
มะตูม : ในย่านเอเชียนี่ถือว่าน้อยครับ ปีหนึ่งจะได้ไปแค่สองสามงานเอง เดี๋ยวนี้ซีเกมส์ก็ไม่ค่อยจัดแข่งเสือภูเขาแล้ว

มะตันเปิ้ล : อ๊ะ! ก่อนจะลึกเรื่องซีเกมส์ ขอย้อนกลับมาถึงประวัติของมะตูมก่อน มะตูมปั่นจักรยานครั้งแรกเมื่อไหร่ครับ? ทำไมถึงเริ่มปั่น? และอีท่าไหนถึงไปแข่ง?
มะตูม : อายุประมาณ 13-14 นี่แหละครับ พอปั่นได้สักพักก็เริ่มไปแข่งเลย งานเล็กๆ แถวๆ บ้านเรานี่แหละ เพื่อนของพ่อชื่อว่า อาหลง (วิชัย เจริญชาติ) และพ่อพาไปปั่นวันหยุด วันไหนมีแข่งอาก็พาไปดู พอถึงวันเกิดตูมก็เลยอ้อนพ่อ ขอแกซื้อจักรยานให้เป็นของขวัญวันเกิด พอได้มาปุ๊บ ก็บ้าจักรยานเลยครับ 555 อาหลงเป็นคนชอบจักรยานมาก ที่บ้านแกจะมีหนังสือจักรยานเต็มไปหมด ตูมก็อาศัยอ่านหนังสือจักรยานที่บ้านแกประจำ


มะตันเปิ้ล : แข่งครั้งแรกที่ไหน? แล้วเป็นไงบ้าง?
มะตูม : งานเสือภูเขาทางเรียบ ดอยติ ลำพูนครับ สภาพคือ... พัง! ปล่อยตัวออกไปได้ 5 กิโลเมตรขึ้นเนินวัดดอยติ โดนแซงทั้งขบวนเลยครับ 555 ความรู้สึกตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องแพ้ชนะเลย แค่อยากไป อยากรู้เฉยๆ น่ะ แต่ชอบครับ! มันท้าทายดี อาหลงก็คอยบิวท์ตลอดเลย หลังจากนั้นถ้าไม่ไกลเกิน ตูมก็ไปแข่งทุกงานเลย ไม่ก็ไปออกทริปกับกลุ่มเขาไปทั่ว

มะตันเปิ้ล : แล้วอีท่าไหนถึงกลายมาเป็นนักจักรยานได้ล่ะ? เป็นขาแรงรึยัง?
มะตูม : พออายุ 15 ก็เริ่มไปแข่งงานต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ รุ่น 15 ปีแถวภาคเหนือ ถ้าตูมไปก็เหนื่อยหน่อยนะ (พูดแบบเขินๆ) แล้วช่วงนั้นงานแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยก็มักมาจัดที่โซนภาคเหนือ ตูมเลยมีโอกาสตามงานแข่งได้

มะตันเปิ้ล : ลงแข่งงานชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งแรกตอนอายุ? คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนมั้ย? แล้วแบ่งเวลายังไง?
มะตูม : 16 ครับ แต่ไปลงรุ่นจูเนียร์ (18) Class A เลยนะ ที่บ้านสนับสนุนมากครับ พ่อถึงกับบังคับให้ตูมซ้อมเลยล่ะ 555 เลิกเรียนปุ๊บก็ต้องซ้อมจักรยานเลย อดไปเล่นเกมกับเพื่อนๆ 555


มะตันเปิ้ล : ผลการแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งแรกเป็นไงบ้าง? แล้วตอนนั้นรู้สึกยังไง?
มะตูม : ได้แชมป์อันดับหนึ่งเลยครับ คะแนนตูมบี้มากับอันดับที่สอง แต่สนามสุดท้ายมาตัดสินที่เชียงใหม่ สนามบ้านเราเลย ช่วงนั้นบ้ามาก ไปซ้อมที่ป่าหลังสนาม 700 ปีทุกวัน มันมาได้เปรียบกันตอนขึ้นเขานี่แหละพี่ เด็กดอยน่ะ 555 เริ่มเห็นความต่างว่าตูมขึ้นเขาเก่งกว่า บี้กันมาแล้วมาฉีกกันได้ตอนขึ้นเขานี่แหละ ตอนนั้นคิดว่า... นี่เรากำลังจะได้แชมป์ประเทศไทยจริงเหรอวะ? ตื่นเต้น จะได้รับถ้วยพระราชทานจริงเหรอเนี่ย? ได้ปีนี้ ถ้าปีหน้าไม่ได้นี่อายเขานะเว้ย คิดไปเรื่อยเลย มันตื่นเต้นน่ะพี่ 

มะตันเปิ้ล : หลังจากที่ฟาดแชมป์ไป พอกลับมาชีวิตเปลี่ยนมั้ย? มีแมวมองมาทาบทามมั้ย?
มะตูม : ก็ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ แต่ว่าซ้อมหนักขึ้นครับ ศักดิ์ศรีค้ำคอแล้ว ตื่นเช้าซ้อมก่อนไปโรงเรียน เริ่มซ้อมกับกลุ่มขาแรงทั้งหลายที่รู้จัก พออายุ 17 ปุ๊บก็มีคนมาทาบทามให้ไปเรียนโรงเรียนจ่าอากาศ ซึ่งก็คือการเข้าสังกัดสโมสรทหารอากาศนั่นแหละครับ พอไปอยู่กรุงเทพฯ ก็งงๆ เพราะตูมเป็นคนติดครอบครัว ต้องไปอยู่คนเดียวมันก็เหงาๆ พอเรียนได้ 2 ปีก็บรรจุเป็นทหารอากาศ เวลาซ้อมจักรยานก็น้อยลง อายุก็ไปถึงรุ่น Open พอไปแข่งก็เจอเขี้ยวลากดินทั้งนั้น ผลงานก็ไม่ถือว่าเลวมาก แต่ก็ไม่ดีอย่างที่คิด แต่ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในท็อปเท็นนะ

 
มะตันเปิ้ล : แล้วทำอีท่าไหนถึงไปติดทีมชาติได้ล่ะ?
มะตูม : พอเรียนโรงเรียนจ่าอากาศจบปุ๊บก็เข้าประจำการ ทำงานเป็นทหารสื่อสาร เช้ามาก็เข้างานเช็คเครื่อง ถือหูฟังอันนึงเดินตรวจ งานมันสบายแต่ไปไหนไม่ได้ ตูมก็เลยเบื่อ มันไม่ใช่ชีวิตตูม เลยขอทางสโมสรออกมาเก็บตัวฝึก กรุงเทพฯ มันหาที่ซ้อมยาก ก็เลยกลับมาเก็บตัวฝึกอยู่เชียงใหม่ พอได้กลับมาฝึกหนักอีกครั้งตูมก็เริ่มรู้สึกว่าฟีลนักแข่งมันเริ่มกลับมา เริ่มมั่นใจมากขึ้น ได้ไปแข่งปุ๊บก็จัดเต็มเลย ผลงานก็ออกมาดี ทั้งชิงแชมป์ประเทศไทยและกีฬากองทัพไทย ตอนนั้นอายุประมาณ 20 ก็ถูกเรียกเข้าแคมป์เพื่อคัดตัวทีมชาติเตรียมไปซีเกมส์ 2007 (ไทยเป็นเจ้าภาพ) เลย
 
มะตันเปิ้ล : บรรยากาศในแคมป์เป็นไงบ้าง?
มะตูม : ตื่นเต้นสุดๆ เลยครับ ตูมเป็นเด็กใหม่ด้วยไง เขาเรียกตัวมา 6 คนแต่คัดไปแข่ง 4 คน สุดท้ายตูมก็ได้อยู่ใน 4 คนที่ได้เป็นตัวแทนไทยไปแข่ง คืนวันก่อนแข่งนี่นอนไม่หลับเลยครับ คือมันตื่นเต้นน่ะพี่ นักจิตวิทยาประจำทีมชาติก็บอกให้อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ จนมันง่วง 555 ตื่นมาก็ทำตามรูทีนที่ต้องทำก่อนแข่ง กิน วอร์ม ทำสมาธิ ประมาณนั้นครับ

มะตันเปิ้ล : ผลงานซีเกมส์ครั้งแรกเป็นไงบ้าง?
มะตูม : แข่งทั้งหมด 5 รอบ พอออกตัวปุ๊บตูมก็เข้าไปอยู่ในกลุ่ม 5-6 คนแรกเลย พอรอบที่สอง ตูมคิดว่าต้องทำอะไรแล้วล่ะ ถ้าขืนปั่นแบบนี้ไม่ได้เหรียญแน่ ตอนนั้นคิดว่าจะเท่ด้วยแหละ 555 ก็เลยดิ้นรนหาไลน์แซงมั่วไปหมด ได้ที่ 5 กับที่ 20 มีค่าเท่ากัน แต่ที่ 4 กับที่ 3 นี่ต่างกันเยอะเลยนะ มันต้อง 1-2-3 เท่านั้น! พอตะบี้ตะบันแซงก็เลยหลุดออกนอกไลน์ ชนใส่หิน รถพัง! (ตีนผีหัก)

มะตันเปิ้ล : ... (เจอซีนดราม่า! อ้าปากค้าง ตาเบิกโพลง)
มะตูม : ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก มันทำอะไรไม่ได้ จุดพิทซ่อมรถก็อยู่ไกลเกินไป ตูมเลยตัดสินใจ DNF (ออกจากการแข่งขัน) ระหว่างเดินจูงรถกลับก็นึกเสียดายเวลาที่เก็บตัวฝึกซ้อมมาตั้งหกเดือน แทบต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อที่จะมาจุดนี้


มะตันเปิ้ล : พี่อยากรู้มากเลย ตูมมีวิธีจัดการความคิดตัวเองยังไงในวันที่แพ้น่ะ?
มะตูม : มันก็เฮิร์ทนะพี่ แต่ตูมก็คิดแบบบวกๆ ว่า มันแพ้เพราะรถ ไม่ได้แพ้เพราะตูม ก็แค่เสียใจที่ไม่ได้ลองซัดให้หมดแรงน่ะ ถ้าแข่งจนจบแล้วแพ้ อารมณ์มันจะจบ แพ้เพราะเราทำได้เท่านี้ แต่นี่ยังใส่ไม่สุดแล้วรถพัง ก็ไม่โทษตัวเองละกัน ช่างมันเถอะ มันไม่ใช่ทั้งหมด พรุ่งนี้ก็ต้องกลับมาซ้อมอยู่ดี ยังต้องกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซีเกมส์คราวหน้าจะกลับมาใหม่!

มะตันเปิ้ล : การแข่งรายการใหญ่ครั้งต่อๆ มาล่ะ? เริ่มเก๋าแล้ว?
มะตูม : ชิงแชมป์เอเชียนี่คือโหดมาก ระดับโลกเพียบ เอเชียนเกมส์ตูมก็ยังนัวเนียอยู่ในท็อปเท็นทั้งสองงาน เก๋าเหรอ... เรียกว่าเริ่มควบคุมได้ดีกว่าพี่ คือพอเจออะไรมามาก คุยกับคนโน้นคนนี้ คุยกับนักจิตวิทยา อ่านหนังสือ คุยกับนักกีฬาคนอื่นๆ มากขึ้น มันก็เริ่มเรียนรู้ที่จะปรับวิธีคิดเหล่านั้นมาใช้

มะตันเปิ้ล : ซีเกมส์ 2009 ที่ลาวล่ะ?
มะตูม : ดราม่าครับ 555 จบอันดับที่สาม ไทยได้ทั้งสามคน ปรากฎว่ากฎของซีเกมส์กันการผูกขาดรางวัล ห้ามประเทศเดียวรับทั้งสามเหรียญ ตูมได้ที่ 3 เขาตัดตูมออกแล้วดันที่ 4 ขึ้นมาแทน ก็เพิ่งรู้ว่ามีกฎแบบนี้ด้วย สรุปว่าได้ที่ 3 แต่ไม่ได้เหรียญทองแดง
 
มะตันเปิ้ล : ซีเกมส์ 2011 ที่อินโดนีเซีย?
มะตูม : สนามฝนตก ตูมไม่ชอบครับ 555 ตูมได้ที่ 7 ครับ อินโดฯ ได้ที่ 1-2-3 เหมือนเดิมครับ ที่ 3 โดนปัดเอาที่ 4 ขึ้นมาแทน ทีนี้เข้าใจหัวอกเพื่อนอินโดฯ คนนั้นเลยครับ 555


มะตันเปิ้ล : ก็ยังคงซ้อมหนักเหมือนเดิม?
มะตูม : ใช่ครับ เป็นนักจักรยานอาชีพแล้ว รับเงินเดือน ต้องทำผลงาน ถ้าผลงานไม่ดีก็ต้องกลับไปเป็นพนักงานออฟฟิศ 555

มะตันเปิ้ล : แล้วซีเกมส์ 2013 ที่พม่าล่ะ?
มะตูม : อันนี้จุดเปลี่ยนของชีวิตเลยครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมชาติมาเก็บตัวที่เชียงใหม่ คือตูมชอบมาก ภูมิประเทศภูมิอากาศที่คุ้นเคย แถมได้โค้ชคนใหม่ที่มีวิธีโค้ชชิ่งแบบที่ใช้นักกีฬาเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการซ้อมจะเปลี่ยนไปตามสไตล์ของนักกีฬาแต่ละคน ตอนนี้มันก็ยิ่งเข้าทางตูมเลย ไปลองสนามแล้วยิ่งชอบ สภาพสนามเป็นแบบที่ตูมถนัดเลย เปลี่ยนจากรถ 26 นิ้ว มาใช้รถ 29 นิ้ว ด้วยรู้สึกดีกับมันมาก ก็เลยมั่นใจว่างานนี้มีเหรียญแน่นอน

มะตันเปิ้ล : ปรากฎว่า?
มะตูม : เหรียญทองครับ!

มะตันเปิ้ล : แข่ง 6 รอบ ตูมช่วยเล่าบรรยากาศตอนนั้นให้ฟังหน่อยสิ ยิ่งรอบสุดท้ายนี่ ตอนนั้นคิดอะไร?
มะตูม : ออกตัวปุ๊บระเบิดพลังหนีเลยครับ นำมาตั้งแต่เริ่ม แต่พอมันเป็นสนามแนวที่ตูมถนัด ตูมก็เริ่มรู้จักช่วงที่จะผ่อนแรงเพื่อพักบ้าง แต่ก็ยังรักษาระยะห่างอยู่นะ ซัดกัน 6 รอบ หนีอินโดนีเซียสองคน กว่าจะหลุดก็รอบสุดท้าย มันคือความเก๋านั่นแหละพี่ ตอนขึ้นเขาจัดหนักทุกเนิน แต่พอตอนเรียบต้องผ่อน ต้องคุมให้ได้ เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กตูมจะซัดไม่ยั้งแล้วไปหมดแรงตอนท้าย แต่คราวนี้มันเริ่มเข้าใจว่าต้องผ่อนแรง กินน้ำ เติมเจลอาหาร มันคุมจังหวะเกมได้แล้วน่ะ รอบสุดท้ายนี่ท่องอยู่ในใจอย่างเดียวเลย... “รถอย่าพังนะ” มันหลอนนะพี่ ระหว่างทางจะเจอคนรถเสีย และยางรั่วเต็มไปหมด

 
มะตันเปิ้ล : มีอะไรอยู่ในหัวตอนที่ผ่านเส้นชัย?
มะตูม : มันว่าง มันโล่ง หายวูบไปเลยพี่ อ่าาาาาาห์ เหมือนยกภูเขาออกจากอก

มะตันเปิ้ล : หลังจากหอบเหรียญทองกลับมาชีวิตเปลี่ยนไปมั้ย?
มะตูม : นิดหน่อยครับ แต่ก็ไม่เยอะ มันก็แค่อีเว้นท์นึง ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ชื่อเสียงมันไม่จีรังครับ

มะตันเปิ้ล : แล้วซีเกมส์ก็ไม่จัดแข่งเสือภูเขาอีกเลย?
มะตูม : 555555555 (หัวเราะดังมาก)

มะตันเปิ้ล : ยังคุยกับอาหลงอยู่มั้ย?
มะตูม : คุยครับ คุยตลอดเลย อาหลงสอนตูมเยอะมาก คือตูมกลายเป็นคนที่คิดแบบนักกีฬาน่ะ ต้องจริงจัง มันเหมือนแข่งทุกวัน แข่งกับตัวเองน่ะ ปั่นขึ้นดอยสุเทพก็บ่นว่าโคตรเหนื่อยแต่ยังทำเวลาไม่ดีเลย อาหลงก็จะสอนให้ตูมกลับมาคิดแบบคนธรรมดาทั่วไปบ้าง เป็นวิธีคิดของคนที่มีความสุขกับจักรยาน มาดอยสุเทพสวยจัง อากาศดี ถ่ายรูปวิวสิ พอตูมอยู่ในช่วงแย่ๆ ตูมก็จะคิดถึงเรื่องนี้ที่แกสอน ให้ปั่นรีแล็กซ์สบายๆ บ้าง อยากไปไหนก็ไป พอเข้าใจเรื่องนี้แล้วตูมรู้สึกว่าตูมโตขึ้นเยอะเลย

มะตันเปิ้ล : นอกจากจักรยานแล้ว ตูมเล่นกีฬาอะไรอย่างอื่นบ้าง?
มะตูม : ช่วงหลังนี่เล่นหลายอย่างเลย แก้เลี่ยน ออกไปวิ่ง ไปตีแบดมินตัน พาแฟนไปฟิตเนส คือมันแก้เบื่อด้วย แล้วตูมก็รู้สึกว่าจักรยานมันเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่อยากใช้กล้ามเนื้ออื่นๆ บ้าง และมันก็ทำให้ตูมกลับมาปั่นจักรยานได้ดีขึ้นด้วย

มะตันเปิ้ล : มีอะไรฝากถึงชาว HIP Bike Section บ้างครับ?
มะตูม : ไม่ว่าจะปั่นเพื่อวัตถุประสงค์ไหนก็ตาม ก็ขอให้ปั่นอย่างมีความสุขเถอะครับ ทุกวันนี้ตูมซ้อมหนัก แต่ก็ยังมีความสุขกับมัน เราได้มองเห็นอะไรตั้งเยอะที่พาหนะชนิดอื่นมองไม่ทัน แล้วก็ได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย

มะตันเปิ้ล : คำถามสุดท้ายแล้วครับ ทำไมขาวจัง? นักจักรยานมันต้องเป็นน่องโบ้ๆ ตัวดำๆ ไม่ใช่เหรอ? ดูแลตัวเองยังไง?
มะตูม : ใส่ปลอกแขน ปลอกขาทุกครั้ง ครีมกันแดดนี่พอกเลยครับ Night Cream – Day Cream มากันครบ ที่สำคัญอยู่ที่การพักผ่อนด้วย ถ้าพักผ่อนเพียงพอผิวพรรณก็สดชื่นครับ


นี่แหละครับบุคคลระดับฮีโร่ของวงการจักรยานของเชียงใหม่ และของประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้จากมะตูมก็คือตูมเป็นหนุ่มที่ไม่ถือตัว ยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี มีวินัยกับการฝึกซ้อมสูงมาก และพร้อมจะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อพัฒนาตัวเองเสมอ แถมยังมีทัศนคติที่ดีกับการใช้ชีวิต ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตได้ วันนี้ผมคุยกับมะตูมแล้วรู้สึกว่าได้อะไรมากกว่าเรื่องจักรยานจริงๆ จากนี้ไปเรามาช่วยกันให้กำลังใจมะตูมในการแข่งขัน ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติกันครับ

เรื่อง acidslapper
ภาพประกอบ Harry Hendriks, Nukul Pichayapinyo, Sirinya Siwasilprasart และแพะภูเขา


LANNA HERO
พีระพล ชาวเชียงขวาง
Cycling Around the World
เรื่องเล่าจากวันที่ต้อง ´หยุด´ หรือ ´ไปต่อ´
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©