AUGUST 2017 OUT NOW!!
SECTION A
SECTION B
HOME
MAGAZINE
 
 
HIPNER BLOG
2017 2016 2015
JUIJUIS
จุ๋ยจุ๋ยส์ปั่นฮ่องกง : 4 DAYS in HONGKONG by JUI JUIS
FSIR FOLDING HONG KONG TRIP 2015
เรื่อง/ภาพ : JUIJUIS

การเดินทางด้วยจักรยานพับ FSIR ได้เริ่มต้นอีกครั้ง ในครั้งนี้พี่โหน่ง(Editor HIP Magazine Chiang Mai) ได้ชวนผม และพี่ๆอีกสองคนจากกรุงเทพ ไปร่วมกันปั่นจักรยานในประเทศฮ่องกง ซึ่งตอนแรกผมก็ยังงงว่าฮ่องกงจะมีที่ปั่นเหรอ นึกว่าจะมีแค่ไปกินนกกับช็อปปิ้งซะอีก แต่ก็นั่นแหละครับ ไม่ลองไม่รู้ สู้โว้ย!





วันที่ 1
พวกเราสี่คน เดินทางมาเจอกันที่สนามบินนานาชาติของฮ่องกงในเวลาก่อนเที่ยง แต่ต้องนั่งรถไปยังโรงแรม Harbour Plaza Resort City ที่เราจองไว้ในย่าน Tin Shui Wai, Yuan Long ระยะทางห่างออกไปไกลพอสมควร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง 


พอถึงโรงแรมปุ๊ป พวกเราก็จัดการกางรถพับอันแสนสะดวก เติมลม เติมน้ำ และออกไปสำรวจเส้นทางทันที พวกเราปั่นกันไปแบบคลำทาง เพราะไม่มีใครเคยมาปั่นจักรยานที่ฮ่องกงเลย แต่ก็อุ่นใจ เพราะมีเลนจักรยานให้ปั่นเลียบแม่น้ำ พวกเราปั่นไปเรื่อยๆ จนสุดเส้นทางจักรยาน พวกเราจึงปั่นไปยังเส้นทางที่มุ่งหน้าหาทะเล ปั่นไปก็ต้องคอยหลบรถบรรทุกที่ขับกันเร็วมากๆ ปั่นไปเสียวไป มั่วทางไปเรื่อยๆ ประมาณว่าทางข้างหน้าจะเป็อย่างไรเราก็ไม่อาจจะทราบได้ ผมเป็คนที่จะคอยปั่นนำหน้า เพื่อดูสภาพถนนและคุมความเร็ว เราจอดถามทางเป็นระยะ ซึ่งรับหน้าที่นี้โดยพี่เอิ้ก แกจะคล่องสุดในเรื่องของการสื่อสาร ปั่นไปปั่นมาก็เริ่มหิว เราประเดิมอาหารมื้อแรกที่ฮ่องกงด้วยก๋วยเตี๋ยวของที่นี่ อร่อยดี แต่ไม่มีผักเลย ส่วนประกอบคือ เส้นสำเร็จรูป หมูแฮมแผ่น ใส้กรอกเป็นดุ้นๆ เทน้ำซุปใส่ จบ



กินอิ่มแล้วก็ไปกันต่อ ทางที่เราปั่นชื่อว่า Deep Bay Rd. เป็นทางเลียบทะเลไปเรื่อยๆ มีขึ้นลงเนินสลับไปมา เราปั่นมาถึง Nim Wan Rd ทางช่วงนี้เริ่มเห็นวิวทะเลชัดเจน ก็รู้ได้เลยว่าตรงนี้เป็นจุดชมวิวแน่นอน ก่อนถึงจุดสูงสุดนี้ ความชัน 11% ประมาณว่าปั่นขึ้นดอยสุเทพในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวัดนั่นเอง พอพวกเราปั่นถึงยอดเนิน ก็ได้พบกับวิวที่สวยงามคุ้มเหนื่อย และได้พบนักปั่นเจ้าถิ่นอีกหลายคน ถ่ายรูป ชมวิวกันพอสมควร พวกเราก็ปั่นกลับเส้นเดิม จนมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวที่เราแวะกิน ก็ลองแยกไปอีกเส้นชื่อ Lau Fau Shan Rd มีแยกไฟแดง และเส้นทางจักรยานให้ปั่นไปได้เรื่อย ปั่นตามทางไปจนถึง Ping Ha Rd. ก็ปั่นต่อไปจนเริ่มรู้สึกว่ามันจะออกห่างที่พักไปเรื่อยๆ พี่ฟูจึงเปิด GPS จากมือถือประกอบการปั่นกลับโรงแรม ปั่นมาจนถึงเส้นเลียบแม่น้ำ เครื่อง GARMIN 510 ของผมก็จับเส้นทางกลับโรงแรมได้ จึงนำทางพี่ๆปั่นลัดเลาะผ่านตัวเมือง จนถึงโรงแรมอย่างปลอดภัย



ปั่นสำรวจทางในวันแรกรวมระยะ 23 กิโลเมตร 





วันที่ 2
จากการที่ได้คุยกับนักปั่นเจ้าถิ่นที่นี้ ได้ความว่า ควรปั่นออกจากที่พักหลัง 9:00 น. เพราะรถจะน้อยกว่าชั่วโมงเร่งด่วน พวรเรารวมพลหน้าโรงแรมเก้าโมงกว่าและออกเดินทางทันที จากการหาข้อมูลก่อนปั่น พี่โหน่งเสนอว่าทางในวันนี้ เราควรปั่นไป Tai Po ซึ่งต้องปั่นขึ้นไปทางเหนือ แต่พอเอาเข้าจริง พวกเราหลงทิศหลงทาง ดันปั่นลงใต้ซะอย่างงั้น ฮ่าๆๆๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เลยตามเลยละกัน เพราะมีเส้นทางปั่นจักรยานให้ไปได้เรื่อยๆ วิวข้างหน้ามุ่งตรงไปยังภูเขาลูกใหญ่ วิ่งเลียบทางรถไฟไปได้เรื่อยๆ ผ่าน Tong Yan San Tsuen, Hung Shui Kiu, Nai Wai, จนถึงท่าเรือแม่น้ำ Tuen Mun มีเรือขนสินค้าจอดอยู่มากมาย และเจอกับป้ายทางแยก พวกเราเลือกไปทาง Butterfly Beach เพราะน่าจะได้สัมพัสกับชายหาดบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ยังกับอยู่หัวหิน เพราะมองออกไปนอกทะเล มันก็เหมือนๆกันหมด ฮ่าๆๆๆ สวยครับสวย ชมวิวจนสมใจยากแล้ว พี่ฟูก็แจกช็อคโกแลตให้กินกันคนละก้อน เพื่อเป็นพลังงานในการเดินทางต่อ แต่....ฝนลงเม็ดแล้ว เอาเสื้อกันฝนมาใส่สิครับ รอไร พวกเราทำการบ้านกันมาอย่างดี มีเครื่องป้องกันครบทุกคน ในทุกสภาพอากาศ ย้กเว้นถ้าหิมะตก เหอๆๆ เราปั่นลงใต้เส้น Lung Mun Rd. ตามเส้นทางจักรยานเลียบชายหาดไปเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกว่าเริ่มเข้าเขตอุตสาหกรรมมาขึ้นทุกที ดูได้จากเริ่มมีแต่รถบรรทุกวิ่ง และในที่สุด พวกเราก็มาถึงทางตัน จักรยานไปต่อไม่ได้ ก็ต้องวกรถกลับทางเดิม เพิ่มเติมคือความเซ็ง! 


พวกเราปั่นกลับทางเดิมจนถึงสถานีรถไฟฟ้า Ho Tin ก็แวะกินข้าวกัน พวกเรากลัวจักรยานหาย ก็เลยไปซื้ออาหารกล่องที่ร้านสะดวกซื้อมากินข้างๆจักรยาน แต่ผมดันโชคร้ายซื้ออาหารเวฟจาก 7-11 จ่ายตังค์ไปแล้ว แต่ที่นี่ดันไม่มีไมโครเวฟ ก็เลยได้กินข้าวแข็งๆแกล้มกับหมูสามชั้นเย็นๆ ในราคา 22 เหรียญฮ่องกง(108บาท) เดี๋ยวมันคงไปอุ่นในท้องเอง ผมคิดในใจ 



กินเสร็จ ก็ไปต่อ ปั่นไป คลำทางไปตามเส้นทางจักรยานเรื่อยๆ จนมาถึงจุดพีคคือ การขึ้นเขา เรามากันถึงจุดนี้กันได้ยังไง จุดที่จะต้องเอาจักรยานพับ ล้อ 16 นิ้ว ปั่นขึ้นเขาความชัน max 22% โอ้...พระเจ้า! แต่ทุกคนก็ใจสู้ จนเอาชนะมันมาได้ และภาพข้างบนคือวิวที่สวยงาม อากาศเย็นสบาย สดชื่น แต่มันก็ไม่มีทางลงไปอีกด้าน จึงต้องปั่นลงทางเดิม ปั่นไป พักไป พี่ฟูก็เช็ค GPS เป็นระยะ เพื่อจะกลับที่พัก 


วันนี้ครบรสในการปั่น มีทั้งหลงทาง ฝนตก แดดออก ลมแรง ขึ้นเขา(ชันมาก) รวมระยะวันนี้ 48 กิโลเมตร ทางไม่ยาว แต่ก็ปั่นกันเช้ายันเย็นกันเลยทีเดียวเชียว 






วันที่ 3 
จากฤทธิ์เครื่องดื่มขมๆเย็นๆเมื่อคืน ทำให้วันนี้เราออกกันสายไปกว่าเดิมนิดหน่อย และอากาศก็หนาวมากกว่าสองวันแรก แต่ความตั้งใจเดิมก็ยังคงอยู่ คือต้องไป Tai Po ให้ได้ โอเค! ต้องปั่นขึ้นเหนือ ไปกัน! แล้วก็เหมือนเดิม หลงทิศ ตอนแรกก็เหนืออยู่ แต่ทางจักรยานมันก็ดันหายไป แล้วเส้นทางมันก็คุ้นๆเหมือนตอนปั่นวันแรก ก็เลยไปมันเส้นนี้แหละ แต่ความตั้งใจคือ ถึงจะไปเส้นเดิม แต่ต้องไปให้ไกลกว่าเดิม พวกเราปั่นตามทางแบบวันแรก คือผ่านร้านก๋วยเตี๋ยว(แต่ไม่แวะกินนะ) วิ่งเส้น Deep Bay Rd. ผ่านจุดชมวิว Nim Wan Rd. ทางแคบ โค้งเยอะ แต่รถยนต์วิ่งเร็ว เวลามีรถสวนก็ต้องคอยตะโกนบอกกัน ปั่นตามทางจนมาถึงสามแยก พวกเราเลี้ยวขาว เพราะเห็นว่ามีรถประจำทางวิ่งออกมาจากทางนั้น ก็น่าจะเป็นทางที่ไปต่อได้ยาว แต่ที่ไหนได้ ปั่นเข้าไปได้แค่โลเดียว ก็เจอหมู่บ้านเล็กๆชื่อ Ha Pak Nai และเป็นจุดสิ้นสุดทางหลัก จึงรีบออกมาเพื่อวิ่งไปอีกทาง ซึ่งมันก็เป็นเขาสลับเนินขึ้นลง จาก 3 แยกนั้น พวกเราปั่นไปได้ 2 กิโลนิดๆ ก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง นั่นก็คือ ทางตัน! มันไปต่อไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม(อีกแล้ว) พวกเราก็เริ่มหิว ก็เลยปั่นกลับไปที่หมู่บ้านที่ผ่านมาเมื่อกี้เพื่อกินอาหารเที่ยง ซึ่งก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคนละชาม(4 ชาม) ผัดผัก 1 และปีกไก่ทอด ในราคารวม 170 เหรียญฮ่องกง(833บาท) แพงเนอะ...รู้สึกเจ็บหัว เหมือนโดนฟันเบาๆ ฮ่าๆๆๆ อิ่มแล้วก็ไปต่อ กลับทางเดิม พวมเราทำความเร็วได้ดี เพราะเริ่มชินทาง 






ปั่นกลับเส้นเดิมจนถึงกิโลเมตรที่ 30 ก็เปลี่ยนเส้นทางใหม่ เพื่อมุ่งหน้าไป Yuen Long พี่ฟูดู GPS พี่เอิ้ก ถามทาง พี่โหน่งคุมท้าย ผมนำขบวน ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุด มาถึงตอนนี้ พวกเราตั้งจุดมุ่งหมายว่าจะไป Sheung Shui แต่ก็ดันหลงทางซะเยอะ จนเสียเวลาไปมาก และจุดหมายขอเราก็ไม่เอื้อต่อเวลา จึงวกรถกลับ ไปแวะหาอะไรกินกันที่ Town Centre กันดีกว่า แหม่... เวลาปั่นมาเหนื่อยๆแล้วได้จิบเบียร์เย็นๆแกล้มด้วยใส้ลวก ปีกไก่ทอด นี่มันช่างสุดยอดจริงๆนะ แต่กินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวติดลม แฮ่ๆ เพราะยังต้องปั่นกลับโรงแรมกันอยู่



อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมืดขึ้นทุกที พวกเราปั่นกลับโรงแรมกันแบบเอื่อยๆ ถึงที่พักก็มืดพอดี รวมระยะ 63 กิโลเมตร




วันที่ 4 (วันสุดท้าย)
วันนี้ต้องจัดเต็มกันหน่อย ด้วยอุณหภูมิความหนาวเย็น 12 องศา และรมแรง วันนี้ก็เลยค่อนข้างหนักกว่าทุกวัน แต่พวกเราฟิ๊ตกันอยู่แล้ว กลัวที่ไหน จัดยาวๆกันไปเลย! จุดมุ่งหมายในวันนี้ของเราคือ Tai Po เขาว่ากันว่า มาฮ่องกง ต้องไปปั่นที่ Tai Po เอ้าลุย! ถ้าไม่หลงทางซะก่อนนะ ฮ่าๆๆ แต่ด้วยประสบการณ์ 3 วันที่ผ่านมา ก็ทำให้เราคล่องแคล่วมากขึ้น เริ่มจำทางได้แม่นยำ และดูทิศได้ถูกต้อง พวกเราปั่นไปตามเส้น Kam Tin Rd มาเรื่อยๆ จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จากที่พัก และได้ข่าวว่าเราจะต้องข้ามเขาไป 1 ลูก เพราะฉะนั้น แวะกินกันก่อนดีกว่า แฮ่ๆ ซึ่งมันมีท่ารถประจำทางอยู่ตรงทางก่อนขึ้นเขา พวกเรากินติ๋มซำเพื่อเพิ่มพลัง กินอิ่มแล้วก็พร้อมลุย!



แล้วก็ถึงเวลาแห่งความหรรษา ขอบอกตามตรงเลยว่า...เขาที่นี่ชั๊นชัน เฉลี่ย 14% บางช่วงเจอโปรเจ้าถิ่นยืนโยกเสือหมอบแซงไปแบบนิ่มๆ มีหรือ ที่เด็ดดอย(สุเทพ)จะยอม โยกตามดิครับ! แต่ก็อย่างว่าแหละ เรามันรถพับล้อ 16 นิ้ว จึงมิอาจสู้ได้ ได้แค่ตามไปแบบห่างๆอย่างห่วงๆ แซงไม่พ้น ก้มหน้าก้มตาซอยขาต่อไป ไม่อยากฝืนมากไป เสียดายติ๋มซำ ฮ่าๆๆๆๆ 


กว่าจะปั่นขึ้นถึงยอด ผมและพี่ๆก็ได้กันไปคนละเหนื่อยสองเหนื่อย แต่ขาลงก็ไหลยาวๆ ได้ลมหนาวๆปะทะหน้ามันช่างสะใจดีแท้ พวกเราลงเขากันมาอย่างปลอดภัย ก็มาถึงแยกใหญ่ที่จะไป Tai Po แล้วก็ได้เจอกับเส้นทางจักรยานอีกครั้ง สองข้างทางสวยงาม เป็นทิวทัศภูเขา วิ่งเลียบแม่น้ำ อีกข้างก็เป็นรถไฟฟ้า ช่วงวันแรกๆที่ปั่น ผมสังเกตว่าเส้นทางจักรยานมี 2 สี คือ เขียวกับแดง ก็พยายามวิเคราะห์หาคำตอบ สรุปว่า สีไม่ได้มีผลกับเส้นทาง แค่อยกทาตรงไหนให้เป็นสีอะไรเท่านั้นเอง แป่ววววว อย่างถ้าเส้นที่เพิ่งทำใหม่ก็จะทาสีแดง เพราะมันคงดูสวยกว่า(มั้ง) ฮา...


และแล้วเราก็มาถึงเส้นทางที่ตั้งใจ หลังปั่นมาจากที่พัก 26 กิโลเมตร กับข้ามเขา 1ลูก เป็นเส้นทางจักรยานเลียบชาดหาด อันสวยงาม ที่ใครต่อใครก็เอาจักรยานมาปั่นที่นี่ มาปั่นที่ฮ่องกง 4 วัน ก็มีวันนี้แหละ ที่ได้เห็นนักปั่นเยอะขนาดนี้ มีทั้งมือใหม่ที่กำลังหัดใส่ครีทแล้วล้มเพละต่อหน้า ไปจนถึงโปรแบบจัดเต็ม ซึ่งเส้นเลียบชายหาดนี้ยาวจาก Tai Po ไปจนถึง Ma On Shan เป็นระยะทาง 13.5 กิโลเมตร ผมสังเกตเห็นนักปั่นที่นี่เขาซ้อมปั่นไป-กลับกันหลายรอบเลยทีเดียว 


พวกเราปั่นเพลิน ถ่ายรูปยิ่งเพลินกว่า เริ่มหิว เลยต้องหาของกิน พวกเราจึงมุ่งหน้าไปยังเมือง Sha Tin ซึ่งไม่ไกลมากนัก เพื่อหาอะไรกิน เมื่ออิ่มแล้วก็เดินทางต่อ พวกเราปั่นไปแวะที่ Ma On Shan แล้วก็กลับทางเดิม จนมาถึงทางทางทีเราคิดว่าจะกลับข้ามเขาลูกที่เรามาเหรอ อิอิ อ้อมนิดหน่อยดีกว่ามั้ย แฮ่ๆ แถมได้เส้นทางใหม่ด้วยน๊า...แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีขึ้นเขานะ ยังมีอยู่! ยาวกว่าด้วย! แต่ไม่ชันเท่า เฉลี่ยประมาณ 6% ก็ไปได้เรื่อยๆ แล้วก็ไหลๆลงเขาปั่นต่อ มาบรรจบกับเส้นทางเดิมที่มาเมื่อเช้า ในช่วงกิโลเมตรที่ 80 จากนั้นก็ปั่นแบบสบายๆกลับที่พักด้วยเส้นทางจักรยานสีเขียวสลับแดง จนถึงที่พัก อย่างปลอดภัยและหนาวเย็น รวมระยะทั้งหมดในวันนี้ 92 กิโลเมตร อ่าห์...ฟิน





จุ๋ยจุ๋ยส์ปั่นฮ่องกง : 4 DAYS in HONGKONG by JUI JUIS
FSIR FOLDING HONG KONG TRIP 2015
ไปปั่นปาย SLOW RIDE : เมื่อพี่ๆ มาชวนผมเอาจักรยานใส่รถกระบะไปปั่น ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมตบปากรับคำทันที มีรึ...ที่ จุ๋ย จุ๋ยส์ จะพลาด ฮ่าๆๆๆ
SLOW RIDE ไปปั่นปาย
ชมคลิป จิ๋ว จิ๋วส์ กับ จุ๋ย จุ๋ยส์ ตะลุยเสียมราฐ!!!! แบบภาพเคลื่อนไหวได้แล้วที่นี่...
จุ๋ยจุ๋ยส์พาปั่นจักรยานพับชมเมืองเสียบราฐ ณ ประเทศ กัมพูชา
จุ๋ย จุ๋ยส์ ปั่นเสียมเรียบ - JOURNEY OF RIDE
JOURNEY OF RIDE
H I P  P A R T N E R S
สำนักงานนิตยสาร  H I P  M a g a z i n e  บริษัท  เชียงใหม่  ฮิพ  แม็กกาซีน  จำกัด
เลขที่  5 / 1  หมู่ 5  ตำบลสุเทพ  อำเภอเมือง  เชียงใหม่ 50200  โทรศัพท์  /  แฟ็กซ์  0 5 3 - 3 2 9 - 4 2 0
hipthailand@windowslive.com  +  hipthailand.cm@gmail.com
H I P   M A G A Z I N E   A N D   E V E N TS   C H I A N G   M A I   ©