Skip to main content

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก

115

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก 	ตั้งแต่เริ่มวิ่งมา ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ “วิ่งแล้วปวดเข่า วิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ‘พี่นก’ หรือ ‘ป้านก’


48 ยังแจ๋ว
เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก
 

         ตั้งแต่เริ่มวิ่งมาข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ“วิ่งแล้วปวดเข่าวิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆหนึ่งที่ผมรู้จักเขาไม่เคยคิดอย่างนั้น‘พี่นก’ หรือ‘ป้านก’ ที่พวกเราเรียกกันใครจะรู้บ้างว่าพี่นกเคยวิ่งมาแล้วถึง 22 มาราธอนกับอายุที่เกือบจะ 50 เต็มแล้วและที่สำคัญถ้วยรางวัลเต็มบ้านจนจะไม่มีที่เก็บแล้ว\วันนี้HIP ขอนำเสนอเรื่องราวน่าสนใจของพี่นกที่ก้าวข้ามตัวเองจากเจ้าของธุรกิจที่เกือบเป็นOffice Syndrome จนทุกวันนี้เจอพี่นกต้องถามกันว่า“สุดสัปดาห์นี้ไปวิ่งที่ไหน?”

 

 

สูตรประจำรายการเลยครับกับคำถามแรกช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ

          พี่นกค่านักวิ่งที่รู้จักกันจะเรียกว่าป้านกชิดชนกซากากุชินามสกุลญี่ปุ่นนิดนึง

 

อ้าวเป็นคนญี่ปุ่นเหรอครับ?

           ไม่ใช่ค่าสามีเป็นคนญี่ปุ่นค่ะส่วนปีนี้อายุก็48 แล้ว ก็ยังทำค้าขายอยู่ค่ะ

 

พี่นกวิ่งมานานหรือยังครับ? ได้ยินมาว่าพี่นกวิ่งเยอะมาก

           จริงๆแล้ววิ่งมา4 - 5 ปีเองค่ะตั้งแต่อายุ44 ปีส่วนตัวเป็นคนชอบวิ่งสนุกกับการที่จะได้วิ่งออกไปข้างนอกค่ะ ได้เหงื่อแล้วรู้สึกดีค่ะตอนเด็กๆเป็นเด็กAlert แต่ไม่ค่อยเก่งกีฬานะเล่นทุกอย่างจับฉ่ายมาก

 

แล้วโตมายังได้ออกกำลังกายอยู่ไหมครับ?

            ตั้งแต่มีครอบครัวมาก็ใช้ชีวิตอีกอย่างไปเลยช่วงอายุ30 กว่าๆก็จะอยู่กับงานไม่ต้องพูดถึงเลยว่าถ้ามีเวลาแล้วจะมาออกกำลังกายมันกลายเป็นเรื่องที่ยากไปเลย จนช่วงที่ลูกเริ่มโตละไปส่งลูกไปโรงเรียนแล้วมันจะมีช่วงว่างก็เลยลองไปเดินเล่นรอบสวนดูแต่ตอนนั้นแค่เดินนะไม่ได้ลองวิ่งจริงจังคือเริ่มคิดแล้วว่าได้ออกกำลังกายบ้างแต่สุขภาพก็ยังไม่ได้ดีขึ้นนะทุกๆปีก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างน้อย ปีละครั้งปวดท้องบ้างไม่สบายบ้างโรคกระเพาะบ้างทำงานเยอะกว่าได้ออกกลังกายนั่นเองก็คิดในแง่ดีนะว่าได้ใช้ประกันคุ้มหน่อย

 

แล้วจุดเปลี่ยนอยู่ตรงไหนครับ?

             เมื่อ5 ปีที่แล้ว(ตอนอายุ44) เป็นติ่งเกาหลีเต็มตัว ดูซีรี่ส์เกาหลีหนักมากนอนกินขนมดูทั้งวันรู้ตัวอีกทีก็เฮ้ย! ทำไมเราอ้วนอย่างนี้อายุเท่านี้แต่น้ำหนักเท่าก่อนคลอดลูกเบ่งบานมากรู้สึกว่ามันไม่ใช่ละเราก็นึกถึงตอนที่เราเดินเล่นรอบสวนทีนี้ก็จะเริ่มเพิ่มระยะบ้างแล้วจากเท่าเดิมที่(คิดว่า) วิ่งก็ไปให้ไกลกว่าเดิม

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก 	ตั้งแต่เริ่มวิ่งมา ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ “วิ่งแล้วปวดเข่า วิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ‘พี่นก’ หรือ ‘ป้านก’

 

แล้วพี่นกเข้าวงการวิ่งได้ยังไงครับ?

              ตอนนั้นเราเล่นเฟซบุ๊คอยู่อยู่ดีๆก็มีโพสต์อันหนึ่งขึ้นมาว่าประกาศขายบิบไอ้เราก็งงบิบคืออะไร? ยังไม่รู้จักงานวิ่งจริงจังแต่พอรู้คร่าวๆว่าเป็นงานวิ่งเป็นงานปลายปี อยากลองดูก็เลยไปซื้อมาโดยที่ไม่รู้ว่าบิบที่ซื้อมาเป็นของระยะ21 กม. ทั้งๆที่ตัวเองเดินรอบสวน4 - 5 กิโลยังไม่จบเลย เราเห็นว่าได้เสื้อได้เหรียญก็ตื่นเต้นแล้วจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับงานวิ่งไปเรื่อยๆพร้อมกับเริ่มออกกำลังกายมีวางแผนโดยใช้กูเกิ้ลแมพบ้าง(ลูกสอน) วันแรกที่ซ้อมลองวิ่งรอบคูเมืองกับอีกนิดหน่อยให้ได้8 กิโลล่อไป1 ชั่วโมงกับอีก 10 นาทีโอยจะตายเอาคิดในใจไม่น่ารอดแน่21 กม.เนี่ยจะทิ้งอยู่แล้วแต่สองอาทิตย์ก่อนแข่งเจอคนขอแลกเบอร์วิ่งจาก21 เป็น10 กม. ก็แลกเลยโดยไม่คิดได้วิ่ง10 กม. 
            สมใจอยากรอดไปไม่ต้องวิ่ง21 กิโลในครั้งแรกพอวันจริงเนี่ยวิ่งก็เหนื่อยนะแตรดังปุ๊บวิ่งตามเขาเลยแต่ได้กิโลเดียว555 ที่เหลือก็กระท่อนกระแท่นไปแต่พอจบเข้าเส้นชัยได้เหรียญเหมือนความเหนื่อยมันหายไปหมดเลยกลายเป็นความดีใจกับความชอบแทนจบมินิแรกที่1 ชม. 15 นาทีแฮปปี้มากความรู้สึกหลังเข้าเส้นชัยมันก็ยังเป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้นะรวมไปถึงการหางานต่อไปหลังวิ่งจบด้วย555

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก 	ตั้งแต่เริ่มวิ่งมา ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ “วิ่งแล้วปวดเข่า วิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ‘พี่นก’ หรือ ‘ป้านก’

 

ได้เรียนรู้อะไรจากการแข่งวิ่งบ้างครับ?

            เรียนรู้ว่าไม่พร้อมควรซ้อมจะได้มีแรงวิ่งจะได้รีบจบวิ่งบ้านเรามันร้อนนะตั้งแต่เริ่มวิ่งเนี่ยสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปจากเราเลยคือโรคภัยจากที่เข้าโรงพยาบาลปีละหลายครั้งปรากฏว่าไม่ได้เข้าเลยไม่ป่วยเลยใช้ประกันไม่คุ้มเสียแล้ว ปีแรกที่วิ่งนี่จากน้ำหนัก56 ลงไป47 ผอมลงแข็งแรงขึ้นด้วย

 

อะไรทำให้พี่นกคิดจะวิ่งไปถึงระยะมาราธอนครับ? แล้วซ้อมยังไงบ้างครับ?

             สืบเนื่องมาจากเห็นคนอื่นในงานวิ่งเนอะบางคนก็วิ่งมานานแล้วเห็นคนวิ่งตั้งแต่ระยะมินิไปจนถึงระยะฟูล ทำให้รู้ว่าวิ่งไม่ได้มีแค่10 กิโลแต่มีระยะเยอะกว่านั้นด้วยเราก็เริ่มสนใจนะพอวิ่งแล้วเริ่มสนุกเราก็เริ่มฟุ้งซ่านถึงระยะที่มากขึ้นแล้วกับมีงานหนึ่งคือCMU Marathon ครั้งที่1 ตอนวิ่งเข้าเส้นชัยก็ดีใจนะแต่พอรู้ว่าตัวเองได้ถ้วยก็ตกใจมากนี่คือถ้วยใบแรกในชีวิตทำเวลาไป1 ชั่วโมงถ้วนก็มาคิดถึงวันแรกที่เราซื้อบิบ21 กิโลมาเราก็อยากเปิดโลกทัศน์ใหม่ในการวิ่งของตัวเองบ้างแต่ก่อนงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนมันก็หายากนะไม่ค่อยมีตอนนั้นไปเจองานวิ่งรอบกว๊านพะเยา(26 กม.) ช่วงนั้นซ้อมที่ญี่ปุ่นตลอดซ้อมจนถึงระยะ22 กม. เลยนะตอนนั้นลืมนึกไปว่าที่ญี่ปุ่นอากาศเย็นไม่เกินสิบองศาพอกลับมาไทยได้สามวันก็ขับรถไปพะเยาเลยไปวิ่งรอบกว๊านระยะเกินทำการนิดหน่อยวันแข่งจริงก็ทำได้แต่มันทำให้รู้ว่าเราซ้อมแค่ไหนก็ได้แค่นั้น22 กม.แรกก็โอเคแต่4 กม. 
ที่เหลือมันทรมานมากทำให้เรามีเป้าหมายใหม่ว่าต้องซ้อมให้ถึงห้ามรังแกตัวเองมันไม่สนุกเลย

            พอตัวเองลงหลายงานเข้ารู้สึกแกร่งขึ้นก็เลยอยากChallenge ตัวเองกับระยะมาราธอนกับงานเชียงใหม่มาราธอนงานประจำเมืองโดยซ้อมให้ถึงด้วยศึกษาทุกอย่างสำหรับการวิ่งมาราธอนตั้งแต่การซ้อมการกินการนอนพอเราทำตามเป้าได้อย่างมีวินัยมันก็ทำให้เราประสบความสำเร็จในการแข่งงานแรกมันไม่มีใครได้ถ้วยรางวัลหรอกเนอะ มันรู้สึกประทับใจตัวเองเราชนะใจตัวเองภูมิใจในตัวเอง ว่าระยะไกลอย่างนี้ผ่านมาได้ยังไง

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก 	ตั้งแต่เริ่มวิ่งมา ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ “วิ่งแล้วปวดเข่า วิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ‘พี่นก’ หรือ ‘ป้านก’

 

มีนะๆมาราธอนแรกได้ถ้วยผมนี่ไง

            หาจริงเหรออาเหลียงซูโก้ยมาก

 

ก็ตอนนั้นรุ่นผมแจกถ้วย10 ใบแต่คนเข้าแข่งมี11 คนผมได้ที่9 แหะๆ

            อ้าว…

 

เคยมีคนถามพี่นกไหมครับว่า ถ้าจะเริ่มวิ่งต้องทำยังไงบ้าง? 

             ส่วนใหญ่ที่เคยโดยถามมาคือคนอยากจะลดความอ้วนต้องทำยังไงเราเลยแนะนำว่าให้ใส่ร้องเท้าที่สบายๆออกไปเดินก่อนค่อยๆเพิ่มระยะไปเรื่อยๆเท่าที่เราสบายแล้วค่อยๆจ๊อกไปเรื่อยๆจะใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ว่ากันพอร่างกายเริ่มชินเราค่อยเพิ่มระยะค่อยจ๊อกค่อยวิ่งไปเรื่อยๆไม่ต้องสนใจคำว่าเพซไม่ต้องสนใจฮาร์ทเรทสนใจแค่วิ่งยังไงให้สบายไปๆมาๆทุกวันนี้คนที่แนะนำไปวิ่งติดถ้วย! จากที่วิ่งแล้วปวดเข่ทุกวันนี้สังคมวิ่งของพี่นกเป็นยังไงบ้างครับ?

            แต่ก่อนคิดว่าเพื่อนคือคนที่อายุใกล้เคียงกันแต่พอมาวิ่งเชื่อไหมว่าตอนนี้มีเพื่อนวิ่งอายุ18 ขวบคุยกันสนิทมากวิ่งด้วยกันจนน้องติดถ้วยอีกแล้วตอนเราแข่งมาราธอนแรกเราก็วิ่งตามเพเซอร์เจอน้องอาร์มที่เป็นเพเซอร์5 ชั่วโมง ตอนนั้นแรงใกล้จะหมดละเห็นฟ้าเป็นสองสีก็ได้น้องอาร์มเป็นคนให้กำลังใจเรียกชื่อพี่ให้กำลังใจตลอดเปิดเพลงของตูนบอดี้สแลมเปรียบเสมือนเพลงชาตินักวิ่งให้เรามีแรงจน500 เมตรสุดท้ายน้องอาร์มบอกให้เราวิ่งเต็มกำลังเราก็ไม่รู้เอาแรงมาจากไหนมีแรงวิ่งเข้าเส้นชัยได้อีกทุกวันนี้ก็อยู่กลุ่มน้องอาร์มเขาเด็กกว่าเราเยอะนะแต่เราเรียกเขาว่าหัวหน้า(หัวเราะ) ของกลุ่ม‘ล่นไปเต๊อะอิ’ กลุ่มนี้พี่รักมากเลย

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก 	ตั้งแต่เริ่มวิ่งมา ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ “วิ่งแล้วปวดเข่า วิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ‘พี่นก’ หรือ ‘ป้านก’

 

แล้วก่อนวิ่งมาราธอนต้องระวังอะไรไหมครับ?

            จะเหลาให้ฟังเคยมีอยู่มาราธอนนึงพี่ไปคนเดียวก่อนแข่งก็ปกติดีจนกระทั่งอุตริไปกินจิ้มจุ่มคนเดียว
ก่อนแข่งปวดบิดหนักมากแล้วตอนไปแข่งก็ฝืนไป ทั้งอย่างนั้นสุดท้ายประมาณกม.ที่28 ปวดท้องหนักมากไม่ไหวจนต้องขอขึ้นรถพยาบาลโดนกาบิบDNF ครั้งแรกที่เมืองขอนแก่น(ปีต่อมาพี่ก็ไปล้างแค้นนะ)

 

แล้วที่ผ่านมา22 สนามนี่มีสนามไหนที่ประทับใจบ้างครับ?

           ถ้าเอาเฉพาะบ้านเราไม่นับต่างประเทศนะเพราะอย่างโอซาก้ากับสิงคโปร์ที่ไปมามันก็ระดับเอเชียละงานเขาดีอยู่แล้วถ้าพูดถึงแค่บ้านเราเดอะเบสต์เลยพี่ให้CMU นะส่วนจอมบึงพี่ก็ชอบเพราะชาวบ้านออกมาเขียร์กันพัทยาก็บันเทิงเพราะก่อนปล่อยตัวมันตีสามเนอะขี้เมาเพิ่งจะออกจากผับก็จะเจอคนเมาออกมาเชียร์แปลกตาดี
กลิ่นละมุดสาบมากลากูน่าก็งานอูฐมันร้อนแต่สนุกมากเลยนี่ไปมาสามครั้งแล้วเหรียญสวยเสื้อสวยชอบสุดๆ

  

แล้วสนามต่อไปเล็งที่ไหนไว้ครับ?

           นี่สำคัญมากพี่ได้ไปเบอร์ลินงานเวิลด์เมเจอร์1 ใน6 มาราธอนโลกงานแรกเลยจริงๆได้ชิคาโก้มาด้วยแต่ถ้าไปหมดคิดว่าน่าจะเป็นภาระแก่กองทุนทรัพย์วัยชราพี่ถ้าไตมีหกอันคงต้องขายสักสองอัน

 

อันนี้เป็นคำถามส่วนตัวจากผมเลยมีคนบอกว่า อายุเยอะแล้วออกมาวิ่งแล้วมันจะเจ็บเข่ามันวิ่งไม่ไหวหรอกในฐานะที่พี่นกออกมาวิ่งจริงๆจังๆตอนอายุมากกว่าผมตั้งสิบกว่าปี แต่กลับแข็งแรงได้อย่างเหลือเชื่ออยากให้พี่นกช่วยให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยครับ?

            จริงๆแล้วผู้หญิงที่อายุเลย40 เนี่ยมันเหมือนผู้หญิงที่กำลังจะLanding (วัยทองนั่นแหละ) อายุครึ่งร้อยปัญหาสุขภาพก็จะตามมาเตือนเราว่าอายุ50, 60, 70 จะเจออะไรตัวอย่างการเตือนก็จะเช่นว่าเราทำงานไม่ได้เหมือนเดิม นอนดึกไม่ได้เหมือนเดิมขับรถไกลๆไม่ได้เหมือนเดิม ดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัดถ้าเปรียบเทียบร่างกายเหมือนรถคันหนึ่งเราใช้งานเขามาตลอดแต่ไม่เคยทำให้เขารู้สึกแข็งแรงขึ้นเพื่อให้ใช้งานเขาได้นานๆสังเกตว่าชนชาติที่อายุยืนอย่างญี่ปุ่นเขาออกกำลังกายตลอดอายุยืนถึง80 - 90 ปี ส่วนบ้านเรา60 ก็แย่แล้วพังแล้วถ้าเราดูแลร่างกายตัวเองทำให้ร่างกายแข็งแรงเราก็จะได้ใช้ร่างกายนี้ไปนานๆอีกอย่างที่เป็นแรงผลักดันให้เราต้องมีสุขภาพแข็งแรงคือเราเคยถามเพื่อนว่าวันนี้ลางานไปไหน เขาตอบว่าพาแม่ไปหาหมอพาพ่อไปหาหมออายุ50 - 60 มานึกในใจถ้าเราอายุเท่านั้นเราก็รักลูกเรานะแต่เขาต้องเสียเวลาพาเราไปหาหมอแล้วเราทำอะไรได้บ้าง? ถ้าเราแข็งแรงเราก็จะไม่เป็นภาระให้แก่ลูกหลาน มีวินัยออกกำลังกายไปเรื่อยๆมันไม่ได้ช่วยแค่สุขภาพมันจะช่วยเรื่องอื่นด้วยจะได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆเหมือนกับสโลแกนประกันยี่ห้อหนึ่ง‘อาวุโสโอเคค่ะ’

48 ยังแจ๋ว เริ่มวิ่งวันนี้ ก็ยังไม่สาย : วิ่งไปกับพี่นก 	ตั้งแต่เริ่มวิ่งมา ข้ออ้างของคนที่ไม่อยากออกกำลังกายที่เจอมากที่สุดก็คือ “วิ่งแล้วปวดเข่า วิ่งแล้วกลัวข้อเข่าเสื่อม” แต่คนๆ หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาไม่เคยคิดอย่างนั้น ‘พี่นก’ หรือ ‘ป้านก’

 

อยากฝากอะไรให้กับนักวิ่งที่กำลังอ่านคอลัมน์นี้บ้างครับ?

            ขอบคุณกลุ่มล่นไปเต๊อะอิ กลุ่มเพื่อนเด็กๆที่น่ารักที่สามารถอยู่กับมนุษย์ป้าได้(หัวเราะ) และเพื่อนนักวิ่งทุกคนที่กำลังอ่านคอลัมน์นี้อยู่ ใครที่ยังไม่ได้เริ่มออกกำลังกาย ก็เริ่มออกกำลังกายอะไรก็ได้เริ่มเถอะเพื่อตัวเองนะคะ ...


TEXT : อาเหลียง

 

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai