Skip to main content

Buriram Bike Fest 2019 : ความประทับใจของเด็กอ้วน

38

Buriram Bike Fest 2019 / HIP

วันหนึ่งระหว่างที่ผมแวะไปดื่มกาแฟที่ร้านเจ้าประจำ พูดคุยหยอกล้อกับเจ้าของร้านเป็นปกติเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้พี่เจ้าของร้านไม่ได้ชวนคุยด้วยเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายื่นโทรศัพท์มาให้ดูเรื่องงานBuriram Bike Fest 2019 ที่บุรีรัมย์ ตามมาด้วยคำชักชวนให้ไปปั่นจักรยานในงานนี้ด้วยกัน ถึงจะไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับงานเลยแม้แต่น้อย แต่ผมก็ตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิดมาก เพราะปกติไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปต่างจังหวัดบ่อยสักเท่าไหร่ จึงถือโอกาสในการไปปั่นจักรยานครั้งนี้เป็นการพักผ่อนไปในตัวซะเลย

buckram


       หลังจากวันนั้น พี่เจ้าของร้านก็มาบอกรายละเอียดเพิ่มเติมว่า“นายลงปั่นระยะ140 กิโลเมตรนะ ส่วนพวกพี่จะปั่นระยะ45 กิโลเมตรกัน” ซึ่งผมก็ตกลงตามนั้น แล้วผมก็เริ่มมาวางแผนการปั่นของตัวเองสำหรับงานนี้ ออกไปซ้อมปั่นบ้าง วิ่งบ้าง อาจจะได้ไม่ตรงตามเป้า แถมยังต้องแบกน้ำหนักที่เพิ่มมากกว่าแต่ก่อน555 แต่ก็คิดในใจว่างานนี้เป็นไงเป็นกัน! 

        เมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง ได้ทราบข่าวว่าพวกพี่ๆ จะย้ายมาลงระยะ140 กิโลเมตรเหมือนกัน รู้สึกดีใจมากที่จะได้ปั่นด้วยกันเป็นกลุ่ม เพราะจะสนุกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้ช่วยกันเปลี่ยนกันบังลมซึ่งทำให้เหนื่อยน้อยลงนั่นเอง จากนั้นผมจึงรีบเอารถจักรยานไปทำความสะอาด และจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเดินทาง 

Buriram Bike Fest 2019 / HIP

        
      รุ่งเช้าวันถัดมาซึ่งเป็นวันเดินทาง ผมตื่นแต่เช้าไปยังที่นัดหมายพร้อมจักรยานคู่ใจ เมื่อไปถึงสนามบินก็ได้พบกับเพื่อนร่วมปั่นมากมาย ในการพูดคุยกันแต่ละครั้งมีหลายคนแซวให้ผมเปลี่ยนใจจากระยะ140 กิโลเมตรมาเป็นระยะ45 กิโลเมตรส่วนผมก็ยังยืนยันว่าจะลงปั่นในระยะเดิมไม่เปลี่ยนใจ พร้อมทั้งชวนพี่ๆ ทุกคนให้มาปั่นในระยะนี้ด้วยกัน จนสุดท้ายพวกพี่ๆ ก็พูดกันว่า “ไปก็ไปวะ140ก็140” แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะ

        จากนั้นก็ได้เวลาออกเดินทางสู่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อไปถึงจุดหมายแล้วพวกเราก็แบ่งห้องที่พักกัน จัดการจัดเก็บข้าวของ แล้วก็มาประกอบรถจักรยานให้พร้อมสำหรับวันเช้าถัดไปซึ่งเป็นวันแข่งขัน

       เวลาประมาณ04:50 น. ได้เวลาตื่นนอน ผมรีบแต่งตัว เก็บเสบียงอาหาร และตรวจเช็คจักรยานอีกครั้งก่อนออกจากห้อง พร้อมกับหากาแฟร้อนๆ ดื่มสักแก้วแบบเร่งรีบ พอลงไปที่หน้าล็อบบี้โรงแรม ก็ได้พบกับนักปั่นมากมาย มีตั้งแต่เด็กๆ ยันคนสูงวัย รวมถึงกลุ่มพวกพี่ๆ ที่จะมาปั่นในระยะ140 กิโลเมตรด้วยกันกับผม เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว พวกเราก็ออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปยังสนามช้าง อินเตอร์ชั่นแนล เซอร์กิต สถานที่จัดงาน

        เมื่อไปถึงสนามซึ่งเป็นสนามที่ใช้สำหรับทำการแข่งขันMOTO GP เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นสนามแข่ง รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ระหว่างนั้นผู้คนเริ่มทยอยมายังจุดปล่อยตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างที่รอ กลุ่มของพวกเราก็เลยปรึกษากันอีกรอบว่าจะเปลี่ยนระยะกันดีไหม เพราะดูเหมือนทุกคนจะชักชวนกันว่าย้ายมาลงระยะ45 กิโลเมตรกันเถอะ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมที่จะลุยในระยะ140 กิโลเมตร ความรู้สึกในตอนนั้น ผมประเมินจากประสบการณ์แล้วคิดว่ารอด ยังไงก็ต้องเอาให้รอด ถึงได้ยังคงยืนยันว่าจะปั่นระยะ140กิโลเมตรนี่ล่ะ ทุกคนฟังแล้วก็ทำหน้าตกใจ แต่ก็บอกว่าจะตามไปด้วย

Buriram Bike Fest 2019 / HIP

       
          เมื่อถึงเวลาปล่อยตัว ผมสังเกตนักปั่นรอบข้าง หน้าตาแต่ละคนม่งมั่นพร้อมที่จะลุยไปข้างหน้าเต็มที่ ส่วนผมก็คิดว่า เอาวะ ไปลุยกัน! พอสัญญาณดังขึ้น นักปั่นทุกเริ่มออกตัวรวมถึงกลุ่มของเราด้วย ออกตัวไปได้สักพักความเร็วก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ผมเหลือบมองพี่ๆ ในกลุ่ม ทุกคนตามมากันเป็นปกติ โอเค ความเร็วประมาณนี้พวกพี่ๆ น่าจะตามทัน

        ในตอนนั้นผมพยายามหากลุ่มความเร็วที่เราพอจะไปได้ มีการเปลี่ยนกันลากบ้างเล็กน้อย ไปๆ มาๆ ความเร็วขยับขึ้นไปเกือบ40 กม./ชม. ผมจึงเริ่มถอยลงด้านหลังเพื่อที่จะมองหาพวกพี่ๆ คนอื่นๆ แต่กลายเป็นว่ามีพี่ๆ ที่มากับผมตามมาทันแค่1 คน เลยคุยกันว่างั้นเราชะลอความเร็วเพื่อรอพี่ๆ คนอื่นตามมาให้ครบแล้วค่อยไปพร้อมกันดีกว่า ซักพักมีข่าวแจ้งทางโทรศัพท์ว่าพี่ๆ ที่ปั่นตามมานั้นปั่นไม่ไหวแล้วจึงเปลี่ยนเป็นขึ้นรถตามมา ผมจึงค่อยๆ ปั่นมาเรื่อยๆ และไปจอดที่จุดพักก่อนขึ้นเขาพนมรุ้ง ระหว่างที่รอพี่ๆ คนอื่นตามมาสมทบ อากาศช่างเป็นใจดีเหลือเกิน ท้องฟ้าสว่างใสเหมือนกระจก ไม่มีเมฆแม้แต่น้อย 

Buriram Bike Fest 2019 / HIP

        
        อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยตัดสินใจขอปั่นขึ้นเขาไปก่อน แล้วค่อยกลับมาที่จุดพักอีกรอบเพื่อที่จะหารือกับพี่คนอื่นๆ ว่าจะปั่นต่อกันอยู่ไหม ระหว่างทางขึ้นเห็นผู้คนเดินจูงจักรยานกันเยอะมาก และมีนักปั่นที่ดูแล้วน่าจะไม่ชำนาญการลงเขา เรียกว่าเกือบจะแหกโค้งต่อหน้าต่อตากันเลย ผมรีบปั่นไปจนถึงยอดพนมรุ้งแล้ววกกลับลงมาอย่างปลอดภัย ได้เจอพี่ๆ ที่ตามมาทัน ระหว่างที่จอดรถเตรียมเสบียงอาหารสำหรับเดินทางกลับก็เจอเรื่องเซอร์ไพรส์ นั่นคือพี่ๆ ในกลุ่มจะหยุดปั่นกันแล้ว! ผมตกใจมาก เพราะวางแผนไว้ในหัวแล้วว่าขากลับเราจะปั่นกลับพร้อมกับพวกพี่ๆอย่างสวยงามแต่กลายเป็นว่าตอนนี้เราต้องปั่นกลับคนเดียว แถมยังไม่มีกลุ่มจักรยานอื่นๆ กลับเป็นเพื่อนด้วยเพราะเราคือกลุ่มท้ายๆ แล้ว ตอนนั้นคิดในใจว่า“มาขนาดนี้ ขอบุญเก่าช่วยก็แล้วกัน” จัดการยกเกลือแร่และน้ำดื่มให้พร้อม บวกกับคำว่า“สู้ๆ” จากพี่ๆ ทำให้ยังคงมีความมุ่งมั่นว่าจะปั่นจนจบได้

         เมื่อเริ่มออกตัวตอนขากลับ ผมตั้งความเร็วไว้ที่35 กม./ชม. แล้วก็ปั่นมาเรื่อยๆ ระหว่างทางก็ชวนนักปั่นที่ออกตัวไปก่อนหน้าเพื่อจะรวมกันเป็นกลุ่มก้อน แต่ไม่มีใครมาช่วยลากเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้ผมเหนื่อยเร็วกว่าปกติ แถมอากาศก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ปั่นไปรู้สึกเหมือนอยู่ในเตาอบตลอดเวลา เป็นช่วงเวลาที่ทรมานไม่น้อย แต่อาศัยเสียงเชียร์ของพวกพี่ๆ จากรถตู้คันหนึ่ง ทำให้กำลังใจในการปั่นยังดีอยู่

        และแล้วผมก็มาถึงจุดพักที่ประมาณกิโลเมตรที่120 ได้น้ำจากพวกพี่ๆ ที่มาดักรออยู่ตรงนี้ พักเหนื่อยอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ คราวนี้ตั้งความเร็วไว้ที่30 กม./ชม. ถึงตอนนี้ความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อเริ่มแสดงผลชัดขึ้นเรื่อยๆ แรงเริ่มไม่มี ค่อยๆ ปั่นไปประมาณสัก10 กิโลเมตร มีนักปั่นTime Trial และคุณลุงอีกสองคนปั่นมาด้วยความเร็ว ผมจึงรีบกระโดดเกาะขบวนไปจนถึงตรงทางแยกก่อนจะเข้าสนาม

        เมื่อมาถึงตรงนี้ ในความเป็นจริงควรจะเป็นว่าเรามาถึงกิโลเมตรที่145ซึ่งแสดงว่าเราปั่นจบแล้ว แต่ในความจริงเราต้องปั่นต่อเพื่อไปจบที่ระยะ157 กิโลเมตร(ผมมารู้ระยะทางภายหลัง) ทำให้ระหว่างที่ปั่นช่วงสุดท้ายไปก็อ่อนใจว่าเมื่อไหร่จะถึงเส้นชัยเสียที ร่างกายคือหมดทุกอย่าง ทำได้แค่ประคับประคองตัวเองไปจนถึงสนามปล่อยตัว ซึ่งเราต้องไปวนในสนามแข่งรถMOTO GP อีกหนึ่งรอบ จริงๆ แล้วควรจะเป็นอารมณ์สุดแสนพิเศษที่ได้มาปั่นในสนามแข่งรถระดับโลก แต่ชีวิตจริงความเร็วนั้นเหมือนปั่นกินลมชมวิว มองไปทางไหนก็มีแต่แสงแดดและไอความร้อนระเหยขึ้นมาจากบนถนน ปั่นแบบไม่ค่อยมีแรงจนมาถึงหน้าเส้นชัย พอเห็นว่ามีพวกพี่ๆ รออยู่ เอาวะ ตัดสินใจปั่นสุดกำลัง ยืนโยกสุดใจก่อนจะเข้าเส้นชัยได้อย่างสวยงาม เป็นการเข้าเส้นชัยที่ไม่มีใครตามมาข้างหลังเลยจริงๆ มีแต่เสียงหัวเราะจากพวกพี่ๆ ที่มาต้อนรับตอนเข้าเส้นชัยเท่านั้น โดยทุกคนทำท่าประมาณว่า ชวนปั่นระยะ45 กิโลเมตรก็ไม่ไป สุดท้ายดูสภาพสิ เป็นไงล่ะ555 

        การได้ไปร่วมปั่นในงานBuriram Bike Fest 2019 ครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ พี่คุณ และพี่ๆ จากสายการบินAir Asia ช่วยดูแลเรื่องการเดินทาง, พี่โหน่งHIP Magazine ที่เป็นธุระในเรื่องต่างๆ สำหรับการไปปั่นในงานนี้, พี่โอมและเมทTOONGs Coffee ที่ช่วยซัพพอร์ตในด้านต่างๆ จนผมสามารถผ่านงานนี้ไปได้ด้วยดี, พี่เต้และพี่ไอจ์ ที่มาช่วยประกอบรถและถ่ายรูปให้ และพี่จุ๋ย จุ๋ยส์ ผู้สร้างเสียงหัวเราะในทริปนี้ ขอขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ 

            สุดท้ายนี้ กับการเขียนคอลัมน์ครั้งแรกในชีวิตของผม ถ้าหากว่ามีความผิดพลาดประการใด ผมก็ขออภัยผู้อ่านทุกท่านไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะครับ

Buriram Bike Fest 2019 / HIP

 


TEXT : เจ้าเด็กอ้วน

PHOTO : Buriram Bike Fest 2019 / HIP

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai