Skip to main content

Tour of Thailand 2019 : คุยกับโค้ชตั้ม - วิสุทธิ์ กสิยะพัท และความสำเร็จของทีมนักปั่นไทย

178

ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลายๆ คนคงมีโอกาสที่จะได้รับชมการแข่งขันจักรยานถนนทางไกล Tour of Thailand 2019 ทั้งประเภททีมชายและหญิง ซึ่งมีทีมแกร่งๆ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยทีมไทยก็ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันด้วย ทั้งทีมชายและทีมหญิงอย่างละสองทีม และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีมากๆ คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ก็คือ โค้ชตั้ม - พ.อ.อ.วิสุทธิ์ กสิยะพัท เรามีโอกาสได้พูดคุยแบบสบายๆ กับโค้ชตั้มเกี่ยวกับรายการดังกล่าว และเรื่องราวสนุกๆ บนอานจักรยานครับ

 

Tour of Thailand 2019

 

การแข่งขัน Tour of Thailand 2019 วันที่ 1 - 10 เมษายน ที่ผ่านมา เราคิดว่าหลายๆ คนคงได้ดู Live ทาง Thai PBS ครั้งนี้เรารู้สึกว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ และมีผู้ชมหน้าใหม่ๆเข้ามาดูใน Live กันเยอะ ในสายตาพี่ตั้มคิดว่าการจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จขนาดไหนครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • เอาในแง่ของการถ่ายทอดสดก่อน ปีนี้ทางทีมงาน Thai PBS ได้เริ่มมีการถ่าย Online ให้คนดูผ่านทั้ง Facebook และ Youtube ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก พิธีกรก็ถือว่าให้ความรู้ดีมากๆ ทั้งเรื่องกฎกติกาและเทคนิค ขณะที่เบื้องหลัง ทีมงานทุกคนทำงานกันหนักมากจริงๆ รวมทั้งประสบการณ์การถ่ายทอดสดจักรยานของทาง Thai PBS ก็เริ่มมากขึ้น จนในอนาคตเราอาจได้ชมการถ่ายทอดสดแบบนี้บ่อยขึ้นได้

Tour of Thailand 2019

 

เราส่งนักกีฬาเข้าร่วมกี่ทีมครับ ทั้งชาย / หญิง?

  • โค้ชตั้ม
    • ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจระบบการแข่งขันของจักรยานก่อน ซึ่ง Tour of Thailand ถือว่าเป็นหนึ่งในรายการของ Asia Tour ที่ดูแลผ่าน UCI  (Union Cycliste Internationale - สหภาพจักรยานระหว่างประเทศ) อีกทีหนึ่ง (ซึ่งนอกจาก Asia ก็จะมีภูมิภาคอื่นๆ ทั้ง Africa, Europe, America, Oceania Tour) โดยใน Asia Tour ก็ยังมีอีก 30 กว่ารายการ ซึ่งทาง UCI จะจัดแบ่งลำดับอีก อย่างกลุ่มรายการแข่งขั้นสูงสุดคือ Hors Categories (HC) หรือ 1.1 เช่น Tour of Lankawi, Tour of Hainan, Tour of Oman ซึ่งในระดับนี้ ทีมที่สามารถเข้าร่วมได้ จะเป็นทีม Pro Team, Pro Continental, Team Continental ได้ แต่ถ้าต่ำกว่านี้ จะไม่สามารถเข้าร่วมได้ 
    • ถ้าต่ำกว่า HC ก็จะเป็นการแข่งระดับรองลงมา ได้แก่ ระดับ 2.1 (ระดับกลาง) ซึ่งทีมที่สามารถลงแข่งขันได้แก่ ทีมชาติ, Pro Team, Pro Continental, Team Continental (แต่ Club Team ยังไม่ได้) และระดับต่อลงมาคือระดับ 2.2 ซึ่งระดับนี้ Club Team สามารถลงแข่งได้แล้ว แต่ก็ยังมีเงื่อนไขอีก อาทิ นักแข่งต้องมี License อยู่กับทีมนั้นจริงๆ (ผ่านสมาคมจักรยานของแต่ละประเทศอีกที) ไม่เคยติดโทษมาก่อน, การมีเงินเก็บไว้กับทา งสมาคมฯ (กรณีโดนลงโทษปรับเงินจากการแข่งขันจะโดนตัดจากส่วนนี้) และต้องได้รับเชิญจากรายการแข่งนั้นๆ เป็นต้น 
    • รายการ Tour of Thailand ของเรา ปัจจุบันได้ยกระดับเป็นระดับ 2.1 ซึ่งในไทยมีเพียงแค่รายการเดียว (เมื่อก่อน Tour of Thailand อยู่ในระดับ 2.2) โดยทางเราส่งทั้งทีมชาติไทย และทีม Thai Continental ทั้งชายและหญิงเข้าร่วม
    • ทีมคอนติเนนตัลสามารถแข่งได้ทุกที่ (ถ้าได้รับเชิญ) แต่ทีมระดับโปรทีม ไม่สามารถมาแข่งในระดับต่ำกว่าได้ เหมือนกันครับ ถ้าเราจะเอางานแข่ง Tour of Thailand ให้เป็นระดับ HC เพื่อให้มีดารามาปั่น ก็ทำได้ ก็เพิ่มตามเงื่อนไขของ UCI เช่น เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มรถเซอร์วิสทีม เพิ่มจำนวนนักปั่น

Tour of Thailand 2019 : คุยกับโค้ชตั้ม - วิสุทธิ์ กสิยะพัท และความสำเร็จของทีมนักปั่นไทย

 

TIP

ทีมอาชีพของจักรยาน เราจะแบ่งเป็นระดับๆ 
- โปรทีม ถือเป็นระดับสูงสุด มีอยู่ 18 ทีม อย่างเช่น ทีม Sky, Movista, Quickstep เป็นต้น 
- โปรคอนติเนนตัล (หรือเรียกว่า Continental Circuit) จะเป็นระดับรองลงมา ซึ่งเงื่อนไขการทำทีมจะน้อยกว่า
- ทีมคอนติเนนตัล ถือเป็นระดับล่างสุด ซึ่งมีทีมเยอะมากๆ

ซึ่งการขึ้นหรือลง ไม่ได้ใช้ผลงานในการแข่ง แต่จะต้องขึ้นกับเกณฑ์ที่ทาง UCI ตั้งเอาไว้ด้วย อย่างเช่น จำนวนของสมาชิกในทีม, เงินเดือนนักปั่น, เงินบริหารทีม 8 ล้านยูโรต่อปี, รูปแบบการ Service ระหว่างปั่นเป็นต้น

 

Tour of Thailand 2019

 

แล้วในส่วนของผลงาน เราได้รางวัลอะไรกลับมาบ้างครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ทางทีมชาย เราเปิดหัวมาสนามแรก ได้ Best Asian Team, สนามที่สอง มะตูม (พีรพล ชาวเชียงขวาง) ได้เสื้อ Best Asian แม้ว่า Stage ที่ 3 และ 4 เราจะไม่ได้อะไรเพิ่ม แต่ทำเวลาได้ดีจนทำให้เวลารวมทิ้งห่างออกไปกว่า 40 นาที ในกลุ่มของทีมเอเซียด้วยกัน Stage ที่ 5 ได้ศราวุธ (ศิริรณชัย) มาเป็นแชมป์สเตจ และจบสุดท้ายทีม Thai Continental ของเราก็ได้ Best Asian Team ซึ่งในการแข่งของทีมชายถือว่ายากมากๆ เพราะทีมที่มาลงแข่งด้วยถือว่าแข็งมากๆ
    • ส่วนทีมหญิงถือว่าเกินความคาดหมายมากๆ เริ่มตั้งแต่สนามแรก บรีซ (จุฑาทิป มณีพันธุ์) ได้แชมป์สเตจ แม้ว่าสเตจที่ 2 เราจะพลาดไปไม่ได้แชมป์สเตจ แต่เวลารวมก็ยังยังนำอยู่ ส่วนในสนามสุดท้ายเราก็ได้แชมป์สเตจอีกครั้ง และได้เป็นแชมป์รายการด้วย 
    • ถ้าถามถึงความสำเร็จ ทีมหญิงถือว่าประสบความสำเร็จมาก ส่วนทีมชายต้องบอกว่าเรายังตามทีมจากยุโรปและออสเตรเลียอยู่ แต่ถามว่าห่างแบบสมัยก่อนไหม ผมว่าเดี๋ยวนี้มันไม่ขนาดนั้นแล้วนะ เด็กทีมเราสามารถขึ้นไปเล่นกับเขาได้ วิ่งสู้ฟัดตลอดโดยที่แทบไม่มีช่วงลงมาพักเลย ซึ่งจุดนี้ถือว่าน่าพอใจนะ อย่างความเร็วเฉลี่ยในสนามแรก (จากพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ 168 กิโลเมตร) ราว 47 กม./ชม. ซึ่งเป็นเกมเร็วมาก แต่เราก็ยังทำได้
    • แล้วปีนี้ เรามีสเตจภูเขาเยอะมาก ซึ่งต่างกับปีก่อนๆ ที่มีแค่ทางราบ รวมทั้งหมดมีระยะปีนเขาแค่ 1,000 กว่าเมตร อย่างสเตจที่ 3 ซึ่งปีนขึ้นไป 4,200 เมตรในวันเดียว และสเตจที่ 4 อีก 2,600 เมตรในวันเดียว ซึ่งถือว่ายากที่สุดใน Asia Tour เลย

แล้วแบบนี้ทุกคนที่ปั่นในทีมเราถือว่าเป็นโปรไหมครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ทุกคนในทีม Thai Continental ถือว่าเป็นโปร แต่ทีมชาติถือว่าไม่ใช่ เพราะมีอาชีพอื่นด้วย

Tour of Thailand 2019

 

ผมมาสังเกตว่า เราลงแข่งตั้ง 2 ทีม (คือทีม Thailand Continental และทีมชาติไทย) อยากทราบว่าต่างกันตรงไหนครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ตั้งแต่ผมมีโอกาสได้มาจับงานเป็นผู้จัดการทีม ผมวางว่าเราควรจัดทีมเป็น 3 ระดับ (ถ้าเทียบกับ UCI คือ โปรทีม, โปรคอนติเนนตัล และคอนติเนนตัล) แต่นี่เราย่อขนาดมันลงมา ให้มีทีมชุดใหญ่เป็น Thailand Continental ชุดที่สองเป็นทีมชาติไทยชุดปกติ ที่เราจะดันทีมเยาวชน U23 มาอยู่ให้มากที่สุด และทีมสุดท้าย คือทีมน้องเล็ก เป็นทีมเยาวชน U18 แล้วทุกทีมเราจะเน้นนักปั่นไทยทั้งหมด
    • การทำแบบนี้เราจะมีที่รองรับในการพัฒนาของเยาวชนไทยในแต่ละช่วงอายุ ถ้าคุณโตจากระดับเยาวชนขึ้นมา คุณก็มีทีมชาติที่เป็น U23 รองรับ อย่างตอนนี้เราก็มีตัวอย่างนะ อย่างน้องเฟรม (ธนาคาร) ซึ่งถือว่าเป็นท็อปของเยาวชน พอขึ้นจากชั้นเยาวชน มาอยู่ U23 แค่ปีเดียวก็สามารถขึ้นมาอยู่ในทีมใหญ่ได้ ส่วนรุ่นพี่ที่อยู่ในทีมคอนติ ก็สามารถสอนน้องที่เพิ่งขึ้นมาได้ด้วย
    • การจัดระบบทีมแบบนี้จะดันเยาวชนให้พัฒนาขึ้น ทำให้เรามีวัตถุดิบที่จะมาเสริมทีมได้ตลอด โดยใช้งบประมาณไม่มาก ดีกว่าทุ่มให้แค่ทีมชุดใหญ่อย่างเดียว ซื้อตัวนักปั่นต่างชาติเก่งๆ มาเลย ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้เด็กๆ มีโอกาสลงปั่นเก็บประสบการณ์ในสนามต่างๆ เพิ่ม โดยไม่ต้องมีชาวต่างชาติมาแย่งที่ในทีมเรา
    • จริงๆ ทีมเราก็มีนักปั่นเก่งๆ เสนอตัวมา แต่อย่างที่ผมบอก คอนเส็ปท์ทีมก็ยังเน้นคนไทย ถึงแม้ว่าเราจะมีคนต่างชาติอยู่แต่ทุกคนก็ผูกพันกับเมืองไทย อย่างอเล็ก แม้จะเป็นสัญชาติลาว แต่มีคุณแม่เป็นคนไทย แถมอยู่เชียงใหม่ตลอดมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว หรือโลซีกอง แม้เป็นสัญชาติมาเลเซีย แต่ก็แต่งงานกับคนไทย แล้วก็ใช้ชีวิตที่เชียงราย
    • นโยบายแบบนี้ มันส่งผลจริงๆ เห็นๆ ก็คือ Tour of Thailand ปีนี้ เด็กไทยที่เราปั้นมา ก็พอจะไปวิ่งสู้ฟัดกับทีมอื่นๆ ได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งใจร้อน ค่อยๆ รดน้ำพรวนดิน ทีมเราตอนนี้มันเริ่มออกผลแล้ว แค่ยังไม่สุกพอ
    • แม้ว่าตอนนี้เป้าหมายหลักของเราคือทีมคอนติ แต่เราก็ต้องช่วยดูแลทีมชาติชุดเยาวชนด้วย อย่างวันที่ทีมเยาวชนเราโดนกลุ่มใหญ่ทิ้งขาด เราก็ต้องเอาทีมงานไปเลี้ยงประคองให้เขามีโอกาสได้ปั่นวันพรุ่งนี้ได้ (ใน Tour of Thailand ถ้าเข้าเส้นชัยใช้เวลาเกินกว่าผู้ชนะ 30% จะไม่ได้ปั่นในวันถัดไป เช่นผู้ชนะใช้เวลาปั่น 3 ชั่วโมง ถ้าเข้าช้ากว่า 4 ชั่วโมงก็ถือว่าคนนั้นโดนตัดไป และไม่มีโอกาสปั่นต่อในรายการนั้น) 

Tour of Thailand 2019

 

แล้วชื่อทีมนี่ มีคอนเส็ปท์ในการตั้งชื่อไหมครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • แม้ว่าทีมเรามีสปอนเซอร์เยอะ แต่สังเกตว่าทีมที่เอาชื่อสปอนเซอร์เป็นชื่อทีมมักจะอยู่ได้ไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นทีมดังแค่ไหน เพราะพอสปอนเซอร์ไป ต้องเปลี่ยนไปตามสปอนเซอร์บ่อยๆ แต่เราเลือกใช้ชื่อทีมไทย เพราะว่ามันเป็นของคนไทยทุกคน

แล้วนี่ถือว่าเป็นทีมจักรยานอาชีพทีมแรกของประเทศไทยเลยหรือเปล่าครับ / ตั้งทีมมาแล้วกี่ปีครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • เราไม่เคยมีทีมอาชีพมาก่อนครับ นี่ถือว่าเป็นทีมแรก สมัยก่อนมีทีมสยามพารา ที่มีเงินเดือนให้ มีให้รถจักรยานแก่นักปั่นเพื่อแข่ง มีการจัดการต่างๆ คล้ายทีมอาชีพ แต่ยังไม่ก้าวไปถึงระดับที่เรียกว่าทีมอาชีพ 
    • แต่ทีมอาชีพของเราตอนนี้ก็ยังถือว่าไม่เต็มใบ ถ้าจะให้เรียกว่าเต็มใบได้ นักกีฬาเหล่านั้นจะต้องเลี้ยงตัวเองและครอบครัวด้วยการปั่นจักรยานเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันยังต้องพึ่งพาเงินจากอาชีพตำรวจ/ทหาร/ข้าราชการ อย่างในทีม ถ้าไม่ได้รับราชการ การหาเลี้ยงชีพก็อาจต้องไปลงแข่งเพื่อล่าเงินรางวัลเอง ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกช่วงใหญ่ๆ ดูอย่างกีฬาฟุตบอลที่เรียกว่ากีฬาประจำชาติ กว่าจะมาได้ถึงจุดนี้ต้องผ่านอะไรอีกมาก ใช้เวลาอีกพอสมควร
    • แม้ตอนนี้เราจะยังไม่ถึงจุดนั้น แต่ตอนนี้เราก็มีสมาคมจักรยานฯ เป็นหลักช่วยหาสปอนเซอร์ให้ มีบริษัทเอกชนสนับสนุนพวกรถจักรยาน, ชุดแข่ง, เสื้อผ้าหน้าผม, ค่าอยู่ค่ากินค่าเดินทาง แต่ยังไม่ถึงจุดที่จะจ่ายเป็นตัวเงินให้นักกีฬาเยอะขนาดนั้น แต่ต้องชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่เล่นด้วยใจ ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากเลย ใจคืออยากซ้อมอยากแข่ง หาสนามให้เขาแข่งเถอะ เขาพร้อมที่จะไป

Tour of Thailand 2019

 

มีสโมสรอื่นเค้าอยากได้นักปั่นในทีมเราไปร่วมด้วยไหมครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • มีเยอะครับ แต่ไม่ไปกัน (ฮา) อย่างอเล็กก็มีคนติดต่อไปนะ มีทั้งทีมจากยุโรป, ทีมจากมาเลเซีย แต่วัฒนธรรมการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน ทั้งเรื่องความคิด, วัฒนธรรมเอย, อาหารการกินเอย มันไม่ง่ายที่จะปรับตัว อย่างการที่อเล็กอยู่ที่นี่มันเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน เวลาแข่งมันรู้ใจกัน มันเข้าขากัน ไม่ต้องบอกต้องสั่งก็รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรต่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความสุขที่เราไม่ได้มองแค่ชัยชนะหรือแค่เงินเท่านั้น

แล้วทีม Thai Continental ก่อตั้งมานานแค่ไหนแล้วครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • สองปีครึ่งครับ ซึ่งผลงานเราดีขึ้นมากๆ นะ ปีแรกเราจบอันดับ 11 ของเอเชีย ส่วนปีที่สองเราจบอันดับที่ 4 ของเอเชียเลย

อย่างคนทั่วไปได้ยินว่าทีมอาชีพ นักกีฬาได้เงินเดือนรึเปล่าครับ / เงินรางวัลที่ได้มามีการแบ่งกันยังไงครับ ชีวิตของโปรต่างกับปกติอย่างไร?

  • โค้ชตั้ม
    • ก็เหมือนคนปกตินะ มีปาร์ตี้มีสังสรรค์บ้าง แต่จะดูแลเรื่องอาหารการกิน/ดูแลตัวเองมากกว่าคนปกติ เช่นอย่างเราถ้าออกไปปั่น กลับมาก็กินและนอนพัก แต่พวกมืออาชีพก็ออกปั่นแบบเรา แต่พอกลับมาจะต้องล้างจมูก ดูแลสุขอนามัย นวด เลือกกินของทอดของมันลดลง กินอาหารตามเมนูที่เตรียมไว้
    • อย่างทีมอาชีพจริงๆ จะมีข้อกำหนดเลยว่าจะได้เท่าไหร่ โดยทีมอาชีพแบบโปรเลย ถ้าเราจะจดเราต้องยื่นเรื่องไปที่ UCI แล้วต้องมียอดเงินในธนาคารมาค้ำไว้ 70,000 ฟรังก์สวิส ในกรณีที่นักกีฬามีปัญหาเจ็บป่วย เขาก็จะดึงเงินส่วนนี้ไปใช้ แล้วต้องแจ้งด้วยว่าเงินเดือนขั้นต่ำเท่าไหร่ พร้อมมีประกันอุบัติเหตุให้กับนักแข่งด้วย และยิ่งในระดับสูงขึ้นก็จะมีมากกว่านี้ อาจมีเอเยนต์ด้วย

Tour of Thailand 2019

 

แล้วอย่างมีเด็กซักคนอยากเป็นนักกีฬาจักรยานอาชีพ ต้องทำยังไงบ้าง หรือพี่ตั้มมีคำแนะนำอย่างไรบ้าง?

  • โค้ชตั้ม
    • จริงๆ มีเด็กทั่วประเทศที่ดูพวกพี่ๆ แล้วเขาอยากตามรอยนี่ไม่น้อยเลยนะ ผมอยากจะเตือนไปทางพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ไม่ต้องรีบไปเร่งบุตรหลานของท่าน ปล่อยให้เขาเติบโตไปตามธรรมชาติ ให้เขาเล่นจักรยานด้วยความสนุกด้วยใจรัก ยิ่งเร่งมากไป พวกฮอร์โมนต่างๆ มันเพี้ยนหมด เครื่องพังหมดก่อนที่จะได้ใช้งานจริง
    • อีกอย่างเด็กๆ ควรมีความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจจากข้างใน ยกตัวอย่างง่ายๆ พวกที่มาด้วยล้อแพงๆ เฟรมตัวท็อปตั้งแต่แรก กลับมาจากโรงเรียนก็มีของพวกนี้วางอยู่บนหัวนอนแล้ว กับอีกคนที่อยากได้อะไรสักชิ้นแล้วต้องค่อยๆ เก็บเงินทีละหน่อยๆ พวกหลังนี่แหละจะเป็นพวกฆ่าไม่ตาย จิตใจแข็งแกร่งกว่ามาก เด็กๆ ที่ถูกยัดเยียด ความยั่งยืนมันไม่มี
    • บางคนจูงลูกมาฝากผม พูดตรงๆ ว่าผมเดินหนีเลย ยุคผมไม่มีเด็กฝากแน่นอน ไม่อยากให้มาทางลัด แต่อยากให้ไปทางปกติคือการชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งจัดกัน 5 สนามต่อปี ถ้าแน่จริงก็เอาลูก/ลูกศิษย์คุณมาพิสูจน์เลย ไปดูได้เลยว่านักปั่นทีมชาติไทยมีโพเดียมงานชิงแชมป์ประเทศไทยการันตีหมดทุกคน มีของดีต้องเอามาพิสูจน์ว่าเก่งจริง สนามชิงแชมป์ประเทศไทยคือสนามคัดตัวเข้าทีมชาติไทย 
    • แล้วพอเข้ามาในแคมป์ทีมชาติแล้ว พอเข้ามาแล้วอยู่ในระบบได้ไหม การซ้อม/วินัยเป็นอย่างไร ถ้าผลงานมันดีขึ้นก็อยู่ต่อ แต่บางคนยิ่งซ้อมยิ่งแย่ลง ก็อาจจะต้องออกไปก่อน ให้คนที่เขาอยู่ได้/คนที่พร้อมเข้ามาก่อน แต่คนที่เข้ามาก็ต้องมีผลงานนะ

Tour of Thailand 2019

 

แล้วคนที่อยากเข้ามาจุดนี้เยอะไหมครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ผมคิดว่าเยอะนะ เพราะจำนวนคนที่สมัครเข้ามาเยอะขึ้นทุกปีๆ จากสมัยก่อนทีมเยาวชนมีแค่ 30 คน แต่เดี๋ยวนี้มีเกือบ 80 คน, ส่วนคนที่อยู่ก็ต้องมีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ นะ เพราะมีน้องๆ พร้อมที่จะมาแทนที่เสมอ เพราะทีมชาติมันเป็นของประเทศชาติเรา มันควรจะต้องเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาไว้ในทีมเรา
    • อย่างคนที่ดูช่วงที่เราแข่ง ผมเชื่อว่าทุกคนคาดหวังว่าเด็กของเราจะต้องเป็นท็อปของเอเซีย ไปสู้กับพวกเก่งๆ ได้ ซึ่งเราไม่สามารถเอาเด็กเส้นมาได้ ต้องเอาตัวที่เก่งจริงๆ คัดแล้วคัดอีกจริงๆ ซึ่งมันดีนะ เพราะอย่างเมื่อก่อนพอเรียกเข้าแคมป์ทีมชาติ ก็มีคนอยู่ 7 - 8 คน หน้าเดิมๆ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นต้องมีการให้คะแนนจัดอันดับหาคนที่ดีที่สุดที่จะเข้าทีม หลายๆ คนก็มีความสามารถดีนะ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสไปพิสูจน์ตัวเองเท่าไหร่

ตารางการฝึกซ้อมเป็นยังไงบ้างครับ / อย่างปกติซ้อมที่เชียงใหม่เป็นประจำ แล้วนักกีฬาพักกันที่ไหนครับ กินอยู่ยังไง / ทุกคนซ้อมอย่างเดียวไม่มีงานอย่างอื่นเลยใช่มั้ยครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ใช้โปรแกรมตามที่ผมดูแลอยู่ เตรียมร่างกายให้พร้อมแตะพีคในช่วงที่จะไปแข่ง บางทัวร์ที่เราไปแข่งบางคนคาดหวังว่าเราจะต้องติดอันดับ แต่ไม่เสมอไป จริงๆ ทัวร์นั้นอาจเป็นการเตรียมตัวให้ร่างกายเราพีคเพื่อไปแข่งในทัวร์ที่สำคัญกว่า อย่างล่าสุดทัวร์ไต้หวันเราก็เหมือนกับการไปซ้อม แต่เป็นการซ้อมอย่างมีคุณภาพ เราไปเจอนักแข่งเกรดเอ อาหารการกินดี การเตรียมตัวดี สุดท้ายเพื่อที่จะมาแข่งทัวร์ออฟไทยแลนด์
    • หรือแม้แต่ช่วงจังหวะของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคนในรายการหนึ่งดีมาก แต่อีกรายการดูธรรมดาๆ มันแล้วแต่ว่าช่วงนั้นเราใส่ของอะไร แล้วจะให้พีคช่วงไหน แล้วแต่เราจะเลือกใช้ใคร อย่างตอนนี้ทีมคอนติมี 9 คน ก็สามารถแบ่งได้ 2 ทีมย่อย บางทัวร์ที่ชนกัน สามารถส่งไปได้ทั้ง 2 ทีมโดยไม่กระทบ
    • แล้วอย่างตอนนี้ เราโชคดีที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยจัดสรรงบในโครงการ Road to Tokyo ในการเตรียมทีมไปแข่งโอลิมปิก ทำให้เราสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อมาใช้ในการซ้อมทีมนี้ได้อย่างไม่ลำบาก เก็บตัวได้เต็มที่มากๆ ซ้อมได้ 6 วันต่อสัปดาห์ตามแพลน

Tour of Thailand 2019

 

แล้วซ้อมนี่ ต้องเชียงใหม่? เพราะเห็นปั่นเชียงใหม่เกือบตลอด

  • โค้ชตั้ม
    • เชียงใหม่เป็นพื้นที่ซ้อมที่ดีครับ เพราะว่ามีครบทุกอย่าง ทั้งภูเขาทางราบ ขึ้นเหนือลงใต้ ไปแม่ออน ออกสะเมิง ขึ้นเชียงดาว ลงจอมทองได้หมด นักกีฬาก็จะไม่เบื่อ แล้วการใช้รถใช้ถนนที่นี่ค่อนข้างดี ผู้คนส่วนมากก็มองว่าจักรยานไม่ใช่อุปสรรคในการจราจรแต่อย่างใด มีน้ำใจดีเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ครับ

อย่างในอาเซียนด้วยกัน มีประเทศไหนบ้างครับที่มีทีม Continental / UCI Pro Continental?

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​เยอะครับ มีทั้งญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม แล้วแต่ละชาติเขาก็ไม่ได้มีแค่ทีมเดียวนะ อย่างญี่ปุ่นมี 8 ทีม มาเลมีสองทีม ซึ่งในอนาคตหากเรามีศักยภาพเพียงพอก็น่าจะทำได้อีกทีม ซึ่งมันจะเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับอย่างมาก หรือจะมีแบบบริษัทเอกชนจะมาทำทีมสโมสรเอง ซื้อนักแข่งเก่งๆ จากต่างประเทศมา แล้วจดทะเบียนเป็นทีมระดับคอนติได้ อันนี้ถือเป็นเรื่องดีครับ

Tour of Thailand 2019

 

อย่างในประเทศไทย นอกจาก Thailand Continental กับ Thailand Women Cycling Team ในอนาคตมีทีมไหนจะขึ้นทะเบียนเป็นทีม Continental บ้างครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​การพัฒนาตอนนี้ ผมมองว่าเราลองเริ่มเป็น Club Team ก่อน แล้วลองเอาไปลง Club Race ลองไต่ไปให้ถึงยอดก่อน อย่างบ้านเรารายการแข่ง Club Team ใหญ่ๆ ก็อย่างเช่น Club Race ไง ถ้าทีมเราไหวก็ค่อยขยับตัวเองขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้น ถ้ารีบข้ามไป เดี๋ยวเสียมวยกลับมามันจะเสียไปหมด

นี่ถามเล่นๆ นะครับ สมมุติถ้ามีนายทุนซักคนอยากทำทีม Continental เป็นของตัวเอง ต้องใช้เงินต่อปีประมาณเท่าไรครับ (คร่าวๆ)?

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​ราวๆ 15 ล้านบาทต่อปีครับ

โหย มหาเศรษฐีบ้านเราก็สบายๆ นี่ครับ

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​แต่ปัญหาคือใจถึงที่จะมาลงหรือเปล่า บ้านเราส่วนเอกชนยังลงมาน้อย ส่วนหนึ่งเจ้าของทีมจะต้องรักและอินกับจักรยานจริงๆ เพราะเทียบว่าเอาเงินมาลงในปริมาณเท่าๆ กัน ยังไปสู้กับพวกกีฬาอื่นๆ ยาก ทั้งฟุตบอล หรือแม้แต่โมโตจีพี จักรยานยังถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ถ้ามองจักรยานเป็นธุรกิจอย่างเดียว ส่วนมากไม่รอดซักราย ไม่เว้นแต่ระดับโลกก็ตาม

Tour of Thailand 2019

 

อุปกรณ์ต่างๆ ตอนนี้ของเราเพียงพอที่จะไปแข่งขันกับทีมอื่นๆ หรือเปล่าครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​ของเราตอนนี้ถือว่าไม่เป็นรองนะครับ จะประกอบรถให้เบาตามกฏ UCI (ที่ 6.8 กิโลกรัม) ก็ทำได้สบายๆ เฟรมดีๆ ชุดขับเคลื่อนระดับท็อป ล้อเทพๆ เราก็มีไม่น้อยหน้าใคร แต่ว่าความสำคัญคือการเอาอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้ากับคนมันสำคัญกว่า อย่าไปมองเรื่องวัตถุอย่างเดียว พวกนี้บางทีต้องใช้เวลา มีเรื่องความถนัด ความเคยชินมาเกี่ยวข้องด้วย พวกนี้มันส่งผลต่อความมั่นใจมากๆ
    • อย่าง Tour of Thailand ทีแรกเราได้สปอนเซอร์เป็น Colnago C60 แต่เราเพิ่งได้รับรถมาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ แล้วเอาไปแข่งทัวร์ที่ไต้หวัน สมาชิกในทีมมีผลตอบรับกับตัวรถที่ดี เพียงแต่ยังไม่คุ้นกับรถเท่าที่ควร สุดท้ายจึงตัดสินใจไปใช้เฟรมเก่าคือ Specialized S-WORKS Tarmac SL5 ที่ใช้มานานแล้ว (ซึ่งเมืองไทย ตัวแทน Colnago กับ Specialized คือเจ้าเดียวกัน) และสนาม Tour of Thailand ก็จะเป็นสนามสุดท้ายส่งท้ายที่จะใช้ S-WORKS แล้ว 
    • หรือทีมหญิง เราได้รถ Kaze มาเป็นสปอนเซอร์ แม้ว่าแต่ละคนจะมีสปอนเซอร์ส่วนตัว แต่ก็มาปั่น Kaze กันหมด ซึ่งผลตอบรับก็ถือว่าดีมากๆ นะ หรือแม้แต่บรีซสนามแรกขี่ Kaze ก็ยังได้แชมป์ แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องความคุ้นเคย ความมั่นใจ โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูงๆ มันสำคัญมากๆ สุดท้ายบรีซขอเปลี่ยนเป็น Cervelo ตามความคุ้นเคย ผมก็โอเค แล้วบรีซทำได้ตามที่หวังไว้ ซึ่งมันก็ดีกับทุกฝ่ายนะ ทั้งทีมและสปอนเซอร์ด้วย
    • อย่าไปให้ความสำคัญกับวัตถุเยอะเกินไปครับ ให้ความสำคัญกับการซ้อม, ความเป็นอยู่, อาหารการกิน, การพักผ่อน เรื่องจิตใจมากกว่า

Tour of Thailand 2019

 

หลังจาก Tour of Thailand มีแพลนจะไปแข่งที่ไหนต่อครับ?

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​อุซเบกิสถานครับ

แล้วอย่างผมเป็นมนุษเงินเดือนธรรมดา โค้ชมีข้อแนะนำอะไรที่จะทำให้ปั่นจักรยานให้เก่งขึ้นไหมครับ (ฮา)?

  • โค้ชตั้ม
    • ​​​​​​​เรื่องนี้มีคนถามมาเยอะครับ ผมอยากให้เปลี่ยนแนวคิด จากที่เราคิดว่าพอเราเริ่มปั่นได้แล้วจะต้องเป็นขาแรง จะต้องไปได้เร็วที่สุด ให้เปลี่ยนเป็นการปั่นอย่างมีพื้นฐานที่ดี เหมือนกับเราจะปลูกบ้าน ถ้ารากฐานไม่แน่น เอาอะไรมาใส่ก็จะถล่มลงมา พื้นฐานที่ดีคือการปั่นรอบขา โดยลองเริ่มที่เกียร์เบาๆ รอบขาจัดๆ ก่อน พอวันหนึ่งที่ขาเรามีแรงขึ้น กดเกียร์ได้หนักขึ้น การปั่นด้วยรอบขาเดิมมันก็จะไปเร็วเอง พวกทีมาถึงใส่หนักๆ แรงๆ เลยมันก็ได้แต่มันไม่ทน
    • การฝึกซ้อมต้องไม่รีบ ต้องค่อยเป็นค่อยไป ปูพื้นไป อย่าไปขี่เหมือนกันทุกวัน ออกไปซัดกันแล้วกลับมาจนพัง แต่อยากให้มีความหลากหลาย และอย่าไปปั่นหนักตลอด
    • ส่วนอีกเรื่องที่มีคนถามมามากคือการลดน้ำหนักด้วยจักรยาน รูปแบบการปั่นมีผลมาก ควรปั่นกลางๆ เน้นแค่ Zone 2 แต่เน้นเวลาให้นาน ดีกว่าที่จะปั่นหนักๆ กดหนักสปรินต์ตลอด เพราะพอเราปั่นเหนื่อยมากๆ ก็จะอยากกินมากๆ ตามมา แล้วไอ้ตัวสำคัญนี่คือเรื่องอาหารเลย เราอย่าไปซัดจนอิ่มจัด กินแค่พออยู่ท้องพอ แล้วการจัดจานเอาคาร์โบไฮเดรตแค่ 1/4 โปรตีนและไขมันอีก 1/4 ส่วนที่เหลืออีกครึ่งจานเป็นผักและผลไม้

Tour of Thailand 2019

 

ขอขอบคุณพี่ตั้มมากครับที่สละเวลามาพูดคุยกับเรา ขอให้ทีม Thailand Continental, ทีมชาติไทย และพี่ตั้มโชคดีในการแข่งขันครับ

 

TEXT : 55 Cycling Club

PHOTO : 55 Cycling Club, Tour of Thailand 201, M317, Kamphon Thamcharoenmaitree

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai