Skip to main content

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI ปั่น - ปาย - ฝน (เชียงใหม่ - ป่าสนวัดจันทร์ - ปาย)

242

"พี่ อาทิตย์หน้าว่างมั้ย ไปปายกัน ไปเที่ยวงาน Pai Jazz & Blues ปั่นไปนะ" 

“ไปสิ... แต่เดี๋ยวขับรถตามไปช่วงบ่ายๆ ตอนเช้าพี่ไม่ว่าง”

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

          สำหรับผม ปายยังเป็นเมืองเล็กๆ ที่น่าเที่ยวเสมอ ถึงแม้วันนี้ปายจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างมาก แต่ลึกๆ แล้ว ปายที่เรารู้จักยังเหมือนเดิม

          ผมชอบเที่ยวปายหน้าฝน ด้วยบรรยากาศที่ชุ่มชื่น เย็นสบาย คนไม่ค่อยพลุกพล่าน ราคาที่พักก็ค่อนข้างถูกกว่าช่วงอื่น การเที่ยวปายหน้าฝนมันทำให้ผมได้นึกถึงครั้งแรกที่โบกรถมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มันมีความเงียบสงบ สดชื่น และได้ซึมซับกับวิถีชีวิตของชุมชน

          แต่กับการปั่นจักรยาน มันไม่ท้าทายสำหรับผมอีกต่อไป... โดยเฉพาะช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา ผมน่าจะปั่นจากเชียงใหม่ไปปายไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ด้วยระยะทางแค่ 100 กิโลเมตรต้นๆ มันพอๆ กับระยะทางที่ผมปั่นทุกๆ วันเสาร์อาทิตย์ปกตินั่นแหละ

          "พี่เซ็ตรถรอเลยนะ ผมรู้ว่าพี่ว่าง ครั้งนี้ผมจะพาพี่ไปเส้นทางใหม่ รับรองพี่ต้องชอบ เราจะไปกันทางสะเมิง ผ่านวัดจันทร์ เข้าปาย เส้นทางโหด แต่สวยนะ รถน้อย ที่สำคัญยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก"

          ผมนั่งคิดซักพัก ก่อนที่จะตอบตกลงกลับไปด้วยหัวใจที่พองโตอีกครั้ง...

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

          เราวางแผนการเดินทางครั้งนี้ไว้ในวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งจะตรงกับที่ปายจะมีงาน Pai Jazz & Blues Fest 2018 ก่อนออกเดินทาง 1 อาทิตย์ ผมค่อนข้างจะยุ่ง ต้องเตรียมงานสำหรับทริปนี้สารพัด เพราะเอาเข้าจริงๆ ถึงทีมเราจะตั้งขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ทริปนี้ถือเป็นทริปแรกที่เราปั่นไปค้างคืนกันยกทีม รวมถึงมีนักปั่นทั้งชาวไทยและต่างประเทศจากทีมอื่นสนใจมาร่วมทริปค่อนข้างมาก จากที่คิดว่าต้องรีบซ้อมปั่นก่อนเดินทางจริง เลยต้องผลัดไปก่อน “เดี๋ยววันท้ายๆ ค่อยซ้อมก็ได้” ผมคิดในใจ

          ก่อนออกเดินทาง 5 วัน หายนะมาเยือน!! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนว่าพายุเซินติญจะเข้าภาคเหนือ ซึ่งจะมีผลทำให้ฝนตกหนักในระหว่างวันที่ 17 - 21 กรกฎาคม ตรงกับวันที่เราจะเดินทางกันพอดี ตกรุ่งเช้าอีกวัน ฝนตกหนักตามคำพยากรณ์ และทำให้ผมต้องอดซ้อม!

          ก่อนออกเดินทาง 3 วัน ฝนตกทุกวัน! ฝนตกติดต่อกันมา 2 วันแล้ว จากที่มีความคิดว่ามันอาจจะหยุด เริ่มไม่มีหวัง ผมโทรหาช่างภาพและบอกเพื่อนร่วมทีมให้เตรียมตัวรับมือกับฝน เพราะคิดว่ายังไงคงต้องเจอแน่ๆ ยิ่งเราต้องปั่นเป็นระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ตั้งแต่เช้ายันเย็นด้วยแล้ว มันต้องมีซักช่วงที่เราต้องเปียกแน่ๆ

          ก่อนออกเดินทาง 1 วัน ฝนตกติดต่อกันเป็นวันที่ 4!! นักปั่นชาวเกาหลีไลน์มาถามว่ายังจะไปกันอีกมั้ย พรุ่งนี้ฝนตกแน่นอน ผมตอบกลับไปว่ายังไงคงต้องไป เพราะทุกอย่างได้เตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าฝนตกก็คงต้องปั่นทั้งเปียกๆ นั่นแหละ ก่อนนอนผมเริ่มมีความหวัง เพราะฝนที่ตกติดต่อกันมาหลายวันเริ่มซาลง

          ตี 1 ก่อนออกเดินทาง ผมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฝนที่ตกมากระทบหลังคาบ้าน ครั้งนี้ฝนตกหนักกว่าทุกๆ วัน ในใจคิดว่าตกหนักแบบนี้เดี๋ยวตอนเช้าน่าจะไม่มีฝนแล้ว พยายามจะนอนหลับต่อ แต่นอนยังไงก็นอนไม่หลับ ในที่สุดผมก็ไม่ได้นอน!

          สำหรับนักปั่น สามสิ่งที่ไม่ควรให้มีก่อนวันแข่งขันหรือวันที่ต้องออกทริปไกลๆ คือความเครียด, นอนน้อย และไม่ได้ซ้อม ซึ่งทริปนี้ผมมีทุกอย่างครบ!!

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

          วันเดินทาง ผมมาถึงจุดนัดหมายก่อนเวลาเล็กน้อย ฝนที่ตกหนักทั้งคืนเริ่มซาลง ทุกคนทยอยมา บางคนโทรมาบอกว่าอาจจะมาสายเล็กน้อยเพราะฝนเพิ่งหยุดตก ฟ้าที่มืดครึ้มมาตลอด 4 วันเริ่มสดใส เราคุยกันว่าจะออกสายกว่ากำหนดการซักครึ่งชั่วโมงเพื่อรอให้ทุกคนพร้อม

          ในการปั่นครั้งนี้เราตกลงกันว่าจะแบ่งระยะทางออกเป็น 5 สเตจ และจะพักรอทุกคนเป็นจุดๆ หลังจบแต่ละสเตจ เพื่อให้ง่ายต่อการปั่น และกลุ่มจะได้ไม่แตกจนเกินไป โดยเรากำหนดสเตจต่างๆ เอาไว้ดังนี้

          สเตจ 1 เชียงใหม่ – แม่ริม – สะเมิง (ระยะทาง 57 กิโลเมตร)

          เส้นทางที่คุ้นเคย เราค่อยๆ ปั่น อากาศกำลังเย็นสบาย เราปั่นไปคุยกันไป ช่วงนี้ผมปั่นเกาะติดไปกับกลุ่มหน้า วิวข้างทางเป็นวิวที่คุ้นตา ความเครียดที่สะสมมาตลอดอาทิตย์เริ่มลดลง ผมปั่นไปเรื่อยๆ ในใจคิดว่าทุกอย่างคงจะราบรื่นไปได้ด้วยดี

          สเตจ 2 สะเมิง – บ่อแก้ว (ระยะทาง 24 กิโลเมตร)

          ผมมาถึงสะเมิงพร้อมกลุ่มแรก เลยหาอะไรรองท้องนิดหน่อย ซักพักกลุ่มที่ 2 และ 3 ทยอยตามมาถึง เวลาตอนนี้ช้ากว่ากำหนดการเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเราออกกันสาย จากสะเมิงไปบ่อแก้วระยะทางแค่ 24 กิโลเมตร เราคุยกันว่าเดี๋ยวเราจะเร่งทำเวลา แต่หารู้ไม่ว่านรกกำลังมาเยือน อากาศเริ่มร้อน! ทางเรียบแทบจะไม่มี! ดอยล้วนๆ แถมเป็นดอยที่ชันมากๆ เราใช้เวลากับสเตจนี้ไปเกือบ 3 ชั่วโมง กลุ่มแตก! ขาผมเจ็บเพราะไม่ได้ซ้อม! ผมปวดหัวเพราะนอนน้อย! พอมาถึงจุดพัก ต้องรอกลุ่มหลังอีกร่วมครึ่งชั่วโมง ทุกคนมาถึงและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าระยะทางช่วงนี้โหดมาก ผมตัดสินใจให้ทุกคนพักตรงนี้นานกว่าปกติ เวลาตอนนี้ช้ากว่ากำหนดการไปค่อนข้างมากแล้ว ผมเริ่มเป็นกังวล

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

          สเตจ 3 บ่อแก้ว – จุดชมวิวแม่แดดน้อย (ระยะทาง 45 กิโลเมตร)

          พวกเรามีนัดทานข้าวกับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน ที่ปายตอน 6 โมงเย็น ความกังวลของผมเพิ่มมากขึ้น เพราะกลัวว่าพวกเราจะไปถึงไม่ทันตามนัดหมาย แต่อาการเจ็บขาและปวดหัวเริ่มลดลง อาจเป็นเพราะได้พักและกินข้าวที่บ่อแก้ว ผมออกปั่นพร้อมกลุ่มแรก ซักพักรู้สึกว่าเหนื่อยเกินไปเลยพักขาและลดความเร็วลง กลุ่มแรกทิ้งห่างไป กลุ่มหลังก็ยังไม่มีวี่แววจะตามมา ผมปั่นคนเดียวอยู่ร่วมชั่วโมง

อากาศเย็นลงอีกครั้ง ผมปั่นเข้าสู่เส้นทางที่เป็นป่าสน ทิวทัศน์ที่แปลกตาและอากาศที่เย็นสบายทำให้ผมคลายความกังวลลง เส้นทางช่วงนี้เงียบสงบ สวยงาม หมอกเริ่มลงต่ำ บางช่วงผมรู้สึกเหมือนปั่นจักรยานอยู่บนก้อนเมฆ ละอองน้ำบางๆ พัดผ่านใบหน้า สายลมที่พัดผ่านหุบเขาดังกลบเสียงหายใจ ผมเริ่มหายเหนื่อยและมีความสุขกับการปั่นอีกครั้ง

          สเตจ 4 จุดชมวิวแม่แดดน้อย - วัดจันทร์ (ระยะทาง 30 กิโลเมตร)

          เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดตั้งแต่ผมเคยปั่นจักรยานมา ทิวทัศน์ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ฟ้าที่เปิดอย่างเต็มที่ อากาศที่เย็นสบาย ลมที่พัดเอื่อยๆ เราพักเติมพลังกัน จากตรงนี้คำนวณเวลาดูแล้วยากที่จะปั่นถึงปายได้ทันตามเวลานัด เพื่อนที่ขับรถเซอร์วิสถามว่าจะเอายังไงกันดี จะโทรไปเลื่อนนัดดีมั้ย ผมยิ้มและบอกกับทีมว่า เดี๋ยวไปถึงวัดจันทร์แล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ขอปั่นก่อน

ตอนนี้ผมไม่มีความกังวลเหลืออยู่แล้ว เรี่ยวแรงของผมกลับมาอีกครั้ง ความงดงามของเส้นทางได้เยียวยาทุกอย่าง เราเริ่มออกปั่น ระหว่างปั่นผมพูดคุย หัวเราะกับเพื่อนร่วมทีม บางช่วงเราปั่นแข่งกัน บางช่วงเหนื่อยก็ผ่อนความเร็วลงเพื่อดื่มด่ำกับทิวทัศน์ข้างทาง

          สเตจ 5 วัดจันทร์ - ปาย (ระยะทาง 50 กิโลเมตร)

          ผมบอกกับทุกคนว่า จากจุดนี้นักปั่นจะปั่นกันเอง ให้ทีมเซอร์วิสขับรถล่วงหน้าเข้าปายไปเลย เพื่อไปให้ทันเวลานัดหมายกับทาง ททท.แม่ฮ่องสอน อย่างมากนักปั่นคงไปถึงช้าไม่เกินครึ่งชั่วโมง

ถึงตรงนี้ทุกคนเริ่มฟื้นตัว เราออกปั่นอีกครั้ง เราสลับกันขึ้นนำเพื่อทำเวลา เราปั่นเป็นทีมลักษณะนี้กันมาก่อน ใครที่มีแรงเหลือก็ช่วยลากกลุ่มนานหน่อย ด้วยทีมเวิร์คที่ดี ทำให้เราทำเวลาได้ดีกว่าที่คิด และทีมปั่นก็มาถึงปายหลังเวลานัดหมายแค่ 15 นาที ในขณะที่ทีมเซอร์วิสมาถึงก่อนหน้านี้ซักพัก

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

          หลังงานเลี้ยง... ที่งาน Pai Jazz & Blues Fest 2018 ผมนั่งมองทุกคนพูดคุยกันอย่างมีความสุข ทุกคนพูดถึงเส้นทางที่สวยงามและวีรกรรมต่างๆ อย่างออกรส มีบางช่วงของการเดินทางที่เราทะเลาะกัน ตะโกนใส่กันเพราะความเครียด ความเหนื่อยล้า แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่มีใครใส่ใจเรื่องพวกนั้นแล้ว เราเยาะเย้ยถางถางกันเหมือนเช่นทุกครั้ง ไม่มีใครถือโทษโกรธใคร ลึกๆ ในใจทุกคนรู้ดีว่าเรารักกันมากแค่ไหน และเราจะจดจำการเดินทางครั้งนี้ไปอีกนานเท่านาน

 

CHIANGMAI - WAT CHAN - PAI

 

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง

- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน

- Fujiyama Go Go / Megumi Group

- The Wisdom Medical Clinic (เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต)

- HIP Magazine

 

เรื่อง : Tsukemen 55 Cycling Club
ภาพ : Cheez Photo

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai