Skip to main content

JUNGLE RIDE  ปั่นใส่ป่า

23

ตลอดช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชีวิตบนจักรยานของผมเนี่ยต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องงานล้วนๆ มิหนำซ้ำยังเป็นงานขรุขระปนวิบากที่อยู่ในป่าในดงอีกต่างหาก ในฐานะที่เป็นออแกไนเซอร์จัดงานวิ่งเทรล ‘Jungle Rush วิ่งใส่ป่า 2’ แล้วดันเป็นการวิ่งผลัดเป็นทีม 3 ไม้ 3 เส้นทางอีกต่างหาก งานสร้างเส้นทางก็เลยงอกเป็น 3 เท่าไปโดยปริยาย และเพื่อความสะดวกคล่องแคล่วในการสร้างเส้นทางและวัดระยะให้ได้ตามโจทย์ เจ้าเสือภูเขานี่แหละเหมาะที่สุด!


psp 1

 

ก็โจทย์เขาว่ามาแล้วว่า 3 เส้นทาง ระยะทางต่อเส้นประมาณ 7 - 10 กิโลเมตร แล้วต้องมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัยอยู่ที่จุดเดียวกัน สถานที่ที่เหมาะที่สุดก็หนีไม่พ้นอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าเรานี่แหละครับ ห้วยตึงเฒ่านี่เป็นที่รู้จักกันดีของนักปั่นและนักวิ่ง เพราะเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับออกกำลังกายกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ทีเด็ดมันอยู่ตรงที่ถ้าท่านสังเกตดีๆ ตลอดเส้นทางถนนรอบห้วยตึงเฒ่าจะมีทางดินรกๆ ป่าๆ เล็กบ้างใหญ่บ้างที่คอยแยกออกจากถนนหลักเต็มไปหมด เส้นทางย่อยๆ เหล่านี้มันไปพาเราไปโผล่ที่ไหน นี่แหละครับ ที่ผมจะพาชาว HIP ที่เป็นชาวเสือภูเขา และ #สายป่า ทั้งหลายไปรู้จักกับแทร็คเส้นนึงที่สวยงามแบบติดโหดนิดๆ พอเหมาะที่จะทำทริปสนุกสนานในวันหยุดสุดสัปดาห์ครับเส้นทางที่จะพาไปวันนี้เรียกว่า ‘แทร็คแม่เย็น’ เพราะเราจะเข้าป่าทะลุจากห้วยตึงเฒ่าไปโผล่จ๊ะเอ๋อ่างเก็บน้ำแม่เย็น ในเขตของกองพันทหารราบที่ 7 ก่อนจะม้วนตัววนกลับมาที่ห้วยตึงเฒ่าอีกครั้ง ระยะทางจากจุดเริ่มต้นที่ห้วยตึงเฒ่าประมาณ 10 กิโลเมตร แต่ถ้ายังไม่สะใจพอ ผมแนะนำให้ปั่นมาจากในเมือง (วัดจากนิมมานเหมินท์) ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่มักทำกันอยู่แล้ว (ไม่กล้าเอาเสือภูเขาใส่รถยนต์... กลัวเปื้อนน่ะ 555)

 

psp 2

 

ก็น่าจะราวๆ 40 - 50 กิโลเมตร ตึงแข้งตึงขาดีเหลือเกินก่อนอื่นเลย ขอพามาดูจุดเริ่มต้นก่อนครับ เราจะเริ่มที่จุดเหนือสุดของห้วยตึงเฒ่า บริเวณทุ่งนา ถ้าเป็นฤดูแห่งความรักจะมีคู่รักมาถ่ายพรีเวดดิ้งกัน ถ้าเสิร์ชให้ใช้คำว่า Rice Fields for Viewing Rufous-Winged Buzzard ที่ด้านข้างทุ่งนาจะมีทางดินอยู่ นั่นแหละครับจุดเริ่มต้นของเรา หันหัวรถขึ้นเหนือ พุ่งทะยานไปเลยจ้า ตรงตามทางไปจนถึงด่านอุทยานแห่งชาติสุเทพ - ปุย ขึ้นเนินจากประตูด่านมาประมาณ 100 เมตร จะมีทางแยกขวา เลี้ยวเข้าไปเลยครับ เข้าไปปุ๊บระวังด้วย ทางดิ่งลงนี้แทบจะเรียกว่าเหว ถ้ายังขี่ลงไม่คล่องแนะนำให้จูงนะครับ จากนี้ให้ตามทางหลักไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนใจทางแยกขวาทั้งหลายนะครับ เพราะถ้าเลี้ยวขวามันจะเป็นทางเขาวงกต หมายถึงเขาวงกตจริงๆ เพราะว่าพี่ทหารเขาสร้างให้มันวกวนไว้เพื่อฝึกภาคสนามเรื่องการเดินป่าและการใช้เข็มทิศกันครับ เอาเป็นว่าเลาะซ้ายไป จากตรงนี้ทางหลักจะมีอยู่ทางเดียว อัดใช้ความเร็วได้ เพราะมีทั้งขึ้นทั้งลงสลับกันไปเรื่อยๆ อุปสรรคเส้นทางมีทั้งดินร่วน กรวด ทราย หินลอย รากไม้ ครบเครื่องเรื่องต้มยำ! แถมด้วยการไต่แบบซึมๆ ยาวๆ เรียกเหงื่อกันสนุกเชียว

 

จุดที่ควรระวังก็คือลำธารที่พาดขวางอยู่ เล็งไลน์ดีๆ นะครับ มีหลุมซ่อนอยู่ใต้น้ำ ในอดีต เคยมีเหล่านักผจญภัยแสดงกายกรรมตีลังกาข้ามแฮนด์รถไปนั่งจ๊อกป๊อกในน้ำกันมานักต่อนักแล้ว 555 ทางไต่บางช่วงต้องอาศัยทักษะการทรงตัวเข้าช่วย ถือเป็นการฝึกบอดี้บาลานซ์ไปในตัวเลย และที่เจ๋งมากก็คือการที่เราเจอเส้นทางแบบขึ้นๆ ลงๆ สลับกันเนี่ย จะช่วยเพิ่มความชำนาญในการใช้เกียร์ให้คล่องมือ เสน่ห์ของจักยานเสือภูเขาที่สนุกมากก็คือการเปลี่ยนเกียร์แบบปัจจุบันทันด่วน รวดเร็ว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะที่เราอยู่ในเส้นทางวิบาก ซึ่งต่างจากเสือหมอบที่ค่อยๆ ไล่เกียร์ช้าๆ บนเส้นทางนิ่งๆ เรียบๆอ้อ! ลืมบอกไป เรื่องความปลอดภัยอีกเรื่องนึงที่สำคัญก็คือ การตั้งบันใดรัดคลีต ถ้าคุณใส่รองเท้าผ้าใบก็โอเคครับ ปั่นยากหน่อย แต่ขึ้นลงรถสะดวกคล่องตัว แต่สำหรับมือใหม่ที่ใช้คลีต ถ้ายังไม่คล่อง แนะนำให้ปรับบันไดรัดคลีตเบาๆ ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งรัดแน่น เผื่อกรณีฉุกเฉินที่ต้องกดปุ่มดีดนักบินออกจากเครื่อง ถ้ามันดีดไม่ออกมันจะนอนแอ้งแม้งกลายเป็นเหยื่อสังคมออนไลน์เอาซะ 555จริงๆแล้ว กรณีถอดคลีตไม่ออกแล้วรถล้มเนี่ย บอกตามตรงผมไม่ค่อยห่วงนะครับ สังเกตดูเถอะครับ ทั้งเสือภูเขาเสือหมอบ ส่วนใหญ่ที่ล้มเพราะถอดคลีตไม่ทัน ร้อยเปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นบนความเร็วระดับใกล้ศูนย์ (เกือบจอด หรือเพิ่งออกตัว) ซึ่งถ้าล้มด้วยความเร็วที่ช้ามากเนี่ย ผลร้ายจะไม่ค่อยรุนแรง ถลอกนิดๆ หน่อยๆ รถเป็นรอยนิดเดียว แต่ที่น่าวิตกที่สุดก็คือคลีตหลุด! คลีตที่หลุดง่ายเกินนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีนะฮะ กำลังปั่นด้วยความเร็วสูง ใส่พละกำลังไปเต็มที่ อยู่ในโหมดสงครามโลกครั้งที่ 4 แล้วคลีตหลุด! หืยยยยยย แค่คิดก็สยองแล้วเหอะ ยิ่งถ้าเสือหมอบที่ปั่นหมกกันมาเป็นกลุ่มนะ โศกนาฏกรรมดีๆ นี่เอง

 

psp 3

 

คนส่วนใหญ่มักคิดกันว่ารัดหลวมๆ เพื่อความปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงผมคิดว่ารัดหลวมนี่แหละอันตรายสุดๆ รัศมีการทำลายล้างสูงกว่า เพราะฉะนั้นจะรัดแน่นหรือหลวมก็แล้วแต่ มันจะต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เราจะไปเจอนี่แหละครับกลับมาที่เรื่องเส้นทางของเราต่อ จากจุดเริ่มต้นมาได้ประมาณ 5 กิโลเมตร จะเจอทางแยกตัว Y คราวนี้ให้เลือกทางขวานะครับ ย้ำนะครับ ทางขวา ถ้าออกไปทางซ้ายจะไปโผล่จ๊ะเอ๋ที่ถนนเส้นแม่ริม จุดสังเกตคือจะเจอลำธาร หมายความว่าไปผิดทาง ให้ย้อนกลับไปแยกขวาที่ตัว Y คราวนี้จะไต่ผ่านป่าทึบสวยๆ ไปจนถึงดงไผ่ ก่อนจะดิ่งลงอย่างหวาดเสียว ทางดิ่งนี้ที่บอกว่าหวาดเสียวก็เพราะว่าเป็นทางดิ่งที่ไม่ค่อยอันตรายมากนัก แฮ่! ไม่ได้มาเล่นมุกตลกฮะ ก็จริงนี่ เวลาเราเจออะไรที่ยากและดูอันตรายมาก เรามักจะชะลอรถ ลดความเร็วลง หรือไม่ก็ลงจูงมันซะเลย แต่ไอ้ทางที่ไม่ยากมากนี่ล่ะที่น่ากลัว เพราะไม่ใช่แค่เราไม่ระวัง แต่เรายังชะล่าใจเพิ่มความเร็วเข้าไปอีก พอรู้ตัวอีกทีก็ควบคุมมันไม่อยู่ คราวนี้แหละอุบัติเหตุมาแน่ จะเบาหรือหนักก็อยู่ที่จะคุมมันได้แค่ไหน พอดิ่งลงมาเสร็จคราวนี้จะได้ไต่กันอีกรอบ สั้นๆ แต่ชัน! ผ่านป่ารกทึบสวยงาม ยิ่งถ้าเป็นฤดูฝนนะ เขียวครึ้มสวยงามเชียว ถ้าพกขาตั้งโทรศัพท์ไปด้วยได้ รับรองว่าได้ภาพมุมเก๋ๆ แน่ๆพอไต่ขึ้นถึงยอดเนินป่าทึบ คราวนี้จะได้ดิ่งระห่ำอย่างหวาดเสียวอีกครั้ง ก่อนจะโผล่ออกมาที่ถนนลาดยางของกองพลทหารราบที่ 7 ตามทางถนนดำมาเรื่อยๆ เส้นทางช่วงนี้อธิบายยาก เอาเป็นว่าให้ตามทางรถหลักมาก็แล้วกันนะครับ

 

psp 4

 

จุดหมายของเราคืออ่างเก็บน้ำแม่เย็น เลาะข้างสันอ่างเก็บน้ำแม่เย็นมา เส้นทางตรงนี้สวยมาก จอดถ่ายรูปเถอะนะ อาขอตรงมาเรื่อยๆ จะโดนบังคับโค้งซ้ายมา นี่แหละๆ พอโค้งซ้ายมาปุ๊บ เล็งขวาดีๆ ทางเข้าป่าเล็กๆ มีรั้วลวดหนามที่พี่ทหารกั้นไว้ นั่นแหละทางกลับของเรา มีทางอ้อมรั้วลวดหนามไว้ให้เรียบร้อย พอผ่านรั้วลวดหนามมาจะเจอทางลูกรังเป็นแทร็คแคบๆ แต่เป็นทางหลักซึ่งจะพาเรากลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นอันครบจบรอบพอดี ประมาณ 10 กิโลเมตร อิ่มหนำสำราญ หรือถ้ายังไม่หายสงสัย แนะนำให้ย้อนกลับไปอีกรอบ คราวนี้เอาแบบ Reverse เลยครับ รับรองว่าสาแก่ใจสายป่าแน่นอน แล้วพบกันใหญ่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

 

psp 5

 

** หมายเหตุ : เนื่องจากเพื่อป้องกันการเผาป่า พี่ทหารจึงได้ทำรั้วกั้นเขตห้ามเข้าพื้นที่บางช่วง แต่อันนี้ผมแอบไปคุยกับพี่เขามา แกบอกว่าสำหรับคนมาออกกำลังกายนี่ไม่เป็นไรหรอก ทหารสนับสนุนคนออกกำลังกาย แต่ขอย้ำเรื่องรักษาความสะอาด ซึ่งตรงกับสิ่งที่ผมคิด ก็คือเราจะต้องเคารพป่า การมาของเราจะต้องไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ ไม่ทิ้งขยะ ไม่สลักชื่อแฟนตามต้นไม้ ไม่ ฯลฯ เราจะมาเยี่ยมชมและจากไปโดยดูเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น ไม่เป็นการรบกวนทัศนียภาพทางอารมณ์ของนักผจญภัยกลุ่มหลังๆ ที่มาเที่ยวครับ **

 

เรื่อง / ภาพ : acidslapper

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai