Skip to main content

THAT’S HOW I ROLL : จักรยานในแบบของ ในภพ สุกัณศีล (Bike Collection)

95

หัวข้อในการพูดคุยของเราวันนี้คือชีวิตกับจักรยานของ ในภพ สุกัณศีล ซึ่งเล่าให้เราฟังว่า แรกเริ่มเขาแค่อยากได้จักรยานถูกๆ สักคันสำหรับปั่นเล่นแถวบ้านเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปเท่านั้นเอง แต่เมื่อมีคันแรก แน่นอนว่าคันที่สองและคันต่อๆ ไปก็ตามมา

 

bike collection

 

Bridgestone Radac 

: เฟรม Aluminium, ชุดเกียร์ Shimano 105 6 Speeds

 

คันนี้คือจักรยานคันแรกของผมเลย จุดเริ่มต้นมาจากการได้ลองขี่จักรยานของเพื่อนเมื่อประมาณ 5 - 6 ปีก่อน แล้วเกิดติดใจอยากมีเป็นของตัวเองสักคันในราคาที่ไม่สูงมาก เลยได้คันนี้มาจากเว็บ ThaiMTB ในราคา 7,500 บาท  แบบไม่มีความรู้อะไรเลย คันนี้เหมือนเป็นครูของผมเลยก็ว่าได้ พอได้มาก็ลองถอดประกอบอะไหล่เล่น เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกับจักรยานให้มากขึ้น ปั่นคันนี้อยู่สักพักจนเริ่มรู้สึกว่ามันแคบไป และเพิ่งมารู้ทีหลังว่ามันผิดไซส์ คือมันค่อนข้างเล็กไปสำหรับตัวผม เลยยกให้แฟนไปซะ การเริ่มต้นมีจักรยานคันนี้ทำให้ทุกวันนี้ผมยังคงชอบเฟรมสามเหลี่ยมและเกียร์สับถังแบบนี้อยู่  

 

Bridgestone Radac

Bridgestone Radac

 

Olmo Competition 

: เฟรม Cromoly, ชุดเกียร์ Campagnolo Gran Sport 6 Speeds

 

พอคันแรกมันเล็กไป เลยได้คันที่สองมาหลังจากที่เริ่มศึกษาเรื่องจักรยานมากขึ้น สมัยนั้นยังตามอ่านความรู้ต่างๆ จากรุ่นพี่ในเว็บ ThaiMTB ที่เขาเขียนถึงข้อมูลของเฟรมแต่ละคัน เราก็เก็บข้อมูลไปพร้อมๆ กับเก็บตังค์ไปด้วย ความฝันคืออยากได้รถอิตาลีสักคัน เลยไปจีบเฟรมยุค 70s คันนี้มาจากรุ่นพี่คนหนึ่งที่เขาเล่นรถเฟรมอิตาลีอยู่ ใช้เวลานานเกือบปีกว่าเขาจะยอมขายให้ ปั่นคันนี้ค่อนข้างคุ้มเลยทีเดียว จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนอะไหล่ไปเรื่อยๆ เพราะพวกรถวินเทจมันจะมีของให้เล่นเยอะ เลยขุดคุ้ยหา Groupset มาใส่ให้มันตรงรุ่น แต่ช่วงนั้นราคาอะไหล่ที่นำเข้ามาขายยังค่อนข้างสูงอยู่ จะได้จาก ebay ซะส่วนใหญ่

 

Olmo Competition

Olmo Competition

 

Colnago Tecnos 

: ชุดเกียร์ Campagnolo Chorus 8 Speeds

 

ก่อนจะได้คันนี้มา ตอนนั้นยังใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดาปั่นจักรยานอยู่เลย พอมีคันนี้เลยเริ่มใส่ชุดปั่นจักรยานจริงจังขึ้น จากที่เราปั่นสับถังมาได้สักพัก จนเริ่มจริงจังกับการปั่นมากขึ้น เลยทำคันนี้ขึ้นมา โดยมีโจทย์ว่าอยากได้รถช่วงยุค 90s ตอนแรกได้เฟรมคาร์บอนมาก่อน แต่ด้วยความที่มันเป็นคาร์บอนยุค 90s ปัญหาของมันคือมันไม่ใช่คาร์บอนทั้งหมด ข้อต่อมันยังเป็นอลูมิเนียมโดยใช้กาวอัดเข้าไป พอเราปั่นเยอะๆ กาวมันเริ่มหมดอายุ ปรึกษาผู้รู้เขาก็บอกว่าเริ่มไม่ปลอดภัยละ มันมีสิทธิ์ที่จะหลุดออกมาได้ เลยเปลี่ยนเฟรมมาเป็นเฟรมเหล็กอันที่เห็น แต่นี่เป็นเหล็กพิเศษตัวที่เบาและแข็งแรงที่สุดในช่วงยุค 90s ละ พอได้คันนี้มาก็กลายเป็นคันที่ปั่นบ่อยและจริงจัง เคยพากันไปถึงเชียงรายมาแล้ว

 

Colnago Tecnos

Colnago Tecnos 

 

Giant XTC

: ชุดเกียร์ Shimano XT จานใบเดียว

 

พอปั่นทางเรียบมาได้สักพักมันเริ่มไม่ตื่นเต้น เลยลองเข้าป่าดูบ้าง  จึงได้คันนี้มาแบบเป็นของใหม่หมดเลย ไปเลือกอะไหล่ที่ร้านแล้วให้เขาประกอบให้ พอได้ลองเข้าป่าเลยกลายเป็นชอบปั่นเสือภูเขาที่สุดไปเลย เพราะในป่ามันเป็นทางเล็กๆ ที่ต้องใช้สติในการมองทางตลอดเวลา บางทีปั่นไปในเส้นทางเดิม เจอหินก้อนเดิม แค่พลิกด้านมันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง  แม้ว่าเราจะมีกำลังขาอยู่แล้ว แต่พอมาปั่นเสือภูเขามันต้องมีเทคนิคเพิ่มขึ้น เรื่องแขน เรื่องจังหวะต่างๆ คันนี้ดูเหมือนจะเป็นรถที่หนัก แต่ด้วยความที่เฟืองหลังใหญ่ อัตราทดมันเลยค่อนข้างครอบคลุม เคยปั่นไปปายและอินทนนท์มาแล้ว และเคยใช้คันนี้ลงแข่งในหลายๆ รายการมาแล้วด้วย ช่วงหลังเลยปั่นเสือภูเขาเยอะขึ้น บวกกับช่วงนี้ฤดูฝนเลยปั่นคันนี้บ่อย เพราะเป็นรุ่นใหม่ไม่ต้องดูแลรักษามาก เปื้อนโคลนมาก็เอาน้ำฉีดทำความสะอาดได้เลย ต่างกับพวกรถวินเทจ ถ้าช่วงหน้าฝนแบบนี้ผมจะไม่เอาออกมาปั่นเลย เสี่ยงต่อการเป็นสนิม

 

Giant XTC

Giant XTC

 

Dahon Classic I

: Single Speed

 

อยากหาจักรยานไว้ปั่นในเมืองไปจ่ายตลาดสักคัน เลยได้รถพับคันนี้มาจาก ThaiMTB อีกนั่นแหละ โชคดีได้รถสภาพดี แค่เอามาใส่ตะกร้าเพิ่มก็ใช้ได้แล้ว ชอบตรงที่เป็นเฟรมเก่าวินเทจกับทรงที่มันมีค้ำคอขึ้นมาแบบนี้ ดูแปลกดี คอนเส็ปท์ของรถคันนี้คือ ดร.เดวิด ฮอน นักฟิสิกส์ ออกแบบรถพับคันนี้ในช่วงเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันแพง เลยคิดค้นจักรยานที่สามารถไปไหนก็ได้และราคาย่อมเยาให้ทุกคนได้ใช้ แต่ตั้งแต่ได้มาเคยพับเก็บแค่ครั้งเดียว เพราะด้วยความที่มันเป็นรถวินเทจ ระบบการพับของมันยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เลยทำให้พับเก็บค่อนข้างยาก คันนี้ปั่นในเมืองสนุกและคล่องตัวมาก

 

Dahon Classic

Dahon Classic I

 

**************************************

Profile picture for user Pae_Sukchan

Pae Sukchan

เป้ นักเขียนอิสระชาวเชียงใหม่ สามารถพบเจอได้ตามโกดังของมือสองญี่ปุ่น