Skip to main content

TOURING MANIA : สายทัวร์

45

สวัสดีครับพี่ๆ นักปั่นทั้งหลาย นานๆ ทีท่าน บก.จะให้ผมโผล่มาออกหน้าใน Bike Section บ้าง ผมก็เลยต้องขอบอกก่อนนะครับว่าผมเนี่ยไม่ใช่นักปั่นจักรยานหรอกครับ แค่ชอบท่องเที่ยว (ตามเขาไป) ด้วยการขี่จักรยานเท่านั้นเองครับ

 

ย้อนไปสิบกว่าปีก่อน ผมมีโอกาสได้ไปขี่จักรยานกับทีม Mekong Challenge ซึ่งเป็นโครงการขี่จักรยานท่องเที่ยวในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ปีละครั้ง (พักหลังปีละ 2 ครั้ง แถมไปไกลถึงทิเบต ทำให้ตังค์หมดเร็วดี) คนในทีมเป็นผู้หลงใหลในการขี่จักรยานท่องเที่ยว (และรักการกินดื่ม) ซึ่งลุงๆ ป้าๆ กลุ่มนี้แหละที่คอยแนะนำผมเกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยจักรยานทางไกล กว่าสิบปีที่ได้ร่วมเดินทาง เลยมีอะไรมาฝากท่านนักปั่น เกี่ยวกับการเตรียมตัวไปขี่จักรยาน (เน้นเที่ยวและกินดื่ม) ในต่างประเทศ เอาเป็นว่าขอพูดถึงเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับจักรยานตามแบบของผมละกันนะครับ

 

Mekong Challenge

 

เรามาพูดถึงการเตรียมร่างกายก่อนละกัน ขอย้ำอีกทีว่าเราไม่ได้ไปแข่งขันเพื่อพุ่งชนเส้นชัยให้เร็วที่สุด หรือไปขี่ทรหดวันละ 200 กิโลเมตรอะไรแบบนั้น เราไปเที่ยว!!! เรื่องการเตรียมตัวมันก็เลยขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของประเทศที่เราจะไป ถ้าตามโปรแกรมเราต้องไปขี่ในที่ที่น่าจะโหด เช่นเลาะริมแม่น้ำในพม่าจากเหนือลงใต้ 7 วันติด แน่นอนเราต้องฟิตพอที่จะขี่วันละประมาณ 100 กิโลเมตรให้ได้ครับ ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะขี่ทั้งวัน จึงไม่เน้นความเร็ว แต่เน้นความอึดและเน้นท่องเที่ยวระหว่างทางครับ เจออะไรน่าสนใจก็แวะ กินบ้าง ถ่ายรูปบ้าง ว่ากันไป ใครเป็นนักแข่งล่าถ้วยรางวัล มาเที่ยวแบบนี้ผมเห็นจอดถ่ายรูปทุกหัวโค้ง 555 ยิ่งมีทีมงานคอยติดตามนี่สบายใหญ่ ถ้าใครขี่ทั้งวันวันละ 100 กว่ากิโลเมตรแบบชิลล์ๆ ได้ก็ไม่น่าห่วงอะไรครับ

 

แต่ถ้าต้องไปขึ้นภูเขาสูงๆ เช่นประเทศลาวหรือจีน อันนี้อาจต้องกลั้นใจซ้อมดันดอยให้พอไปไหว อย่าลืมว่าเราขี่กันเป็นหมู่คณะ ใครช้าจะทำให้คนอื่นต้องรอนานครับ อีกอย่างหนึ่ง การท่องเที่ยวแบบนี้ต้องการความถึกทนมากนะครับ ห้ามป่วย ห้ามท้องเสีย ห้ามแพ้ความสูง ห้ามซุกซน เพราะนอกจากจะทำให้กลุ่มหมดสนุก อดลองเครื่องดื่มท้องถิ่นแล้ว เพื่อนๆ ก็จะไม่คืนเงินค่าส่วนกลางด้วย 555 เราต้องพยายาม ‘สบายดี’ อยู่ตลอดนะครับ สำคัญมาก แต่สุดท้ายถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็อย่าฝืน ไม่มีใครจะว่าถ้าเราขี่ไม่ไหวครับ นั่งรถเซอร์วิสก็ได้ ดีกว่าป่วยร่างพังกลับมา เสียการเสียงานอีกต่างหาก สรุปว่าฟิตร่างกายให้พองาม อย่าให้ป่วย เราไม่ได้มาแข่ง เรามาเที่ยว!!!! ยิ่งแข็งแรงยิ่งเที่ยวสนุก

 

Mekong Challenge

 

มาที่เรื่องรถกันบ้าง การเที่ยวแบบนี้ต้องเสือภูเขาหรือรถทัวริ่งคุณภาพดีนะครับ เสือหมอบเอาเก็บไว้บ้านเลย เพราะเราไม่รู้ว่าถนนเรียบๆ จะมีให้ขี่หรือเปล่า ปีที่แล้วขี่จากเชียงตุงในพม่าเข้าไปในกลางรัฐฉาน รถทัวริ่งยังแทบกลายเป็นเศษเหล็กเลยครับ 555 เอาเซฟๆ เสือภูเขายางซัก 2.0 ติดตะแกรงแบกของ ที่สำคัญอย่าเอารถแพงไปเด็ดขาด!! เช่นในประเทศจีน ถนนดีแต่ว่าชำรุดบ่อย อาจจะต้องลุยโคลนหรือว่าใช้เส้นทางชาวบ้านเละๆ เคยแบกรถข้ามเหว โอกาสรอด 50 - 50 ลองคิดว่าถ้าตกลงไปจะเสียดายรถขนาดไหน ผมใช้รถปี 2009 หนักแต่ทนทาน ออกทริปไม่มีห่วงครับ 

 

ในการเดินทางเราต้องดูว่าเดินทางอย่างไร ถ้าขึ้นเครื่องบิน แนะนำให้เอาจักรยานหุ้มโฟมหรือพันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วเอาใส่กล่อง (กล่องกระดาษใหญ่ที่ใส่จักรยานตอนส่งมาขาย ขอจากร้านจักรยานได้ ให้ร้านแพคให้ก็ได้ ค่ากล่องกับค่าแรงประมาณ 300 บาท) หรือใส่กระเป๋าจักรยาน ไม่ต้องแพงมากนะครับ เพราะต้องขึ้นไปขลุกอยู่บนรถติดตาม เจอฝุ่น โคลน ถ้าไปแบบทัวร์ดีๆ หน่อยก็ไม่มีปัญหาครับ กล่องจะพับเก็บได้ ส่วนเคสดีๆ จะไปเปลืองเนื้อที่ในรถเซอร์วิส แนะนำกล่องหรือกระเป๋าอ่อน (Soft Case) ดีกว่า ที่สำคัญอย่าลืมซื้อน้ำหนักจักรยานตอนซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยนะครับ บางสายการบินจะมีให้เลือกเลยว่าเป็น Sport Equipment ตอนแพ็คปล่อยลมยางครึ่งหนึ่งกันยางระเบิดด้วย ยางจักรยานนะ ไม่ใช่ยางล้อเครื่องบิน! 

 

Mekong Challenge

 

ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องเอาไปไม่ต้องกั๊กครับ กระเป๋าท้ายจักรยาน สูบ ชุดปะยาง ยางในสำรอง (ได้ใช้แน่นอน) ไฟหน้า ไฟท้าย อุปกรณ์ช่างซ่อมนี่ขาดไม่ได้เลย แค่ตอนที่ไปถึง เราต้องประกอบจักรยาน ถ้าจะหยิบยืมอุปกรณ์กันนี่ก็ลำบากแล้วครับ ระหว่างทางมักจะมีเรื่องให้ได้แก้ให้ได้ซ่อมกันตลอด ถ้าเรามีอุปกรณ์ครบก็สามารถช่วยเพื่อนๆ ได้ด้วย อีกอย่างอย่าลืมตรวจเช็คระบบขับเคลื่อน เกียร์ เบรค และโซ่ให้ดีครับ หรือจะให้ดีสุดๆ ก็ศึกษาวิธีแก้ปัญหาเรื่องการปรับจูนเกียร์และเบรคเลยนะครับ หลายคนระหว่างเดินทางมีการกระแทก พอไปถึงแล้วรถพัง ตีนผีเบี้ยว เบรคโย้ อดขี่ ก็หมดสนุก แนะนำว่าควรซื้อน้ำหนักจากสายการบินไม่น้อยกว่า 25 กิโลกรัมสำหรับอุปกรณ์กีฬาครับ เราสามารถเอาเสื้อกันหนาวหรือของใช้ใส่ไปด้วยได้ ส่วนการเดินทางด้วยรถบรรทุก รถไฟ หรือรถตู้ ก็ควรแพ็ครถไม่ต่างกันเท่าไหร่ ยิ่งแพ็คดีก็ลดโอกาสรถพังครับ เก็บอุปกรณ์การแพ็คไว้ใช้ตอนขากลับด้วยนะครับ

 

ในช่วงระหว่างการปั่น ถ้าเราไม่แบกของเองทั้งหมด เราสามารถจ้างรถบรรทุกหรือรถตู้รับจ้าง ให้ขับบริการเราได้ครับ จะตลอดทริปหรือเป็นเมืองๆ ไปก็แล้วแต่เจรจา ควรมีล่ามไปด้วยเพื่อความราบรื่น บางครั้งเราเน้นโปรแกรมเที่ยว อาจเอาจักรยานขึ้นรถบรรทุกครึ่งวันเช้า แล้วช่วงบ่ายค่อยลงปั่นก็ได้ ต้องระมัดระวังในการยกขึ้นยกลง รวมถึงการยึดรถจักรยานไว้บนรถบรรทุกนะครับ นักรบย่อมมีบาดแผล จักรยานทุกคันจะได้แผลมากๆ น้อยๆ เฉลี่ยๆ กันไปเสมอ มากหน่อยก็ตีนผีพัง เฟรมบุบ ถ้าแค่รถเบาะฉีก มีรอยถลอก ไฟแตก ไมล์หาย แฮนด์เบี้ยวนี่เรื่องเล็กครับ ไปเที่ยวแบบนี้อย่าเอารถแพงไปนะครับ เป็นห่วงปนอิจฉาครับ 555

 

Mekong Challenge

 

จัดการจักรยานไปแล้ว ต่อไปก็เป็นการเตรียมของใช้เกี่ยวกับจักรยาน เสื้อผ้า ชุดปั่น ขึ้นอยู่กับประเทศที่ไปเลยครับ ถ้าหนาวอย่าลืมกางเกงปั่นขายาว ถุงมือหนาๆ เสื้อกันลม เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาวหนาๆ ที่สำคัญชุดลองจอน เดี๋ยวนี้ราคาไม่แพง ใส่เป็นชุดนอนได้ ใส่ไว้ชั้นในตลอดเวลา รับรองอุ่นครับ กระเป๋าท้ายจักรยานก็ใส่อุปกรณ์ซ่อมรถ หรือจะกระติกอุปกรณ์ที่ใส่แทนกระติกน้ำก็ได้ ถ้าไปแถวๆ บ้านเรา เตรียมชุดกันฝน ถุงกันน้ำ ครีมกันแดด ยา ชุดที่ซักแล้วแห้งไว ใช้แล้วทิ้งได้ น้ำหนักเบา เพราะเราต้องซักผ้าเอง เลือกวันที่แดดดีๆ วันที่พัก หรือวันที่ไปถึงที่หมายก่อนเวลา ยิ่งถ้าไปประเทศหนาวๆ เนี่ย จะเกิดอาการไม่อยากซักผ้า เตรียมชุดชั้นในจำนวนอนันต์ไปเผื่อก็ช่วยได้ครับ!

 

อย่าลืมนะครับว่าเราไม่ได้ไปแข่ง ส่วนใหญ่เราจะใส่ชุดกึ่งลำลองกึ่งชุดปั่นครับ เช่นกางเกงขาสั้นที่มีเบาะรองก้น เสื้อแขนยาว ผ้าคลุมหน้าบังแดด คือไม่จำเป็นต้องหล่อเต็มยศแบบแข่งโอลิมปิกนะ เดี๋ยวมันจะเที่ยวไม่สนุก ยิ่งดูเหมือนนักท่องเที่ยวมากเท่าไหร่ยิ่งดี อ้อ รองเท้าคลีทนี่ตามใจเลยครับ ถ้าอยากปั่นสะดวกก็ใช้คลีท แต่ถ้าอยากเดินสะดวก ไม่ควรใช้คลีท ใส่รองเท้าธรรมดาก็ได้ ไม่ว่ากันครับ

 

Mekong Challenge

 

Mekong Challenge

 

เรื่องที่สำคัญมากอีกอย่างก็คือ การเตรียมตัวศึกษาหาข้อมูลตามเส้นทางที่เราจะไปปั่น ผู้คน สภาพภูมิประเทศ ไปต่างบ้านต่างเมืองเรื่องแบบนี้เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลยนะครับ ทริปจะสนุกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเวลาตอนที่เราไม่ได้ปั่นซะด้วยซ้ำ 555 อย่าหักโหมปั่นจนพลาดความสนุกที่ได้ไปเจออะไรใหม่ๆ ได้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ได้ช่วยเหลือ (ผลัดกันเลี้ยงเครื่องดื่ม) เรียนรู้สิ่งที่หาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ถ้าเราเตรียมตัวดี ทุกอย่างจะราบรื่น 

 

Mekong Challenge

 

สุดท้ายนี้ ถ้ามีบางอย่างที่ตกหล่นไปก็กราบขออภัยด้วยครับ ขอส่งท้ายด้วยคำพูดที่ผมมักจะได้ยินบ่อยๆ ในทริปก็แล้วกันนะครับ “ถ้าอยากขี่เยอะๆ ก็ขี่อยู่ที่บ้าน ไม่ต้องมาเที่ยว!!!” 555 ขอให้สนุกกับการเตรียมตัวไปขี่ท่องเที่ยวในต่างแดน พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

เรื่อง / ภาพ : กานต์ ฮาร์โม