Skip to main content

INSIDE ‘SPARROW’ : เบื้องลึก – เบื้องหลัง ของ ‘นกกระจอก’

181

เมื่อวงดนตรี 7 วง ได้แก่ มัชฌิมา, อินธนูและพู่ถุงเท้า, สภาพสุภาพ, Sustainer, The Bandit Boy, Solitude is Bliss และ Migrate to the Ocean ทำเพลงใหม่วงละ 2 เพลง มารวมไว้ใน Compilation ชื่อ ‘นกกระจอก’ แล้วเอาเพลงของแต่ละวง วงละ 1 เพลง ส่งไปให้ผู้กำกับหนังสั้น 7 คน ประกอบด้วย อรรถกร พงษ์เทอดศักดิ์ (คิ้วขมวด), จักรพันธ์ ศรีวิชัย (ชีพจรลงเฟรม), ณิชภูมิ ชัยอนันต์ (วายุฟิล์ม), ประณัฐ ประทุมทิพย์ (Waiting for It), อรุณกร พิค (มูฟวิ่ง อิมเมจ), อัคร ปัจจักขะภัติ และ คาริน เลิศชัยประเสริฐ รับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นหนังสั้น ตามมุมมองของแต่ละคน....

 

และต่อจากนี้ คือเบื้องลึก – เบื้องหลังของ ‘นกกระจอก’ ที่เราอยากให้คุณได้สัมผัส

ภาพ  Minimal Records (Brightside)

 

 

 

ก่อนจะมาเป็น ‘นกกระจอก’

 

“นกกระจอก เพลงกระจอก คนกระจอก เพลงสั้น หนังสั้น เวลาสั้น ไม่ทันได้กินน้ำ”

 

 
ก่อนจะมาเป็น 'นกกระจอก'

 

สุเมธ ยอดแก้ว

Minimal Records

 

“จุดเริ่มต้นคือมีวงในค่ายเราที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก เราก็เลยหาวิธีที่จะทำให้คนอื่นได้รู้จักมากขึ้น อีกประเด็นก็คือ มีบางวงที่ไม่ได้ทำงานมานานแล้ว อยากให้เขามีผลงานเพื่อสร้างความต่อเนื่อง เลยคิดโปรเจ็คท์ทำ Compilation ขึ้นมา คือรวมวงในค่ายทั้งหมด ให้คนได้ฟังเพลงใหม่จากศิลปิน 7 วง วงละ 2 เพลง รวม 14 เพลง

“หลังจากนั้นเราก็มานั่งคิดต่อว่า ปกติแล้วเนี่ยเพลงค่ายเราส่วนมากมันจะยาว ทำไมเราไม่ลองทำเพลงสั้นๆ ดูบ้าง อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง เลยบังคับทุกคนให้ทำเพลงสั้นๆ พอคิดต่อว่าจะใช้ชื่ออะไรดีที่มันสั้นๆ  พี่ขลุ่ย ไมเกรทฯ ก็เสนอว่า ชื่อ ‘นกกระจอก’ สิ นกกระจอกไม่ทันกินน้ำอะไรทำนองนี้ เลยเป็นที่มาของชื่ออัลบั้ม ซึ่งคำว่านกกระจอก มันก็เหมาะสมกับพวกเรา เพราะว่านกกระจอกเป็นนกที่มีอยู่ทั่วไป แล้วก็อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มันเรียบง่าย อยู่ในรังที่ไม่ต้องมีอะไรที่มันวุ่นวายมาก มันก็เลยเข้ากัน 

“ทีนี้เราเลยมองต่อว่าเมื่อมันมีความสั้นมาจำกัดความ ก็ควรจะต้องมีหนังสั้นเพื่อเป็นตัวเล่าเรื่อง เลยไปหาผู้กำกับหนังสั้นมาเพื่อตีความจากบทเพลง โดยที่หนังสั้น 7 เรื่องคือการตีความจากเพลงของ 7 ศิลปิน ซึ่งเรากำหนดว่าจะทำอะไรก็ได้ ตามที่รู้สึกกับเพลง แล้วนำเสนอเป็นเรื่องราวออกมา ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ได้ตรงกับเพลง หรือว่าในหนังอาจจะไม่ได้มีเพลงนี้อยู่เลยก็ได้ เราอยากให้เป็นอย่างนั้นมากกว่า เพราะคนดูจะได้ตีความไปด้วยกันว่า เพลงใหม่ของแต่ละวงเป็นยังไง” 

 

 

 

‘นกกระจอก Compilation’

 

เมื่อ 7 ศิลปินในค่าย Minimal Records ได้รับมอบหมายให้ทำเพลงใหม่วงละ 2 เพลง เพื่อมารวมกันในอัลบั้ม ‘นกกระจอก Compilation’ โดยมีโจทย์ว่า “ห้ามยาว” และมีเวลาให้แต่ละเพลงที่ 2.39 นาที!

 

 

มัชฌิมา

 

มัชฌิมา

“เราอยากทดลองดนตรีแนวทางใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยแต่ละครั้งเวลาเราซ้อมกัน เรามักจะคิดแนวดนตรีที่แตกต่างออกไปจากภาพที่คนฟังเคยเห็น เลยเป็นที่มาของคอร์ดและดนตรีที่สดใสขึ้น ทั้งสองเพลงมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ การปลดปล่อย ความสบาย และเนื้อหาที่พูดถึงการหลีกหนีจากความวุ่นวาย โดย ‘Jungle’ จะนำเสนอเนื้อหาที่คนๆ หนึ่งพยายามที่จะหนีจากความจำเจไปสู่ป่า ซึ่งจริงๆ แล้วอาจะไม่ได้หมายความถึงป่าจริงๆ แต่หมายถึงสถานที่ที่จะทำให้ใจเราสงบส่วน ‘High’ ก็ตามชื่อเพลงเลยค่ะ เป็นอาการล่องลอยอย่างหนึ่ง 555”

 

 

 

อินธนูและพู่ถุงเท้า

 

อินธนูและพู่ถุงเท้า

“วงเราทำเพลงที่เราอยากทำ และทำให้แตกต่างจากเพลงใน Long Way Down ซึ่งเป็นอัลบั้มเต็มของเรา ก็เลยได้ออกมาเป็นเพลงช้าและเพลงเร็ว ที่ไม่เหมือนเพลงที่เคยทำเลย โดย ‘Utopia’ อยากสื่อว่า ทุกคนมีโลกในอุดมคติเป็นของตัวเอง บางคนลุกออกมาใช้แรงในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ ขณะที่บางคนนั่งตัดพ้อกับมัน บางคนทำเพื่อคนรอบข้าง ขณะที่บางคนแค่รักตัวเอง ส่วน ‘Kid’ อยากให้นึกย้อนไปว่าตัวเองในสมัยก่อนเคยคิดแบบไหน เคยฝันอะไร แล้วตอนนี้เรายังเป็นเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า สุดท้ายแล้ว เราอาจจะได้พบว่า ทุกสิ่งที่เคยคิด เคยทำ ก็แค่ Kid”

 

 

 

Sustainer

 

Sustainer

“สิ่งที่เล่าในเพลงก็เป็นเรื่องราวในสังคมที่เกิดขึ้นตามมุมมองของคนสูงอายุ ‘สอง สาม ก้าว’ เล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็กหนุ่มที่เดินทางแต่ละก้าวเพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยไม่รู้ว่าก้าวต่อไปจะตายหรือไม่ ส่วน ‘Slave’ เล่าเกี่ยวกับสังคมทุนนิยม ที่บอกว่าเบื้องหน้าความสะดวกสบายอาจจะปิดปังความเป็นทาสต่อระบบไว้่ ทั้งสองเพลงเริ่มจากไลน์เบส กลอง และขึ้นโครงสร้างท่อนต่างๆ ของเพลง แล้วจึงอธิบายเรื่องราวของเพลงและส่งให้นักร้องเขียนเนื้อ จากนั้นบันทึกเดโมดูภาพรวมแล้วแก้ไข ก่อนจะเข้าห้องอัดเสียงและทำมาสเตอร์เป็นขั้นตอนสุดท้าย”

 

 

 

Solitude Is Bliss

 

Solitude is Bliss

“เรามองว่าเพลงสั้นนั้นลักษณะเหมือนงานเพลงโฆษณาที่ต้องกระชับแล้วได้ใจความ เป็นหมัดฮุกที่ชัดเจน ฟังแล้วมีเอกลักษณ์ของเพลงนั้นๆ ในแง่ของเนื้อเพลงจะมาจากประเด็นที่กระทบใจหรือสิ่งที่กำลังหมกมุ่นอยู่ในวังวนของตัวผู้แต่งเอง โดย ‘Lost In Jane’ เกิดจากการนั่งอ่านข้อความที่แฟนเพจ มีคนชื่อ Jane ทักเข้ามา รู้สึกคล้อยตามจึงหยิบปากกามานั่งเขียนเนื้อเพลงนี้ ส่วน ‘Luke’ มาจากชื่อตัวละครใน Star Wars เปรียบเป็นผู้ปลดปล่อยที่มีความสามารถชักนำผู้เขียนเพลงที่จมอยู่กับความทุกข์อันมืดมิดไปสู่แสงสว่างได้” 

 

 

 

The Bandit Boy

 

The Bandit Boy

 

 

“‘พ่น’ พูดถึงการที่คนเราใช้คำพูดแบบไม่สร้างสรรค์ ชอบใช้คำพูดร้ายๆ ต่างๆ ซึ่งมันไม่ดี อยากให้หยุดการกระทำแบบนั้น ส่วน  ‘สิ่งที่ต้องผ่าน‘ พูดถึงคนเราที่ผิดหวังกับเรื่องต่างๆ รวมถึงความรัก แต่ก็ยังต้องเดินต่อไปข้างหน้า (มือเบสแต่งเพลงนี้ปุ๊บอกหักปั๊บ 555) ทั้ง 2 เพลงเริ่มจากทำเมโลดี้หลักและกลอง แล้วมาต่อยอดไลน์กีตาร์ เนื้อร้องมาสุดท้าย และได้ T-Biggest มาช่วยแร็ปในเพลงแรก (ส่วนเพลงที่ 2 มาในเวลาเร่งด่วนก่อนส่งแค่วันเดียว 555)”

 

 

 

สภาพสุภาพ

 

สภาพสุภาพ

 

“‘ร่องรอยที่ล่องลอย’ ตอนแต่งเรานึกถึงคำว่า ร่องรอย และ ล่องลอย อ่านเหมือนๆ กันแต่คนละความหมาย เลยหยิบเอาสองคำนี้มาแต่งเป็นเพลง พาร์ทดนตรีก็จะเน้นเล่นง่ายๆ ไม่โชว์อะไรมาก อยากให้ฟังง่ายแต่สวยงามด้วยทำนองและเปล่งประกายด้วยเสียง Xylophone ส่วน ‘คนลึกลับ’ เป็นเพลงที่อยากจะทำเนื้อเพลงให้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนอะไรมาก แต่พาร์ทดนตรีจะเข้มข้นและแปลกใหม่สำหรับสภาพสุภาพ โดยมีการใช้เสียง Synthesizer เข้ามาเพิ่มอรรถรส ซึ่งก็เปลี่ยนกันมาหลายเวอร์ชั่นมาก จนได้เวอร์ชั่นที่เราพอใจกับมันที่สุด”

 

 

 

Migrate to the Ocean

 

Migrate to the Ocean

 

“‘ไฟ (Daenerys)’ เป็นเพลงเกี่ยวกับความหงุดหงิดที่เกิดจาการขับรถ ส่วน ‘Mercy’ เป็นเพลงเกี่ยวกับตัวละครในเกม Overwatch ทางวงได้แต่งเพลงเป็นโครงคร่าวๆ แล้วมาเรียบเรียงกันในห้องซ้อม โดยมีมือเบสและมือกลองเป็นศิลปินรับเชิญ จากนั้นจึงได้ไปทำการอัดเสียง และเพิ่มเติมรายละเอียดในห้องอัด โดยเฉพาะการใส่เสียงไวโอลินในเพลงไฟ ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินการด้วยระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 อาทิตย์”

 

 

 

 

หนังสั้น ‘นกกระจอก’

 

เมื่อ 7 ผู้กำกับ ได้รับโจทย์ให้สร้างหนังสั้นจากเพลงใน ‘นกกระจอก Compilation’  พวกเขาจะตีความบทเพลงออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวกันอย่างไรบ้าง?

 

 

รักต่างดาว : An Unidentified Love Story

ที่มา : มัชฌิมา – Jungle

 

รักต่างดาว

 

ประณัฐ ประทุมทิพย์ (Waiting for It)

 

“ครั้งแรกที่ฟังเพลงนี้คือรู้สึกมันดำดิ่งยังไงไม่รู้ ฮ่าๆ ผมถึงกับต้องโทรไปถามศิลปินถึงความหมายของเพลง เพื่อให้แน่ใจว่าตีความออกมาได้ตรงกัน ยิ่งพอฟังมาถึงช่วงโซ่โล่กีตาร์ มันเป็นจุดที่ให้เราได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมา เพลงนี้เล่าถึงความรู้สึกที่อยากจะหนีจากภาวะปัจจุบันไปชั่วขณะหนึ่ง ตอนแรกผมก็พยายามตีความโดยสร้างเรื่องราวจากสาเหตุว่า ทำไมภาวะนี้มันถึงเกิดขึ้นได้ จนในที่สุดก็พบว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรื่องเยอะจัง (วะ) คือไม่ว่าเราจะเป็นใคร เวลาที่มีปัญหา ต้องมีสักครั้งที่รู้สึกว่าอยากจะหลีกหนีไปไกลๆ ซึ่งถ้าเรามองต่อไปอีกก็จะพบว่า แล้วไง... มันหนีไม่พ้นหรอก ปัญหามันเกิดได้ตลอด สาเหตุหลักๆ สาเหตุเดียวก็เพราะว่าเราคือมนุษย์นี่แหละ 

“เลยเป็นที่มาของการสร้างตัวละครมนุษย์ต่างดาวขึ้นมา พยายามจะนำเสนอเรื่องราวที่มันเหลือเชื่อมากๆ ผ่านมุมมองของคนธรรมดาๆ คือเลือกที่จะเล่าเรื่องแบบสารคดีตามหาคนหายทั่วไป แต่อย่าลืมว่าคนที่หายไปนั่นคือมนุษย์ต่างดาวนะ จุดที่ยากคือเราใส่ CG เข้ามาในหนังด้วย ซึ่งระยะเวลาในการทำหนังเรื่องนี้ ครึ่งหนึ่งหมดไปกับการทำ CG เพราะเราไม่เคยทำมาก่อน ก็ศึกษาเองทำเองหมดเลย”

 

 

 

ยูโทเปีย
ที่มา : อินธนูและพู่ถุงเท้า – Utopia

 

ยูโทเปีย

 

ณิชภูมิ ชัยอนันต์ (วายุฟิล์ม) 


“ด้วยคอนเส็ปท์ของชื่อค่าย ผมตั้งใจทำงานให้ออกมาเรียบง่ายที่สุด ซับซ้อนน้อยที่สุด และไม่ปรุงแต่งเลย เนื้อหาในเพลงมันเล่าถึงความจริงล้วนๆ ผมก็เลยตั้งใจเล่าโดยใช้ความจริงล้วนๆ เลยนึกถึงวิธีการถ่ายและการเล่าแบบสารคดี เปรียบเปรยบ้านในหนังเป็นรังนกกระจอก และนักแสดงสองคนเป็นนกกระจอก คนดูทำหน้าที่เป็นแค่ผู้สังเกตุการณ์อยู่ไกลๆ ดูนกสองตัวนี้ใช้ชีวิตที่ระหองระแหงกันอย่างเงียบๆ
“ผมชอบวิสัยทัศน์ของผู้บริหารค่ายมินิมอล ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตทำงานอะไรก็ได้ แบบไหนก็ได้ และมีวิธีดีลกับศิลปินได้อย่างเด็ดขาดในเรื่องของการห้ามมาก้าวก่ายการทำงานของทีมต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ผลิตหนังสั้น และรู้สึกขอบพระคุณจริงๆ ที่ให้ผมได้ทำทุกอย่างตามใจผมเลย ซึ่งมันเป็นการทดลองมากๆ ตามใจตัวเองมากๆ ผมคิดตลอดเวลาเลยว่า "ศิลปินจะรู้สึกยังไง (วะ) ที่กูเอาเพลงเขามาทำแบบนี้" ทำใจโดนศิลปินด่าไว้แล้วส่วนหนึ่งก่อนจะถ่าย แต่ก็รู้สึกประทับใจมาก ที่เขาไม่ได้ว่าอะไร หรือจะแอบว่าก็ไม่รู้ (ฮา)”

 

 

 

สอง สาม ก้าว

ที่มา : Sustainer - สอง สาม ก้าว

 

สองสามก้าว

 

อรุณกร พิค 

 

“ได้โจทย์เป็นเพลง ‘สอง สาม ก้าว’ ของวง Sustainer ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงก็บอกตัวเองเลยว่า “ต้องมีฉากเต้นให้ได้” เราว่าเพลงเขามันดี 

“สำหรับเนื้อหาของเพลงก็ตรงไปตรงมา เกี่ยวกับวัยรุ่นตีกัน ปัญหาต่างสถาบัน ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย บลาๆๆ แทบไม่ต้องตีความอะไรเลย แต่เอามาเล่าในสไตล์ของเรามากกว่า คือเราชอบทำหนังบ้าๆ บอๆ น่ะ ก็น่าจะเข้ากับเพลงนะ ตลอดการถ่ายทำเราก็ไม่ได้คุยกับทางวงเลย ทำด้วยไอเดียเราล้วนๆ โชคดีว่าขั้นตอนการผลิตหนังของเราค่อนข้างราบรื่น และในกองถ่ายก็สนุกดี มันเป็นการทำงานที่ไม่เครียดเลย โดยเฉพาะการให้โจทย์นักแสดงพูดสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับบทเวอร์ชั่นออริจินอล มันก็ยิ่งทำให้ระหว่างถ่ายทำมีเสียงหัวเราะตลอด ความที่การทำงานชิ้นนี้จะค่อนข้างอิสระ เราเลยยัดนู่นยัดนี่ใส่เข้าไปในหนังให้หมด อะไรที่เราอยากทำหรืออยากทดลอง คือมันออกจะเป็นโปรเจ็คท์ที่ดึงไอเดียต่างๆ มายำรวมกันซะมากกว่า สนุกดี แต่คนดูจะสนุกด้วยไหมนี่ก็อีกเรื่องนะ ฮ่าๆ”

 

 

 

Lost in Brain

ที่มา : Solitude is Bliss - Lost in Jane

 

lost in brain

 

อรรถกร พงษ์เทอดศักดิ์ (คิ้วขมวด) 

 

“ผมไม่เคยได้กำกับหนังมาก่อนเลย แต่ทำงานกับเพื่อนๆ มาตลอด ก็เลยลองเสนอตัวเองไป พอได้รับมอบหมาย เราก็มาต่อยอดบทโดยให้เนื้อเรื่องหลักมันกลายเป็นเชิงฝันไปเสียเลย โดยในหนังเราจะเล่าถึงชายที่บังเอิญไปเจอหญิงสาวร้องเพลงอยู่ในบาร์ ทั้งที่จริงเขาเองนั้นหูหนวก เขาออกตามเธอเพื่อที่จะคลี่คลายคำถามในหัวที่ยุ่งเหยิงนี้ เพราะไม่ว่ามันจะเป็นความจริงหรือเพียงความฝัน แต่เขาก็ได้ยินมันแล้ว เป็นการตั้งคำถามถึงสิ่งที่หายไปโดยการออกตามหาคำตอบ แต่ก็มีคำถามตามมาด้วยว่า ถ้าหากว่าสิ่งที่กำลังตามหานั้นมันจับต้องไม่ได้ล่ะ?

“งานนี้แค่คิดก็สนุกแล้วครับ อยากใส่อะไรในภาพ อยากเล่าอะไรเพี้ยนๆ ก็เล่าได้ตามที่อยากทำ ทดลองเทคนิคกันตั้งแต่วิธีการเขียนบท ถ่าย และตัดต่อ ใครมีไอเดียอะไรก็มาโยนใส่ เพื่อนสนุกเราก็สนุกครับ แต่หลักๆ เลยที่ทดลองคือทดลองใจตัวเองมากกว่า ว่าเรากล้าไหมที่จะเล่าเรื่องด้วยวิธีการเหล่านี้ ซึ่งกับงานที่ออกมาก็ตรงใจเรามากที่สุดจริงๆ เราอยากจะเล่าให้ล้นเเค่นี้พอ ไม่ฟุ้งยุ่งเหยิง ก็ตรงตามแผนที่วางไว้ครับ” 

 

 

 

The Bandit Boy

ที่มา : The Bandit Boy Ft. T-Biggest - พ่น (Piss On Your Grave)

 

the bandit boy short film

 

อัคร ปัจจักขะภัติ 

 

“ตอนคิดเรื่องที่จะเล่าผมนึกถึงประโยคหนึ่งของเอ็ดดี้ อดัมส์ (Eddie Adams) ช่างภาพนิ่งสายข่าวคนหนึ่งในช่วงยุคสงครามเวียดนาม ที่บอกว่า “Still photographs are the most powerful weapon in the world. People believe them, but photographs do lie, even without manipulation. They are only half-truths.” แล้วก็ฟุ้งซ่านต่อว่า เรื่องการถ่ายภาพ ในภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Shoot ที่แปลได้อีกทางว่ายิง พ้องกับการยิงด้วยอาวุธปืน ในเรื่องจึงเป็นการเปรียบเปรยว่าเป็นการใช้กล้องยิง ซึ่งมันมีผลต่อชีวิตของคนที่ถูกยิงโดยตรง ทั้งที่เรื่องที่พูดกันไป ถ่ายทอดกันไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงเท็จอย่างไร แต่ชีวิตที่เป็นเป้าถูกกล่าวหานินทานั้นได้รับความเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว

“กระบวนการทำงานคือ อยากให้เป็นเรื่องราวความรักที่มีความเป็นการเมืองอยู่ครับ เลยต้องหาอาวุธหลักของเรื่องซึ่งก็คือกล้อง Super8 ที่เขาใช้ยิงภาพเคลื่อนไหวกันในสมัยก่อน แล้วเราก็แทรกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปในหนังสั้นผ่านการสร้างเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่าอีกที ความที่ตอนคิดเรื่องและตอนถ่ายทำยังไม่ได้ฟังเพลงเต็มๆ เลยค่อนข้างจะอิสระจากเนื้อเพลงประมาณหนึ่ง” 

 

 

 

Gleam

ที่มา : สภาพสุภาพ – Gleam

 

gleam

 

จักรพันธ์ ศรีวิชัย (ชีพจรลงเฟรม) 

 

“หนังเรื่องนี้เกิดมาจากคำว่า ‘ร่องรอยที่ล่องลอย’ ที่เป็นที่มาของเนื้อหาในเพลง และกลายมาเป็นชื่อเพลงในภายหลัง เราตีความคำว่าร่องรอยว่าคือความตาย เมื่อคนเราตายไปแล้ว ถ้ามีอะไรที่เหลืออยู่ ที่โลกก็คงเป็นศพ นามธรรมหน่อยก็คงเป็นชื่อเสียง ถ้าโลกหลังความตายมันก็คือวิญญาณ ส่วนล่องลอย เราตีความว่าคือการเดินทาง ในหนังเลยพูดถึงกิจกรรมแรกหลังจากตายลงไป คือเดินทางไปยังโลกหน้า แต่เราใส่เงื่อนไขลงไปว่า ตัวละครสามารถหยุดแวะตรงไหนก็ได้ที่เคยไป ก่อนจะไปถึงโลกหน้า เพราะเราว่ามันน่าจะมีสักที่แหละที่ทุกคนอยากไป 

“เราชอบความกว้างของโปรเจ็คท์นี้นะ คือไม่ใช่ว่าทำหนังอะไรก็ได้ แต่เป็นหนังที่ตีความจากเพลง ซึ่งมันกว้างมากเลยสาหรับเรา 

เวลาเราฟังเพลง ในแต่ละครั้งที่ฟังมันก็ตีความไม่เหมือนกันสักครั้ง กับรู้สึกว่าคนทำเพลงนี้มีอะไรที่คล้ายๆ กับเรา คือเพลงที่ได้มันคือ ‘ร่องรอยที่ล่องลอย’ มันเหมือนคนที่ผ่านอะไรมาจนกลายเป็นอะไรที่เหลือไว้แต่ร่องรอย แล้วก็ล่องลอยไปๆ มาๆ แบบนั้นแหละ ก็เลยคิดงานออกมาได้ไม่ลำบากเท่าไหร่ เป็นเพลงและหนังที่เหมาะกับนักศึกษาปีเปอร์แบบเราสุดๆ” 

 

 

 

Fired

ที่มา : Migrate to the ocean - ไฟ (Daenerys)

 

fired

 

คาริน เลิศชัยประเสริฐ 

 

“เริ่มแรกเรากับทีมช่วยกันเขียนบทก่อน โดยคุยกันว่าไม่อยากทำหนังรักเพราะรู้สึกว่าไม่อินเท่าไหร่ เลยปรับบทไปเรื่อยๆจนได้บทที่พอใจ จากนั้นก็เริ่มหาสถานที่ที่เข้ากับมู้ดแอนด์โทนของเรื่อง นัดคุยบทกับนักแสดง ถ่ายทำ และตัดต่อตามที่วางไว้ ถ้าใครที่ได้ดูทั้งหนังสั้นและเอ็มวี คงได้เห็นความแตกต่างอย่างสุดขั้วของทั้งสองอย่าง ตัวหนังสั้นจะออกมาเรียบๆ เนือยๆ แต่เอ็มวีจะออกแนวตื่นเต้นเร้าใจตามสไตล์เพลง ซึ่งเรามองว่าเป็นความท้าทายที่ได้ลองทำงานที่มันหลากหลาย

“จริงๆ แล้วเราเป็นคนไม่ฟังเพลงร็อคหรืออะไรแบบนี้เท่าไหร่ แถมตอนฟังเดโมครั้งแรกก็มันไม่ใช่แบบนี้ (ฮ่าๆๆ) พอมาเจอเพลงจริงก็อึ้งไปเหมือนกัน แต่เราชอบความแปลกใหม่ที่ท่อนแรกและท่อนหลังของเพลงฉีกกันไปคนละแนว ซึ่งเป็นอะไรที่เพลงทั่วไปคงไม่กล้าทำ นี่เลยเป็นจุดเด่นของเพลงนี้ที่ทำให้เรารู้สึกว้าว และเชื่อว่าผู้ฟังหลายๆ คนน่าจะชอบเหมือนกัน”

 

 

 

 

ซื้อหาอัลบั้ม ‘นกกระจอก Compilation’ ได้ที่ 

เชียงใหม่ : Minaimal Bar

กรุงเทพฯ : น้องท่าพระจันทร์, อมรมูฟวี่

หรือสั่งซื้อได้ทาง

Page : MINIMAL RECORD

และฟังเพลง - ชมหนังสั้นทุกเรื่องและมิวสิควิดีโอได้ที่ 

Youtube : MinimalRecords Cm

Profile picture for user micthepress

Rapintaranat Bunnachak

ระพินทรนาถ บรรณจักร (มิค)

พอเขียนหนังสือได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็เลยมาเขียนอยู่แถวนี้ไปเรื่อยๆ ตราบใดที่เขายังไม่บอกให้เลิก