Skip to main content

MARINES MARATHON 2018 มาราธอนของเหล่าทหารเรือ ‘นาวิกโยธินมาราธอน’

62

สวัสดีครับ คอลัมน์ Run ของ HIP เล่มนี้ จะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวต่างจังหวัดกันสักหน่อย เราจะไปวิ่งเล่นแถวๆ ริมทะเล แถวๆ ค่ายทหาร... ใช่แล้วครับ วันนี้เราจะพาไปทัวร์มาราธอน ที่ ‘หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน’ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

 

marine marathon

 

สาเหตุที่ต้องมาถึงที่นี่ ก็เนื่องด้วยไอ้เจ้าคนเขียนคอลัมน์เนี่ย มันไปสมัครงาน ‘นาวิกโยธินมาราธอน’ ไว้ ด้วยความคึกคะนอง แบบว่าอยากไปมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้ไปสักที ปีนี้เลยกดสมัครไปด้วยความมั่นใจสูงมาก ทีนี้ด้วยความที่ไม่ได้ซ้อมเลย เมื่อถึงหนึ่งเดือนก่อนแข่ง ความมั่นใจเลยดำดิ่งสู่ก้นมหาสมุทร ลึกลงไปยังแกนกลางโลก และทะลุไปยังดาวอังคารทันที และตามมาด้วยความคิดว่าจะเทงานวิ่งนี้ซะ ซึ่งหลังจากนั้นผมก็เลยชะล่าใจ ไม่ได้ซ้อมอะไรสักอย่าง เพราะคิดว่ายังไงก็ต้องเทงานนี้แน่ ๆ ไม่ได้ซ้อมเลยซักนิด ไปแข่งแล้วมันจะรอดมาได้ยังไงกัน

 

marine marathon

 

แต่ดวงคนเรา ถ้าจะได้ไปมันก็ต้องได้ไปอยู่ดีครับ ปรากฏว่าช่วงนั้นผมมีธุระต้องเดินทางไปที่จังหวัดชลบุรีพอด และเป็นช่วงวันแข่งซะด้วย เลยตัดสินใจว่า “แข่งก็แข่งวะงานนี้”

 

ช่วงชีวิตสัปดาห์สุดท้ายก่อนวิ่งมาราธอน ตามตารางทั่วไปคือต้องพักแล้วใช่ไหมครับ แต่อาเหลียงคนนี้นี่ซ้อมดะเลยครับ เรียกความฟิตโค้งสุดท้ายออกมาเต็มที่ วิ่งวันละ 10 –15 กิโลเมตร หวังว่าวันจริงจะไปให้ได้ไกลที่สุด แต่ก็อย่างว่าแหละครับ มากลับตัวเอาตอนสุดท้ายก็สายไปเสียแล้ว เรียกว่าอย่างน้อยก็ยังได้วิ่งก่อนจะไปแข่งที่สัตหีบดีกว่าครับ

 

marine marathon

การเดินทาง

การเดินทางจากเชียงใหม่ไปสัตหีบมีหลายวิธี ไม่ว่าจะบินไปลงที่สนามบินอู่ตะเภา แล้วต่อรถมายังชลบุรี หรือว่าจะเป็นสายประหยัด นั่งรถทัวร์จากเชียงใหม่ไประยอง ราคาก็ไม่แรง 600 กว่าบาทก็นั่งนครชัยไปถึงระยองได้แล้ว ต่อรถไปชลบุรีก็อีกนิดหน่อยเอง หรือจะเช่ารถจากสนามบินที่กรุงเทพฯ แล้วขับไปก็ได้นะ สะดวกดีด้วย อันนี้สามารถเลือกได้เลย

 

marine marathon

สถานที่แข่งขัน

บอกได้เลยว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับสนามมาราธอน ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งนี้ กว้างใหญ่ไพศาลมาก รองรับคนได้หลักแสนแน่ๆ แค่ขับรถเข้าไป แต่ต้องไปวนข้างในอีกนานพอสมควรกว่าเราจะได้เจอจุดรับเบอร์วิ่ง ซึ่งเป็นอาคารเหมือนยิมเนเซียมที่สามารถจุคนได้พอสมควรเช่นกัน วันที่ผมไปรับเบอร์วิ่งนั้นคนค่อนข้างจะหนาแน่นไปหน่อย สำหรับระยะฟูลมาราธอน กว่าผมจะได้เบอร์วิ่งมาก็ใช้เวลาพอสมควร แถมเขาแจกเสื้อแยกต่างหากจากจุดรับเบอร์วิ่งอีกทีด้วย

 

marine marathon

 

marine marathon

 

หลังจากได้อุปกรณ์หลักมาแล้ว รุ่นพี่ที่มาส่งก็พาผมไปดูสถานที่ปล่อยตัวนักวิ่ง ซึ่งเป็นบริเวณชายหาดข้างลานอำนวยการ บอกได้เลยว่าสวยและลมเย็นมาก ทำให้ความหงุดหงิดที่ต้องรอคิวนานเมื่อครู่หายไปกับสายลมทันที และได้ความรู้สึกของวันเด็กเมื่อตอนสิบขวบกลับมา เมื่อเห็นรถถังและปืนใหญ่ที่เรียงรายอยู่รอบชายหาด อดใจไม่ได้ต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึก ซึ่งตรงบริเวณลานอำนวยการนี้จะมีโชว์จากทหารให้ดู แถมจัดโชว์มาแบบเอาใจประชาชนด้วย อย่างเช่น ตอนที่ผมไปก็เป็นโชว์สุนัขทหาร มีความน่ารักปนน่าเอ็นดู เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูแถวๆ นั้นได้ดี ส่วนร้านรวงที่ขายของก็มีมากมายให้ช้อปปิ้งได้ตามสะดวก (มีร้านจากแม่บ้านกองทัพเรือด้วยนะ ช่วยกันทำมาหากิน น่ารักดี)  

 

marine marathon

 

marine marathon

วันแข่งขัน

ผมลงแข่งขันในระยะมาราธอน 42 กิโลเมตร ต้องตื่นตั้งแต่ตีหนึ่งครึ่ง เพื่อเตรียมเดินทางไปยังสถานที่แข่งขัน การแข่งระยะนี้ดีอยู่อย่างหนึ่ง ตรงที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ เพราะเราจะได้ไปเป็นกลุ่มแรกๆ เลย ดังนั้นที่จอดรถจะเหลือมากเป็นพิเศษกว่าพวกที่ลงแข่งระยะฮาล์ฟหรือมินิ

 

marine marathon

 

marine marathon

 

รุ่นพี่ที่จะไปวิ่งในงานนี้ด้วยกันแวะมารับผมหน้าที่พัก แล้วพาเข้าไปยังค่ายทหาร เราไปถึงจุดปล่อยตัวกันตอนใกล้ๆ จะตีสาม คนค่อนข้างหนาแน่นพอสมควร มีทั้งขาแรงและขาไม่แรงมาก แน่นอนว่าความที่ซ้อมมาน้อย ผมเลยเลือกอยู่ท้ายๆ แถว (เราไม่รีบ ใครรีบไปก่อนเลย) กับความที่ถ้าเราไปอยู่ตรงกลางๆ แถว ลมจะพัดมาไม่ค่อยถึง อาจจะทำให้หายใจลำบากกว่าเดิม ผมก็เลยไปอยู่ด้านที่ติดทะเล ลมจะได้พัดเย็นๆ ก่อนปล่อยตัว และเมื่อถึงเวลาตีสามตรง ทหารก็ปล่อยตัวให้เริ่มการแข่งขันแบบตรงเวลาเป๊ะ!

เปิดมาก็มีแต่เนิน

สนามนี้เริ่มต้นที่หาดเตยงาม ที่ดูเหมือนจะเรียบๆ แต่เปิดมาก็เป็นเนินทันที แนะนำว่าเก็บแรงไว้ก่อน สนามนี้เนินเยอะพอสมควร (โดยเฉพาะตอนแรกและตอนจบ) เริ่มต้นเราจะวิ่งอ้อมภูเขาลูกหนึ่งซึ่งมืดมาก แต่พี่ๆ ทหารจะเตรียมไฟสปอตไลท์ให้แสงสว่างเป็นจุดๆ ไป เรียกว่าเมื่อไหร่มืดก็จะมีสปอตไลท์อีกจุดให้ความสว่างทันที แต่ที่ไม่ชอบก็คือ เขาหันไฟเข้าตาตอนวิ่งครับ ทำให้มองข้างหน้าแทบไม่เห็นเลย อันนี้แอบเป็นปัญหาเบาๆ บางช่วงถึงกับอุทานว่า “อีผีสปอตไลท์” ออกมาด้วยความรำคาญ สักพักเราก็จะวิ่งถึงกองบัญชาการกองทัพเรือสัตหีบ และตรงดิ่งออกไปยังนอกค่าย

วิ่งผ่านชุมชนตอนเช้ามืด

พอออกนอกค่ายมา เราก็จะเจอกับวัดหลวงพ่ออี๋ วัดชื่อดังในย่านนี้ และผ่านตลาด งานนี้วิ่งแล้วรู้สึกอุ่นใจ เพราะมีทหารคอยคุมเส้นทางตลอดทางจริงๆ

 

หลังจากวิ่งผ่านชุมชนแล้ว เราก็จะวิ่งผ่านสโมสรกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และอีกหลายๆ อาคารของกองทัพเรือ นี่ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเรายังวิ่งอยู่ในเขตทหารอยู่เลย ทั้งๆ ที่ออกมาแล้วนะ จนกระทั่งถึงหาดดงตาล ถึงจะได้เลี้ยวเข้าค่ายทหารอีกรอบ

 

marine marathon

ไฮไลท์ของสนามนี้

หลังจากเราวนๆ อยู่ในค่ายทหารมาสักพักใหญ่ ได้วิ่งในเส้นทางที่ค่อนข้างกว้างใหญ่สำหรับนักวิ่งไม่กี่พัน เราก็จะมาถึงที่อู่ต่อเรือ ซึ่งตรงนี้เราก็จะได้พบกับเรือหลวงจักรีนฤเบศรอันตระการตา ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนก็อยากถ่ายรูปที่จุดนี้เป็นแน่แท้ ผมเองก็ไม่ต่างกัน หยุดถ่ายรูปไปนานพอสมควร

 

เมื่อมาถึงตรงนี้ก็จะเป็นระยะประมาณครึ่งทางแล้ว จุดให้น้ำก็จะเริ่มมีเกลือแร่และอาหารให้ละ อย่างที่ตรงนี้ก็จะมีแตงโม กล้วย แล้วก็มีเกลือแร่กับเจลแจกให้ครับ พอเราอิ่มเอมกับวิวเรือรบและอิ่มกับอาหารแล้ว เราก็วิ่งออกมาจากอู่ต่อเรือ แล้วกลับเข้าค่ายทหารเหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้จะเรียกว่ากรมอู่ทหารเรือครับ สถานที่โล่งกว้าง วิ่งแล้วเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์เลย ก่อนจะวิ่งเลียบกลับไปทางเดิมที่เราวิ่งมาทางหาดดงตาล

 

marine marathon

กองเชียร์สไตล์ทหาร

ระหว่างทางที่วิ่งเลียบหาดดงตาลนั้น กองเชียร์น้องๆ ทหารที่เชียร์นักวิ่งกันมาตลอดตั้งแต่ตีสาม จนตอนนี้แดดออกแล้วก็ยังเชียร์อยู่ เรี่ยวแรงมหาศาลจริงๆ แถมเชียร์สนุกด้วย นักวิ่งฟูลจะเริ่มเจอกับนักวิ่งฮาล์ฟก็ตอนนี้ อันที่จริงแล้ว ผมก็วิ่งช้าพอสมควร เลยได้เจอนักวิ่งแนวหลังๆ ของกลุ่มฮาล์ฟไปสักหน่อย

 

ช่วงนี้ก็จะเข้าสู่กิโลเมตรที่ 30 กันแล้ว แต่กำลังใจยังดี เพราะยังไม่ร้อนมาก แถมยังมีลมทะเลเย็นๆ พัดมา ช่วยให้ไม่มีเหงื่อชุ่มด้วย ถือว่าเป็นจุดพักไปในตัว แถมจุดให้น้ำแถวๆ นี้ยังมีอาหารให้ เป็นอาหารชุดใหญ่มากจริงๆ ทั้งข้าวต้มมัดและขนมเค้กทำเองหลายร้อยชิ้น เห็นแล้วอมยิ้มไปตามๆ กัน

 

marine marathon

 

ระหว่างทางเราก็จะตัดเข้าเมืองอีกครั้ง ผมเห็นนักวิ่งหลายคนวิ่งเข้าร้านค้า หิ้วโค้กถุงออกมา บ้างก็แวะร้านก๋วยเตี๋ยวนั่งกินกันไปเลยก็มี เป็นสีสันเล็กๆ ที่น่ารักของสนามแห่งนี้จริงๆ ก่อนจะเข้าสู่ค่ายอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย

กลับไปวนในค่าย

และแล้วเราก็กลับมาที่ค่ายกองบัญชาการอีกครั้ง ช่วงนี้จริงๆ แล้วเนินเยอะมาก แต่หยุดเดินไม่ได้เลย เพราะว่าตากล้องเพียบ!! เหมือนกับรู้ว่าคนจะหมดแรงตรงนี้ เราก็เลยต้องอัดไปเพื่อให้ได้ภาพดีๆ แถมเหมือนนัดกันมา ทั้งๆ ที่เนินเยอะแบบนี้ แต่ทุกเนินจะเจอตากล้อง เผลอไม่ได้เลยเชียว  

 

marine marathon

 

เราจะต้องวิ่งวนในค่ายอีกเกือบสิบกิโลเมตร แต่วิวก็ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด เพราะสุดท้ายเราจะได้ไปวนที่หาดเตยงาม ตรงนี้วิวสวยสุดๆ ลมก็ดี และแน่นอนว่าตากล้องก็เพียบเช่นกัน เมื่อเราไปวนที่หาดเตยงามเรียบร้อยแล้ว เราก็จะวกกลับเข้ามาสู่เส้นชัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน เป็นอันเสร็จพิธี

 

marine marathon

บทสรุปนาวิกโยธินมาราธอน

นาวิกโยธินมาราธอน เป็นมาราธอนที่สนุก มีลูกเล่นของสนามเยอะ พร้อมกับวิวที่ Exotic แบบที่เวลาปกติเราคงจะไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นวิวแบบนี้สักเท่าไหร่ เส้นทางก็มีทั้งเนิน ทั้งดอย อากาศก็ไม่เหมือนกับตอนเราซ้อมที่เชียงใหม่ เพราะอากาศสูดเข้าปอดได้ง่ายกว่า

 

marine marathon

 

แต่จะแพ้ตรงที่ติดทะเล อากาศจะอบอ้าวพอสมควร ชาวเหนืออาจจะไม่คุ้นสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่หรอกครับ คนเหนือเราสู้อยู่แล้ว เรื่องอาหาร น้ำ ก็ไม่มีผิดพลาด ทหารจัดการให้หมด ความปลอดภัยนี่ไม่ต้องพูด รถที่วิ่งพร้อมกับเราก็จะมีแต่รถทหาร ยกเว้นแต่ช่วงที่เป็นชุมชนนั้นก็จะมีบ้างนิดนึง โดยรวม ผมก็ประทับใจอยู่นะ มีความสุขที่ได้วิ่งที่นี่ ถ้าถามว่าให้มาอีกจะมามั้ย บอกได้เลยว่า ถ้ามีโอกาสคงมาแน่นอนครับ   

พิเศษ ‘เกิบแตะมาราธอน’

marine marathon

 

marine marathon

 

อย่างหนึ่งที่ผมลืมพูดถึงในตอนต้นก็คือ มาราธอนสนามนี้ผมใช้รองเท้าแตะวิ่ง! อย่างที่บอกไปว่าผมไม่ได้ซ้อม ก็เลยมีความคิดแผลงๆ ว่าจะลองใช้รองเท้าแตะวิ่งดู เพราะถ้าเวลาไม่ดีก็จะได้มีข้ออ้าง (เลว) แต่ไปๆ มาๆ การใช้รองเท้าแตะวิ่งก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะถ้าเราเลือกร้องเท้าแตะดีๆ สักคู่ บางทีอาจจะรู้สึกดีกว่าใช้รองเท้าที่วิ่งในปัจจุบัน เพราะถ้าไม่ติดที่ตะคริวขึ้นเนื่องจากไม่ได้ซ้อมเลย ผมอาจจะทำเวลาได้ดีกว่า 5:18 ชั่วโมงก็ได้นะกับสนามนี้

 

แล้วเจอกันใหม่ครับ...

Profile picture for user Sillawat512

Sillawat Sathorn

ใครๆเรียกผมว่า 'อาเหลียง' สามารถเจอได้งานวิ่งหรือบางทีอาจจะเห็นผมนั่งจิบกาแฟหล่อๆซักแห่งก็เดินเข้ามาทักทายได้ ถ้าหากใครมีปัญหา สงสัยเกี่ยวกับการแข่งขันไตรกีฬาหรือวิ่ง สามารถสอบถามมาได้ที่อีเมล์ Sillawat512@gmail.com หรือ Facebook : Sillawat Sathorn ได้เลยนะครับ ยินดีให้คำแนะนำครับผม 😊