Skip to main content

MARATHON CHANGED MY LIFE : เมื่อมาราธอนเปลี่ยนชีวิตผม

1,261

“จ๊อด มึงถึงเวลาที่ควรจะไปวิ่งมาราธอนต่างประเทศได้แล้ว” คือคำพูดที่ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ จากเพื่อนรักนักวิ่งรุ่นเดอะยุค 60s คุณทรงกลด มงคลวัจน์ ที่วิ่งมาราธอนตั้งแต่ยังไม่เป็นที่นิยมกันอย่างในปัจจุบันนี้

 

Osaka marathon

 

ไม่ต้องย้อนไปไหนไกล เอาแค่ 5 ปีก่อนหน้านี้ นักวิ่งในเมืองไทยยังอยู่ในวงจำกัด มีแต่นักกีฬาหรือคนที่มีทักษะทางด้านกีฬาดีๆ เท่านั้นถึงจะมาวิ่ง อย่างเช่นนักมวยตามค่าย ก็ต้องเอานักมวยมาวิ่งตอนเช้า 10 กิโลเมตรขึ้นไป  คนทำงาน นักเรียน คนที่ใช้ชีวิตปกติ จะเอาเวลาที่ไหนมาวิ่งกัน อยากออกกำลังกายก็ไปเล่นกอล์ฟ เล่นเทนนิส ว่ายน้ำ เตะบอล เลยดีกว่า มันเป็นแค่การออกกำลังเพื่อเรียกความฟิตก่อนที่จะไปส่งเสริมกิจกรรมกีฬาอย่างอื่นมากกว่า

 

แต่วันนี้ไม่ใช่แล้วครับ! การวิ่งมันเป็นศาสตร์ เมื่อคุณเข้ามาคุณจะรู้จักวิธีซ้อม, รู้จักเพซ (ความเร็วกี่นาทีต่อ 1 กิโลเมตร), อัตราการเดินของหัวใจ นี่คือเบื้องต้นที่คุณจะได้รู้แน่นอน ตลอดไปจนถึงระยะวิ่ง Fun Run 3 - 5 กิโลเมตร, Mini Marathon 10.5 กิโลเมตร, Half  Marathon 21.0 กิโลเมตร, Full Marathon 42.195 กิโลเมตร จนถึงระยะ 100 กิโลเมตรคือ Ultra Marathon

 

เกริ่นมาตั้งเยอะ อยากรู้ละสิว่าชีวิตคนธรรมดาจะมีปัญญาวิ่งอะไรได้มากมายขนาดนี้ต่อ 1 ครั้งเชียวเหรอ? มันก็ต้องมีจุดเริ่มต้นและใช้เวลากับมันล่ะครับ ผมเองเมื่อก่อนก็เห็นการวิ่งเป็นเรื่องขำๆ วิ่งเพื่อเรียกความฟิตก่อนไปเล่นกีฬาอย่างอื่น เช่น ก่อนไปเตะฟุตบอล ไปเล่นเทนนิส เราต้องการศักยภาพที่มากขึ้นสำหรับกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่วิ่งอย่างเดียว พอเริ่มวิ่งก็เริ่มคิดว่า อะไรวะ 10 กิโลเมตร ทำไมมันเยอะอย่างนี้ อย่างมากเราวิ่งวอร์มรอบสนามฟุตบอล รอบละ 400 เมตร 2 รอบ 800 เมตร แค่นี้ก็รู้สึกว่าร่างกายพร้อมที่จะไปเล่นอย่างอื่นแล้ว วิ่งอะไรกันมากมาย น่าเบื่อ! แต่พอวิ่งไปเรื่อยๆ เออว่ะ มันก็วิ่งได้นี่หว่า จากมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร ก็ขยับไปฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร และคราวนี้ก็มาถึงจุดสูงสุดของมาราธอนที่คนวิ่งทั่วไปอยากสัมผัสสักครั้ง นั่นคือ Full Marathon 42.195 กิโลเมตร

 

ในที่สุดปลายปี 2015 ก็เป็นครั้งแรกกับการเริ่มต้นฟูลมาราธอนของผม เราคนไทย รายการใหญ่ที่รู้จักก็ต้อง ‘กรุงเทพมาราธอน 2015’ มันเป็นรายการใหญ่ของประเทศที่มีการผ่านจุดสำคัญๆ เริ่มต้นจากหน้าวัดพระแก้วไปถึงสะพานปิ่นเกล้า สะพานลอยฟ้าบรมราชชนนี  กลับลงมาผ่านสะพานพระรามแปด เข้าราชดำเนิน บางลำพู ท่าพระอาทิตย์ กลับมาธรรมศาสตร์ วัดมหาธาตุ แล้วเข้าเส้นชัยที่หน้าวัดพระแก้วตรงกระทรวงกลาโหมอีกครั้ง สะบักสะบอมพอสมควร แต่ก็ได้รู้แล้วว่าฟูลมาราธอนเป็นยังไง วิ่งเข้าไปได้ 42.195 กิโลเมตร! มีครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สามก็ตามมา ก็ได้เลือกรายการยอดนิยม งานบ้านๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์คือ ‘จอมบึง มาราธอน’ และครั้งต่อมา งานยอดนิยมของมหาชน ‘ภูเก็ต ลากูนา มาราธอน’ ในปี 2016

 

เข้าเรื่องสำคัญล่ะ ในปีดังกล่าว เมื่อมีเพื่อนยุเรื่องไปวิ่งตามต่างประเทศ มีพี่ๆ น้องๆ บอกว่าการไปวิ่งต่างประเทศมันมีจริงๆ นะ คนอย่างเราก็สามารถสมัครไปได้ โดยการคอยตามเพจของรายการวิ่งต่างประเทศ เขาจะเปิดรับสมัคร ให้เราสมัครไป กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามหน้าเพจตามเว็บไซต์ของรายการนั้นๆ หลังจากนั้นสักประมาณ 2 - 3 เดือนก็จะมีการประกาศว่าใครบ้างที่ได้สิทธิ์ไปวิ่งในงานนั้นๆ เป็นการถูก Lucky Draw หรือ Lotto ถ้าคุณได้ก็จะมีเวลาอีกประมาณ 2 - 3 เดือนเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานวิ่งนั้นๆ

 

Osaka marathon

 

งานแรกในต่างประเทศที่ผมลองสมัครคือ ‘Osaka Marathon 2016’ มีการประกาศในเว็บไซต์ประมาณเดือนเมษายน 2016 ให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในญี่ปุ่นสมัครกันเข้ามา หลักจากนั้นประมาณเดือนมิถุนายน 2016 ก็ประกาศผู้ที่มีสิทธิได้รับโควต้าให้ไปวิ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผมรวมอยู่ด้วย หลังจากนั้นก็เตรียมตัวจำไว้เลยว่า วันวิ่งจริงคือวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2016

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

เราควรจะไปถึงก่อนวันวิ่งจริง สัก 2 - 3 วัน เพราะจะมีการรายงานตัว รับเบอร์วิ่ง (Bib) ก่อนวันวิ่งจริง โดยในวันนั้นจะมีงานใหญ่ หรือตามศัพท์ที่นักวิ่งเรียกกันว่างาน Expo คือนอกจากจะมีการรับเบอร์วิ่งแล้ว ยังมีการออกร้านของสปอนเซอร์ บรรยากาศเหมือนเป็นการต้อนรับนักวิ่ง มีสินค้าที่เป็น Official ของงานมากมาย เรียกว่าคุณสามารถเพลิดเพลินอยู่ได้เกือบทั้งวันในงาน

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

เอาล่ะ ถึงวันวิ่งจริงๆ แล้ว กำหนดการวิ่งจะเริ่มที่ 9 โมงเช้า ข้อดีแรกของการวิ่งต่างประเทศคือนอนเต็มที่ครับ งานวิ่งบ้านเราวิ่งกันตี 2 บางงานช้าสุดต้องไม่เกินตี 4 เพราะต้องเปิดพื้นที่จราจร แต่ที่ต่างประเทศไม่ใช่ เล่นปิดเมือง ปิดถนนกันทั้งวันไปเลย ไม่ต้องพะวงเรื่องรถวิ่ง นักวิ่งจะปลอดภัยไหม ถนน 4 เลนไปกลับปิดหมด สองข้างทางตลอดระยะ 42 กิโลเมตรเศษจนถึงเส้นชัย มีชาวบ้านในเมืองนั้นมาออกมาเป็นกำลังใจ เตรียมอาหารเตรียมอุปกรณ์เชียร์ นักเรียนมีการแสดงดนตรี การละเล่นพื้นเมือง คนที่นั่นทุกคนเปรียบเสมือนเป็นเจ้าภาพ เป็นเจ้าบ้านออกมาต้อนรับแขกของเขา ซึ่งก็คือนักวิ่งที่ไปงานนี้ กับงานแบบนี้ คนวิ่งจำนวน 2 - 3 หมื่นคน คนในเมืองใหญ่อย่างโอซาก้า การบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ในเมืองนี้ คุณคิดออกไหมว่าวันนั้นบรรยากาศจะสุดยอดขนาดไหน? อยู่ดีๆ ก็มีการปิดถนนให้คุณใช้ชีวิตบนท้องถนนด้วยการวิ่ง ด้วยกิจกรรมที่คุณรัก มันไม่มีโอกาสง่ายๆ นะครับ เป็นความสุขที่คุณหาได้อย่างที่คุณไม่เคยคิดว่ามันจะมีแบบนี้บนโลกใบนี้เลย

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

เมื่อมีครั้งที่หนึ่งกับ Osaka Marathon ครั้งที่สองก็ตามมาติดๆ ในปีต่อมา ในเวลาที่ใกล้เคียงกันของปีที่แล้ว คือเดือนเมษายน 2017 ก็เรื่มมีการประกาศในเว็บไซต์ Osaka Marathon เกี่ยวกับการรับสมัคร โดยกำหนดวันวิ่งไว้เป็นวันที่ 26 พฤศจิกายน 2017 ช้ากว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1 เดือน ซึ่งก็ดีนะ อากาศหนาวขึ้นอีก ประมาณ 9 องศา เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสีแดง ได้บรรยากาศไปอีกแบบ หลังจากยื่นสมัครไป ถึงเวลาประกาศผล “ได้อีกครับ” ผมก็ไม่รู้หรอกว่าวิธีการเลือกเขาเลือกจากอะไร หลายๆ คนที่สมัครไปคราวนี้ก็ไม่ได้รับเลือก แต่ในเมื่อได้รับเลือกแล้ว เอาล่ะสิ ได้แล้วก็ต้องไปครับ ไปวิ่งคราวนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสุขที่ได้เพิ่มมากขึ้น ในวัยแบบผมนี้แล้ว ผมจะพลาดได้อย่างไรกับความสุขที่คุณสามารถหาได้จากการวิ่งแบบนี้

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

นอกจากจะได้ไปวิ่งทดสอบความสามารถของตัวเองแล้ว ข้อดีอีกประการหนึ่งของการไปร่วมกิจกรรมวิ่งแบบนี้ก็คือ สำหรับผมแล้วถือเป็นโอกาสที่จะได้ออกนอกประเทศเพื่อการพักผ่อนไปด้วย เพราะถ้าไม่ไปงานวิ่งแบบนี้ ผมคงไม่มีเวลาจะไปต่างประเทศได้เลย เนื่องจากมีภารกิจส่วนตัวมากมาย การได้ไปวิ่งจึงถือเป็นข้ออ้างที่จะได้พักผ่อนไปในตัว (ไปวิ่ง 42.195 กิโลเมตรเนี่ยนะ?) แล้วตามเมืองใหญ่ๆ ที่จัดงานวิ่ง ก็มักจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อย่างโอซาก้าที่ผมไปมาก็จะมี ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle), ย่านโดทงโบริ (Dotonbori), ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) หรือสถานที่สำคัญๆ ในเมืองก็มักจะอยู่ในเส้นทางวิ่งด้วย ข้อดีอีกประการสำหรับโอซาก้าก็คือ มีเมืองรอบๆ ที่เราสามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับได้อีกมากมาย อาทิเช่น เมืองโกเบ (Kobe), เมืองนารา (Nara), ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) หรือถ้าใช้เวลามากหน่อยก็อาจจะค้างสักหนึ่งคืน เช่นไปเมืองเกียวโต (Kyoto) ซึ่งเมื่อรวมเวลาทั้งการไปวิ่งและเผื่อไปท่องเที่ยวด้วยแล้ว ผมคิดว่าหนึ่งสัปดาห์กำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป ได้เพิ่มพลังงานให้ตัวเองก่อนจะกลับมาทำงานกันต่อไป

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

ทุกวันนี้ผมกลายเป็นคนเสพติดการออกกำลังกายไปแล้ว หลังจากเข้าสู่การวิ่ง ทุกเดือนจะต้องมีงานวิ่งสำคัญๆ 2 - 3 งาน ที่สำคัญกว่านั้นคือการวิ่งทำให้ผมได้ซ้อม ซ้อม และก็ซ้อม มันคือพื้นฐานของการดำรงชีวิตไปแล้วครับ เวลาไม่สบายไปหาหมอ หมอก็จะบอกให้คุณออกกำลังกาย คุณไปเจอใครเขาก็จะถามว่าพักนี้ทำไมดูดีขึ้น สดใสขึ้น ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการไปออกกำลังกายมานั่นแหละ ตลอด 2 ปีผมแทบจะไม่ได้แอดมิทเข้าโรงพยาบาลเลย ถ้าเป็นเมื่อ 5 - 10 ปีก่อน ผมต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างน้อยปีละครั้งถึงสองครั้ง ทั้งที่อายุน้อยกว่านี้มาก ค่าใช้จ่ายครั้งละร่วมแสน แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับ ถ้าเลือกได้ เวลา 1 - 2 ชั่วโมงสำหรับการไปช้อบปิ้ง หรือการไปดื่มสังสรรค์ทุกคืนวันศุกร์ - เสาร์ ผมจะเลือกเอา 1 - 2 ชั่วโมงนั้นมาอยู่ที่สวนลุมพินหรืออยู่ที่ยิมเพื่อออกกำลังกายดีกว่า สิ่งดีๆ ที่ผมได้รับ ผมคิดว่าเป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้น เพราะสิ่งที่ได้มากกว่าก็คือ การที่คนที่ผมรักทุกคนมีความสุข หลังจากที่ผมได้เข้ามาใช้ชีวิตกับกิจกรรมวิ่งมาราธอนนี้ครับ

 

Osaka marathon

 

Osaka marathon

 

สำหรับใครที่สงสัยว่าจะถ้าคิดจะไปวิ่งในต่างประเทศแล้วจะเริ่มต้นที่ไหนดี งานวิ่งต่างประเทศมีอยู่มากมายครับ นอกจาก Osaka Marathon ที่ญี่ปุ่นยังมี Kyoto Marathon เป็นต้น หรือรอบบ้านเราก็มี ฮ่องกง, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย แต่ที่อยากจะแนะนำไว้เป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ ก็คือ การแข่งขันกีฬาหลายประเภทมักจะมีการแข่งขันรายการสำคัญๆ หรือที่เรียกกันติดปากว่ารายการเมเจอร์ อย่างเช่นเทนนิสก็มีรายการแกรนด์สแลม ซึ่งได้แก่ Wimbledon, French Open, Australian Open และ US Open หรือกอล์ฟก็จะมี The Master, British Open, PGA Championship, US Open เป็นต้น รายการวิ่งก็เช่นกัน จะมีรายการเมเจอร์อยู่ 6 รายการ เป็นรายการในประเทศสหรัฐอเมริกา 3 รายการ ได้แก่ Boston Marathon, New York Marathon, Chicago Marathon และรายการที่จัดนอกประเทศสหรัฐอเมริกาอีก 3 รายการ ได้แก่ Tokyo Marathon, London Marathon และ Berlin Marathon โดยจะมีรายการเดียวเท่านั้นคือ Boston Marathon ที่จะต้องมีการคิดเวลาของนักวิ่งที่มีคุณสมบัติ ส่วนข้อมูลสนามอื่นๆ ที่คุณเคยวิ่ง เวลาที่ดีมากเท่านั้น จึงจะรับพิจารณา ส่วนรายการอื่นนั้นสามารถสมัครได้ตามเว็บไซต์ ตามเพจ แล้วจะถูกนำมาพิจารณา หรือถ้าใครพลาดจากการสมัคร ยังมีช่องทางที่มีบริษัทเอเยนต์ขายบัตรงานวิ่งพร้อมที่พัก พอหาได้ในจำนวนจำกัดครับ

 

Osaka marathon

 

เห็นหรือยังครับ ว่าการไปวิ่งมันไม่ยากอย่างที่คุณหรือผมเคยคิดมาก่อนเลย ที่สำคัญคือเตรียมความพร้อมของตัวคุณเอง ด้วยการซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมไปเรื่อยๆ นะครับ เมื่อโอกาสมาถึง คุณจะได้พร้อมที่จะลงสนามครับ

 

เจอกันอีกครั้งครับกับงานวิ่งต่างประเทศ รายการเมเจอร์สำคัญอีกรายการ Chicago Marathon 2018  

 

7 ตุลาคม See You!

 

เรื่อง : สุวิทย์ ยงอุดมกิจ OSK99

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai