Skip to main content

WARM UP CAFE IN REMEMBRANCE : 1 9 ปี แ ห่ ง มิ ต ร ภ า พ

90

Warmup19th

 

ทุกคนคงมีเพื่อนสนิทกันบ้างล่ะ เพื่อนที่ไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่จะนึกถึงเสมอทั้งเวลาที่เราสุขหรือทุกข์ เพื่อนที่ไม่เคยซ้ำเติมให้เจ็บช้ำใจ แต่จะคอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ และถ้าเมื่อไหร่ที่คุณต้องการสักคนคอยเคียงข้าง คนนั้นจะมาอยู่ข้างคุณ ถ้าคุณมีเพื่อนแบบนั้นอยู่แล้วล่ะก็ ถือเป็นความโชคดีอย่างมาก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสถานที่ล่ะ นอกจากบ้านแล้ว มีที่ไหนอีกมั้ยที่คุณอยากไปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข เศร้าหรือแฮปปี้ สถานที่ที่เป็นเหมือนบ้าน เป็นเหมือนหลุมหลบภัย เป็นที่ปลดปล่อย และเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว 

                 

สำหรับบุคคลเหล่านี้ พวกเขาก็มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นได้ทุกๆ อย่าง ตอบสนองทุกอารมณ์ความรู้สึก อยากจะร้องไห้ เต้นรำ เมามาย ฟูมฟาย ไปจนนำพาสู่ความสนุกสนาน โลดแล่นไปกับโลกของดนตรีและแสงสีเสียง เพราะ ‘วอร์มอัพ’ สำหรับพวกเขาไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นความทรงจำดีๆ ที่ก่อให้เกิดความผูกพันมาตลอดเวลา 19 ปี  

 

Warmup19th

 

พงศัจนทน์ สุยะโกมล

อาจารย์

                  “19 ปีที่แล้วอบอุ่นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นนะ เพียงแต่ว่าพอเราอายุเยอะขึ้นก็อาจจะไม่ได้ไปบ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เรายังสนับสนุนพวกเขาอยู่ในฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์ ก็เห็นกันมาตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน จนพวกเขามาบอกว่าอาจารย์จะเปิดร้านนะ เราก็เออ... ยินดีด้วยที่ลูกศิษย์จะมีธุรกิจของตัวเองก็สนับสนุนพัดลมช่วยเขาไป เราก็ชวนเพื่อนไปดื่มกินกันตั้งแต่วันแรกเลย ก็เคยถามเขาว่าทำไมถึงตั้งชื่อว่า ‘วอร์มอัพ’ เขาก็บอกว่าเพราะเขาเปิดอยู่ข้างร้านจีจี้ ซึ่งเป็นร้านเต้นรำที่ดังที่สุดในยุคนั้นนะ ก็อยากให้คนที่ไปเที่ยวจีจี้มาวอร์มอัพกันก่อนที่นี่ เลยเป็นที่มาของชื่อร้าน ฟีลที่เราไปตอนแรกเป็นยังไง สำหรับเราตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม เขายังให้ความเคารพเรา แล้วไม่ใช่แค่เรา ยังรวมไปถึงเพื่อนๆ ของเราด้วย ก็เลยทำให้ร้านเขาเจริญไง เพราะเขามีความกตัญญู”

 

Warmup19th

 

สมชาย ขันอาษา

เจ้าของ/บรรณาธิการ HIP Magazine

                  “ช่วงชีวิตนึงเคยไปเป็นดีเจเปิดเพลงที่วอร์มอัพ ไม่รู้ทำไปได้ยังไงนะ ตอนนั้นจำได้เลยว่าช่วงนั้นวอร์มอัพอยู่แถววัดเกต เป็นร้านใหญ่พอสมควร คนก็เที่ยวเยอะแล้ว วัยรุ่นก็เยอะ ช่วงนั้นวัยรุ่นนิยมเต้นกัน เขาก็เลยอยากได้เพลงที่ซอฟท์ๆ ก็เลยชวนเราไปเปิด แต่เราเป็นลูกค้าอยู่แล้วตั้งแต่วอร์มอัพหนึ่ง แล้วไม่ใช่แค่นั้น วอร์มอัพยังเป็นลูกค้าที่ลงโฆษณาในแม็กกาซีนที่เราทำด้วย รู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วย เลยสนิทสนมกัน ตอนเรายังเปิดร้านขันอาษาอยู่ จำได้เลยว่าพอใกล้เที่ยงคืนจะต้องรีบปิดร้านแล้วไปเที่ยว Lounge ในวอร์มอัพต่อ ก็ไปเต้นกัน สนุกมาก ทุกวันนี้ก็ยังไปอยู่เรื่อยๆ มียุคนึงของวอร์มทำแคมเปญแก้วส่วนตัว ลูกค้าบางคนมีแก้วของตัวเอง เราก็มีแก้วของตัวเองที่นั่น ความรู้สึกที่ไม่เปลี่ยนเลยสำหรับเรากับวอร์มอัพคือไปหาน้อง ไม่ได้รู้สึกเหมือนไปเที่ยวผับ มีความ Friendly แล้วสิ่งนึงที่วอร์มอัพดูแลลูกค้า ดูแลเพื่อนฝูง ดูแลหุ้นส่วนดี คือเรื่องมิตรภาพ เรื่องของเพื่อน”   

 

Warmup19th

 

ชูยศ โล่ห์ตระกูล

(ตุ๊ Triumph)

                  “ผมน่ะเริ่มอยู่กับวอร์มอัพ ตั้งแต่วันแรกเลย แต่ว่ารู้จักกับน้องๆ มาก่อน ตอนน้องจะทำร้านก็มาปรึกษาว่าอยากจะเปิดร้านเล็กๆ นั่งดื่ม นั่งจอยกัน จนมาถึงวันนี้ก็ 19 ปีแล้วเนอะ ก็เร็วมาก สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจกับวอร์มอัพคือพวกเขามีความกตัญญูกับผู้มีพระคุณ กับบุพการี นี่คือสิ่งที่ทำให้วอร์มอัพอยู่มาถึงทุกวันนี้ น้องๆ เขามีตรงนี้ แล้วน้องๆ เขารักกันเหนียวแน่น ห้าอภินิหารคือห้าอภินิหารจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่บริหารเก่งนะ แต่เฮงด้วย ใครก็ทำแบบพวกเขาไม่ได้ ถ้าเขาไม่รักกัน ไม่มีเรื่องของความซื่อสัตย์ ไม่มีความกตัญญู เขาไม่มีทางมาถึงจุดนี้แน่นอน ไม่มีทาง ใครจะไปคิดล่ะว่าวันนึงวอร์มอัพย้ายมานิมมานฯ แล้วจะมาทำให้ย่านนิมมานฯ บูมขึ้นมา พูดได้ว่าย่านนี้เกิดขึ้นมาเพราะวอร์มอัพก็ว่าได้ นี่เห็นมั้ยว่าห้าอภินิหารจริงๆ วอร์มอัพกับผมนี่มากกว่าเพื่อนพี่น้องนะ เพราะเราคือครอบครัว”  

 

Warmup19th

 

วลัยรัตน์ นนทแก้ว

อดีตผู้จัดการร้าน Riverside Chiang Mai

                  “รู้จักกับน้องๆ อยู่แล้ว เพราะเขาเป็นลูกค้าริเวอร์ไซด์ ตอนแรกก็กะว่าไปเยี่ยมน้องซะหน่อย พอไปนั่งก็เออ... ติดใจ ร้านเพิ่งเปิดเนอะเล็กๆ น่ารัก เปิดเพลงก็ดี แล้วเราก็แกล้งน้องมัน เห็นว่าเปิดเพลงวัยรุ่นก็ถามว่ามีวิยะดามั้ย วันต่อมาน้องก็หามาเปิดให้ แล้วยุคนั้นยังไม่มีเรื่องกฎหมายเปิดปิดอย่างทุกวันนี้ เราก็นั่งกินกันจนสว่าง อย่างร้านสามนี่จะมีตู้เพลง จำได้ว่าก็จะแลกเหรียญไปนั่งเฝ้าที่หน้าตู้นั่นแหละ ใครอย่ามายุ่งนะเว้ย (หัวเราะ) แม้ตอนนี้เราย้ายไปอยู่เมืองนอกแล้ว แต่กลับมาทุกครั้งก็จะมาที่วอร์มอัพ มานั่งกินข้าวบ้าง นัดเพื่อนมาเจอกันบ้าง นั่งแล้วสบายใจ แล้วอาหารก็อร่อย เพราะเราเป็นคนที่เวลาดื่มแล้วจะต้องมีของกิน อาหารเขาก็ทำออกมาเป็นเมนูที่สนุกสนาน รสจัด เหมาะกับคนกินเหล้า น้องๆ หุ้นส่วนทุกคนน่ารัก แล้วก็เสมอต้นเสมอปลาย มีความเป็นกันเอง แล้วเราเป็นคนไม่ชอบเธค ไม่ชอบเต้น ชอบไลฟ์มิวสิค ชอบฟังเพลง นั่งคุยกัน ซึ่งวอร์มอัพตอบโจทย์ตรงนี้ได้หมด”

 

Warmup19th

 

พรจิต แซ่ลิ้ม (เจ้าของโรงแรม R1)

ศษิชา ตระกูลวิจิตร (ธุรกิจส่วนตัว)

กลุ่มเซเบ

                  “ชื่อกลุ่มเซเบมาจากเพลงแดนซ์ที่ฮิตในตอนนั้น แล้วเรื่องของเรื่องคือจะต้องมีการจองโต๊ะ จะใช้ชื่อว่าอะไรก็เลยอ่ะ ‘เซเบ’ ละกัน จากนั้นก็กลายเป็นชื่อกลุ่มมาจนถึงตอนนี้ วันแรกที่ไปวอร์มอัพคือเพื่อนขับรถไปเจอร้านนี้ แล้วเราก็โทรหากันว่าอยู่ไหน เพื่อนก็บอกนั่งอยู่ร้านนี้ มาสิ ชิลล์มากเลย ซึ่งพวกเราเนี่ยคือไปหาไก่ทอดกินกัน ก็ไปนั่งทั้งชุดนอนนั่นแหละ แล้วพี่เหน่งก็เปิดเพลงมันมาก พวกเราก็ลุกขึ้นเต้นเลย แล้วตอนนั้นยังไม่มีใครเขาเต้นกันไง เราก็เป็นกลุ่มแรกที่เต้นในวอร์มอัพ พอเราเริ่ม คนอื่นก็กล้าเต้นตาม ทำให้วอร์มอัพกลายเป็นร้านเต้นไปเลย จากตอนแรกแค่นั่งๆ ยุคนั้นในเชียงใหม่ร้านนั่งชิลล์ยังไม่มี จะมีเป็นเธค เป็นร้านใหญ่ๆ ต้องแต่งตัวจัดเต็ม แต่วอร์มอัพตอนนั้นคือเป็นร้านเด็กแนว แต่งตัวยังไงก็ได้ เปิดเพลงอินดี้อย่างที่เราชอบ หลังจากนั้นก็ไปทุกวัน แล้วพวกพี่ๆ เขาก็เป็นกันเอง ทำให้เราไม่อึดอัด เหมือนไปหาเพื่อนมากกว่า”

 

Warmup19th

 

ศิกานต์ เด็ดขาด

อดีตผู้จัดการ Warm Up Cafe

                  “เห็นวอร์มอัพครั้งแรกคือขับรถผ่านกับรุ่นน้องที่อยู่ ม.พายัพ ก็ถามมันว่าร้านอะหยังวะ คนเยอะ รุ่นน้องก็เลยพามาแอ่ว ทีนี้ฮู้จักกับรุ่นน้องคนนึงที่อยู่แพร่ คราวนี้ล่ะแอ่วตึงวัน แอ่วจนรุ่นน้องมันก้ายละ ก็เหลือเฮาคนเดียว ก็เปลี่ยนมานั่งหน้าบาร์ จากนั้นก็สนิทกับพี่ๆ ทุกคน ใครไปใครมาก็ยกมือไหว้ ทักกัน ซึ่งสังคมที่กรุงเทพฯ มันบ่ามีแบบนี้ ก็เลยติดมาตั้งแต่ตอนนั้น เสร็จปุ๊บคนบ่าพอ เขาก็ฮ้องไปช่วย ตักน้ำแข็งพ่อง เสิร์ฟพ่อง จากนั้นก็ยาวเลย จนถึงบ่าเดียวนี้ก็สิบสามปีที่ทำงานแต๊ๆ ที่วอร์มอัพ เป็นเลขาฯ พี่อี๋ ก็บ่าก้ายนะ ได้ทำในสิ่งที่เฮาชอบ บ่าได้เบียดเบียนใคร ผลสุดท้ายคือความสุขที่เฮามี เฮาบ่าได้แอนตี้ว่างานกลางคืนมันบ่าดี เฮาบ่าได้ไปปล้นไปฆ่าใคร ทุกอาชีพมีเกียรติอยู่แล้ว บ่าเคยมีความฮู้สึกว่าขี้ค้านไปยะก๋าน เพราะเฮาชอบแอ่วอยู่แล้ว ก็กึ๊ดว่าจะยะต่อไปเรื่อยๆ นี่ล่ะ อยู่ตวยกั๋นมาเมินแล้ว ฮู้ทางกัน เหมือนบอลทีมนึงที่เล่นเข้าขากันดีแล้ว ทีมนี้ก็ถือแชมป์ในมือแล้วโตย”

 

Warmup19th

 

Ninyo Ausmkiez

เขียนบท/เบื้องหลังกองถ่ายภาพยนตร์

                  “นินโย่มาวอร์มอัพครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008 จนตอนนี้ปี 2018 ก็เป็นสิบปีแล้วนะ ตอนนั้นยังไม่รู้จักเลยว่านิมมานมีอะไร ปกติรู้จักแต่แถวท่าแพ เพื่อนในกองถ่ายหนังที่เป็นทีมจากไทยก็พามาวอร์มอัพ แล้วนินโย่พูดไทยไม่ค่อยได้ อังกฤษก็ไม่เก่ง ก็ไปเรียนหนังสือนะแต่ไม่ค่อยรับ แต่มาที่วอร์มอัพฟังคนเมาพูดก็จะรับมากกว่า (หัวเราะ) ก็เหมือนฝึกภาษาไปด้วย นินโย่มาจากเบอร์ลิน เป็นซิตี้ที่มีปาร์ตี้เยอะ มีดนตรีหลายๆ แบบ โอเค... วอร์มอัพไม่ได้คล้ายเบอร์ลิน แต่สิ่งนึงที่คล้ายกันคือทุกคนทุกอาชีพมาเที่ยววอร์มได้ ทุกคนเป็นเพื่อนกันได้ นั่งโต๊ะข้างๆ ชนแก้วกัน ไม่มีใครคิดว่าอันนี้ไฮโซ อันนี้โลโซ แล้วก็เรื่อง Souvenir Store ของวอร์มอัพ ที่เบอร์ลินในไทยพาร์ค นินโย่เห็นหลายคนใส่เสื้อวอร์มอัพ ตอนนี้วอร์มอัพก็เลยเหมือนเป็น Brand of Chiang Mai ไปแล้วสำหรับนักท่องเที่ยว” 

 

Warmup19th

 

ณัฎฐภัทร รอดเรือง

เจ้าของสตูดิโอบ้านเสน่ห์จันทรา/อาจารย์พิเศษวิชาวาดเส้น

                  “ผมเริ่มต้นจากรถเก่า ตอนนั้นผมกับน้าเปิดร้านชื่อ สกูตเตอร์คาเฟ่ พี่หลุยเขาเปิดร้านอยู่ใกล้ๆ คือวอร์มแรก ตรงจีจี้เก่า ผมก็เป็นเหมือนน้องๆ ที่ไปนั่งกินดื่มเล่นกันกับพวกพี่ๆ ทุกคนก็รู้จักกันหมด แล้วร้านวอร์มอัพสมัยนั้นเป็นกันเองแล้วก็สนุกสนานมาก วัยรุ่นทุกคนต้องรู้จักวอร์มอัพ ผมไปตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาจนถึงตอนนี้ที่เป็นอาจารย์ ก็ยังแวะเวียนไปอยู่ ผมว่าพวกเขามีรสนิยมที่ดีในการแต่งร้านนะ ไปใช่แค่เสพรสสุราหรอก ไปดูบรรยากาศด้วย พวกพี่ๆ เขามีอารมณ์ที่เติมเต็มกันและกันดีมาก กลายมาเป็นจุดแข็งของร้าน ทำให้ร้านไม่น่าเบื่อ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จำได้ว่าเป็นร้านแรกๆ ของเชียงใหม่เลยที่กล้าลงทุนเอาศิลปินระดับประเทศมาเล่น ผมได้ถ่ายรูปคู่กับพี่ๆ วงโมเดิร์นด็อกครั้งแรกก็ที่วอร์มสามนี่ล่ะ ตื่นเต้นมาก แล้วสิ่งที่พวกเขาสนใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถ นาฬิกา สกูตเตอร์ แผ่นเสียง เพลง ก็เป็นความร่วมสมัย ทำให้บรรยากาศของวอร์มอัพจะผ่านมากี่ปี ก็ไม่เก่า แล้วก็ไม่แก่”

 

Warmup19th

 

สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์

เจ้าของแบรนด์ Rubber Killer

                  “จริงๆ ก็รู้จักกับพี่หลุยมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนแกจะเปิดวอร์มอัพ ก็เล่นรถสกูตเตอร์ด้วยกัน ซ่อมร้านเดียวกันคือร้านลุงนูน ลุงแกก็จะพูดถึงพี่หลุยตลอด เราก็ไปตามหาแกที่ร้านขายเสื้อผ้ามือสองตรงประตูเชียงใหม่ ก็เลยรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เราอยู่ ม.5 ได้มั้ง พอเราอยู่มหา’ลัย พี่หลุยก็เปิดวอร์มแรก แล้วก็มาสาขาสองตรงตีนสะพานนครพิงค์ สาขานี้แหละที่เป็นยุคเฟื่องฟูของวอร์มอัพ ช่วงนั้นก็ไปบ่อย พอย้ายไปตรงสาขาวัดเกตก็ตามไปอีก เราอยู่ มช. ก็ถ่อกันไป บวกกับสมัยนั้นไม่ค่อยมีร้านเหล้าเยอะด้วย จะมีแต่ร้านผู้ใหญ่ไปเลย หรือว่าเธคไปเลย ทำให้เราไปบ่อย เราว่าวอร์มอัพไม่เกร็งดีน่ะ คาแรคเตอร์ของร้านคือคุณจะเป็นคนแบบไหนก็เข้าไปได้ เด็กแนวก็ไปเที่ยวได้ คุณจะเป็นคนแบบบูติคก็ไปเที่ยวได้ ค่อนข้างโอเพ่นน่ะ แล้วเจ้าของร้านก็เป็นกันเอง เวลคัมทุกคน ใครมาก็ทักทายหมด ไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็ก แล้วตีนไก่ก็อร่อยด้วย จริงๆ รู้กันมาตั้งนานแล้วว่าครัวเขาดี”

 

Warmup19th

 

คธาชัย นิรัติศยวานิช

ทายาทแหนมป้าย่น

                  “ไปวอร์มอัพตั้งแต่เด็กเลยครับ เจ้าของวอร์มอัพรู้จักกับคุณอาผม เพราะเขาขี่ฮาร์เลย์ด้วยกัน ตอนนี้ก็เหลือแต่ผมคนเดียวแล้วครับที่ไปเที่ยวบ่อยหน่อย เวลามีคอนเสิร์ตก็จะบอกพี่บอลเลยว่าจองโต๊ะให้หน่อย ไม่ว่าจะเป็นศิลปินคนไหนมาก็จะไปดูทุกครั้ง เพราะผมชอบเห็นคนเยอะๆ ชอบบรรยากาศแบบเพื่อนๆ เฮฮาชนแก้วกัน แล้ววอร์มอัพก็จะเป็นแนวนั้น เด็กๆ หน่อย วัยรุ่นนิดๆ เด็กมหา’ลัย ส่วนตัวผมชอบข้างในครับ แต่ส่วนมากถ้ารุ่นผมจะชอบนั่งอยู่ข้างนอก นั่งคุยกัน แต่ผมชอบเห็นคนเขาสนุกกัน แล้วก็โยกๆ หัวตามเขาไป สำหรับผมก็ก็ถือว่าเที่ยววอร์มอัพมานานครับ เที่ยวจนได้แฟน แล้วเพิ่งแต่งงานไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ด้วยความที่เขาเปิดมายาวนาน วอร์มอัพถือว่าเป็นสถานบันเทิงที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย มีความครบเครื่องมากที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ สามารถนั่งชิลล์ๆ พบปะเพื่อนฝูง หรือฟังดีเจเปิดเพลงมันๆ เลยทำให้ผมประทับใจ แล้วก็ใช้บริการวอร์มอัพมาตลอด”

 

ขอเชิญมิตรรักแฟนเพลงลูกค้าทุกท่าน มาร่วมฉลองครบรอบ 19 ปีวอร์มอัพคาเฟ่ เราจัดเตรียมความสนุก ศิลปิน สุดมันส์ อีกทั้งเรายังยกขบวนความอร่อย จากร้านดังทั่วนิมมาน มาเสิร์ฟให้ถึงที่ ศิลปินจัดเต็ม ดีเจเพียบ แล้วเจอกันวันที่ 4 มีนาคมนี้ที่ WARM UP CAFE นะคะ 

 

Warmup19th

 

เรื่อง / ภาพ : ชลธิดา

Profile picture for user Chontida

Chontida Pramede

Freelance writer from Chiang Mai, Open small bar call MAA IN SOI

Facebook : https://www.facebook.com/chontida