Skip to main content

GIVE & TAKE ยิ่งให้ยิ่งได้รับ : ท่าช้าง สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต

573

หากใครได้ติดตามโครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ สิ่งหนึ่งที่น่าจะเห็นตรงกันก็คือการออกมาวิ่งของ ตูน บอดี้สแลม นั้น ช่วย ‘ปลุก’ น้ำใจของคนทั่วประเทศให้ชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง แม้สิ่งที่เขาทำจะมีทั้งเสียงชื่นชมและคำวิจารณ์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละก้าวของเขา สร้างแรงบันดาลใจ และก่อให้เกิดพลังการให้ที่แผ่ขยายออกไปทั่วทุกภูมิภาค

 

ถ้าคุณกำลังชื่นชม ตูน บอดี้สแลม แล้วอยากจะลุกขึ้นมาช่วยเหลือสังคมบ้างล่ะก็ เรามีอีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากกลุ่มคนมากน้ำใจที่ลงมือทำจริง ให้กับสังคมจริงๆ และไม่ใช่แค่เพิ่งมาทำวันสองวันนี้ แต่คืนให้สังคมมาเป็นสิบปีแล้ว เพียงแต่พวกเขาเก็บเงียบ ไม่ยอมบอกใครเท่านั้นเอง

 

ท่าช้าง

 

หลายคนที่เป็นผู้อ่าน HIP Magazine น่าจะเคยไปใช้บริการที่ท่าช้างคาเฟ่มาบ้าง หรือถ้ายังไม่เคยไปก็ต้องได้ยินชื่อของสถานบันเทิงแห่งนี้ และถ้าเคยไปก็คงเห็นเหมือนกันใช่มั้ยว่า พนักงานของท่าช้างแต่ละคนนั้นออกจะมีสไตล์ที่เฟี้ยวฟ้าวอยู่ไม่น้อย ไหนจะรอยสักเต็มตัว ไหนจะท่าทางโผงผางดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ บางทีร้อนๆ ถอดเสื้อเดินเสิร์ฟก็มี สั่งงานกันแต่ละทีก็เสียงดังลั่นร้าน แต่ทำไมร้านนี้ถึงได้คนคึกคักนัก แถมยังติดอันดับ Top 5 ของเชียงใหม่ในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี จนถึงตอนนี้เปิดบริการอยู่ริมถนนในโครงการจริงใจมาร์เก็ตมากว่า 11 ปีแล้ว ในธุรกิจร้านอาหารหรือแม้แต่สถานบันเทิง พนักงานเสิร์ฟคือหน้าด่านสำคัญที่คอยรับและดูแลลูกค้า แล้ววัยรุ่นเหล่านี้ดูท่าทางจะห่างไกลจากลักษณะของคนทำงานบริการเหลือเกิน แต่เราจะตัดสินคุณภาพการทำงานจากหน้าตาพนักงานที่ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ หรือจะลองขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วฟังดูซิว่า... เหตุใด ท่าช้างคาเฟ่ถึงได้รับพวกเขาเหล่านี้มาทำงานบริการ

 

ท่าช้าง

 

“จริงๆ ท่าช้างเหมือนโรงเรียนดัดสันดานนะ น้องๆ พนักงานภาพลักษณ์เขาดูเหมือนจะเกเร เป็นคนแข็งๆ กร้านๆ แต่พอเขาได้อยู่ในที่ที่มีการช่วยเหลือกัน มีพี่มีน้อง มีการแบ่งปันกัน ทำงานร่วมกัน ก็ทำให้พวกเขามีความรับผิดชอบมากขึ้น มีรายได้ประจำและส่วนแบ่งจากยอดขาย เลยทำให้พวกเขารู้สึกว่าที่นี่ให้ความมั่นคงทั้งทางกายภาพและทางจิตใจได้ พวกเขาจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จนท่าช้างเหมือนเป็นโรงเรียนดัดสันดานแห่งนึงของประเทศ”

 

ท่าช้าง

 

จอม - วมินทร์ ประกอบสุข ในฐานะพี่ชายคนโตของร้านเล่าให้ฟังว่า การช่วยเหลือสังคมของท่าช้างคาเฟ่ มีที่มาจากตัวเขา รวมทั้งน้องๆ ในร้านก็เป็น ‘ผู้ด้อยการศึกษา’ มาก่อน อย่างตัวเขาเองมีวุฒิการศึกษาแค่ ม.6 เรียนมหาวิทยาลัยมาหลายแห่งแต่ก็ไม่จบสักที่ จนเลิกเรียนแล้วออกมาทำงานเต็มตัว ถึงตอนนี้ได้ตระหนักแล้วว่าการศึกษานี่สำคัญนะ เมื่อคิดว่าอยากจะช่วยเหลือสังคม จึงมองถึงการให้โอกาสทางการศึกษาสำคัญมาเป็นอันดับแรก รวมทั้งเขายังมีประสบการณ์จากการให้โอกาสน้องๆ ที่ด้อยการศึกษาเช่นเดียวกันมาช่วยบริหารร้าน จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนเหล่านี้ ว่าแม้บางคนจะจบแค่ ม.3 ม.6 บางคนเรียนไม่จบ แต่จะนำเรื่องเหล่านั้นมาตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดี ไม่มีน้ำใจ หรือไม่มีความรับผิดชอบไม่ได้ ยิ่งเราให้โอกาสกับคนเหล่านี้จะยิ่งเป็นการดีซะอีก เพราะเขาจะทุ่มเทให้กับการทำงานเป็นอย่างมาก เพราะนั่นคือสิ่งที่ช่วยให้เขารู้สึกถึงคุณค่าและศักยภาพในตัวเอง

 

ท่าช้าง

 

“เรื่องของการช่วยเหลือคนอื่น พวกเราทำมาตั้งแต่ยังไม่มีร้านท่าช้างด้วยซ้ำ มีปีนึงน้ำท่วมเชียงใหม่ เราก็ยกขบวนไปช่วยทุกบ้านเลยนะ บ้านตัวเองน้ำท่วมเฉย เพราะเก็บของไม่ทัน เราไม่ได้พูดว่าเราเป็นคนดี แต่อยากบอกว่าเรื่องของน้ำใจนั้น น้องๆ มีกันทุกคนอยู่แล้ว พูดละก็ขำ ตั้งแต่เปิดท่าช้างมาเนี่ยนะ เชื่อมั้ยหมดค่ารักษาพยาบาลหมาแมวจากการที่น้องๆ ในร้านไปช่วยเหลือมานี่หลายแสนแล้ว บางตัวโดนรถชนก็อุ้มมารักษาจนหาย พอปล่อยไปก็โดนชนอีก ก็รักษาอีก หมาของใครก็ไม่รู้ด้วยนะ แต่เห็นแล้วอดไม่ได้ พอเราเห็นน้องๆ มีน้ำใจกับสัตว์แบบนั้น เราจะไม่ช่วยได้เหรอ เลยทำให้เห็นมุมนึงว่าเราเปิดร้านมีรายได้เข้ามาก็ควรจะมีส่วนที่คืนกลับไปสู่สังคมด้วย”

 

ท่าช้าง

 

เราก็พอจะรู้มาบ้างว่าท่าช้างคาเฟ่แอบช่วยเหลือสังคมมาตลอดแต่ไม่ค่อยยอมบอกใคร จอมให้เหตุผลว่า ‘ไม่รู้จะบอกทำไม’ เราทำเราก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ตอนนี้พอได้เห็นกรณีของ ตูน บอดี้สแลม ออกมาวิ่งเพื่อหาเงินไปช่วยเหลือโรงพยาบาลในประเทศแล้วสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ก็ปลื้มใจ เลยอยากจะชักชวนคนอื่นๆ ออกมาร่วมด้วยช่วยสังคมบ้าง

 

“เราเริ่มช่วยเหลือการศึกษาของเด็กๆ มาตั้งแต่ปีแรกๆ ของร้านจนถึงตอนนี้ ผมให้เครดิตกับคนๆ นึงมากๆ นะ เป็นผู้หญิงที่ดีมากคนนึงในชีวิตผม เขาบอกว่า ‘จอม เธอจะรอให้มีก่อนแล้วค่อยให้ มันไม่ถูกต้องนะ ถ้าจะให้ก็ให้ไปเรื่อยๆ เลย ให้ตั้งแต่ตอนที่เราไม่มีสิ ทำไมจะต้องรอว่ามีก่อนถึงให้’ ผมฟังแล้วจี๊ดในหัวใจเลย เออ... จริงว่ะ สมมุติว่าเราทำงานเงินเดือน 9,000 ถ้าเจียดส่วนนึงให้คนที่ด้อยกว่าเราสักเดือนละ 500 บาท เหลือใช้ 8,500 บาท พอทำแบบนี้ทุกเดือนเราก็จะชินกับเงินจำนวนนี้แล้ว แต่ถ้ารอให้พร้อมก่อน เก็บเงินได้สักแสนก่อนแล้วค่อยให้ แต่กว่าเราจะเก็บเงินได้ ระหว่างทางก็ว่างเปล่าไปแล้ว เราอาจจะช่วยเขาไม่ทันแล้ว

 

ท่าช้าง

 

“ทำไมถึงให้การสนับสนุนด้านการศึกษามากๆ เพราะเด็กส่วนใหญ่ของท่าช้างคือเด็กไร้การศึกษา (หัวเราะ) เคยมีคำพูดของใครสักคนว่า ‘ถ้าเราให้ปลาเขาหนึ่งตัว กับให้วิธีการจับปลาเขา อย่างไหนจะยั่งยืนกว่า’ เหมือนอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านส่งเสริมเรื่องพวกนี้ สิ่งที่ท่านให้คือองค์ความรู้ที่มอบให้เรานำไปปฏิบัติ และพัฒนาต่อ ของเราก็เหมือนกัน เราไม่ได้เอาเงินไปวางให้แล้วจบ แต่ดูแล้วว่าเด็กคนนี้บ้านยากจน เราก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการศึกษา ให้เขามีความรู้ ให้เขามีปัจจัยที่จะทำให้โตไปข้างหน้าได้ เพราะตัวเราเองไม่มี เราด้อยตรงนั้นไปแล้ว เราผ่านตรงนั้นมาแล้ว เรารู้แล้วว่าจริงๆ การศึกษานั้นสำคัญ ในเมื่อเรามีโอกาส เราก็ควรให้โอกาสนั้นกับคนอื่น ซึ่งผมบอกได้เลยว่าสุดท้ายสิ่งที่คุณจะได้รับคือปิติ เป็นความสุขทางใจของเราเอง อาจจะไม่ได้ทำให้คุณร่ำรวยขึ้นมา แต่คุณจะมีความสุข มีความสุขมากๆ

 

“แล้วพอได้เห็นคุณตูน เขาออกมาทำเพื่อคนอื่น มาปลุกกระแส สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นช่วยเหลือสังคมขนาดนี้ ผมดีใจจริงๆ นะ แล้วก็ขอชื่นชมคุณตูน ชื่นชมจากใจเลยนะว่า...โคตรแมนน่ะ พูดแล้วก็ตีบคอนะเนี่ย (หัวเราะ) ผมนั่งดูข่าวทุกครั้งก็จะมีความรู้สึกศรัทธาในคนๆ นี้ การที่ผู้ชายคนนึงศรัทธาผู้ชายอีกคนนึงเป็นเรื่องสำคัญมากนะ เหมือนเวลาผมเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อให้พระองค์ท่านสวรรคตไปแล้ว แต่การได้เห็นงานที่ท่านทำมาโดยตลอด ทำให้เรารู้สึกศรัทธาจากหัวใจ แล้วพอเป็นคนธรรมดาคนนึงลุกขึ้นมาทำเพื่อคนอื่นในแบบเดียวกัน สำหรับผมถือว่าเขามีใจที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะตัวเราเองก็พยายามจะทำอย่างนี้มาตลอด ก็ดีใจมากที่เห็นคนๆ นี้ปลุกกระแสนี้ขึ้นมา คุณอาทิวราห์ คงมาลัย คุณเยี่ยม เยี่ยมมาก”

 

ท่าช้าง

 

ไม่เพียงสนับสนุนด้านทุนการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาสเท่านั้น แต่การศึกษาในความหมายของท่าช้างคาเฟ่ ยังรวมถึงการเรียนรู้ชีวิตและหาประสบการณ์จากการลงมือทำจริงด้วย ดังนั้นโปรเจ็คท์ในอนาคตที่ท่าช้างหวังว่าจะมีโอกาสได้ทำให้สำเร็จ ก็คือการร่วมมือกับธุรกิจอื่นๆ ในเชียงใหม่ เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมปลายได้ทดลองงานเพื่อให้เด็กๆ ได้ทั้งประสบการณ์จากการทำงานจริง มีรายได้ และสร้างทางเลือกด้านวิชาชีพของตัวเองในอนาคต

 

“สำหรับผมเด็กและคนชราคือสิ่งสำคัญที่สุด คนชราเป็นผู้ที่เคยให้กับสังคมมาก่อน แล้วในวันนึงเขาโรยราไป เราก็ควรเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนเด็กๆ นั้นก็มาคิดว่าเราจะเปิดโลกทัศน์เขายังไง จะให้การศึกษากับเขาอย่างไร คือให้เรียนรู้ว่าชีวิตจริงนั้นเป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปได้อยากจะชวนผู้ประกอบการอื่นๆ ในเชียงใหม่มาร่วมกันสร้างโรงเรียนทางเลือกให้เด็กๆ ได้เข้าไปเรียนรู้งานจริง เป็นเหมือนสถาบันสอนวิชาชีพ เพื่อให้เด็กๆ ตั้งแต่อายุ 15 - 16 ได้รู้จักการทำงาน ได้ประสบการณ์ด้วย ได้เงินจริงด้วย เขาจะได้ทดลองว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ตัวเองควรจะเรียนอะไร หรือว่าจะไปทางไหนต่อ เราก็อาจจะซัพพอร์ทเรื่องการเดินทาง อาหารกลางวัน หรือปัจจัยอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของเยาวชนเหล่านี้”

 


 

จุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือสังคมของท่าช้างคาเฟ่ จะว่าไปแล้วก็น่าจะมาจากน้องๆ พนักงานที่ร้านนี่ล่ะ ที่ช่วยจุดประกายการส่งต่อโอกาสสู่คนอื่นๆ ในสังคม จนถึงตอนนี้โรงเรียนท่าช้างก็ถือว่าได้ผลิตบุคลากรผู้มีคุณภาพด้านบริการออกมาสู่สังคมแล้วหลายรุ่น ผ่านโรงเรียนริมถนนแห่งนี้ และพวกเขาเหล่านี้ก็คือส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้งานบริการในท่าช้างคาเฟ่เดินต่อไปอย่างราบรื่น พร้อมต้อนรับเพื่อนๆ ชาวท่าช้างในทุกค่ำคืน

 

ท่าช้าง

 

เฟรม - กฤษฎา ประจันบาล

อายุ 26 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้าคุมชุดเวร

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 8 ปี

 

“ตอนที่ผมมาสมัครแรกๆ ผมไม่มีอะไรเลย ผมติดยามาก่อน แล้วผมก็เลิก พอมาทำงานที่นี่ก็กลายเป็นอีกคนเลย ผมไม่สูบบุหรี่ ไม่ยุ่งกับอะไรที่เป็นของไม่ดี ผมเลิกหมดเลย เหลือแค่ดื่มอย่างเดียว เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ พ่อผมยังพูดเลยว่าไม่คิดว่าผมจะมาอยู่ร้านนี้ได้ถึงขนาดนี้ พ่อนึกว่าผมทำเล่นๆ เพราะว่าตอนแรกผมก็คิดว่าจะทำเล่นๆ แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่าทำงานที่นี่เป็นหลัก คือถ้าไม่มีท่าช้างก็คงไม่มีเฟรม การอยู่ที่นี่มันคือชีวิตไปแล้วครับ รู้สึกว่าไม่ใช่แค่ที่ทำงาน เหมือนเป็นบ้านไปแล้ว”

 

ท่าช้าง

 

บูม - ธีรพงศ์ ภูเต้าทอง

อายุ 25 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้าคุมชุดเวร

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 8 ปี

 

“ก่อนหน้าจะมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ทำอะไรครับ ตอนนั้นไม่ได้เรียนแล้ว คือเกเรแล้วก็ติดเที่ยว ติดเกม แล้วมีพี่พามาสมัครงานที่นี่ครับ สำหรับผมสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากมาอยู่ที่ท่าช้างจะเป็นเรื่องของความคิด ความเป็นผู้ใหญ่ และการใช้ชีวิตครับ จะทำอะไรก็ต้องวางแผนมากขึ้นกว่าเดิม อย่างเราอยู่ตรงนี้ถ้าดื่มอยู่ตลอด ไม่ห้ามใจตัวเอง อีกหน่อยเราก็จะไม่มีเงินสำรอง เพราะสภาพแวดล้อมก็เอื้ออำนวยด้วยครับ เราต้องใจแข็งคอยห้ามตัวเราเองด้วย แต่ชินแล้วครับไม่ดื่มก็ได้ เหมือนเราเที่ยวจนเบื่อ”

 

ท่าช้าง

 

ซี - เพ็ชร ดวงฤทัย

อายุ 25 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้าประจำจุดยืนดูแลลูกค้า

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 2 ปี

 

“ตอนสัมภาษณ์ทำงานที่นี่ ผมก็พูดกับพี่เขาไปตรงๆ ว่า ‘ผมเป็นคนไม่ดีมาก่อนนะ แต่ผมมาอยู่ที่นี่ผมอยากจะลองเปลี่ยนตัวเอง ให้ใช้เวลาพิสูจน์ผมก็แล้วกัน ดูผมไปเรื่อยๆ ว่าผมเป็นคนยังไงในสายตาพี่ๆ ในร้าน’ ผมอยากเปลี่ยนตัวเอง และคิดว่าที่นี่น่าจะทำให้เราเปลี่ยนได้ วันแรกที่มาเขาบอกเลยว่าเรื่องยาเสพติดขออย่าให้มี ซึ่งผมก็ไม่ได้เล่นอยู่แล้ว ตอนนี้ก็คิดว่าอยากกลับไปเรียนอยู่เหมือนกัน อยากเรียนช่างยนต์ เพราะที่บ้านมีอู่ซ่อมรถด้วย คิดว่าถ้าเรามีความรู้อย่างอื่นติดตัว บวกกับประสบการณ์ทำงานที่เราได้ ก็น่าจะไปทำธุรกิจของตัวเองได้ดีขึ้น”

 

ท่าช้าง

 

นนท์ - จรินทร์ รอดนุช

อายุ 28 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน เช็คสต็อกบาร์น้ำและกราฟิกดีไซเนอร์ประจำร้าน

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 7 ปี

 

“เคยเรียนที่ CAMP มช. (วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ครับ แต่ปัญหาคือต้องส่งตัวเองเรียน พอทำงานไปด้วยแล้วเรียนไปด้วยก็ไม่ไหวครับ เลยลาออกมาทำงานเต็มตัว ก็มาเริ่มงานที่นี่ที่แรกเลย เห็นว่าร้านแนวดี มีคนเที่ยวเยอะ ไม่เหมือนร้านอื่น เป็นร้านชิลล์ๆ ง่ายๆ สบายๆ พอได้ทำงานแล้วก็ไม่ชิลล์เท่าไหร่ แต่ที่ท้าทายคืองานออกแบบโลโก้ ออกแบบเมนู คือผมได้เรียนรู้ด้วย ถามว่าเสียดายเรื่องเรียนมั้ย ก็เสียดายนะครับ แต่ทำงานที่นี่ก็ได้ความรู้เหมือนกัน เราเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต ถ้าจบจากตรงนี้ไปแล้วเราก็ไปทำอย่างอื่นได้”   

 

ท่าช้าง

 

ปั้น - ชยธร ศรีวรรณวิทย์    

อายุ 27 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน ดีเจประจำร้านและหัวหน้าชุดเสิร์ฟ

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 8 ปี

 

“ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้ 1 ปี ก็ติดทหาร พอออกมาก็ไม่อยากกลับไปเรียนแล้ว เลยมาทำงานที่นี่ เพราะผมดูแล้วคิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวเอง พนักงานที่นี่ไม่มียูนิฟอร์ม อยากแต่งตัวแบบไหนก็แต่ง เป็นตัวของตัวเอง ผมเริ่มจากเสิร์ฟมาก่อน และเพิ่งเริ่มไปเรียนดีเจเมื่อสองปีที่ผ่านมา โดยที่ทางร้านส่งไปเรียนครับ ที่นี่เขาสอนให้รู้จักใช้ชีวิต ไม่ได้มองว่าเป็นเจ้านายกับลูกน้อง แต่เป็นพี่กับน้อง นอกจากจะสั่งแล้วเขาก็สอนเราด้วย ดูเป็นครอบครัวมากกว่า เราก็ชอบแบบนี้ด้วยครับ ชอบในอิสระที่ไม่เกินเลย แต่ยืดหยุ่นได้”

 

ท่าช้าง

 

เก้ - ประกายศักดิ์ ยะแสง

อายุ 22 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้าประจำจุดยืนดูแลลูกค้า

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 3 ปี

 

“อยู่บ้านผมทำตัวเกเรครับ เมื่อก่อนติดยาด้วย อยู่บ้านก็สังคมชาวบ้านครับ นินทากันเยอะ ข่าวลือเยอะ ผมไม่ชอบก็เลยออกมาหาประสบการณ์ชีวิต ตอนทำงานแรกๆ ก็คิดแค่ว่ามาเสิร์ฟ เราก็ทำงานจนพี่ๆ เลื่อนตำแหน่งให้ พ่อแม่ของผมก็อาจจะดีใจที่ลูกชายสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ทุกวันนี้ผมก็หาเงินใช้เอง ถ้ามีเยอะก็ส่งให้พ่อบ้าง แต่เขาก็ยังเป็นห่วงเรื่องอยากให้เลิกยา ซึ่งผมก็ไม่ได้ยุ่งกับยาแล้ว รู้สึกว่ามันเสียอนาคต เสียเงินด้วย เห็นพ่อแม่เสียใจผมก็ไม่อยากให้เขาทุกข์ใจ”

 

ท่าช้าง

 

ตั๊กคุง - วุฒิชัย ใจเพียร

อายุ 35 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้าคุมชุดเวรและหัวหน้าแม่บ้าน

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 8 ปี

 

“แต่ก่อนเราออกเร่ขายของกับพ่อไปตามดอยต่างๆ ก็เหมือนเรายังเป็นเด็ก กลับบ้านก็เล่นเกมตามประสา พอมาอยู่ที่นี่ทำให้ผมโตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้เรียนรู้การปกครองที่จะเอาไปใช้ในชีวิตปัจจุบันและอนาคต ต่อไปเราไปมีชีวิต มีครอบครัว เราก็สามารถดูแลคนอื่นได้ ผมว่าที่นี่เขาสอนให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทุกคนที่มาผมกล้าพูดได้เลยว่าแต่ละคนต่างความคิดกัน แต่ที่นี่ทำให้เรารวมกันเป็นหนึ่งเดียว แล้วก็ช่วยกันทำให้ร้านของเราเดินไปข้างหน้าได้อย่างสะดวก ถ้าร้านไปได้ดีก็เป็นผลประโยชน์ของทุกๆ คน”

 

ท่าช้าง

 

แคน - อานุภาพ บัวผัด

อายุ 22 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน ดีเจประจำร้านและพนักงานเสิร์ฟ

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 3 ปี

 

“ทำงานที่นี่ทำให้ผมได้เรียนรู้การใช้ชีวิตครับ คือเราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตามหลักอย่างที่คนอื่นทำ เช่น กลางคืนต้องนอน หรือตื่นมาต้องไปทำงานแบบนี้ๆ ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบแบบนี้ คืออยากทำอะไรเราก็ทำ ถ้าไปเที่ยว ก็ต้องตื่นมาทำงานได้ ใช้ชีวิตให้สนุกแบบวัยรุ่น ถ้าผมไม่มาทำงานอยู่ที่นี่ ผมอาจจะไปติดคุกที่ไหนซักที่แล้วก็ได้ เหมือนกับว่าผมมีพรสวรรค์ด้านเพลง ที่นี่เขามองเห็นความสามารถของผมด้านนี้ เขาก็ดันผม แต่ถ้าผมอยู่คนเดียวผมไม่รู้หรอกว่าผมเป็นดีเจได้ ไม่เคยคิดหรือฝันว่าจะได้เป็นเหมือนกัน ผลตอบรับก็ถือว่าโอเคครับ ลูกค้าเขาก็จอยไปด้วย”

 

ท่าช้าง

 

เหน่ - ปรานต์ อ่ะเต๋า

อายุ 25 ปี

ตำแหน่งปัจจุบัน หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ

ทำงานท่าช้างมาแล้ว 2 ปี

 

“ผมไม่ได้เรียนต่อครับ ทำงานตั้งแต่อายุ 18 ปี เพราะไม่อยากรบกวนทางบ้าน เลยตัดสินใจทำงานดีกว่า เรื่องเรียนค่อยว่ากัน อยู่ที่นี่เราฟรีสไตล์ เป็นตัวของตัวเองได้เลย เราเสิร์ฟก็จริง แต่ไม่ต้องไปชงให้ลูกค้า ผมว่าแบบนี้โอเคกว่า อีกอย่างคือที่นี่เราอยู่กันแบบพี่น้อง ชิลล์ๆ ไม่กดดัน เขามอบหมายหน้าที่ให้เราไปจัดการเอาเอง ทำให้เรามีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ในอนาคตผมอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง แต่คงไม่ใช่ร้านเหล้า อยู่ที่นี่ก็เหมือนเก็บประสบการณ์ รวมไปถึงเรียนรู้วิธีการบริหารงานด้วยครับ เพื่อในอนาคตจะได้เอาไปต่อยอด”  

 

 

เพราะยิ่งให้ไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับกลับคืนมากเท่านั้น ผลลัพธ์ของการให้อาจจะจับต้องไม่ได้ แต่กับผู้ที่รู้จักแบ่งปันแล้ว ความอิ่มเอิบใจ ความปิติสุขที่ได้เห็นผู้อื่นมีความสุข มีคุณภาพชีวิต เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วต่อการส่งต่อน้ำใจไปสู่ผู้อื่น อย่างที่ จอม พี่ชายคนโตของท่าช้างคาเฟ่ บอกกับเราว่าเหตุผลของการช่วยเหลือสังคมของพวกเขาไม่ใช่อะไรเลย นอกจากความปิติใจที่ได้เห็นคนที่เขาช่วยเหลือมีชีวิตที่ดีขึ้น

 

สามารถติดตามกิจกรรมของท่าร้านได้ที่ https://www.facebook.com/ThachangFanpage/

Profile picture for user Chontida

Chontida Pramede

Freelance writer from Chiang Mai, Open small bar call MAA IN SOI

Facebook : https://www.facebook.com/chontida