Skip to main content

THAILAND ECLIPSE CHASER : SOLAR ECLIPSE USA 2017 - ตามล่าพระอาทิตย์ดับ

42

มีเหตุการณ์ทางธรรมชาติเกิดขึ้นมากมายรอบๆ ตัวเรา มีทั้งที่รู้ล่วงหน้าและมาแบบภัยพิบัติ แต่สำหรับการเกิดสุริยุปราคานั้นเป็นสิ่งที่มีการคำนวนทางวิทยาศาสตร์แบบแน่ชัด เดี๋ยวนี้รู้ล่วงหน้าได้หลายๆ ปีว่าจะเกิดขึ้นที่ใดของโลก และรู้วันเวลาที่แน่นอนระดับวินาที บวกกับด้วยยุคสมัยของ Social Media ความรู้เหล่านี้จึงถูกเผยแพร่กันไปอย่างกว้างขวาง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะไปรับรู้และติดตามด้วยหรือไม่

ผมและเพื่อนๆ อีกสามสี่คน เป็นคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ได้เฝ้าติดตามเวลาที่จะเกิดสุริยุปราคา โดยมีการสร้างหน้าแฟนเพจไว้ที่ Thai Eclipse Chaser ขณะที่ดวงจันทร์กำลังจะบังดวงอาทิตย์เต็มที่นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายนักถ่ายภาพยิ่งนัก เพราะด้วยเวลาอันน้อยนิดของช่วงเวลานั้น การปรับตั้งค่ากล้องยิ่งสำคัญ พลาดแล้วพลาดเลย รอคราวหน้ากันเลยทีเดียว แต่ก็มีบางครั้งไปถึงจุดที่จะถ่ายรูปแล้วฟ้าฝนไม่เป็นใจ มีเมฆมาบดบังก็เคยมีมาแล้ว

ECLIPSE


และในปี 2017 นี้ก็มีการคำนวนแน่นอนแล้วว่าสุริยุปราคาจะพาดผ่านสหรัฐอเมริกาเต็มๆ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2560  สามารถเห็นสุริยุปราคาแบบบางส่วนได้ทั่วประเทศรวมไปถึงแคนาดา แต่กลุ่มผมจะโฟกัสไปที่การเห็นแบบเต็มดวง ซึ่งมีตัวเลือกหลายที่ เพราะตามข้อมูลนั้น การเห็นเต็มดวง (Total Eclipse) ไล่มาตั้งแต่ Oregon, Idaho, Montana, Wyoming, Nebraska, Kansas, Iowa, Missouri, Illinois, Kentucky, Tennessee, North Carolina, Georgia, South Carolina รัฐตามที่ได้กล่าวมาก็จะมีจุดเฉพาะเจาะจงลงไปอีกว่าเมืองอะไรของรัฐนั้นๆ ซึ่งอาณาเขตของการเห็นเต็มดวงอยู่ที่ความกว้างราวๆ 110 กิโลเมตร หมายความว่าผู้ที่อยู่ในเขต ซ้าย 55 กิโลเมตร ขวา 55 กิโลเมตร จากจุดกึ่งกลาง จะสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้

ECLIPSE 
หลังจากที่วางแผนมาสองปีล่วงหน้า หัวหน้าแก๊งของเราเลือกไปที่ Wyoming เพราะสะดวกหลายอย่าง เช่น ช่วงเวลาเกิดสุริยุปราคาแถวนี้ราวๆ สิบโมงกว่าๆ ทำให้ไม่ต้องแหงนคอจนเกินไปนัก ไม่ไกลจากสนามบินหลัก (Denver) อากาศน่าจะเย็นสบาย (ตากแดดจนตัวไหม้ก็ยังไม่ร้อน 555) การจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน รถเช่าก็เริ่มต้นมาหนึ่งปีล่วงหน้า มารู้ทีหลังว่าที่พักรอบๆ แนวพาดผ่านราคาขึ้นเป็น Full Price กันทุกเมือง รถเช่าก็หายากมาก เพราะพวกเราเช่ารถขนาดใหญ่สำหรับขนกระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าอุปกรณ์ คิดง่ายๆ ว่ากระเป๋าเดินทางคนละสองใบ กระเป๋ากล้องอีกคนละใบสองใบ ไปกัน 4 คน ต้องเช่ารถขนาดใหญ่กว่าปกติแน่นอน

ECLIPSE

พวกเราสี่คนมารวมตัวกันที่ Denver วันที่ 19 สิงหาคม 2560 หลังจากรวมตัวกันเรียบร้อยก็ไปแวะซื้อของใช้จำเป็น เช่นกระติกน้ำแข็ง เก้าอี้สนาม ผ้ายางปูพื้น ก่อนจะเดินทางเข้าที่พัก เพราะรุ่งขึ้นเราต้องเดินทางระยะ 200 ไมล์ ไป Wyoming เพื่อเตรียมหาพื้นที่ไว้สักสองสามจุดสำหรับการถ่ายภาพ เตรียมเอาไว้เผื่อจุดไหนใช้ไม่ได้หรือเข้าไม่ถึงจะได้หาหาทางหนีทีไล่ได้ทัน

ECLIPSE

 เช้าวันที่ 20 สิงหาคม 2560 พวกเรามุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังรัฐ Wyoming ลุยเข้าไปถึงจุดหมายแรกที่เราตั้งใจไว้ คืออุทยานแห่งชาติ Glendo ซึ่งปรากฏว่าตามลานจอดรถ RV (คร่าวๆ คือรถบ้าน) ถูกจับจองไว้เกือบหมด จะเหลือแค่ลานกางเต็นท์บางส่วน ขับไปลานจอดต่อๆ ไปก็เหมือนกัน คือเต็มเพราะถูกจองไว้หมดแล้ว แสดงว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้ คนทางนู้นเขาก็ให้ความสนใจกันพอสมควร เพราะในทีวีบ้านเขาก็มีการเสนอข่าวล่วงหน้ามาหลายวันแล้ว (มีแสตมป์ที่ระลึกออกจำหน่ายเป็นชุดๆ ที่นี่, ที่ทำการไปรษณีย์แถวๆ รัฐที่พาดผ่าน ที่นี่ จัดทำตราประทับเพื่อประทับบนจดหมายที่ส่งในวันนั้น) ทำให้ชุมชน Glendo ซึ่งมีประชากรไม่ถึง 300 คนแน่นขนัด รถแบบต่างๆ มากมายทยอยกันเข้ามา ทั้งรถบ้านแบบลากจูง รถบ้านแบบเต็มรูปแบบ รถกระบะดัดแปลงให้นอนได้ รถส่วนบุคคลเอาเต็นท์หลังใหญ่มากาง ส่วนร้านอาหารเต็มไปด้วยผู้คนซึ่งมาปักหลักเฝ้าดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา ทำให้อาหารการกินต่างๆ ที่มีน้อยอยู่แล้วต้องรอคิวนานกันเลยทีเดียว พวกเราเลยตัดสินใจออกไปหาจุดถ่ายภาพสำรอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง ดูแถวๆ นี้ ตรงไหนก็ได้ ขับรถเลาะๆ ไปตามถนนก็เจอ Exit (ทางออกจากถนนหลัก) อยู่เป็นระยะๆ จึงได้หมายตาเอาไว้สองที่ ซึ่งก็ได้ใช้ในวันถ่ายจริงๆ 

ECLIPSE

ECLIPSE

หลังจากสำรวจที่ทางได้เรียบร้อย ก็กลับเข้าเมือง Cheyenne (เขาออกเสียงว่า ไซยเอน) เมืองหลวงของรัฐ Wyoming ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก คล้ายๆ เป็นเมืองชนบท เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์คู่บ้านคู่เมืองของเขาว่าเป็นชุมทางรถไฟใหญ่ที่นำพาความเจริญจากฝั่งตะวันออกมาสู่ฝั่งตะวันตก โดยบริษัทรถไฟ Union Pacific Railroad พอผมได้เห็นบรรยากาศเมืองนี้ กลิ่นอายของหนังคาวบอยโชยเข้ามาในความคิดทันที แต่ด้วยความที่เราไม่ได้ศึกษาข้อมูลอะไรมาก่อน แล้วอีกอย่างด้วยเวลาที่จำกัด ก็เลยได้แต่ซาบซึ้งบรรยากาศแถวๆ นั้นจากในรถระหว่างการเดินทางเท่านั้น 

ECLIPSE

เช้าวันที่ 21 สิงหาคม 2560 นัดออกเดินทางเวลา 04:00 น. เพื่อไปช่วงชิงพื้นที่ที่เราคิดว่าดีที่สุดให้ได้ ออกจากเมือง Cheyenne มุ่งหน้าไป Glendo รถยนต์มากมายผิดปกติ ก็แหงล่ะ ทุกคนก็ต่างจะไปดูปรากฏการณ์นี้เหมือนๆ กับเรา รถเยอะทำความเร็วได้ไม่มาก แต่ก็ไม่ได้ติดขัดจนจอดนิ่ง พวกเราคุยกันในรถว่าคงไปไม่ถึงเมือง Glendo เลือกเอาจุดสำรองที่เราดูๆ ไว้ริมถนนแถวๆ Exit 104 จะดีกว่า จุด Exit หมายถึงจุดกลับรถ หรือจุดที่มีถนนมาตัดเชื่อมแต่ต้องวนออกไปจากถนนหลักก่อน โดยเขาจะออกแบบถนนให้ไม่มีทางแยกมาตัดบนถนนหลัก เมื่อออกจากถนนหลักแล้ว เราก็มาปักหลักกันแถวๆ ริมทางนั่นเอง โดยมีผู้ที่มาถึงก่อนเราอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อถึงที่จอดรถ (ราวๆ 06:00 น.) พวกเราก็เอาขาตั้งกล้องลงมาปักหลักกั้นที่ไว้ก่อน เดี๋ยวสายๆ คนคงมาเยอะกว่านี้ พอรถเข้ามาจอดจะทำให้เราไม่มีพื้นที่ปฏิบัติงาน ตั้งขาตั้งกล้องเสร็จแล้วก็รับประทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ ที่เตรียมมา พวกแซนด์วิช ผลไม้ พูดคุยกันในทีมถึงขั้นตอนที่จะถ่ายภาพเมื่อเกิดปรากฏการณ์ เพราะช่วงพีกๆ จะมีเวลาเพียงแค่ 4 - 5 นาทีแบบตัวใครตัวมัน ถึงตอนนั้นจะมาปรึกษากันก็ไม่สะดวกแล้ว

ECLIPSE

ก็อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่า ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเกิดขึ้นจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน โดยดวงจันทร์จะบังแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่จะตกลงมายังโลก ชนิดของปรากฏการณ์สุริยุปราคามีอยู่ 3 แบบหลักๆ คือ

  1. Partial Solar Eclipse (PSE) สุริยุปราคาบางส่วน : แบบนี้เกิดขึ้นก็ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น เพราะท้องฟ้าไม่มืด ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์แค่บางส่วน แทบจะไม่มีผลเรื่องความมืด บางครั้งที่เกิดคนแถวนั้นยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
  2. Annular Solar Eclipse (ASE) สุริยุปราคาแบบวงแหวน : แบบนี้ก็น่าสนใจ แต่เนื่องจากระยะระหว่าง โลก – ดวงจันทร์ – ดวงอาทิตย์ไม่ใกล้พอ ทำให้เกิดขอบวงแหวน คือดวงจันทร์เล็กกว่าดวงอาทิตย์ ไม่สามารถบังดวงอาทิตย์ได้ทั้งหมด
  3. Total Solar Eclipse (TSE) สุริยุปราคาแบบเต็มดวง : อันนี้แหละคือพระเอกของปรากฏการณ์สุริยุปราคา มีความสวยงามทั้งการชมและการถ่ายภาพ โดยเฉพาะการถ่ายภาพ มีความท้าทายนักถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

ยังมีสุริยุปราคาอีกแบบที่เขาเรียกกันว่า Hybrid Solar Eclipse  ซึ่งสามารถเห็นแบบเต็มดวงได้ในบางพื้นที่ ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันก็เห็นแบบวงแหวนในบางพื้นที่ แต่เนื่องด้วยมันมีการเกิดแบบเต็มดวง (TSE) เราจึงไม่ให้การเกิดครั้งนี้เรียกว่ามีการเกิดแบบวงแหวน (ASE) เพราะผู้คนก็ต้องให้ความสนใจไปยังจุดที่เกิดเต็มดวงมากกว่า การเรียกแบบ Hybrid จึงไม่ค่อยยอมรับกันนัก

จากการศึกษาข้อมูล ผมพบว่ามีการเรียกช่วงเวลาขณะที่ดวงจันทร์สัมผัสดวงอาทิตย์ในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ (แบบ Total Solar Eclipse นะ) 

  • C1 (1st Contact) : ดวงจันทร์เริ่มเข้าสัมผัสดวงอาทิตย์ครั้งแรก
  • C2 (2nd Contact) : เริ่มต้นสุริยุปราคาเต็มดวง คือดวงจันทร์เข้าไปในดวงอาทิตย์ทั้งดวง ตอนนี้จะเริ่มเกิด ‘จุดประกายแสงสีขาว (Diamond Ring)’ และ ‘ลูกปัดสีแดง (Baily’s Beads)’Totality and Maximum Eclipse : ช่วงนี้จะอยู่ระหว่าง C2 ไป C3 ซึ่งเป็นการเข้าบดบังแบบเต็มดวง เราจะเห็น ‘ประกายพวยพุ่งสีขาว (Corona)’ เกิดขึ้นรอบๆ เงาดำของดวงจันทร์ 
  • C3 (3rd Contact) : ดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนออกจากตำแหน่งบดบัง 100% จะทำให้เกิด Diamond Ring และ Baily’s Beads อีกครั้ง แต่คนละทางกับตอน C2 
  • C4 (4th Contact) : ดวงจันทร์เคลื่อนตัวออกจากดวงอาทิตย์พ้นกัน 100% 

ช่วง C1 จนถึง C4 อาจจะกินเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง และช่วงจาก C2 ไปยัง C3 มีเวลาแค่ไม่ถึงสามนาที ซึ่งช่วงนี้บรรดาเหล่าช่างภาพจะรัวชัตเตอร์อย่างไม่ยั้งมือ เพราะเป็นช่วงที่เกิดภาพที่สวยงาม น่าจดจำ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องได้ ปัจจุบันนี้มี App ในมือถือ ช่วยให้เรารู้ละเอียดเลยว่า C1 – C4 จะเกิดขึ้นตอนเวลาใด และเข้า C2  เวลาเท่าไหร่ เราจะได้เตรียมตัวได้ทันท่วงที ส่วน C3 ไม่ต้องพูดถึง ยังไงๆ จาก C2 มาเราก็กดชัตเตอร์ไม่ยั้งอยู่แล้ว

ECLIPSE

จะขอข้ามเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพไป เพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องเทคนิคมากไปหน่อย เพียงแต่อยากจะบอกให้รู้ว่าเลนส์ที่ใช้ควรจะเป็นเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสเยอะๆ หรือที่เรียกว่าเลนส์ซูม หรือเลนส์เทเล่ เพื่อที่จะได้ภาพดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ๆ แล้วก็ต้องมีฟิลเตอร์สำหรับกั้นแสงที่สว่างมากของดวงอาทิตย์ ซึ่งก็ต้องทำมาเป็นพิเศษสำหรับถ่ายดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ รวมทั้งต้องมีแว่นสำหรับใส่มองดวงอาทิตย์อีกด้วย 

ECLIPSE

บรรยากาศในตอนที่เกิด C2 ไป C3 ท้องฟ้าโดยรอบจะมืดลงเหมือนตอนค่ำ นกจะบินวนเวียนหาทางกลับรัง (คงจะงงเหมือนกันว่าเพิ่งออกจากรังมาเมื่อกี้) เสียงชัตเตอร์จากกลุ่มผมและกลุ่มอื่นๆ ดังตลอดเวลา บรรดาผู้คนที่ชมอยู่รอบข้างก็โห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงบิ้วตี้ฟูล บิ้วตี้ฟูล โอมายก๊อด ดังอยู่ไม่ขาดปาก มีเสียงหอนของสุนัขจิ้งจอกดังอยู่ข้างๆ จากผู้ที่มานั่งชม ผมเดาว่าคงเป็นประเพณีทางนี้ ถ้าเป็นบ้านเรา คงมีการยิงปืนให้ดวงจันทร์คายดวงอาทิตย์ออกมาไวๆ 

เมื่อพ้นระยะ C3 ผู้คนส่วนใหญ่ก็ทยอยกลับ เพราะช่วงพีกหมดแล้ว แต่เราเหล่าช่างภาพก็ยังคงลั่นชัตเตอร์กันต่อไปเรื่อยๆ จนถึงระยะ C4 นู่นแหละ สิริรวมแล้วเราจะใช้เวลาในการถ่ายรูปอยู่ราวๆ 3 - 4 ชั่วโมงต่อครั้ง เพราะบางคนก็จะถ่ายเก็บเส้นทางการเกิดปรากฏการณ์ (Path) ซึ่งต้องใช้ความมานะพอสมควร และอีกอย่างคือพวกเราก็อยากจะให้คนเดินทางกลับกันไปก่อน จะได้ไม่ต้องไปติดอยู่ในการจราจรขากลับ เพราะเดาไว้ว่าขากลับรถน่าจะติด อย่าเพิ่งรีบกลับเลย

ECLIPSE

ที่ไหนได้ขากลับเราขับรถกัน ระยะทางแค่ 200 ไมล์แต่ใช้เวลาไป 6 – 7 ชั่วโมง เพื่อเข้าไป Denver คนแถวนั้นบอกเราว่ามีแต่ตอน Superbowl นี่แหละที่รถจะเยอะแบบนี้ แต่ก็ดีไปอย่าง เราเองหาทางที่รถน้อยๆ GPS ก็พาเราไปเที่ยวชมชนบทระหว่างทางที่เป็นถนนเส้นรองๆ เคี้ยวคดลดเลี้ยวเข้าไปในไร่นา ซึ่งแถว Wyoming ปลูกฝ้ายกันเยอะ ทำให้เราตื่นตาตื่นใจไปกับระบบเกษตรกรรมของเขา ระบบให้น้ำ ระบบเก็บเกี่ยว ระบบขนส่ง หีบห่อ อะไรๆ ที่บ้านเราไม่มีหรือของเขาดีกว่า เราก็รู้สึกว่าอยากจะให้บ้านเรามีแบบนี้บ้าง

การล่าตะวันดับของเราก็จบลงตอน C4 นี่แหละ แต่การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันเวลาที่เหลือ ยังมีสถานที่ที่เราไปเที่ยวในแบบช่างภาพอีกหลายแห่ง เอาไว้ติดตามต่อในครั้งต่อไปครับ 

THAILAND ECLIPSE CHASER 
SOLAR ECLIPSE USA 2017
ตามล่าพระอาทิตย์ดับ

เรื่อง / ภาพ : ธวัชชัย โคตรพจน์

ECLIPSE

ECLIPSE

ECLIPSE

ECLIPSE

ECLIPSE

ECLIPSE

ECLIPSE

HIP MAGAZINE Vol.13 October 2017

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai