Skip to main content

A WORTHY COFFEE TRAILER เล็กๆ แต่คุ้มค่า

50

 

Trailer2

 

เมธาสิทธิ์ เรืองประสิทธิพร, ปรัชญา ยานะศรี

เจ้าของร้าน Trailer Espresso Bar

 

 

Trailer1

 

 

สิ่งที่ทำให้ Trailer Espresso Bar สะดุดตาผู้ที่พบเห็น นอกจากจะมาจากรูปลักษณ์ของร้าน ซึ่งเป็นรถพ่วงที่ต่อกับจักรยานสีแดงแล้ว เสน่ห์ของร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ยังมาจากการใช้เครื่องชงกาแฟแบบคันโยก, การทำลายลาเต้อาร์ตที่สวยงาม และรสชาติของกาแฟ ที่คนที่ได้ลิ้มลองต่างก็เกิดความรู้สึกว่า คุณภาพของกาแฟนั้นไม่ได้เล็กเหมือนขนาดของร้านเลย

 

 

Trailer3

 

บุคคลที่อยู่เบื้องหลังของร้านกาแฟหน้าตาแปลกแต่คุณภาพเป็นที่กล่าวขวัญของคอกาแฟแห่งนี้ คือ เก่ง - เมธาสิทธิ์ เรืองประสิทธิพร และ ตู๋ - ปรัชญา ยานะศรี ซึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะมาร่วมงานกัน เก่งเริ่มทำงานร้านพาร์ทไทม์ในร้านกาแฟตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา และเคยเปิดร้านกาแฟของตัวเองมาแล้ว แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขายังคงมุ่งมั่นที่จะทำธุรกิจร้านกาแฟ และศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกาแฟอย่างต่อเนื่อง ส่วนตู๋ หลังจากประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานปั้นตามที่ตัวเองศึกษามาได้ ก็ได้รับการชักชวนให้เข้าสู่วงการบาริสต้า จนค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบศิลปะการทำลายลาเต้อาร์ต จึงเริ่มศึกษาและฝึกซ้อมฝีมือเรื่อยมา รวมทั้งหาโอกาสไปประกวดในเวทีต่างๆ จนมีรางวัลการันตีฝีมือ  ส่วนความเป็นมาของ Trailer Espresso Bar นั้น เก่งบอกว่า “ที่ทำร้านเป็นรถพ่วง เป็นเพราะพอเปิดร้านแล้วเจ๊งไป 3 ร้านแล้วน่ะครับ (หัวเราะ)

 

 

Trailer4

 

เลยมานั่งวิเคราะห์ว่าจะทำยังไงให้ร้านมีความยืดหยุ่น ถ้าทำเลนี้ไม่ดี เราสามารถโยกย้ายไปที่อื่นที่คิดว่าดีกว่านี้ได้” ขณะที่ตู๋นั้นรู้จักกับเก่งจากการมาปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับกาแฟ ก่อนที่จะถูกชักชวนให้มาเป็นหุ้นส่วนร้านในเวลาต่อมา โดยตู๋บอกว่า “การได้มาทำงานตรงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มีอิสระ ไม่ต้องรับแรงกดดันอะไร กับพี่เก่งเราทำงานกันแบบพี่น้อง อีกทั้งเขายังสอนเราในหลายๆ เรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อนด้วย”

 

 

Trailer5

 

นอกจากการเป็นรถจักรยานพ่วงและใช้เครื่องทำกาแฟคันโยก จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการของ Traler Espresso Bar แล้ว ราคาและความคุ้มค่าก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่รู้จัก “ถ้าคนภายนอกมองเข้ามา ขายข้างทางอย่างนี้ แก้วละ 50 บาท ถ้าเทียบกับร้านที่เป็นรถเข็นเหมือนกัน คนก็ต้องมองว่าแพงกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าได้ลองจะรู้ว่าเราใช้วัตถุดิบคุณภาพดีทุกอย่างเลยนะ อุปกรณ์ก็ดีด้วย ราคานี้คือคุ้มค่าแน่นอน” และพวกเขายังลดราคาอีก 5 บาทต่อแก้วให้กับพนักงานที่ทำงานในละแวกที่ตั้งร้านด้วย เพราะ “อยากให้ลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศซึ่งเป็นลูกค้าหลักได้มาลองดื่มกาแฟของเรา เป็นการจูงใจให้เขาเข้ามา และเป็นการรักษาความสัมพันธ์เพื่อให้เขามาใช้บริการของเราทุกวัน”

 

 

Trailer6

 

เก่งกับตู๋กล่าวว่า ความประทับใจของพวกเขาในการทำงานที่ร้านแห่งนี้ คือการได้พบปะกับลูกค้า ที่ทำให้พวกเขาได้ประสบการณ์ที่ดีกลับมาอยู่เสมอ “เวลามาที่ร้าน นอกจากการตั้งใจทำกาแฟทุกแก้วให้ดี เพื่อให้ลูกค้าได้รสชาติที่ดีกลับไปแล้ว การที่เราได้เจอลูกค้า ได้คุยกับเขา เราก็จะได้ความรู้ใหม่ๆ ตลอด เราไม่รู้หรอกว่าลูกค้าแต่ละคนมีความเป็นมาอย่างไร เขาอาจจะเป็นคนธรรมดาๆ หรือเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ แต่การที่แต่ละคนมานั่งคุยกับเรา ได้แลกเปลี่ยนมุมมองความคิดซึ่งกันและกัน ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด”

 

 

About Them

เก่งจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนตู๋จบการศึกษาจากคณะประติมากรรม มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ทั้งคู่ตั้งเป้าหมายไว้ว่า อยากเห็น Trailer Espresso Bar พัฒนาจนกลายเป็นแฟรนไชส์ในอนาคต แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น พวกเขาขอเวลาในการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพกาแฟ กับการจัดการเครื่องมือและวัตถุดิบให้ดีเสียก่อน ส่วนใครอยากจะรู้ว่ารสชาติกาแฟจากฝีมือของทั้งคู่นั้นเป็นอย่างไร ก็ไปทดลองที่ร้านกันเลยได้ (ร้านตั้งอยู่บนถนนท่าแพ ตรงจุดที่เชื่อมต่อกับถนนช้างคลาน (ทางไปไนต์บาซาร์) เปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงบ่ายโมงครึ่ง)

 

เรื่อง /ภาพ : นิธิพร

เรียบเรียง : HIP Team

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai