Skip to main content

SPARKLING CASCARA น้ำซ่าจากเปลือกกาแฟ เครื่องดื่มที่มีรางวัลการันตี ของ บอม รัฐศรัณย์ พีรพงศ์เดชา

864

Cascara

                 

          ถ้าอธิบายออกมาเป็นตัวหนังสือได้ เราคงอยากให้ผู้อ่านได้ยินเสียงความซ่าจากเครื่องดื่มในแก้วที่ บอม - รัฐศรัณย์ พีรพงศ์เดชา เจ้าของร้านกาแฟ ‘ม่อนเมฆ’ นิมมานเหมินท์ ซอย 5 เพิ่งจะรินให้เราได้ลองชิม แน่นอนว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ของเปลือกกาแฟตากแห้ง เมื่อมารวมกับรสหวานอมเปรี้ยวซ่าๆ แล้ว มันช่วยทำให้สดชื่นขึ้นมาได้มากทีเดียว ในช่วงบ่ายที่อากาศค่อนข้างร้อนแบบนี้

 

                  บอมเรียกเครื่องดื่มที่ตนเองคิดค้นขึ้นมานี้ว่า ‘Sparkling Cascara’ หรือน้ำซ่าจากเปลือกกาแฟ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เราอยากคุยกับบอม เพราะเขาเพิ่งพาเจ้าน้ำซ่าจากเปลือกกาแฟขวดนี้ไปคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารระดับประเทศ (IP Innovation Competition 2017 : Food & Agricultural Products) ซึ่งจัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

                  นอกจากม่อนเมฆจะเป็นร้านกาแฟแล้ว ที่นี่ยังเป็น Distributor จำหน่ายคราฟท์เบียร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบอมก็ควบตำแหน่งทั้ง Barista และ Brewer ชีวิตของเขาจึงสาละวนอยู่กับเครื่องดื่มสองชนิด คือกาแฟและเบียร์ Sparkling Cascara จึงถูกต่อยอดออกมาจากความถนัดของบอม โดยใช้วัตถุดิบจากผลกาแฟผ่านกระบวนการเดียวกันกับการทำเบียร์ แต่สิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจ คือการที่บอมบอกว่า เครื่องดื่มชนิดนี้ทำมาจาก ‘ขยะ’

 

Cascara

 

เล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณเปลี่ยนขยะให้กลายเป็น Sparkling ได้ยังไง?

                  ด้วยความที่ผมเปิดร้านกาแฟ ทุกครั้งที่ขึ้นดอยไปเอาเมล็ดกาแฟที่สวน ก็จะเห็นเปลือกของมันถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเราบริโภคกันแต่เมล็ดกาแฟ ไม่ได้บริโภคเปลือก มันเลยกลายเป็นปัญหาขยะให้กับชาวสวน ถูกทิ้งให้เน่าบ้างหรือถูกทิ้งลงแหล่งน้ำบ้าง เลยคิดว่าเราจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับชาวสวนอย่างไรได้บ้าง บวกกับสวนที่ผมซื้อเมล็ดกาแฟประจำเป็นสวนแบบออร์แกนิค 100% ดังนั้นเปลือกของมันน่าจะไปไกลได้มากกว่าการถูกทิ้งเป็นขยะ 

                  ความจริงมันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ทางยุโรปมีการนำเอาเปลือกเมล็ดกาแฟมาตากแห้งและชงดื่มเป็นชาร้อนกันมานานแล้ว เรียกว่า Cascara ในตอนแรกผมก็ลองชงดื่มนะ แต่สำหรับผมมันไม่อร่อยเลย รู้สึกรสชาติมันแปลกๆ (หัวเราะ) เลยคิดว่ามันน่าจะสามารถไปต่อได้อีก น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่สดชื่นได้มากกว่าการดื่มเป็นชาร้อนแบบนี้ เราเลยลองทำให้มันเป็น Sparkling แบบไร้แอลกอฮอล์ โดยการใช้ยีสต์เพื่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ ดังนั้นความซ่าที่เกิดขึ้นจึงเป็นความซ่าจากธรรมชาติ

                  พอเราทดลองได้สูตรที่แน่นอนแล้ว เลยไปขอคุณลุงเจ้าของสวนที่เรารับซื้อเมล็ดกาแฟ ให้ช่วยแยกเปลือกกับเมล็ดกาแฟด้วยการบีบมือแทนการใช้เครื่องสี เพื่อให้ได้เปลือกที่สมบูรณ์ที่สุดและมีเนื้อของผลกาแฟติดมาด้วย ตรงส่วนเนื้อมันจะมีรสหวานอมเปรี้ยว ซึ่งมันทำให้ Sparkling มีรสชาติอร่อยกว่าการใช้เปลือก

ที่ออกมาจากเครื่องสี เราเลยจ้างชาวสวนให้ช่วยนั่งบีบเมล็ดกาแฟให้เราหน่อย เป็นการเพิ่มรายได้และสร้างกิจกรรมในครอบครัวให้พวกเขาไปในตัว ชาวบ้านก็ดีใจละว่าเปลือกพวกนี้มันจะไม่ถูกทิ้ง เหมือนมีคนมาช่วยกำจัดขยะตรงนี้ให้พวกเขา

 

Cascara

 

ทดลองทำอยู่นานแค่ไหนกว่าจะเป็น Sparkling Cascara?

                  ครั้งเดียวเลยครับ เป็นรสชาติแบบที่เราชอบ ลองใส่ยีสต์ลงไปให้มันซ่า แล้วเติมน้ำผึ้งลงไปสำหรับเป็นอาหารของยีสต์ รสชาติมันเลยออกหวานๆ หน่อย ตอนแรกก็เริ่มแจกให้มิตรสหายได้ชิมก่อน ปรากฏว่าผลตอบรับออกมาดีเกินคาด ทุกคนชอบ เพราะมันเป็นอะไรที่ใหม่ ทำมาจากเปลือกกาแฟออร์แกนิค แถมยังเป็น Sparkling อีก ที่เจ๋งกว่าคือมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าเปลือกกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี มันเลยกลายเป็นเครื่องดื่มออร์แกนิคที่ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพไปอีก (หัวเราะ)

 

ทำไมผลงานของคุณถึงเข้าตากรรมการจนได้รับรางวัล?

                  ช่วงจังหวะที่ผมทำเครื่องดื่มตัวนี้มันตรงกันกับการประกวดของกรมทรัพย์สินทางปัญญาพอดี เลยตัดสินใจว่าเอาวะ ลองดู เราไม่เคยพรีเซนต์งานหรือประกวดอะไรแบบนี้เลย พอมานั่งดูเทปที่ตัวเองพรีเซนต์แล้วเหมือนการเล่าเรื่องให้เพื่อนฟังมากกว่า (หัวเราะ) จริงๆ ที่สมัครไปผมแค่อยากได้ความรู้เพิ่มเติม เพราะในการประกวดนี้จะมีเปิดอบรมให้ฟรีจากอาจารย์เก่งๆ หลายๆ ท่าน  เกี่ยวกับความรู้ที่จำเป็นต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการในระดับ Start Up ทั้งเรื่องการตลาด การจดสิทธิบัตร กฎหมายพาณิชย์ เรื่องพวกนี้ผมไม่มีความรู้เลย คือไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัล เพียงแต่คิดว่าอยากไปอบรมเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง หรือได้คอนเน็คชั่นจากอาจารย์เก่งๆ จะได้ขอคำปรึกษาได้เท่านั้นเอง

                  งานนี้กรรมการจะคัดเลือก 5 ผลงานจากแต่ละภาค ทั้งหมด 30 ผลงานจาก 6 ภาคทั่วประเทศ และเราก็ได้เป็น 1 ในตัวแทนภาคเหนือครับ ซึ่งในระหว่างรอบคัดเลือกก็จะมีการเปิดอบรมความรู้ด้านต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เราก็เข้าอบรมและปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กัน จนได้รางวัลชนะเลิศในระดับประเทศ มันเกินคาดมากครับ เพราะนี่คือเวทีแรก การประกวดเวทีนี้เป็นเรื่องของนวัตกรรม ไอ้ตัวเครื่องดื่มมันอาจจะเคยมีมาอยู่ก่อนแล้วบนโลกนี้ แต่วิธีการสร้างให้มันเกิดขึ้นมันเป็นวิธีการใหม่ ซึ่งยังไม่มีใครเคยทำ  

 

Cascara

 

คุณมีแผนจะต่อยอดเครื่องดื่มตัวนี้อย่างไรบ้าง?

                  มีแน่นอนครับ ยิ่งเราได้ทุนจากการประกวดมายิ่งทำให้เราไปต่อได้ง่ายขึ้น บวกกับความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากการอบรม อย่างเช่นเรื่องชื่อ ที่กรรมการท่านหนึ่งแนะนำให้เราคิดชื่อเฉพาะของมันไปเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่เราคิดขึ้นมา ผมเลยตั้งชื่อมันว่า ‘Cas’ มาจากคำว่า Cascara และเล่นเสียงกับคำว่า Gas เพราะมันเป็นเครื่องดื่มซ่าๆ แต่ตอนนี้ลูกค้ายังไม่รู้จักคำว่า Cas ดังนั้นเราเลยต้องมีคำว่า Sparkling Cascara กำกับควบคู่ไปด้วย แต่ต่อไปเมื่อเครื่องดื่มนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ลูกค้าก็จะคุ้นเคยกับเครื่องดื่มที่ชื่อ ‘Cas’ ไปเอง ส่วนตัวต่อไปที่ผมจะทำ จะมีชื่อว่า ‘Cas Black’ อยากให้รอติดตาม

 

เมื่อ Cas เริ่มเป็นที่รู้จัก คุณกังวลมั้ยหากหลังจากนี้จะมีใครอยากผลิตเครื่องดื่มแบบเดียวกับที่คุณทำ?

                  ต้องบอกก่อนว่างานประกวดที่เพิ่งได้รางวัลมามันเป็นการประกวดเรื่องสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาก็จริง แต่ผมไม่ตั้งใจที่จะเก็บเป็นความลับหรืออะไรเลย เพราะจุดประสงค์แรกของเครื่องดื่มตัวนี้คือช่วยแก้ปัญหาขยะให้กับชาวสวนและสร้างรายได้ให้เขามากขึ้น ดังนั้นเรื่องการจดสิทธิบัตรเลยจบไป ผมยิ่งยินดีด้วยซ้ำที่จะมีใครหยิบสิ่งที่เคยถูกทิ้งมาทำอะไรสักอย่างกับให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา ยิ่งมีคนทำเยอะ ปัญหาขยะตรงนี้ก็จะยิ่งได้รับการแก้ไขมากขึ้น  ต่อให้มันจะมีคนทำเครื่องดื่มตัวนี้ขึ้นมาอีก นั่นมันก็คือทางเลือกของผู้บริโภค ผมอยากให้มันเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ถูกปิดกั้น สินค้าอะไรก็ตามที่มันเหมือนกันหลายๆ ยี่ห้อ ผมรับรองว่ามันไม่มีทางเหมือนกันเป๊ะซะทีเดียวหรอก 

 

ชาวสวนของคุณว่าอย่างไรบ้างกับรางวัลที่ได้มา?

                  ตอนนี้กำลังรอถ้วยรางวัลส่งมาอยู่ครับ ถ้าได้แล้วจะเอาไปเซอร์ไพรส์ลุงเจ้าของสวน (หัวเราะ) เอา Sparkling ไปให้เขาชิมด้วย ชาวสวนเหล่านี้ก็เหมือนครอบครัวผม แล้วการปลูกกาแฟออร์แกนิคมันยุ่งยากไม่ค่อยมีใครทำ ราคาของเมล็ดกาแฟก็ยังคงเป็นไปตามท้องตลาดทั่วไป ไม่ต่างอะไรกับเมล็ดกาแฟจากสวนที่ใช้สารเคมี เพราะผู้บริโภคก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ สวนออร์แกนิคพวกนี้ต้องต่อสู้กับพวกศัตรูพืช ซึ่งเมล็ดกาแฟที่ได้อาจจะไม่สวยเท่าสวนที่ใช้สารเคมี เราเลยรับซื้อผลกาแฟสุกจากสวนออร์แกนิคเหล่านี้ในราคาที่สูงขึ้น เพราะเราใช้ได้ทั้งเมล็ดและเปลือกของมัน เหมือนเป็นการสร้างกำลังใจให้ชาวสวนออร์แกนิคเหล่านี้อีกทางหนึ่ง ให้เขาปลูกกาแฟด้วยวิถีปลอดสารเคมีแบบนี้ต่อไป ผู้บริโภคก็ปลอดภัย ส่วนชาวสวนก็มีรายได้เพิ่มขึ้น

 

Cascara

 

Cascara

 

เรียกได้ว่าเครื่องดื่มขวดเล็กๆ นี้ประสบผลสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง โปรเจ็คท์ต่อไปของคุณคืออะไร?

                  เมื่อการตลาดเริ่มจริงจังมากขึ้นจากแต่ก่อน บวกกับออเดอร์ที่เพิ่มมากขึ้น เราเลยวางแผนว่าจะต้องรับซื้อเปลือกกาแฟในปีนี้เพื่อให้เพียงพอต่อการผลิตสินค้าสำหรับขายไปจนถึงปีหน้า ผมกับเพื่อนกำลังมีแพลนจะทำแคมป์ ชื่อว่า ‘Cas Camp’ ตอนนี้กำลังเลือกสถานที่กันอยู่ ตั้งใจจะให้มันเป็นทั้งโรงงานผลิต โรงคั่วกาแฟ ให้ลูกค้าสามารถเข้าไปเห็นขั้นตอนต่างๆ ได้ และเป็นพื้นที่สำหรับจัดเวิร์คช็อปต่างๆ ในสายงานที่เราถนัด ดังนั้นผมจะพยายามรวบรวมสวนที่ปลูกกาแฟแบบออร์แกนิค โดยเราจะทั้งรับซื้อและสอนกระบวนการต่างๆ ให้กับชาวสวนครับ การทำสวนแบบออร์แกนิคมันยากกว่าก็จริง แต่มันก็ดีกว่าด้วยประการทั้งปวง และการที่ผมรับซื้อผลกาแฟจากสวนเหล่านี้ในราคาที่สูงขึ้น ก็เป็นเหมือนกำลังใจให้พวกเขาว่าสิ่งที่ทำมามันไม่สูญเปล่าด้วย  

 

 

Profile picture for user HIPTHAILAND

HIP THAILAND

Online Contents & Free Copy Monthly Magazine from Chiang Mai