Skip to main content

EVERY LIFE IS PRECIOUS : เพราะทุกชีวิตมีค่า

19

นักกิจกรรมบำบัด

             ทุกครั้งที่เราเจ็บป่วย หรือมีเหตุอันใดก็แล้วแต่ที่จำเป็นต้องใช้บริการของสถานพยาบาล เราคงจะเห็นระบบการทำงานของบุคลากรในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่างๆ ว่าเขาเหล่านั้นต้องใช้ความเสียสละและความรับผิดชอบในวิชาชีพมากเพียงใด ยิ่งเป็นการทำงานกับผู้ป่วยที่พิการและเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยแล้ว ความเสียสละนั้นยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เช่นเดียวกับสายงานในหน้าที่รับผิดชอบของ หนึ่ง - อาทิตย์ ร่มโพธิ์ นักกิจกรรมบำบัดปฏิบัติการ ซึ่งต้องใช้ ‘กิจกรรม’ เป็นเครื่องมือในการบำบัดรักษาผู้ป่วยตามศาสตร์ที่ได้เรียนมา เพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านั้นกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้ได้มากที่สุด

            “หน้าที่รับผิดชอบของผม คือจะทำอย่างไรให้กิจกรรมที่เราออกแบบมา สามารถช่วยบำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ผู้ป่วยในที่นี้ คือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาตครึ่งซีก ครึ่งท่อน หรือมีความพิการ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ เด็กพัฒนาการล่าช้า ดาวน์ซินโดรม ออทิสติก สมาธิสั้น สมองพิการ ทารกแรกเกิดที่มีปัญหาด้านการดูดกลืน ภาวะกลืนลำบาก หรือกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ซึ่งทั้งหมดต้องใช้ทั้งความรู้และความเสียสละควบคู่กันไป” 

            ในแต่ละเคสที่หนึ่งต้องพบเจอนั้น จะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความหวังและกำลังใจของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงไม่ใช่แค่การใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาเท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือสำนึกในการเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง ที่จะทำให้ผู้ป่วยไว้วางใจและเปิดใจยอมรับกระบวนการต่างๆ ของนักกิจกรรมบำบัด “เนื่องจากลักษณะงานส่วนใหญ่จะเป็นการลงพื้นที่ไปพบผู้ป่วยในชุมชนต่างๆ ทั้งผู้ป่วยพิการอัมพาต และผู้ป่วยเด็กที่มีความต้องการพิเศษ นอกเหนือจากการบำบัดรักษาตัวผู้ป่วยเองแล้ว การจัดการและปรับสภาพสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยหรือแม้กระทั่งญาติที่ดูแลผู้ป่วยเองมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นอีกสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง เช่น การทำทางลาดสำหรับรถวีลแชร์ หรือการจัดการห้องน้ำให้สะดวกต่อการใช้งานของผู้ป่วย เป็นต้น ดังนั้นเราจึงต้องทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวเปิดใจยอมรับ และมองเห็นถึงเจตนาดีที่เราอยากจะช่วยบำบัดรักษา เพื่อให้เขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติมากที่สุด 

นักกิจกรรมบำบัด


            หนึ่งกล่าวว่าสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความเครียดและความท้อแท้ใจ ทั้งจากตัวผู้ป่วยเองและญาติ เขาจึงนำทุกคำพูดและความรู้สึกของผู้ป่วยกับญาติมาเป็นข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์และหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด “หน้าที่ของเราคือเติมเต็มกำลังใจให้เขาเหล่านั้น ทำให้เขามีความหวัง มีเป้าหมาย และยังมองเห็นคุณค่าในตนเองอยู่ เพราะกำลังใจที่ดีถือเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก ในการที่จะทำให้กระบวนการบำบัดนั้นได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”

            เมื่อถามว่าหนึ่งได้อะไรจากการเป็นผู้ให้ ซึ่งต้องใช้ทั้งความเสียสละและใจเย็นค่อนข้างมากในงานที่ทำ หรือแม้แต่ตัวนักกิจกรรมบำบัดเองจะเกิดความเครียดหรือท้อแท้ขึ้นมาบ้างหรือไม่ หากผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่หวัง “อย่างแรกเลยคือได้ความอิ่มเอมใจ เพราะจะด้วยข้อจำกัดอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ขาดโอกาสในการได้รับการบำบัดรักษาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง อย่างน้อยการที่เราเข้าไปหาเขาถึงที่ ได้ให้ความรู้ต่างๆ และกระบวนการของเราสามารถช่วยเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่ปกติมากที่สุด หรือทำให้เด็กๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับขั้นที่ตั้งเป้าหมายไว้ ถือเป็นแรงใจในการทำงานให้เราได้มากเลยทีเดียว อาจจะมีบางเคสที่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังเสียทั้งหมด แต่นั่นถือเป็นประสบการณ์ให้เราเรียนรู้ได้ดีกว่าคำสอนในตำราเสียอีก แน่นอนว่าแต่ละคนเกิดมามีโอกาสไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากันคือคุณค่าในชีวิต และทุกคนก็ควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในด้านสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมกัน”

ABOUT HIM
            หนึ่งจบการศึกษาจากคณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกเหนือจากงานที่โรงพยาบาลสันทราย หนึ่งยังทำงานร่วมกับมูลนิธิดุลภาทร จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่สนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตแก่เด็กด้อยโอกาสและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยหนึ่งมีหน้าที่จัดแคมป์ทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือน และใช้กิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบมา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเล่นและการบำบัดรักษาให้กับกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น กิจกรรมศิลปะ การฝึกทำอาหาร การเล่นกีฬา เป็นต้น นอกจากนี้หนึ่งยังเคยออกปฏิบัติการในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ไปให้ความรู้และบริการบำบัดรักษาแก่ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลที่ยากลำบากต่อการเดินทางเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลชุมชนอีกด้วย